Heaven Awakening Path ตอนที่ 84 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.84 - ช่วงเวลาที่เกิดช่องว่าง


ตอนที่ 84 – ช่วงเวลาที่เกิดช่องว่าง

 

“ตั้งสมาธิ จินตนาการ! จินตนาการรูปลักษณ์ของพลังวิญญาณแห่งเสียง บริสุทธิ์ ไม่แปดเปื้อนรูปลักษณ์อื่นใด จากนั้นก็สลัดรูปลักษณ์อื่นออกไป แล้วอย่าให้มันเข้ามาใกล้อีก! จากนั้นก็...”

แครก!

ไม่สำเร็จอีกแล้ว เศษไม้ในมือลู่ผิงแตกออกอีกครั้ง เขามีสีหน้าเจ็บปวดมองไปยังฉู่หมิ่น

เป็นการฝึกฝนในอีกเช้าวันหนึ่ง เศษไม้ชิ้นใหญ่กลายเป็นชิ้นเล็ก ดูเหมือนไม่มีพัฒนาการใด ๆ เลย

“จินตนาการ จินตนาการอย่างไรครับ” ลู่ผิงถามฉู่หมิ่นขอคำแนะนำ

“จินตนาการ...ก็คือจินตนาการ...” ฉู่หมิ่นกล่าว พยายามที่จะอธิบายให้ลู่ผิงฟังอย่างละเอียดขึ้น ฉู่หมิ่นแสดงออกถึงนิสัยที่ไม่ละเอียดอ่อนของนาง สิ่งที่นางบรรยายมาค่อนข้างเป็นนามธรรม เจ้า “จินตนาการรูปลักษณ์” อะไรนี่ ลู่ผิงไม่เข้าใจสักนิด

“ลู่ผิงเขาไม่รู้ว่าพลังวิญญาณแห่งเสียงบริสุทธิ์ของเขาเป็นเช่นไรกระมังครับ แบบนี้จะให้เขาหาทางแยกแยะก็ดูจะยากไปหน่อย” ซีเฟิ๋นนั่งอยู่บนรถเข็น เข็นตัวเองไปตรงจุดที่มีแสงแดดส่องถึง เมื่อได้ตำแหน่งที่ดีแล้ว เขาก็จัดทิศทางที่แสงแดดส่องลงมาแล้วกล่าวต่อว่า “ครูฉู่หมิ่น ทำไมท่านไม่ใช้วิชาตัดวิญญาณกับลู่ผิงด้วยล่ะครับ ไม่ใช่เพื่อเชื่อมต่อ แต่ให้เขารับรู้ว่าพลังวิญญาณบริสุทธิ์มันเป็นอย่างไร ให้เขาคุ้นเคยกับ...เอ่อ รูปลักษณ์น่ะครับ” ซีเฟิ๋นสุดท้ายก็ว่าตามคำพูดของฉู่หมิ่น

“เพราะข้าทำไม่ได้” ฉู่หมิ่นตอบอย่างเรียบง่าย

“เอ๊ะ”

“พลังวิญญาณของเขาที่ยากจะแยกแยะได้ นี่กับการพันธนาการของโซ่กักวิญญาณที่มีต่อพลังวิญญาณของเขาเกี่ยวพันกันมาก แม้ว่าข้าจะสอดมือเข้าไปจากภายนอกก็ยังต้องถูกสิ่งนี้รบกวนเช่นกัน ข้าเองก็ทำไม่ได้” ฉู่หมิ่นกล่าว

“หรือว่าอีกอย่างก็คือ ครูฉู่หมิ่น สิ่งที่ท่านอยากให้เขาทำ ตัวท่านเองก็ยังทำไม่ได้หรือครับ” ซีเฟิ๋นกล่าว

“ใช่ เขาไม่มีทางเลือกอื่น” ฉู่หมิ่นกล่าว

“เอ่อ...สู้ ๆ นะ!” ซีเฟิ๋นพูดกับลู่ผิง

“อืม!” ลู่ผิงพยักหน้า ไม่หวั่นไหวหรือหมดกำลังใจ แล้วหยิบเศษไม้ขึ้นมาอีกชิ้นหนึ่ง จากการฝึกฝนสองวันมานี้ เศษไม้มีขนาดเล็กมากแล้ว สองวันมานี้ นอกจากตอนที่เต้าเหรินมาก่อเรื่องแล้ว ลู่ผิงไม่ได้เกียจคร้านเลย

แต่...

รูปลักษณ์ นั่นมันอะไรกันแน่นะ

ลู่ผิงมองดูเศษไม้ในมือของตนพลางครุ่นคิด ให้ลองไปเรื่อย ๆ ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน อาจจะมีพัฒนาการ แต่มันจะอยู่ห่างจากความสำเร็จสูงสุดแค่ไหนกัน

ถ้าไม่มีทิศทางก็ได้แต่ก้าวหน้าทีละเล็กละน้อย ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน ก็จะต้องมีวันที่สำเร็จ

ลู่ผิงคิดแล้วก็รวบรวมสมาธิ ควบคุมพลังวิญญาณ

จากช่องว่างของโซ่กักวิญญาณ ขโมยพลังวิญญาณออกมา เรื่องนี้ลู่ผิงเชี่ยวชาญมากแล้ว นี่เป็นสิ่งที่เขาตอนอยู่ในสถาบันไจเฟิงใช้เวลาสามปีฝึกฝนอย่างหนัก

ตอนที่เพิ่งมาถึงสถาบันไจเฟิงในปีแรก หลบหนีออกจากองค์กรได้เพียงไม่นาน พลังวิญญาณถูกโซ่กักวิญญาณพันธนาการไว้โดยสิ้นเชิง ลู่ผิงทั่วทั้งร่างไม่มีพลังวิญญาณเลย ตอนแรกเขาก็พยายามลองดูว่าจะใช้วิธีการที่อาจารย์ในสถาบันสั่งสอนสัมผัสพลังวิญญาณใหม่ได้หรือไม่ แต่ก็ไร้ผลโดยสิ้นเชิง ไม่นานเขาก็กลายเป็นคนที่แย่ที่สุดในสายตาของทุกคน ลู่ผิงเลิกล้มความพยายามนี้ทันที เริ่มค้นหาวิธีการของตนเอง ดังนั้นจากคนไร้พรสวรรค์ในสายตาของอาจารย์และเพื่อนนักเรียนทุกคน เขาจึงกลายเป็นสวะที่ไม่ยอมฝึกฝน

ลู่ผิงไม่สนใจ เขาเริ่มมองหาวิธีกำจัดโซ่กักวิญญาณ จากการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า พยายามใช้ประสาทสัมผัสสำรวจพลังภายในร่างทั้งวันทั้งคืน ลู่ผิงก็ค้นพบช่องว่างเล็กน้อย

ในชั่วเวลาเพียงพริบตา เกิดช่องว่างชั่วขณะ แต่ในช่องว่างสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่กล้าแข็งยิ่งนัก ยิ่งกว่าทุกครั้งในตอนที่ลู่ผิงถูกองค์กรจับไปทดลอง แม้แต่ตอนที่เขาฉวยโอกาสหลบหนีออกมาจากองค์กร ตอนนั้นพลังวิญญาณที่หลุดพ้นพันธนาการก็ยังมีไม่มากเท่า

แต่ครู่เดียว ช่องว่างนั้นก็หายไป พลังวิญญาณอันกล้าแข็งก็ไม่อยู่แล้ว

แต่ลู่ผิงมองเห็นความหวังแล้ว เขาเริ่มเล่นซ่อนหากับช่องว่างพวกนั้น พยายามให้ในเวลาที่เขาต้องการก็จะหาช่องว่างเช่นนั้นเจอภายใต้พันธนาการของโซ่กักวิญญาณอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่เจอช่องว่าง เขาก็จะพยายามดึงพลังวิญญาณออกมาจากช่องว่างนั้น

เขาพบช่องว่างบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนครั้งที่เขาพยายามดึงพลังวิญญาณออกมาก็เพิ่มมากขึ้นตามกัน

แต่ก็ไม่สำเร็จ

ช่วงเวลาที่เกิดช่องว่างมันสั้นเกินไป เพียงพริบตาเดียว สั้นเกินกว่าที่จะดึงพลังวิญญาณอันใดออกมาได้ ลู่ผิงพยายามลองใช้วิธีการควบคุมมากมายที่ศึกษามาจากสถาบัน วิธีควบคุมพลังวิญญาณต่าง ๆ นานา แต่ก็ไม่ได้ผล มันช้าเกินไป ช้าไปมาก ๆ

เขาได้แต่ลองผิดลองถูกไปคนเดียว จับช่วงเวลาเล็กน้อยที่มีช่องว่างนั้น ดึงพลังวิญญาณออกมา

พยายามอยู่หนึ่งปีเต็ม ในที่สุดลู่ผิงก็ทำได้

แม้ว่าช่องว่างที่เกิดขึ้นจะยังไม่เสถียร ตอนที่เจอช่องว่างก็ไม่ใช่ว่าจะขโมยพลังวิญญาณออกมาได้ทุกครั้ง แต่อย่างน้อยในสิบครั้งก็จะสำเร็จครั้งหนึ่ง

พลังวิญญาณที่ขโมยได้ไม่มากนัก แต่พลังที่ได้รับเป็นของจริง นี่ทำให้ลู่ผิงตื่นเต้นดีใจมาก แม้ว่าตอนนั้นในสถาบันไจเฟิงเขาจะมีชื่อเสียงว่าเป็นสวะแล้ว แต่ขอเพียงเขาขโมยพลังวิญญาณออกมาจากช่องว่างนั้นได้ ในชั้นปีที่หนึ่งก็ถือว่าสัมผัสพลังวิญญาณได้ถึงหกประเภทแล้ว

เมื่อมีประสบการณ์ในการทำสำเร็จแล้ว หลังจากนั้นพัฒนาการก็เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ปีที่สองยังไม่สิ้นสุด การเล่นซ่อนหากับช่องว่างก็ง่ายดายยิ่งแล้ว เมื่อไหร่ที่ต้องการ เขาก็หาช่องว่างได้ทุกเมื่อ การขโมยพลังวิญญาณก็สำเร็จบ่อยครั้งขึ้นทุกที ปีที่สองผ่านพ้นไปเขาก็หมื่นครั้งไม่พลาดสักคราแล้ว

ในตอนนั้นพลังวิญญาณที่เขาขโมยออกมาได้ก็กล้าแข็งกว่าครั้งแรกมากนัก เพราะความเร็วในการควบคุมพลังวิญญาณสูงขึ้น ระยะเวลาที่ช่องว่างคงอยู่เหมือนเดิมตลอด เมื่อควบคุมได้เร็วขึ้น พลังวิญญาณที่ขโมยออกมาก็ย่อมกล้าแข็งขึ้น

สองปีที่ลองผิดลองถูกมาโดยตลอด ทำให้ลู่ผิงเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ พอถึงปีที่สามเขาก็เริ่มลองวิธีการใหม่ ๆ เช่นว่า หาช่องว่างใหม่เรื่อย ๆ ในขณะที่ขโมยพลังวิญญาณออกมา

ในทางทฤษฎีแล้ว ถ้าทำเช่นนั้นได้ โซ่กักวิญญาณนี้ก็จะกลายเป็นของไร้ค่า

แต่ความพยายามในด้านนี้กลับจบลงด้วยความล้มเหลว แม้ว่าเขาจะหาช่องว่างได้สองช่องอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่อาจลบเลือนความจริงที่ว่าช่องว่างทั้งสองนี้จะปิดตัวลง ดังนั้นไม่ว่าจะเร็วแค่ไหน มันก็จะปิดตัวลง เมื่อปิดแล้วก็เป็นการขัดขวางการควบคุมพลังวิญญาณ พลังวิญญาณที่ขโมยมาในครั้งที่สองกับพลังวิญญาณที่ขโมยมาก่อนหน้าจะมีส่วนที่ตัดขาดจากกันเสมอ ไม่สามารถควบคุมต่อเนื่องกันได้

เมื่อทำไปอย่างต่อเนื่องก็เป็นเพียง ความต่อเนื่องแบบปลอม ๆ มันก็แค่การทำซ้ำอย่างรวดเร็ว ขโมยพลังวิญญาณ ช่องว่างปิดตัว พลังวิญญาณก็ถูกดึงกลับ วนเวียนอยู่แบบนี้

ไม่สามารถควบคุมอย่างต่อเนื่องได้ก็ได้แต่พยายามระเบิดพลังในช่วงสั้น ๆ เท่านั้น และเรื่องนี้ก็ยังต้องพึ่งพาความเร็ว ในเวลาเดียวกันลู่ผิงก็ลองหาหนทางอื่น เป็นการหาช่องว่างสองช่องพร้อมกัน ยิ่งถ้าได้มากกว่าสองช่องว่าง พลังวิญญาณที่ขโมยออกมาก็ย่อมต้องมีพลังกล้าแข็งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

แต่โชคร้ายที่จุดนี้เขาก็ยังทำไม่สำเร็จ กลับกัน เขากลับพบว่าเมื่อขโมยพลังวิญญาณออกมาจากช่องว่างรวดเร็วเกินไปก็จะทำให้โซ่กักวิญญาณปรากฏขึ้นมากดดันเขาอย่างบ้าคลั่ง

ใช่หรือไม่ว่าวันหนึ่ง การระเบิดพลังในเวลาที่เกิดช่องว่างจะสลัดพันธนาการของโซ่กักวิญญาณออกไปได้จนหมดสิ้น ลู่ผิงก็ไม่รู้เช่นกัน อย่างน้อยตอนนี้ฉู่หมิ่นก็เสนอให้เขาไม่ต้องหาพลังวิญญาณที่กล้าแข็งที่สุด แต่ให้หาพลังวิญญาณที่ต้องการในพริบตาเดียว

ช่วงเวลาที่เกิดช่องว่าง...

นี่เป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดสำหรับลู่ผิง

ถ้าไม่ถูกพันธนาการไว้เช่นนี้ ถ้าสามารถควบคุมพลังวิญญาณอย่างต่อเนื่องได้ ลู่ผิงก็เชื่อว่าตนเองจะสามารถควบคุมพลังวิญญาณบริสุทธิ์ทั้งหกประเภทได้

แต่ด้วยพันธนาการนี้ ลู่ผิงรู้สึกว่าตนเองกลับไปสู่จุดเริ่มต้นใหม่ กลับไปตอนที่เพิ่งค้นพบช่องว่าง จากนั้นก็พยายามสุดชีวิตที่จะขโมยพลังวิญญาณออกมาจากช่องว่างนั้น

วิธีการอะไรก็ไม่สำคัญ

สิ่งสำคัญคือความเร็วของวิธีการนั้น

เขาพึ่งพาความเร็ว ถึงได้ขโมยพลังวิญญาณออกมาจากช่องว่างได้

และตอนนี้เขาก็ต้องการความเร็ว เพื่อที่ในระยะเวลาอันสั้นจะสามารถหาพลังวิญญาณที่เขาต้องการจากนั้นก็ดึงมันออกมา

ความยากลำบากอยู่ตรงนี้

สิ่งที่เขาต้องฝึกให้สำเร็จคือความเร็วนี้

ดูเหมือนจะรีบเร่งไม่ได้...

ลู่ผิงคิดถึงช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา เศษไม้ในมือแตกหักอีกครั้ง

ช้าไป! เอาใหม่!

ลู่ผิงไม่หยิบเศษไม้ขึ้นมาแล้ว เขากดมือเข้าไปในกองเศษไม้ตรง ๆ เลย

ไม่จำเป็นต้องไปตรวจดูผลลัพธ์แบบนั้นเสมอก็ได้ เขารู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร จากนั้นก็เริ่มการฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งโดยไม่หยุดพัก!

แครก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เศษไม้เริ่มแตกละเอียด แต่ความเร็วกลับพุ่งสูงขึ้น อีกครั้งและอีกครั้งถูกลู่ผิงพยายามและทำให้มันแตกหักลงซ้ำ ๆ ซาก ๆ

................................................................

ตอนนี้ดูค่อนข้างน่าเบื่อนะคะ แปลนานด้วย (ตอนไหนคำพูดเยอะ ๆ จะแปลง่ายกว่า ศัพท์พูดมันจะไม่หลากหลายเท่าศัพท์บรรยายน่ะค่ะ)

 

ตอนที่ 85 – ความเร็วเทพ




NEKOPOST.NET