Heaven Awakening Path ตอนที่ 88 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.88 - ต้องตรวจสอบ


ตอนที่ 88 – ต้องตรวจสอบ

 

เซี่ยปั๋วเจี่ยนก็นับได้ว่ามีปัญญา ตั้งแต่ตอนที่เริ่มต้นวางแผนการ เขาก็รู้แล้วว่าสถานะของพวกลู่ผิงสี่คนจะเป็นเกราะป้องกันพวกเขาจากหน่วยกำกับสถาบันได้ ดังนั้นเขาจึงมิได้ตั้งใจจะยืมมือหน่วยกำกับสถาบันมาลงมือกับพวกลู่ผิงแต่อย่างใด

ด้วยน้ำมือของหน่วยกำกับสถาบัน ผู้ที่เขาอยากจะจัดการก็คือฉู่หมิ่น แล้วก็ยืมมือฉู่หมิ่นไปทำลายอวิ๋นชง

ยิงศรดอกเดียวได้นกสองตัวทำลายผู้อำนวยการได้แล้วค่อยกลับไปจัดการกับเด็กนักเรียนปีศาจน้อยทั้งสี่ยังจะมิใช่เรื่องง่ายดายอีกหรือ

เขาไม่คิดเลยว่า แผนการที่สมควรจะสำเร็จโดยง่าย* กลับล้มเหลวลงเช่นนี้ อีกฝ่ายกลับช่าง...หน้าด้านเหลือเกิน

เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าใช้วิชาตัดวิญญาณ มองปราดเดียวก็ดูออก เรื่องนี้จะกลบเกลื่อนอย่างไรก็ไม่สำเร็จ เซี่ยปั๋วเจี่ยนจึงไม่ทันระวัง นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธความสัมพันธ์กับฉู่หมิ่นอย่างหน้าด้าน ๆ อยากให้ฉู่หมิ่นไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย

เซี่ยปั๋วเจี่ยนลองสัมผัสถึงสภาพของซูถังและม่อหลินในขณะนี้ แต่ก็ไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องอันใดกับฉู่หมิ่นเลย

แต่ใต้เท้าผู้ตรวจการแห่งหน่วยกำกับสถาบันกลับไม่มีความอดทนถึงเพียงนั้น อีกฝ่ายโกหกอย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้ เป็นการไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาชัด ๆ ใต้เท้าผู้ตรวจการแห่งหน่วยกำกับสถาบันไหนเลยจะเคยถูกเหยียดหยามในสถาบันเช่นนี้ ถูกทุบตียังไม่ต้องกล่าวถึง นี่กลับยังล้อพวกเขาเล่นเห็นเป็นคนโง่ด้วยหรือ

“แค่พวกเจ้าจะใช้ตัดวิญญาณได้หรือ” ผู้ตรวจการแม้ว่าจะโมโหแต่ก็ยังพูดได้ตรงประเด็น ตัดวิญญาณไม่เพียงเป็นวิชาที่ใช้ในการฝึกฝน ก่อนที่จะถูกใช้เพื่อการฝึกฝน มันนับว่าเป็นความสามารถอย่างหนึ่งมาก่อน เป็นความสามารถที่ใช้ในการต่อสู้ได้ เช่นเดียวกับ “โซ่กักวิญญาณ” ที่ลู่ผิงได้รับมา ตัดวิญญาณก็นับว่าเป็นความสามารถประเภทปรับแต่ง และก็ได้รับการประเมินไม่ต่ำเลยด้วย เป็นความสามารถขั้นห้า

ตัดวิญญาณไม่ใช่แค่อยากใช้ก็ใช้ได้ จะต้องเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณที่ฝึกความสามารถนี้สำเร็จมาก่อนแล้ว เพียงแค่พวกลู่ผิงสี่คน ไม่มีผู้ใดมีคุณสมบัตินี้ บอกว่าใช้วิชาตัดวิญญาณด้วยตนเองเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

“อ้อ แน่นอนครับว่ามีคนช่วยด้วย” ลู่ผิงกล่าว

“ใคร” ผู้ตรวจการถามอย่างดุดัน

“ไม่บอกไม่ได้หรือ” ลู่ผิงกล่าว

“แน่นอนว่าเจ้าไม่บอกก็ได้ แต่เรื่องนี้หน่วยกำกับสถาบันจะต้องตรวจสอบจนแน่ชัดแน่นอน ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกเจ้าปีศาจน้อยทั้งสามคนใครจะปากแข็งกว่ากัน” ผู้ตรวจการมีแววตาบ้าคลั่ง คำขู่ของเขามิใช่เลื่อนลอย การใช้วิชาต้องห้ามไม่ใช่เรื่องเล็ก จะถือโอกาสนี้ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ก็ได้ นำเรื่องนี้มาอ้างเพื่อจับกุมตัวเด็กนักเรียนไม่กี่คนมาเล่นด้วยก็ไม่ใช่ปัญหา แม้ว่านักเรียนไม่กี่คนนี้จะมิได้อยู่ในอำนาจของหน่วยกำกับสถาบันเขตจื้อหลิง แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ขอเพียงมีผู้ช่วยเหลือก็ย่อมจัดการได้อยู่แล้ว จวนเจ้าเมืองเขตเสียเฟิงคงมิใช่ว่าเพียงเรื่องนี้ก็จะขัดแย้งกับพวกเขาหน่วยกำกับสถาบันเขตจื้อหลิงหรอก จริงหรือไม่

สำหรับเซี่ยปั๋วเจี่ยน ในบรรดาเป้าหมายที่เขาอยากจะประสบผลสำเร็จ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องรองลงไป แต่เซี่ยปั๋วเจี่ยนก็ยังพอใจกับสถานการณ์ในปัจจุบันมาก เขายังกังวลอยู่ว่าคนของหน่วยกำกับสถาบันจะรู้สึกว่าเรื่องนี้มีปัญหาและส่งเรื่องต่อไปให้เขตเสียเฟิงนั่นจัดการกันเอาเอง

แต่ว่าลู่ผิงกลับไปทำร้ายคนอย่างสาหัสเสียนี่ แล้วหลังจากนั้นยังไปโกหกเหลวไหลอีก เห็นได้ชัดว่าทำให้หน่วยกำกับสถาบันเกลียดชังเต็มทีแล้ว แม้ว่าตอนนี้เซี่ยปั๋วเจี่ยนจะอยากให้อีกฝ่ายหยุดมือ อีกฝ่ายก็อาจจะไม่สนใจแล้ว

นี่เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่เซี่ยปั๋วเจี่ยนคาดการณ์ไว้ยังดีกว่าอีก หน่วยกำกับสถาบันยืนยันว่าจะตรวจสอบให้กระจ่าง สุดท้ายก็ยังจะโยงไปหาฉู่หมิ่น เพราะว่านี่เป็นความจริง ความจริงที่เปลี่ยนแปลงมิได้ ถ้าคิดจริง ๆ ว่าคำโกหกเช่นนี้จะสามารถเปิดเผยเรื่องราวได้ โลกใบนี้ก็มิได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น เจ้าพวกปีศาจน้อยไม่กี่คนนี้หาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ

เซี่ยปั๋วเจี่ยนมีรอยยิ้มบนใบหน้า รอยยิ้มที่แสดงว่าทุกสิ่งอยู่ในการควบคุม ตอนนั้นเองก็มีสายลมกรรโชกในดงไม้ มีกลิ่นสุราลอยออกมา ฉู่หมิ่นจู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น

เซี่ยปั๋วเจี่ยนอ้าปากขึ้น อ้าปากขึ้นมาก่อนทุกคน นี่เป็นเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของเขาเช่นกัน

“ฉู่หมิ่น พวกเขาหลายคนใช่หรือไม่ว่าเป็นการตัดวิญญาณของท่าน” เซี่ยปั๋วเจี่ยนถาม

เรียบง่าย ตรงไปตรงมา ครั้งนี้ดูเหมือนเซี่ยปั๋วเจี่ยนจะไร้เดียงสาไปแล้ว การถามตรง ๆ เช่นนี้จะได้ผลเป็นที่น่าพอใจหรือ

คนของหน่วยกำกับสถาบันไม่คาดหวังอะไร แต่ในใจของอวิ๋นชงกลับร่ำร้องว่าแย่แล้ว

การถามตรง ๆ ของเซี่ยปั๋วเจี่ยนดูเหมือนเป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แต่ความจริงแล้วเป็นความคิดที่เฉียบขาดมาก เขาเข้าใจฉู่หมิ่นผู้นี้เป็นอย่างดี ด้วยนิสัยใจคอของฉู่หมิ่นแล้ว นางเคยสนใจกฎเกณฑ์ของสถาบันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นางจะเกรงกลัวคำข่มขู่ของหน่วยกำกับสถาบันหรือ

ไม่ ไม่มีทาง ด้วยนิสัยใจคอของนาง สิ่งที่นางกระทำ นางจะไม่เกรงกลัวที่จะยอมรับ จะดีหรือชั่ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร นางก็มีความกล้าเพียงพอที่จะยอมรับมัน

เซี่ยปั๋วเจี่ยนก็พบเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงถามตรง ๆ ขอเพียงฉู่หมิ่นตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ใช่” เรื่องนี้ก็จัดการได้ง่ายดายแล้ว มันก็เรียบง่ายแค่นั้นเอง

“ข้าบอกแล้วอย่างไรว่า นี่เป็นการตัดสินใจของพวกเรา ไม่เกี่ยวกับครูฉู่หมิ่น” ผลคือคนที่ตอบเซี่ยปั๋วเจี่ยนอย่างรวดเร็วกลับเป็นลู่ผิง พูดย้ำสิ่งที่เคยบอกมาก่อนแล้ว น้ำเสียงก็ยิ่งหนักแน่นกว่าเดิม แต่เซี่ยปั๋วเจี่ยนก็ไม่สนใจ ฉู่หมิ่น เจ้าจะต้องการการปกป้องจากเด็กน้อยพวกนี้หรือ เตะเจ้าพวกนั้นกระเด็นไปเลยยังเป็นไปได้มากกว่า

แต่ผลกลับทำให้เซี่ยปั๋วเจี่ยนต้องแปลกใจ ฉู่หมิ่นมิได้เตะลู่ผิงกระเด็นไป แล้วก็มิได้พูดออกมาทันที แต่กลับมองดูลู่ผิงอย่างประหลาดใจ

เด็กน้อยผู้นี้ อยากจะปกป้องตนเองจริง ๆ หรือ

ฉู่หมิ่นย่อมรู้สึกว่าตนเองไม่ต้องการการปกป้อง ก็อย่างที่เซี่ยปั๋วเจี่ยนคิดนั่นล่ะ เรื่องแบบนี้ ถ้ามีคนถาม นางก็จะยอมรับตรง ๆ อย่างไม่ใส่ใจเลย

แต่ได้เห็นลู่ผิงปกป้องซูถังอย่างหนักแน่นและตั้งใจตอนนั้นแล้ว ตอนนี้เขากลับนำความหนักแน่นและตั้งใจตอนนั้นออกมาปกป้องฉู่หมิ่นอย่างจริงจังมาก

แม้ว่าฉู่หมิ่นจะรู้สึกว่านี่ไม่จำเป็น แต่ความหนักแน่นและตั้งใจนี้ นางก็ไม่อาจปฏิเสธได้

“ฉู่หมิ่น ว่าอย่างไรเล่า” เซี่ยปั๋วเจี่ยนพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าของผู้ชนะ

“เอ่อ...” ฉู่หมิ่นผู้ตรงไปตรงมามาโดยตลอดตอนนี้กลับลังเลแล้ว สุดท้ายนางก็ยิ้มออกมา กล่าวว่า “ถ้าใช่แล้วจะทำไม!”

ถ้าใช่แล้วจะทำไม!

นี่มันคำตอบบ้าบออันใดกัน ยอมรับคำพูดของลู่ผิง แต่ก็ดูจะกล่าวอย่างไม่เต็มใจและติดขัด

แต่ว่า นี่ก็คือคำตอบของฉู่หมิ่น

นางยอมรับการปกป้องของลู่ผิง แต่นางไม่เต็มใจมาก นางพูดติดขัดมาก ดังนั้นนางจึงได้เผยความจริงออกมาจากคำพูดของตนเองทันที ฉู่หมิ่นก็ยังเป็นฉู่หมิ่น ยังคงโกหกไม่เป็นเหมือนเดิม

เซี่ยปั๋วเจี่ยนตะลึง อวิ๋นชงตะลึง สำหรับพวกเขาทั้งคู่ที่รู้จักฉู่หมิ่นอยู่บ้าง คำตอบนี้เหลือเชื่อมาก พวกเขาเกือบจะนึกว่าฟังผิดไป อวิ๋นชงยังใช้แม้แต่กลืนเสียงของเขาแอบถามฉู่หมิ่นลับ ๆ ด้วยว่า “จริงหรือหลอก”

แต่ลู่ผิงเมื่อได้ฟังคำตอบนี้ของฉู่หมิ่นแล้วก็ก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ยืนบังฉู่หมิ่นไว้ข้างหลัง ความต้องการจะปกป้องยิ่งแสดงออกมาอย่างเด่นชัด

“หรือครับ” ผู้ตรวจการหน่วยกำกับสถาบันยิ้มอย่างเย็นชา เขาย่อมไม่รู้ว่าคำตอบนี้ของฉู่หมิ่นต่างจากนิสัยปกติขนาดไหน ในความคิดของเขา คำตอบ “ถ้าใช่แล้วจะทำไม” นี้ก็โอหังพอกัน บ้าบอพอกัน และไม่เห็นผู้อื่นอยู่ในสายตา โจ่งแจ้งพอ ๆ กับ “อากาศดี”

“ถึงแม้ท่านจะกล่าวเช่นนั้น แต่ข้าก็ยังอยากจะใช้ฐานะของผู้ตรวจการหน่วยกำกับสถาบันเขตจื้อหลิงสงสัยว่าท่านใช้ ‘ตัดวิญญาณ’ ช่วยนักเรียนฝึกฝน ได้โปรดกลับไปกับเราเพื่อช่วยเหลือในการตรวจสอบด้วยครับ” ใต้เท้าผู้ตรวจการแสดงป้ายแขวนเอวอีกครั้งต่อหน้าฉู่หมิ่น แน่นอนว่าเขาย่อมรู้ว่าฉู่หมิ่นแข็งแกร่งกว่าเจ้าพวกปีศาจน้อยเหล่านั้นมากนัก แต่จะอย่างไรนางก็เป็นอาจารย์ในสถาบันเทียนเจ้า ต่อหน้าพวกเขาหน่วยกำกับสถาบันก็ต้องโอนอ่อนผ่อนตาม

แต่อวิ๋นชงแอบถอนหายใจเงียบ ๆ พลางสั่นศีรษะแล้ว

ตนเองผู้อำนวยการผู้นี้ถูกรังแกได้ แต่ท่านคิดว่าแสดงฐานะผู้ตรวจการแห่งหน่วยกำกับสถาบันนี้แล้วจะมีประโยชน์หรือ ประธานหน่วยกำกับสถาบันของท่านมาเองยังไม่มีประโยชน์เลย

“เอ่อ ตัดวิญญาณหรือ” ฉู่หมิ่นคราวนี้หยุดคิดก่อนตอบคำถาม

“ที่ท่านสงสัยก็มีความจริงอยู่บ้าง ตัดวิญญาณ ข้าก็พอใช้ได้อยู่บ้าง แต่จะสามารถใช้เพื่อการฝึกฝนพลังวิญญาณได้หรือไม่ นี่ต้องตรวจสอบจริง ๆ” คำพูดเพิ่งหลุดออกมา สายลมก็พัดขึ้น

ลมพัดแรง

สองเท้าของผู้ตรวจการหน่วยกำกับสถาบันอันเลื่องชื่อลอยขึ้นจากพื้น เสื้อคลุมนั้นถูกลมพัดดังพึ่บพั่บ เส้นผมหรือแม้แต่ขนคิ้วต่างก็เต้นระบำในสายลม ปาก จมูก หูทั้งหมดต่างบิดไปเจ็ดแปดรอบ

“ท่าน...ต้อง...การ....จะ...ทำ...อะ...ไร....” ในลมพายุ ปากที่บิดเบี้ยวของเขาไม่อาจเอ่ยคำพูดได้โดยง่ายดาย มือและเท้าต่างถูกกักขังไว้กลางอากาศ ไม่อาจเคลื่อนไหวอะไรได้เลย

“ข้าช่วยให้ท่านตรวจสอบตัดวิญญาณของข้าอย่างไรเล่า ข้าหวังว่าท่านจะให้ความร่วมมือด้วยนะ ท่านคงไม่อยากจะต่อต้านให้มากไปหรอกใช่ไหม ถ้าเกิดข้าลงมือพลาดขึ้นมาคงจะไม่ค่อยดีแน่ ๆ” ฉู่หมิ่นกล่าวพลางยกมือขวาขึ้นไปบนอากาศ แสงเรืองรองของพลังวิญญาณก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนมือขวาของนาง

ตัดวิญญาณมิได้เป็นเพียงความสามารถที่ใช้ในการฝึกฝนพลังวิญญาณ ในตอนที่เริ่มสร้างมันขึ้นมา มันเป็นวิธีการต่อสู้ที่โหดร้ายมาก เหยื่อที่ถูกตัดวิญญาณตัดขาดพลังวิญญาณไปมีชีวิตไม่สู้ตกตาย

....................................................................

*水到渠成 เป็นอีกสำนวนที่แปลเหมาะ ๆ ไม่ได้เลยใช้ความหมายโดยรวมไปเลยดีกว่าค่ะ แปลตรง ๆ ได้ว่าทางที่น้ำไหลไปย่อมเกิดคูคลอง แปลว่าเมื่อมีเงื่อนไขที่ถูกต้อง ความสำเร็จก็ย่อมจะตามมาเอง

 

ตอนที่ 89 – วันหน้าค่อยพบกัน




NEKOPOST.NET