Heaven Awakening Path ตอนที่ 87 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.87 - ขอบเขตของอำนาจ


ตอนที่ 87 – ขอบเขตของอำนาจ

 

“ปล่อยมือ!” เสียงตะโกนของผู้ตรวจการหน่วยกำกับสถาบันยิ่งมายิ่งดัง แต่ครั้งนี้ยิ่งไม่มีอาการตอบรับเข้าไปใหญ่ พลังวิญญาณทั้งสี่ของซูถังยังถูกตัดขาด ไร้ประสาทสัมผัสทั้งสี่ ไหนเลยจะได้ยินเสียงร้องของเขา

นางสามารถโต้ตอบได้จากเพียงพลังวิญญาณแห่งกายของนางเท่านั้น

พลังวิญญาณแห่งกายของซูถังเชื่อมต่อแล้ว ประสาทสัมผัสทางกายไวมาก กระแสลมที่เกิดจากหมัดทำให้นางรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้มากมาย

หมัดของลู่ผิง หมัดของผู้ตรวจการ นางไม่ได้ยิน แต่สัมผัสได้ และจากสัมผัสที่ได้รับมานี้ นางก็ระบุได้แล้วว่าหนึ่งในนั้นคือลู่ผิง

เป้าหมายหมัดของลู่ผิงก็คือศัตรูร่วมกันของนาง ข้อสรุปมันก็ง่ายดายแค่นั้นเอง

ดังนั้นนางจึงลงมือ เมื่อรับรู้ได้ถึงหมัดของผู้ตรวจการ ซูถังก็คว้าหมัดของผู้ตรวจการเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ

ผู้ตรวจการคำราม จากนั้นเขาก็พยายามจะสลัดให้หลุด

ในความคิดของเขา อีกฝ่ายก็เพียงบังเอิญจับกุมเขาได้เท่านั้น มิเช่นนั้น ระหว่างที่อยู่ภายใต้วิชาตัดวิญญาณ ประสาทสัมผัสทั้งหมดถูกตัดขาด ไหนเลยจะลงมือได้แม่นยำปานนั้น

เขาประเมินซูถังต่ำไปแล้ว และไม่นานก็รู้ตัว เขาพยายามสลัดหลุดจากมือของซูถัง แต่ผลก็คือพบว่าตัวเองลอยขึ้นไปบนอากาศ กำลังที่เขาใช้ออกไปเหมือนทุ่มหินลงไปในมหาสมุทร

เขาถูกซูถังเหวี่ยงขึ้นไป แต่นางมิได้ปล่อยมือจากเขา แม้ว่าจะมีประสาทสัมผัสทางกายที่ละเอียดอ่อน แต่การจับกุมเป้าหมายได้ก็ยังมิใช่เรื่องง่ายดาย แน่นอนว่าเป้าหมายที่ตกอยู่ในกำมือย่อมปลอดภัยที่สุด

ซูถังเหวี่ยงแขนขึ้น ผู้ตรวจการก็ลอยขึ้นฟ้า

นางเหวี่ยงแขนลง ผู้ตรวจการก็ร่วงลงมาบนพื้นดิน

ลู่ผิงกระโดดไปด้านข้าง เขาเกือบจะถูกทับแบนแล้ว

โครมโครมโครม...

เพียงพริบตาเดียว ผู้ตรวจการผู้นี้ก็ถูกเหวี่ยงขึ้นลงถึงสามครั้งแล้ว โดนซูถังเหวี่ยงลอยขึ้นฟ้า ทุ่มลงพื้น จนสมองหมุนตาลาย หมดเรี่ยวแรงต่อต้านโดยสิ้นเชิง

แต่ซูถังไม่รู้

ทุ่มลงไปสามครั้งแล้ว นี่เป็นสิ่งที่นางนับได้ นางรู้สึกว่าไม่เพียงพอ ทุ่มอีกสองสามทีน่าจะปลอดภัยกว่า

ดังนั้นผู้ตรวจการจึงถูกเหวี่ยงขึ้นฟ้าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผู้ร่วมงานของเขามีปฏิกิริยาตอบกลับแล้ว ร่างร่างหนึ่งรีบทะยานขึ้นไปบนอากาศคว้าตัวเขาไว้ เตรียมพร้อมที่จะช่วยเขาออกมา แต่ว่า...

โครม! โครม!

ผู้ตรวจการทั้งสองคนตอนที่ลงมาถึงพื้นกลับล้มทับกันเอง พยายามจะช่วยผู้อื่น แต่ช่วยไม่ได้ กลับทำให้ตัวเองโดนจับกุมไปด้วย เขาประเมินพลังกายของซูถังต่ำไปแล้ว

เสริมสร้างพลังกายห้าเท่า กายาใหญ่!

เพียงครู่เดียว ผู้ตรวจการแห่งหน่วยกำกับสถาบันสี่คน สองคนล้มลงกับพื้นไม่รู้เหนือรู้ใต้ คนหนึ่งถูกลู่ผิงชกกระเด็นไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ใบหน้าปูดบวม

ยังมีอีกคน!

ลู่ผิงไปถึงคนสุดท้ายแล้ว คนผู้นั้นก็ไม่มีสีหน้าเยือกเย็นอีกต่อไป แต่แสดงความกลัวออกมาเล็กน้อย จะอย่างไรเสียสถาบันเทียนเจ้าก็เป็นหนึ่งในสถาบันที่ดีที่สุดของเขตจื้อหลิง ดังนั้นแม้ว่าพวกเขาคนของหน่วยกำกับสถาบันจะมา ก็ยังต้องทำตัวสุภาพอยู่บ้าง แต่ไม่มีผู้ใดคาดได้ว่านี่กลับเป็นสถาบันที่ไม่สุภาพอย่างยิ่ง ไม่เพียงไม่สุภาพจนเกินจะคาดคิดได้เท่านั้น แต่กลับมาแลกหมัดกันตรง ๆ เลย

“รู้ตัวไหมว่าทำอะไรอยู่!” ผู้ตรวจการคนสุดท้ายยิ่งร้องเสียงห้วน ตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่น

“พวกท่านคิดจะทำอะไร” ลู่ผิงถาม

สองคนพูดกันคนละประโยค ซูถังก็เหวี่ยงคนขึ้นลงไปสองครั้งแล้ว ผู้ที่ไปช่วยเหลือก่อนหน้านี้ ตอนนี้กลับนอนอยู่บนพื้น ทั้งสองครั้งต่างทุบลงมาบนตัวเขา เขาเองก็ลุกไม่ขึ้นเช่นกัน

“หยุดมือ!”

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาจากในดงไม้ ซูถังไม่ควรจะได้ยินเสียงนั้น แต่ครั้งนี้มันยังนำพากระแสลมมาด้วย เหมือนกับว่ามีลมพัดโชยมาจากดงไม้ ซูถังไม่ได้ยินเสียง แต่สมองของนางรับรู้ข้อมูลที่ส่งมาได้ เสียงมิได้ส่งผ่านแก้วหูของผู้ฟัง แต่ส่งตรงเข้าไปยังสมองของผู้รับสารในรูปแบบของความคิดโดยตรงเลย

“กลืนเสียง!” ผู้ตรวจการคนสุดท้ายร้องขึ้นมา นี่เป็นความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้อำนวยการสถาบันเทียนเจ้าอวิ๋นชงอันเป็นที่เลื่องลือทั้งใกล้ไกล มีแต่ผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งเสียงและพลังวิญญาณแห่งจิตจึงจะสามารถใช้ความสามารถขั้นสูงนี้ได้

นี่ทำให้ซูถังแปลกใจอยู่บ้าง จึงหยุดมือลงทันใด อวิ๋นชงก็มาถึงโดยทันที ผู้ตรวจการแห่งหน่วยกำกับสถาบันทั้งสี่ ปกติไปที่สถาบันไหนก็ทำตัวสูงส่ง แม้แต่เทียนเจ้า ซวงจี๋สองสถาบันใหญ่ในเขตจื้อหลิงยังไม่กล้าล่วงเกินโดยง่าย แต่ตอนนี้ คนหนึ่งมือกุมแก้มไว้ ใบหน้าปูดบวม ตาข้างหนึ่งบวมจนลืมไม่ขึ้น สองคนนอนทับกันอยู่บนพื้น ดูเหมือนจะตายได้ทุกเมื่อ ยังมีอีกคนที่เผชิญหน้าอยู่กับลู่ผิง ไม่มีอีกแล้วใต้เท้าผู้ตรวจการที่เยือกเย็นสูงส่ง แต่เขากลับตั้งใจเตรียมพร้อมรับมือการโจมตี

“แค่ก แค่ก...” อวิ๋นชงกระแอมไอสองครั้ง ไม่เช่นนั้นเกรงว่าเขาจะต้องหัวเราะออกมาแล้ว

สถาบันทั้งหมดต่างรังเกียจหน่วยกำกับสถาบัน แต่ไม่กล้าล่วงเกิน ตอนนี้ได้เห็นผู้ตรวจการทุลักทุเลเช่นนี้ อวิ๋นชงในใจก็ยินดีในคราเคราะห์ของผู้อื่น แต่ย่อมไม่อาจแสดงออกมาได้

“เร็ว ไปช่วยพยุง” อวิ๋นชงสั่งการ ศิษย์ที่ติดตามเขามารีบเข้าไปช่วยคนทั้งสองที่คุกเข่าอยู่บนพื้น แต่ตอนที่เดินผ่านซูถัง ก็เห็นชัดว่าในแววตามีความหวาดกลัว แต่ลู่ผิงก็เดินไปดึงตัวซูถังมาข้าง ๆ แล้ว จากนั้นก็หันไปสบตากับซีเฟิ๋น สุดท้ายแล้วก็ยังคงไม่เข้าใจว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่!

ผู้ที่เผชิญหน้าอยู่กับลู่ผิงอยู่ พอเห็นอวิ๋นชงก็เปลี่ยนสีหน้าไปทันที เขาที่เคยมีสีหน้าระมัดระวัง กลับมาถลึงตาใส่อวิ๋นชง  นักเรียนพวกนี้ช่างโอหังยิ่งนัก ผู้อำนวยการอย่างท่านไม่รู้ว่าต้องมีมารยาทอย่างไรใช่หรือไม่

อวิ๋นชงเห็นคนผู้นี้มองมาเช่นนี้ก็ห่อเหี่ยวใจ ตนเองเป็นผู้อำนวยการคนหนึ่งยังต้องระมัดระวังเมื่ออยู่ต่อหน้าคนพวกนี้ แต่นักเรียนบ้านนอกจากป่าเขาหลายคนนี้กลับทำให้ใต้เท้าผู้ตรวจการแห่งหน่วยกำกับสถาบันต้องระมัดระวังตัว นี่มันเรื่องอะไรกัน ตนเองยังสู้เด็กจากป่าเขาพวกนี้ไม่ได้หรือ

“ผู้อำนวยการอวิ๋นชง เรื่องนี้ท่านต้องมีคำอธิบายให้กับพวกเรานะ!” ใต้เท้าผู้ตรวจการกล่าวขึ้น เจรจากับผู้มีอำนาจสูงสุดโดยตรง ไม่หันไปเหลือบมองพวกลู่ผิงอีก

“ฮาฮาฮา” อวิ๋นชงหัวเราะ สุดท้ายก็กล่าวว่า “เกรงว่าข้าจะไม่อาจจะอธิบายได้”

“อะไรนะ” ผู้ตรวจการทำท่าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อขึ้นมาทันที

“เพราะพวกเขามิใช่นักเรียนสถาบันเทียนเจ้าของพวกเรา” อวิ๋นชงกล่าว

ผู้ตรวจการอึ้งไป

“แล้วพวกเขามาจากสถาบันไหนกัน” ผู้ตรวจการมองดูพวกลู่ผิงไม่กี่คนแล้วถาม

“เขตเสียเฟิง” อวิ๋นชงพูดอย่างนิ่ง ๆ

“เขตเสียเฟิงหรือ” ผู้ตรวจการอึ้งไปอีกครั้ง พวกเขาเป็นหน่วยกำกับสถาบันเขตจื้อหลิง ไม่สามารถไปควบคุมเขตเสียเฟิงได้ แม้คิดที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากพี่น้องหน่วยอื่นก็ยังไม่อาจกระทำได้ เพราะว่าเขตเสียเฟิงไม่มีหน่วยกำกับสถาบัน เรื่องราวทุกอย่างอยู่ภายใต้การดูแลของจวนเจ้าเมืองเขตเสียเฟิงโดยตรง จวนเจ้าเมืองมิได้เป็นพี่น้องกับพวกเขา

“เช่นนั้นพวกเขาก็ศึกษาอยู่ที่นี้มาโดยตลอดใช่หรือไม่” หลังจากผู้ตรวจการครุ่นคิดอีกสักพักก็ถามอีกข้อ

“เรื่องนี้ ก็มิใช่” ครั้งนี้อวิ๋นชงอยากจะหัวเราะออกมาจริง ๆ แล้ว ตอนแรกที่เชิญพวกเขามาศึกษาที่สถาบันเทียนเจ้าแล้วถูกปฏิเสธ เขายังรู้สึกว่าไร้หน้าตาอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้กลับรู้สึกโชคดีมากที่เด็กน้อยหลายคนนั้นปฏิเสธไป การต่อยตีกับใต้เท้าผู้ตรวจการเหล่านี้เกรงว่าจะลอยตัวได้แล้ว หน่วยกำกับสถาบันควบคุมดูแลสถาบัน แต่พวกเขามิได้อยู่ในขอบเขตอำนาจของท่าน จะทำอย่างไรกับพวกเขาได้เล่า แน่นอนว่าสามารถจะใช้กำลังบังคับได้ตราบใดที่รู้สึกว่ากำลังมิใช่ปัญหา แต่พอมองดูคนที่หน้าปูดบวมอยู่บนพื้นแล้ว เกรงว่านี่คงจะเป็นปัญหามิใช่น้อย

ผู้ตรวจการมาถึงทางตันโดยสิ้นเชิง ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะกลายเป็นเช่นนี้ ตอนนั้นเองเซี่ยปั๋วเจี่ยนกับศิษย์ของเขาก็ได้มาถึง เมื่อได้ยินอวิ๋นชงใช้คำพูดนี้สกัดหน่วยกำกับสถาบันเอาไว้ก็ยิ้มอย่างเย็นชาครั้งหนึ่งแล้วหันไปขยิบตาให้ผู้ตรวจการ

เรื่องเจ้าปีศาจน้อยสี่ตนนี้อาจไม่แน่ชัด แต่ฉู่หมิ่นเล่า ฉู่หมิ่นเป็นคนของสถาบันเทียนเจ้า อีกทั้งยังเป็นหัวหน้าศาสตราจารย์อีกด้วย ไม่ว่านางจะสั่งสอนใคร แต่นางก็ยังเป็นอาจารย์ของสถาบันเทียนเจ้า ใช้แม้แต่วิชาตัดวิญญาณ นั่นเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างแน่นอน เรื่องนี้ อวิ๋นชงท่านจะแก้ตัวได้อย่างไร

ผู้ตรวจการแม้ว่าจะโกรธเกรี้ยว แต่มันไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจของพวกเขาก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ เมื่อเห็นเซี่ยปั๋วเจี่ยนขยิบตาให้เขา ก็ต้องโยนเรื่องนี้ทิ้งไปก่อน

“ผู้อำนวยการอวิ๋นชงครับ” ผู้ตรวจการทำสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ในเวลาเดียวกันก็ยกป้ายแขวนเอวออกมาแสดงให้อวิ๋นชงดู แม้ว่าฐานะของเขาจะชัดเจนอยู่แล้วก็ตาม

“พวกเราได้รับข้อมูลมา บอกว่าในสถาบันเทียนเจ้ามีอาจารย์ที่ใช้วิชาตัดวิญญาณ ไม่ทราบว่ามีเรื่องเช่นนี้จริงหรือไม่ครับ” ผู้ตรวจการกล่าวพลางทอดสายตามองซูถังกับม่อหลิน ชัดเจนว่านักเรียนทั้งสองคนตกอยู่ภายใต้วิชาตัดวิญญาณ จับได้คาหนังคาเขา แต่พอผู้ตรวจการอ้าปากพูดก็มิได้เอ่ยถึงนักเรียนคนไหนเลย แต่พุ่งเป้าไปที่อาจารย์โดยตรง

สีหน้าอวิ๋นชงหนักหน่วงขึ้นมาทันที อารมณ์ยินดีที่มีอยู่หายไปไม่เหลือร่องรอย ตอนที่เดินมาเขาก็ใคร่ครวญอยู่ว่าจะสามารถใช้ฐานะของนักเรียนสี่คนนี้ให้เป็นประโยชน์ได้หรือไม่ ผลลัพธ์ก็ออกมาได้น่าพอใจอย่างที่คิดเอาไว้ แต่ผู้ตรวจการกลับไม่กล่าวว่าเป็นเรื่องของนักเรียนเลย เพียงมุ่งไปที่ฉู่หมิ่นผู้เป็นอาจารย์ เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเรื่องที่เซี่ยปั๋วเจี่ยนแอบบอกอย่างลับ ๆ การโจมตีทั้งภายนอกภายในเช่นนี้ เกรงกว่าเรื่องของฉู่หมิ่นนี้จะไม่สามารถพูดให้คลุมเครือไปได้แล้ว

“เฮ้อ...” อวิ๋นชงถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันมองไปทั้งสี่ทิศแล้วถามว่า “ฉู่หมิ่นเล่า”

 “ครูฉู่หมิ่นไปหาสุราครับ” ลู่ผิงตอบ จากนั้นก็กล่าวต่อว่า “แต่ถ้าจะมาพูดเรื่องวิชาตัดวิญญาณอะไรนี่ก็ไม่ต้องไปหาครูฉู่หมิ่นก็ได้ เพราะนี่มิได้เกี่ยวข้องกับนาง แต่เป็นพวกเราเองที่ใช้วิชานี้ฝึกฝน”

“เอ๊ะ” อวิ๋นชงประหลาดใจ แต่จากนั้นก็จิตใจปลอดโปร่งขึ้นมา นักเรียนผู้นี้ความคิดว่องไวทีเดียว! เขาพบว่าหน่วยกำกับสถาบันไม่อาจทำอย่างไรกับพวกเขาได้ จึงตัดสินใจรับผิดชอบเรื่องวิชาตัดวิญญาณนี่ด้วยเลย น่าสนใจจริง ๆ!

แน่นอนว่าอวิ๋นชงก็ทราบชัดว่าผู้อื่นมิได้ช่วยเขาหรือช่วยสถาบัน ลู่ผิงกล่าวเช่นนี้ก็เพียงแค่ต้องการปกป้องฉู่หมิ่นเท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ อีกฝ่ายพุ่งเป้ามาที่ฉู่หมิ่นได้ชัดเจนเกินไปแล้ว

“พวกเจ้าฝึกฝนเองหรือ พวกเจ้าฝึกฝนเอง แล้วมาออกจากเขตเสียเฟิงมาที่สถาบันเทียนเจ้าทำไม” ผู้ตรวจการยิ้มอย่างเย็นชา

“นั่นสิ ทำไมนะ” ลู่ผิงหันไปถามซีเฟิ๋น

“อาจจะเพราะว่าที่นี่...อากาศดีหรือเปล่า” ซีเฟิ๋นพูดอย่างลังเล เรื่องการพูดจาไร้สาระนี่ เขาไม่เก่งเลยจริง ๆ!

“เหลวไหล! ไร้เหตุผลสิ้นดี!” เซี่ยปั๋วเจี่ยนทนไม่ได้อีกต่อไป

ใช่ เป็นเรื่องเหลวไหล เป็นเรื่องไร้เหตุผลสิ้นดี ใครก็เห็น ใครก็เข้าใจ แต่ปัญหาก็คือ ใครเล่าจะอธิบายได้

............................................................

 

ตอนที่ 88 – ต้องตรวจสอบ




NEKOPOST.NET