Heaven Awakening Path ตอนที่ 82 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.82 - อาจารย์ของเวินเหยียน


ตอนที่ 82 – อาจารย์ของเวินเหยียน

 

“ครูครับ...”

คนกลุ่มหนึ่งรีบออกจากห้องประชุมตามเซี่ยปั๋วเจี่ยน*ไป แต่เซี่ยปั๋วเจี่ยนเดินเร็วมาก ไม่คิดที่จะรั้งรอผู้ใดเลย ทุกคนไม่กล้าเร่งเท้าเข้าไปใกล้เกินไป พวกเขาทุกคนต่างก็เสียหน้ามากในวันนี้ แต่ไม่มีผู้ใดที่จะเสียหน้ายิ่งไปกว่าเซี่ยปั๋วเจี่ยนอีกแล้ว ลั่วถิงเป็นศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจ ทุกคนก็เพราะว่าเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างไร้ข้อกังขาถึงได้ยืนอยู่ข้างเขา ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายกับกลายเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง การกระทำของลั่วถิงครั้งนี้ ทำให้เงยหน้ามองผู้อื่นไม่ได้จริง ๆ

ช่างเสื่อมเสียยิ่งนัก!

เซี่ยปั๋วเจี่ยนเดินลงบันไดอย่างเร่งรีบ คนข้างหลังก็เดินตาม แต่พวกเขาไม่กล้าไล่ตามให้ทัน ข้างหน้าพวกเขามีชายชราผู้หนึ่งกำลังเดินขึ้นบันได ทั้งเส้นผมและหนวดเคราต่างเป็นสีขาว ถ้าไม่ใช่เพราะสวมชุดศาสตราจารย์อยู่ก็คงไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหนแล้ว ดู ๆ ไปเหมือนจะเป็นเทพเซียนมากกว่า

“เซี่ยปั๋วเจี่ยน” ชายชราเห็นเซี่ยปั๋วเจี่ยนก็อ้าปากเรียก เสียงที่ออกมาดังอย่างแปลกประหลาด แต่เซี่ยปั๋วเจี่ยนทำเป็นเหมือนไม่ได้ยิน รีบเดินผ่านไปและก็ไม่หันกลับไปมอง ผู้อื่นก็ไม่สนใจชายชรามากนัก ยังคงติดตามไป แต่ที่เดินทางชั้นหนึ่งพวกเขากลับได้พบกับเต้าเหรินที่ได้รับการช่วยเหลือจากบรรดาน้องชายของตัวเอง เดินโขยกเขยก จมูกบวมเป่งมาทางนี้ ดูเหมือนกำลังจะไปที่ห้องประชุมชั้นบนสุด เมื่อครู่ก่อน สายลมของฉู่หมิ่นพัดเขาลอยขึ้นฟ้าไป แต่ตกลงมาไม่ดี สุดท้ายก็แขวนอยู่บนต้นไม้ บรรดาน้องชายต้องพยายามอย่างหนักกว่าจะช่วยเขาลงมาได้

“ท่านลุง!!” เต้าเหรินเหลือบเห็นเซี่ยปั๋วเจี่ยนก็ตื่นเต้นดีใจมาก สีหน้าโกรธแค้นชี้ไปทางสุดปลายของทางเดินชั้นหนึ่ง บ่นว่า “พวกเขาทำให้ลั่วถิงตาย! พวกเขาสังหารลั่วถิง!”

“ข้ารู้แล้ว เขาสมควรตายแล้ว” เซี่ยปั๋วเจี่ยนกล่าว

“อะไรนะครับ” เต้าเหรินอึ้งไป

“เพราะเขามันโง่เง่า จะทำเรื่องแบบนี้ อย่างน้อยก็อย่าดึงข้าลงน้ำขุ่นด้วยสิ!” เซี่ยปั๋วเจี่ยนหยุดลงมองไปที่สุดปลายของทางเดิน หลังจากกล่าวคำพูดเช่นนั้นก็เดินต่อ รีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้

คนอื่นเดินตาม เต้าเหรินก็ไม่กล้าถามไถ่มากความอีก รีบดุบรรดาน้องชายให้รีบช่วยพยุงเขาตามไปให้ทัน มีเพียงเฉียวเฉิงที่ยืนอึ้งอยู่กับที่

เขาไม่กล้าเชื่อเลย เขาเกือบจะคิดว่าตนเองได้ยินผิดไปแล้ว

เมื่อครู่นี้ ท่านอาจารย์พูดว่าอะไรนะ เขาหมายความว่าเขาไม่ใส่ใจที่ลั่วถิงกระทำเรื่องราวเช่นนี้ เขาเพียงโกรธแค้นที่ลั่วถิงจัดการเรื่องราวไม่เรียบร้อยหรือ

นี่มันช่างเป็นเรื่องที่เลวทราม ต่ำช้า น่ารังเกียจอย่างที่สุด ท่านอาจารย์กลับ...ไม่ใส่ใจกระนั้นหรือ

เฉียวเฉิงรู้สึกเวียนศีรษะขึ้นมา

เขาเคารพนับถือท่านอาจารย์ดั่งเทพเจ้ามาเสมอ จู่ ๆ ก็ได้รู้จักอีกด้านของเขา เฉียวเฉิงคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าอีกด้านกลับยอมรับไม่ได้ถึงเพียงนี้

ในช่วงเวลาที่โกรธแค้นนี้ นี่ก็คือ...โฉมหน้าที่แท้จริงของท่านอาจารย์หรือ

“เฉียวเฉิง รีบมาเร็ว!” ตอนนั้นเองสือจงเทียนถึงได้รู้ตัวว่าเฉียวเฉิงอยู่ข้างหลัง รีบเรียกเขา

“เออ...” เฉียวเฉิงขานรับเสียงดังแล้วรีบตามไป ความเร็วของเขานั้นรวดเร็วที่สุด แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าท่านอาจารย์อยู่ห่างจากเขาไปไกลขึ้นทุกที ไม่ว่าเขาจะเร็วแค่ไหนก็เป็นไปไม่ได้ที่จะตามให้ทัน เพราะว่าเส้นทางที่เขาอยากจะไปดูเหมือนจะเป็นคนละเส้นทางกัน

 

ชั้นบนสุด ห้องประชุม

เซี่ยปั๋วเจี่ยนจากไปครั้งนี้ คนในห้องก็ตามไปกว่าครึ่ง ศิษย์ของเขาแน่นอนว่าต้องตามเขาไปโดยไม่ลังเล แม้ว่าคนอื่นจะไม่เป็นเช่นนั้น แต่ในเมื่อได้เข้าข้างเซี่ยปั๋วเจี่ยนไปแล้วก็รู้สึกอับอายเมื่อได้ทราบความจริง ไม่มีหน้าจะอยู่ต่อ

สุดท้ายแล้วคนที่ยังอยู่ก็มีเพียงคนที่เคยเงียบ ๆ มาก่อน อย่างน้อยก็มิได้พูดมากไป ตอนนี้ผู้อำนวยการอวิ๋นชงก็ยังอยู่ด้วย

ในห้องเงียบมาก ซีเฟิ๋นยังคงนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะที่ได้รับการจัดเป็นโต๊ะรักษาชั่วคราวที่มุมห้อง ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ เวินเหยียนเคลื่อนไหวได้แล้ว มือข้างหนึ่งกุมบาดแผล ค่อย ๆ เดินช้า ๆ มาที่โต๊ะประชุม นางได้ยินเสียงร้องดังเหมือนระฆังข้างนอกห้องว่า “เซี่ยปั๋วเจี่ยน” นางก็ทราบแล้วว่าใครมา

“เวินเหยียน ไม่เป็นไรใช่ไหม” ชายชรามาถึงห้องประชุมในเวลาอันรวดเร็ว ตอนแรกก็เหลือบมองเวินเหยียนอย่างห่วงกังวล แต่อยู่ ๆ ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็ก้มลงนั่งยอง ๆ มองดูใต้โต๊ะที่ด้านตรงข้าม เป็นนานก็ยังไม่โผล่ออกมา

“ครูทำอะไรคะ” เวินเหยียนอ้าปากถาม นี่เป็นอาจารย์ที่นางติดตามอยู่ แล้วยังเป็นอาจารย์ที่เก่าแก่ที่สุดคนหนึ่งของสถาบันเทียนเจ้าอีกด้วย ผู้มีพลังวิญญาณสองเชื่อมต่อคือเสียงและรส นามเสิ่นเหอ ศาสตราจารย์สถาบันเทียนเจ้าลำดับที่สี่

“ข้าจะดูว่าเจ้าเด็กน้อยนี่กำลังทำอะไรอยู่” เสิ่นเหอชี้นิ้วออกไป

“หา” ทุกคนมองตาม เสิ่นเหอหมายถึงผู้ที่ฟุบอยู่บนโต๊ะโดยไม่เคยขยับเขยื้อนเลยอย่างม่อหลิน

ทุกคนงงงัน แต่ใครจะเหมือนเสิ่นเหอที่ใช้วิธีแปลกประหลาดดูใต้โต๊ะ อาจารย์ทุกคนต่างก็สามารถใช้วิธีอื่นได้ ทุกคนใช้ความสามารถต่าง ๆ นานา ใช้ประสาทสัมผัสที่ตนเชี่ยวชาญที่สุดสังเกตม่อหลิน แล้วต่างก็พบสิ่งที่แปลกประหลาด

“เด็กนี่กำลังวางยาพิษ!” เสิ่นเหอกล่าวสรุปขึ้นมา

ม่อหลินที่นั่งฟุบโต๊ะ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ฟื้นขึ้นมา เขามิได้ขยับเขยื้อนอันใด หลังจากค่อย ๆ ขยับนิ้วมือปัดป่ายไปมาที่ใต้โต๊ะก็รู้สถานการณ์โดยคร่าว ๆ เขาไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริง จึงได้เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือตนเองขึ้นมาทันที

ไม่มีใครสนใจมองดูเขา ผู้ที่อยู่ใกล้เขาที่สุด ข้างหนึ่งคือผู้อำนวยการอวิ๋นชง นั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของโต๊ะ ไม่สามารถมองเห็นลูกไม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาใต้โต๊ะได้ แต่ทางข้างขวามือเป็นซูถัง ปกติแล้วย่อมไม่สามารถปิดบังนางได้ แต่ว่าซูถังกลับประสาทสัมผัสถูกตัดขาด ย่อมไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ม่อหลินร่างกายช่วงบนไม่ขยับเขยื้อน เพียงใช้มือที่ตกอยู่ใต้โต๊ะ ธูปหนึ่งก้านถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ จากนั้นก็หาไฟ จากนั้นก็ขยับไม้ขยับมือพยายามจะจุดธูปทั้ง ๆ ที่มองไม่เห็น

“เฮ้อ...” เสิ่นเหอที่สรุปได้แล้วยังไม่หยุด ในขณะที่ทุกคนยังอึ้งกันอยู่ เขาก็ยังรู้สึกเสียใจแทนม่อหลินที่จุดธูปพลาดไปอีกครั้งแล้ว!

“ซ้าย ไปซ้าย...” เสิ่นเหอท่องซ้ำ ๆ เหมือนจะบอกให้ม่อหลินสู้ ๆ

“ครูคะ...” สุดท้ายเวินเหยียนก็อดไม่ได้ต้องกล่าวขึ้นมา นางชินแล้วกับความประหลาดของอาจารย์ของนางเป็นครั้งคราว แต่ตอนนี้มีคนอื่นมองดูอยู่นะ ขายขี้หน้าไปแล้ว

“เด็กนี่โง่ขนาดนี้ได้อย่างไร ถึงจะเป็นสถานการณ์แบบนี้ก็ยังเกินไปแล้ว!” เสิ่นเหอยืดตัวขึ้นในที่สุด แต่ความสนใจในตัวม่อหลินก็อยู่เหนือกว่าความห่วงใยศิษย์แล้ว เขาใช้ความสามารถตรวจสอบม่อหลิน สุดท้ายก็ได้ผลลัพธ์ออกมา

“อะไรกัน” เขารับรู้สภาพของม่อหลิน หลังจากกวาดตามองไปรอบ ๆ สุดท้ายสายตาก็มาตกอยู่บนร่างฉู่หมิ่น

“ต้องเป็นท่านแน่ ๆ นอกจากท่านไม่มีใครกล้าหาญเช่นนี้อีกแล้ว” เสิ่นเหอกล่าวขึ้น

ฉู่หมิ่นยิ้ม ๆ แต่ก็มิได้กล่าวอะไร

“หยุดเขาได้แล้ว โต๊ะเกือบจะถูกเขาเผาอยู่แล้วนะ” เสิ่นเหอกล่าวขึ้นในที่สุด จากนั้นก็วิ่งไปดูแลศิษย์ของตัวเองทันที ลู่ผิงก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปหาม่อหลิน ดึงตัวเขาออกมาดู จริง ๆ ด้วย คนผู้นี้ยังขยับมือวุ่นวายอยู่เลย หลังจากถูกลู่ผิงดึงตัวขึ้นมา เขาที่ไร้พลังวิญญาณแห่งกายก็ยังพยายามต่อต้าน มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้ออย่างแม่นยำมาก

“เป็นข้า!” ลู่ผิงรู้ว่าไร้ผลแต่ก็ยังคงตะโกนออกไปตามสัญชาตญาณ เขายื้อยุดมือของม่อหลินเอาไว้ ไม่มีทางที่จะบอกสถานการณ์ตอนนี้ให้เขารู้ได้เลย แต่เมื่อมองกลับไปทางฉู่หมิ่นก็เกิดความคิดขึ้นมา เอื้อมมือออกไป บนโต๊ะมีสุราของฉู่หมิ่นที่กระเซ็นออกมาจากขวดที่โยนมาก่อนหน้านี้ ปาดนิ้วแล้วเอาไปแตะปากของม่อหลิน

พลังวิญญาณแห่งรส นี่เป็นพลังวิญญาณของม่อหลินที่มิได้ถูกตัดขาด ประสาทการรับรสก็ย่อมต้องไวมาก รู้ได้ทันทีว่ารสนี้เป็นสุราที่ฉู่หมิ่นดื่มอยู่ทุกวัน จากนั้นเขาก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะบอกอะไร ครูฉู่หมิ่นอยู่ที่นี้ วางใจเถอะ

ด้านม่อหลินปลอดภัยแล้ว อีกด้านหนึ่งชายชราเสิ่นเหอก็กระโดดขึ้นมา

“อะไรนะ เจ้าลูกกระต่ายนั่น มันไปตายที่ไหนแล้ว” เสิ่นเหอหลังจากฟังเวินเหยียนกระซิบบอกเรื่องราวก็โมโหขึ้นมาทันที

“ข้ามิได้บอกไปแล้วหรือว่าเขาตายแล้ว!”

“ข้ารู้แล้ว ข้าถามว่าตายที่ไหน ข้าอยากจะเอาศพมันมาต้ม!” เสิ่นเหอตะโกนก้อง เดิมทีก็เสียงดังอยู่แล้ว แต่นี่กลับดังยิ่งกว่า เหมือนจะมีการใช้พลังวิญญาณแห่งเสียงเข้าร่วมด้วย หน้าต่างของห้องประชุมสั่นสะเทือน

“ยายหนูเจ้าถึงไม่รู้ว่าทำไมถึงกลายเป็นผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งรูปไปได้ เรียนรู้ความสามารถอะไรของข้าไม่ได้เลย แต่ก็อย่าให้ผู้อื่นมารังแกได้ง่าย ๆ สิ” เสิ่นเหอร้องโหยหวน

“ท่านพูดมากมายเพียงนี้จะพูดให้ใครฟังกันคะ!” เวินเหยียนโมโห ก่อนที่นางจะมาติดตามท่านอาจารย์ พลังวิญญาณทั้งหกประเภทที่นางฝึกได้เชี่ยวชาญและราบรื่นที่สุดคือพลังวิญญาณแห่งเสียง แต่หลังจากติดตามเสิ่นเหอผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งเสียง พลังวิญญาณแห่งเสียงของนางก็หยุดชะงักไป พลังวิญญาณแห่งรูปที่เดิมทีต่ำกว่าเริ่มพัฒนาขึ้นมา ในที่สุดแซงพลังวิญญาณแห่งเสียงไปถึงชั้นฟ้าที่หกก่อน แล้วสุดท้ายก็เชื่อมต่อได้อย่างราบรื่น

พลังวิญญาณแห่งรูป นี่มิใช่พลังวิญญาณที่เสิ่นเหอเชี่ยวชาญเลย ความสามารถที่เขามี ทั้งหมดมาจากพลังวิญญาณแห่งเสียงและพลังวิญญาณแห่งรสที่เขาเชื่อมต่อได้ ไม่เคยหวังให้ลูกศิษย์ต้องเชื่อมต่อคู่กับพลังวิญญาณแห่งรสเหมือนเขา แต่อย่างน้อยก็น่าจะเชื่อมต่อได้สักหนึ่งอย่างใช่ไหม

เสิ่นเหอนิสัยแปลกพิสดาร เรื่องมากในการเลือกศิษย์มาก ไม่เพียงดูที่พรสวรรค์ แต่หน้าตา นิสัย หรือแม้แต่งานอดิเรกก็ยังต้องเป็นที่สบายตาของเขาด้วย หลายปีที่ผ่านมีเพียงเวินเหยียนที่เขาพอใจ ผลลัพธ์กลับกลายเป็นเช่นนี้

“เอ่อ ข้าว่านะ” อยู่ ๆ เสิ่นเหอก็หันไปพูดกับฉู่หมิ่น “ศิษย์คนนี้ของท่านมาจากไหน เปลี่ยนกับข้าเอาไหม”

“ไม่เปลี่ยน!” เวินเหยียนทั้งโกรธทั้งเสียใจ เมื่อครู่นี้ยังบอกอยู่เลยว่าเพราะทำให้นางอับอายจึงอยากจะจับลั่วถิงไปต้ม มาตอนนี้กลับบอกว่าจะเอานางไปเปลี่ยนกับลูกศิษย์ฉู่หมิ่นเสียแล้ว

“เฮ้อเฮ้อเฮ้อ” เสิ่นเหอถอนหายใจ ยังไม่ได้ฟังคำตอบของฉู่หมิ่น เพียงเวินเหยียนตะโกนว่า “ไม่เปลี่ยน” ก็เสียดายแล้ว

อาจารย์ท่านอื่นของสถาบันเทียนเจ้า รวมทั้งผู้อำนวยการอวิ๋นชงต่างก็รู้สึกปวดศีรษะ

ศิษย์อาจารย์คู่นี้ ช่างแปลกประหลาดนัก เสิ่นเหอชอบพูดรังเกียจที่เวินเหยียนไม่อาจจะเรียนรู้ความสามารถของเขาได้เลย เวินเหยียนก็กล้าต่อล้อต่อเถียงไม่เคารพเขา ตั้งแต่เริ่มแรกก็พบแล้วว่าพลังวิญญาณของเวินเหยียนพัฒนาขึ้นมาแซงหน้าผิดไปจากที่ควร แต่ศิษย์อาจารย์คู่นี้ก็ยังเข้ากันได้เช่นนี้อยู่นั่นเอง

เสิ่นเหออยากเปลี่ยน เวิ่นเหยียนปฏิเสธ

แต่ถ้าเป็นเวินเหยียนที่เสนอให้เปลี่ยน เกรงว่าจะเป็นตาของเสิ่นเหอที่จะปฏิเสธแล้ว

หนึ่งแก่หนึ่งเด็กคู่นี้ วุ่นวายมาก กลายเป็นคู่ศิษย์อาจารย์ที่น่าพิศวงที่สุดของสถาบันเทียนเจ้า

.....................................................

ใกล้หมึกเป็นสีดำ...

 

* ตอนนี้มีหลายจุดเลยค่ะที่อยู่ดี ๆ คนเขียนก็เขียนชื่อเซี่ยปั๋วเจี่ยนเป็นเซี่ยปั๋วหยวนไปซะงั้น ไม่รู้ว่าเบลอมาจากไหน แต่เราจะแปลเป็นเซี่ยปั๋วเจี่ยนไปให้หมดเลยนะคะ

 

ตอนที่ 83 – เส้นทางที่อันตราย




NEKOPOST.NET