Heaven Awakening Path ตอนที่ 89 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.89 - วันหน้าค่อยพบกัน


ตอนที่ 89 – วันหน้าค่อยพบกัน

 

“อย่าก่อเรื่องนะ!!”

คราวนี้ทั้งอวิ๋นชงและเซี่ยปั๋วเจี่ยนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน

อวิ๋นชงตั้งใจจะปกป้องสถาบัน ย่อมไม่อยากให้ฉู่หมิ่นสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นอีก

เซี่ยปั๋วเจี่ยนเล่า ยืมมือหน่วยกำกับสถาบันจัดการกับฉู่หมิ่นเป็นเป้าหมายส่วนตัวของเขา ตอนนี้ฉู่หมิ่นทำให้หน่วยกำกับสถาบันขุ่นเคืองเช่นนี้ยิ่งเป็นความปรารถนา แต่ถ้าปล่อยให้ฉู่หมิ่นทำให้ผู้ตรวจการหน่วยกำกับสถาบันบาดเจ็บสาหัสหรือตายขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่ใช้ผลลัพธ์ที่เขาอยากจะเห็นแล้ว

สองคนที่ความคิดแตกต่างกัน แต่ในเวลานี้กลับใจตรงกันมาก ปากตะโกนออกไป มือก็โจมตีแล้ว

เซี่ยปั๋วเจี่ยนโบกมือคราหนึ่ง นิ้ววายุโจมตีออกไป เมื่อเทียบกับนิ้ววายุของลั่วถิงที่แสดงออกมาวันนั้นก็ไม่รู้ว่าสูงส่งกว่ากันกี่เท่า นิ้ววายุแทงไปด้านล่างของพายุหมุนที่กักขังผู้ตรวจการเอาไว้ การปะทะครั้งนี้มิได้ทำให้พายุหมุนสลายตัวไปแต่ก็ส่งผลกระทบต่อกำลังของลมพายุ ร่างของผู้ตรวจการที่กลิ้งไปมาอยู่ในอากาศก็ทิ้งตัวลงมาจากในลมพายุ

อวิ๋นชงก็ลงมือในตอนนี้เช่นกัน ขณะที่ทะยานขึ้นไปในอากาศก็คว้าตัวผู้ตรวจการไว้ได้ ค่อย ๆ คลายมือออกมาหลังจากมาถึงพื้นแล้ว แต่เพิ่งจะปล่อยมือก็ได้ยินเสียง “ฟิ้ว” ดังขึ้น ฉู่หมิ่นหยุดควบคุมลมพายุแล้วหันไปรับมือกับนิ้ววายุหนึ่งนิ้วนั้นของเซี่ยปั๋วเจี่ยนที่จี้ใส่ลมพายุของนาง แรงลมที่ปะทะกันกระจายออกไปทั้งสี่ทิศ กระแสลมแรงเหมือนกับมีหมัดชกออกมาทั้งสี่ทิศ ทุกคนต่างก็ต้องพยายามอย่างหนักที่จะยืนให้มั่นคง แต่ผู้ตรวจการที่เพิ่งถูกอวิ๋นชงช่วยออกมายังอยู่ในอาการตกใจ ลมแรงที่พัดมายกตัวเขาขึ้น จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนั่งก้นจ้ำเบ้า

 “เอ่อ...” อวิ๋นชงครั้งนี้ลงมือไม่ทัน รีบเร่งเข้าไปช่วย ผู้ตรวจการตะลึงไปหมดแล้ว ประสบการณ์ที่ได้รับในวันนี้ สำหรับเขาดูเหมือนจะไม่ใช่ความจริงอยู่บ้าง

นี่คือสถาบันเทียนเจ้าหรือ

เขามองดูผู้อำนวยการอวิ๋นชงที่พยุงเขาขึ้นมาพลางกล่าวว่า “ขออภัยด้วยครับ” ใช้เวลาเนิ่นนานจึงยอมรับความจริงได้

นี่คือสถาบันเทียนเจ้า

นี่ย่อมเป็นสถาบันเทียนเจ้าจริง ๆ

ผู้ตรวจการสงบสติอารมณ์ แต่เขาไม่กล้ากล่าวอะไรอีกแล้ว กับนักเรียนไม่กี่คนนั้นไม่กล้า กับฉู่หมิ่นไม่กล้า กับอวิ๋นชงที่คิดถึงประโยชน์ของสถาบันเป็นที่ตั้งก็ไม่กล้า

เขาอ้าปากขึ้นมา เดิมทีก็อยากจะกล่าวอะไรมากมาย แต่หลังจากใคร่ครวญแล้วก็กล่าวกับอวิ๋นชงเพียงสี่คำเท่านั้นว่า “วันหน้าค่อยพบกัน”

อวิ๋นชงก็คิดที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่เห็นอีกฝ่ายหันไปช่วยพยุงตัวผู้ตรวจการสองคนที่ถูกซูถังทุบตีไปก่อนหน้านี้แล้ว จากนั้นก็เดินไปหาคนที่ถูกลู่ผิงชกจนหน้าบวมปูด คนสี่คนพยุงซึ่งกันและกัน เดินโขยกเขยกลับไปในดงไม้

“เอ่อ...ทั้งสี่คนจะไปแล้วหรือครับ ไม่มานั่งดื่มชาด้วยกันหน่อยหรือครับ” อวิ๋นชงไล่ตามไปด้วยสีหน้าขมขื่น จิตใจกลับมาหดหู่อีกครั้ง

หน่วยกำกับสถาบันทุลักทุเลเช่นนี้ สถาบันทุกแห่งต่างก็ชอบใจ แต่ปัญหาก็คือความทุลักทุเลนี้มาเกิดขึ้นที่สถาบันเทียนเจ้าของเขา นี่ย่อมทำให้หดหู่ถึงสิบส่วน

คนถูกทำร้ายเช่นนี้ เขายังต้องการจะไปแสดงความหวังดีอยู่อีก อวิ๋นชงย่อมรู้ว่าตนเองดูโง่เขลาและน่าขบขันมาก แต่เขามีทางเลือกอื่นอีกหรือ เซี่ยปั๋วเจี่ยนทำเรื่องนั้น ฉู่หมิ่นทำเรื่องนี้ อวิ๋นชงตอนนี้กลับรู้สึกขึ้นมาแล้วว่า สองคนนั้นไม่ได้ร่วมมือกันมาจัดการตนเองกระมัง

“ท่านทั้งสี่ ท่านทั้งสี่...” อวิ๋นชงเดินตามไป ฝีเท้าของคนทั้งสี่ไม่เคยหยุดชะงักลงเลย ดูเหมือนว่าจะรีบร้อนจากไปมาก

“ยังมีเวลาพบปะกันอีกมากนะครับ...” เมื่อมาส่งถึงหน้าประตูสถาบันแล้ว อวิ๋นชงก็แสดงความหวังดีอีกครั้ง แต่จะอย่างไรสี่คนนั้นก็ไม่หันกลับมา ผ้าคลุมที่ลากไปกับพื้นดิน สภาพที่ไม่เรียบร้อยช่างแตกต่างจากตอนที่มาถึงยิ่งนัก จนทำให้คนเฝ้าประตูกัวเหล่าเอ้อร์ต้องทอดสายตามองตามทั้งสี่คนไปถึงครึ่งถนนจึงจำได้ว่าสี่คนนี้เป็นใคร

“ท่านผู้อำนวยการ ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้ครับ” กัวเหล่าเอ้อร์ที่เห็นอวิ๋นชงยังมองตามไปอยู่ถามอย่างประหลาดใจ เขาเข้าใจไม่มาก แต่ก็ยังรู้ว่าหน่วยกำกับสถาบันเป็นหน่วยงานที่สถาบันไหนก็ไม่ควรจะจัดการจนย่ำแย่เช่นนี้

“ฮะฮะ...” อวิ๋นชงสุดท้ายอยากจะจะร้องไห้หรือหัวเราะ เขาเองก็ตอบไม่ได้

คนของหน่วยกำกับสถาบัน สุดท้ายก็ทิ้งคำพูดไว้เพียงสี่คำนี้ วันหน้าค่อยพบกัน

เขาย่อมเข้าใจว่าคำพูดสี่คำนี้มีความหมายเช่นไร

ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่สถาบันเทียนเจ้ามีการใช้วิชาตัดวิญญาณ แม้ว่าจะไม่มีเรื่องนั้น คนของหน่วยกำกับสถาบันถูกจัดการจนกลายเป็นแบบนี้ในสถาบัน นี่มิใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านไปได้ นี่แปลว่าพวกเขาสูญเสียสถานะที่มีอยู่ไป นี่เป็นขีดจำกัดล่างที่พวกเขาไม่อาจทนทานรับได้

วันหน้าค่อยพบกัน...

วันหน้านั้นคงกำลังจะมาถึงแล้ว แต่เมื่อวันนั้นมาถึง เกรงว่าผู้มาจะมิใช่ผู้ตรวจการธรรมดาสี่คนอีกแล้ว หน่วยกำกับสถาบันมิใช่ไม่มียอดฝีมือ มิใช่ไม่มีคนเก่ง สิ่งที่อาณาจักรมอบให้หน่วยกำกับสถาบันมิได้เป็นเพียงการสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง แต่หน่วยกำกับสถาบันเองก็มีอำนาจเพียงพอที่จะกดดันสถาบันโดยตรง จุดนี้อวิ๋นชงก็ทราบชัด ผู้อำนวยการของแต่ละสถาบันต่างก็ทราบชัด ในอาณาจักรเซวียนจุนนี้ที่ไม่ถูกหน่วยกำกับสถาบันบงการ นอกจากสถาบันชเวเยว่ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่สถาบันหลักแล้วก็ยังไม่มีสถาบันที่สอง

ในตอนนี้ อวิ๋นชงอยากจะออกไปจากสถาบันนี้จริง ๆ

เซี่ยปั๋วเจี่ยนแผนการประสบผลสำเร็จอย่างงดงามย่อมจะดีใจมาก ฉู่หมิ่นได้ลงไม้ลงมือกับคนของหน่วยกำกับสถาบันก็ย่อมพอใจมาก มีเพียงตนเอง ตนเองไปก่อเรื่องกับใครที่ไหนกัน ผู้อำนวยการผู้นี้ได้แต่ทำตัวเสียหน้าเท่านั้นเอง!

อวิ๋นชงทายได้แม่นมาก ตอนนี้เซี่ยปั๋วเจี่ยนอารมณ์ดีมากจริง ๆ มองดูฉู่หมิ่น มองดูพวกชาวป่าชาวเขาทั้งสี่คนก็ไม่รู้สึกรำคาญแล้ว จะว่าไปแล้ว พวกเขาก็ช่วยเหลือเขาได้มาก ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่พวกเขาก่อเรื่องขึ้นมา ตนเองจะมีโอกาสเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างไรกัน

ในขณะนั้นเซี่ยปั๋วเจี่ยนยิ้มยินดีจากใจจริง

แต่ไม่มีผู้ใดมองดูเขา ลู่ผิงกับซีเฟิ๋นรอให้ฉู่หมิ่นสั่งการ ฉู่หมิ่นเองก็บอกกับพวกเขาทันทีว่า “ไปกันเถอะ”

“ไปไหนครับ” ลู่ผิงถามอย่างไม่ตั้งใจ

“ไปไหนก็ได้” ฉู่หมิ่นกล่าว โบกมือคราหนึ่ง ไม่ทราบว่าใช้วิธีไหน ชุดศาสตราจารย์เทียนเจ้าเก่าโทรมที่นางใส่มาหลายปีโดยไม่มีอาจารย์และนักเรียนคนใดจดจำได้ก็ถูกนางดึงออกมา

โบกมือครั้งหนึ่ง ชุดก็ลอยไปหาเซี่ยปั๋วเจี่ยน เซี่ยปั๋วเจี่ยนก็ไม่ยินยอมให้ตนเองกลายเป็นไม้แขวนเสื้อ โบกมือครั้งหนึ่งพัดชุดของฉู่หมิ่นไปแขวนไว้บนกิ่งไม้ด้านข้าง

“ท่าน...หมายความว่าอย่างไร” เซี่ยปั๋วเจี่ยนเพิ่งจะดีใจครู่เดียวตอนนี้กลับยิ้มไม่ออกแล้ว เขามองดูฉู่หมิ่น เห็นนางโยนชุดออกมาอย่างรวดเร็ว สง่างามและมั่นคง ก็อดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว รู้สึกว่าฉู่หมิ่นกำลังจะมาโจมตีตนเอง แต่ในส่วนลึกของจิตใจก็รู้แล้วว่ามีความหมายอย่างไร

“ท่านคิดจะไปทั้งแบบนี้เลยหรือ” เซี่ยปั๋วเจี่ยนกล่าว

“ท่านจะขวางหรือ” ฉู่หมิ่นกล่าว

หนึ่งวันก่อนหน้านี้ เซี่ยปั๋วเจี่ยนจะไม่มีทางขัดขวาง แล้วก็ยังจะยินดีมากด้วย ตลอดทั้งวันเอาแต่ดื่มสุรา ไม่ทำอะไร แต่ยังมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าศาสตราจารย์เทียนเจ้า เซี่ยปั๋วเจี่ยนคิดว่าฉู่หมิ่นขวางหูขวางตามาก แต่ตอนนี้เขาต้องการใช้เรื่องของฉู่หมิ่นมาก่อความวุ่นวาย กลายเป็นเขาที่ไม่อยากให้ฉู่หมิ่นจากไปที่สุด นางกลับอยากไปแล้ว

“ท่านไปไม่ได้นะ ท่านไปแล้วเรื่องที่ท่านไปก่อไว้จะทำอย่างไรเล่า!” เซี่ยปั๋วเจี่ยนว้าวุ่นใจ เริ่มใช้คุณธรรมมามัดมือมัดเท้าฉู่หมิ่นเอาไว้

“ก็ให้พวกเขามาหาข้าแล้วกัน” ฉู่หมิ่นไม่สนใจ นางตัดสินใจแล้ว ไม่มีผู้ใดเปลี่ยนใจนางได้ นางบอกว่าไปก็ไปทันที โยนชุดหัวหน้าศาสตราจารย์เทียนเจ้าทิ้งไป ไม่กลับไปเก็บของอะไรที่ห้องเลย เพียงแค่นำทางพวกลู่ผิงทั้งสี่คนจากไปทันที

ลู่ผิงกับซีเฟิ๋นก็ไม่โต้แย้ง พวกเขาเพียงมาหาฉู่หมิ่น มาที่สถาบันเทียนเจ้าก็เพียงเพื่อมาหาฉู่หมิ่น พวกเขาไม่เคยคิดที่จะอยู่ที่นี่ ฉู่หมิ่นบอกว่าไปก็ไปทันที ซีเฟิ๋นหันไปเข็นรถเข็นของตัวเอง ลู่ผิงแบกม่อหลินไว้บนหลัง ซูถังตอนนี้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งกายได้แล้ว ประสาทสัมผัสที่เกี่ยวข้องก็แหลมคมขึ้นมาก ลู่ผิงเพียงจับมือนาง นางก็เดินไปได้อย่างราบรื่นแล้ว

“หยุดนะ ข้าบอกให้หยุด” เซี่ยปั๋วเจี่ยนร้องเรียก ไม่มีคนสนใจ

“หยุดนาง” เซี่ยปั๋วเจี่ยนตะโกนอีกครั้ง ยังไม่มีคนสนใจ

เขาเริ่มโกรธแล้ว หันกลับไปดูลูกศิษย์ แต่เมื่อเห็นแววตาหวาดกลัวของลูกศิษย์เขาก็เข้าใจขึ้นมา

แม้แต่เขายังเกรงกลัวที่จะไปหยุดยั้งฉู่หมิ่น ลูกศิษย์เหล่านี้ก็ไม่อาจโทษที่รักชีวิตตัวเอง

เดินผ่านดงไม้ บนทางเดินที่อบอุ่น ฉู่หมิ่นที่กำลังจะจากไปพบกับอวิ๋นชงที่เพิ่งส่งผู้ตรวจการหน่วยกำกับสถาบันทั้งสี่เดินกลับมาอย่างเซื่องซึม เมื่อเห็นฉู่หมิ่น เห็นนางไม่ได้ใส่ชุดศาสตราจารย์อีกต่อไป สีหน้าของอวิ๋นชงก็มืดครึ้มลงทันที

“ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร” อวิ๋นชงกล่าว

“น่ารำคาญจัง ทุกคนพูดเหมือนกันหมดเลย” ฉู่หมิ่นกล่าว

“จะไปทั้งแบบนี้เลยหรือ” อวิ๋นชงกล่าว

“ก็ยังเหมือนเดิม”

“ไม่ให้ไป”

“ทำไปพูดเหมือนกันหมดเลยเล่า” ฉู่หมิ่นกล่าว

ลู่ผิงหัวเราะออกมาทำให้อวิ๋นชงเหลือบมอง เด็กน้อยพวกนี้ไม่มีใครเป็นนักเรียนเทียนเจ้าเลยสักคน ทำไมถึงมีเรื่องมากมายนัก ถ้ามิใช่เพราะพวกเขาฉู่หมิ่นก็คงยังดื่มสุราทั้งวันอยู่ ไม่ยอมทำอะไร เมื่ออวิ๋นชงคิดมาถึงตรงนี้ก็มีความรู้สึกซับซ้อนขึ้นมา

แน่นอนว่าเขาไม่อยากเห็นฉู่หมิ่นที่เซื่องซึมแบบนั้น แต่เขาก็ไม่อยากเห็นฉู่หมิ่นจากไปเช่นกัน แม้ว่านางจะกลับมาคึกคักอีกและทำให้เขารู้สึกทำอะไรไม่ถูก แต่แท้จริงแล้วเขาก็ได้เตรียมใจพร้อมตั้งแต่วันที่เขาก้าวเข้ามาเป็นผู้อำนวยการแล้ว เขายังรอคอยให้ฉู่หมิ่นสร้างปัญหาให้เขาด้วยซ้ำ

ฉู่หมิ่นที่ก่อเรื่องไปทั่วถึงจะเป็นฉู่หมิ่นตัวจริง

แต่ฉู่หมิ่นที่แท้จริงก็ไม่เคยก่อเรื่องแล้วให้ผู้อื่นมาตามเช็ดตามล้างให้

นี่คือฉู่หมิ่น นางกลับมาแล้วจริง ๆ

นี่คือฉู่หมิ่น ดังนั้นนางจึงจะจากไปทันที

“วันหน้าค่อยพบกัน”

เป็นอีกครั้งที่อวิ๋นชงได้ยินคำพูดสี่คำนี้ มองกลับไป ฉู่หมิ่นได้ออกไปจากประตูใหญ่ของสถาบันเทียนเจ้าแล้ว ตามหลังไปด้วยนักเรียนสี่คนที่บาดเจ็บบ้าง ฝึกฝนด้วยวิชาตัดวิญญาณบ้างทำให้เดินแปลก ๆ

ดูโง่เขลา แต่ก็สง่างามมาก

สำหรับกับพวกบ้านนอกจากป่าเขาทั้งสี่คน อยู่ ๆ อวิ๋นชงก็มีความคาดหวังอยู่บ้าง

“วันหน้าค่อยพบกัน” เขาบอกกับฉู่หมิ่น แล้วก็ยังบอกกับปีศาจน้อยทั้งสี่ด้วย

“ท่านปล่อยให้นางไปได้อย่างไร!!” เมื่อหันกลับมาก็เห็นเซี่ยปั๋วเจี่ยนออกมาจากดงไม้ด้วยความวุ่นวายใจ

อวิ๋นชงย่อมรู้ว่าเซี่ยปั๋วเจี่ยนว้าวุ่นด้วยเรื่องใด เขารู้สึกขบขัน แต่สีหน้าของเขากลับจริงจังมาก “ฉู่หมิ่นได้ใช้วิชาตัดวิญญาณในสถาบัน ข้าจึงใช้โอกาสนี้ไล่นางออกจากสถาบันไปแล้ว”

........................................................................

แอบชิพคู่นี้เล็ก ๆ นะเนี่ย

 

ตอนที่ 90 – รอคอยที่จะพบกันใหม่

 

ตอนหน้าก็เป็นตอนสุดท้ายของภาคโรงเรียนแล้วค่ะ ต่อไปเป็นภาคการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณ เรื่องราวก็จะเข้มข้นขึ้นมาแล้ว




NEKOPOST.NET