Heaven Awakening Path ตอนที่ 78 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.78 - หัวหน้าศาสตราจารย์


ตอนที่ 78 – หัวหน้าศาสตราจารย์

 

“ท่านลุง!!”

“ครูครับ!!”

ไม่ว่าจะเป็นเต้าเหริน เฉียวเฉิน หรือสือจงเทียน หรือไม้แต่คนอื่น ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยปั๋วเทียนเพิ่งเปิดตัวมาเพียงครู่เดียวก็ลงไปกลิ้งคลุกฝุ่นแล้ว

ทุกคนแตกตื่น บางคนทำอะไรไม่ถูก ต้องทำอย่างไรในสถานการณ์นี้พวกเขาไม่คุ้นเคยจริง ๆ อาจารย์ผู้เปรียบเสมือนเทพสำหรับพวกเขาถูกคนชนล้มลงบนพื้น ชุดศาสตราจารย์อันแสดงถึงสถานะอันสูงส่งก็เปรอะเปื้อนดินโคลนและเศษใบไม้แห้ง

ทุกคนรีบพุ่งเข้าไปหา แต่ผู้ที่เร็วที่สุดก็ยังคงเป็นตัวเซี่ยปั๋วเจี่ยนเอง

ในฐานะผู้แข็งแกร่งผู้มีพลังวิญญาณสามเชื่อมต่อ เขาไม่เห็นนักเรียนสถาบันคนใดในสายตา ในการต่อสู้ระหว่างนักเรียน เขาคิดว่ามันก็ ** อยู่แล้ว

แต่เมื่อครู่นี้ ถ้าหมัดนั้นของซูถังเข้าเป้า ชีวิตน้อย ๆ ของเต้าเหรินก็อาจจะต้องจบสิ้นลง เซี่ยปั๋วเจี้ยนผู้รักหน้าตัวเองยังไม่อาจเห็นการตายไม่ช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่เป็นหลานต่างแซ่อันเป็นที่รักที่เขาเฝ้าดูการเจริญเติบโตมาอีกด้วย

เขาลงมือ สะท้อนการโจมตีของซูถัง กวาดมือไปตามสบาย นั่นไม่ทำให้ภาพพจน์ของเขาดูย่ำแย่ลง จากนั้นลู่ผิงกลับทะยานมาอย่างไร้เหตุผล เซี่ยปั๋วเจี่ยนย่อมไม่ต้องการจะรุนแรงเกินไป ยังคิดที่จะใช้ชั่วเวลาลัดนิ้วมือนี้ปัดการโจมตีอย่างง่าย ๆ รักษาภาพพจน์เหมือนเดิม แต่กลับพบว่าตนเองเตะถูกแผ่นเหล็กเข้าแล้ว พลังวิญญาณที่พุ่งขึ้นในพริบตาเดียวของลู่ผิงเกินกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้ เขาไม่ได้เตรียมพร้อม แม้จะเป็นผู้แข็งแกร่งผู้มีพลังวิญญาณสามเชื่อมต่อ การตอบโต้ในชั่วขณะนั้นของเขาก็ยังไม่เพียงพอที่จะหลบเลี่ยงหรือป้องกันได้อย่างสมบูรณ์

เขาล้มลง แม้ว่าศัตรูเองก็เป็นเช่นด้วยกัน แต่ด้วยสถานะและตัวตนของเขา ถูกเด็กหนุ่มจากสถาบันล้าหลังในเขตเสียเฟิงเรียกว่าเป็น “ศัตรู” ก็ทำให้เขาตกต่ำลงแล้ว ตอนนี้สู้เสมอกันเช่นนี้ สำหรับเขาถือเป็นความพ่ายแพ้ เขาเองก็เริ่มจะมีอารมณ์โกรธขึ้นมาแล้ว

เซี่ยปั๋วเจี่ยนที่ใบหน้าดูไม่ได้โผขึ้นจากพื้น แต่ชุดศาสตราจารย์ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยใบไม้แห้งก็ทำให้ภาพลักษณ์ที่สง่างามของเขาดูทุลักทุเลขึ้นมาถึงที่สุด

สำหรับเขา กระบวนท่าเดียวก็เอาชีวิตลู่ผิงได้แล้ว ก่อนหน้านี้ที่ถูกผลักล้มลงมาจากเรื่องราวที่ไม่คาดคิด เนื่องจากโซ่กักวิญญาณของลู่ผิง ทำให้ไม่อาจสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณจนกระทั่งเขาช่วงชิงมันออกมาใช้ ถึงแม้จะเป็นเซี่ยปั๋วเจี่ยนก็ยังสัมผัสไม่ได้โดยสิ้นเชิง ผลก็คือเมื่อพลังปะทุขึ้น กระบวนท่าที่เขาคิดว่าเพียงพอแล้วก็กลับไม่พอขึ้นมา มิเช่นนั้นด้วยระดับพลังวิญญาณของเซี่ยปั๋วเจี่ยนแล้วมันมากเกินพอที่จะคลี่คลายกระบวนท่านี้

การกินกันไม่ลงเช่นนี้ย่อมต้องน่าหดหู่ใจมาก มันเป็นหายนะชัด ๆ แต่สถานะของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันเกินไป ทำให้เซี่ยปั๋วเจี่ยนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีในชั่วขณะนี้ เด็กหนุ่มที่ต่ำต้อยกว่าเขาถึงเพียงนี้ ถึงเขาจะลงมืออะไรด้วยก็ไม่อาจจะกอบกู้เกียรติภูมิคืนมาได้ ตรงกันข้าม กลับจะทำให้เขายิ่ง ** กว่าเดิม

โชคยังดีที่ยังมีเต้าเหริน

หลานชายต่างแซ่ที่เขาเฝ้าดูการเจริญเติบโตขึ้นมารับทราบสถานการณ์ของเซี่ยปั๋วเจี่ยนได้อย่างรวดเร็ว

“บังอาจนัก!” เขาตะโกนขึ้นมา พุ่งตัวไปข้างหน้าแทนที่เซี่ยปั๋วเจี่ยน เขาเป็นคู่มือของลู่ผิงหรือไม่ เรื่องนี้เขาไม่กังวลเลย ท่านลุงยังยืนอยู่ข้างหลัง เขายังจะพ่ายแพ้ได้อีกหรือ

ตรงจุดนี้ทุกคนก็คิดเหมือนกัน

ในตอนนี้ลู่ผิงนอกจากจะยอมแพ้แล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก ทุกคนเข้าใจว่าเมื่อครู่ที่เขาโจมตีเซี่ยปั๋วเจี่ยนได้สำเร็จเป็นเพราะโชคช่วย เขามิได้มีพลังที่จะต่อสู้กับผู้มีพลังวิญญาณสามเชื่อมต่อได้จริง ๆ

แต่ลู่ผิงไม่คิดที่จะถอยหนี เขาเหลือบมองอีกด้านหาซูถังผู้ที่เพิ่งจะถูกเซี่ยปั๋วเจี่ยนผลักออกไป สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

มีกำแพง เขาจะถล่มกำแพง มีต้นไม้ เขาจะโค่นต้นไม้ มีเซี่ยปั๋วเจี่ยน เขาจะสู้กับเซี่ยปั๋วเจี่ยน มีเต้าเหรินกับเซี่ยปั๋วเจี่ยนพร้อมกัน นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา สู้ไปพร้อมกันเลย!

ลู่ผิงทะยานขึ้น เขาชกหมัดออกไปหนึ่งหมัดแล้ว เขาใช้พลังเต็มที่ โซ่กักวิญญาณปรากฏขึ้นอีกครั้ง ผลก็คือจู่ ๆ ก็มีสายลมพุ่งออกมา สายลมแรง

เซี่ยปั๋วเจี่ยนสีหน้าแปรเปลี่ยนไปทันที พลังนี้ยิ่งยากจะมองออกกว่ากว่าพลังที่ลู่ผิงแสดงมาก่อนหน้านี้ตอนที่เขาล้มลงเสียอีก

“ถอย!” เขาตะโกน แต่เต้าเหรินไม่นำพา ยากยิ่งที่จะมีท่านลุงมาสนับสนุนถึงข้างสนาม เขาเตรียมที่จะแสดงอำนาจอย่างเต็มที่ หมัดนี้เขาจะไม่ยอมหยุดยั้งลง เพราะเขาไม่ตระหนักว่า “ถอย” นั้นออกมาจากปากของผู้ใด

จากนั้นเขาก็ลอยไปตามลม ร่างของเขา พร้อมทั้งหมัด จู่ ๆ ก็หายไป เต้าเหริน...ถูกสายลมพัดลอยหายไปแล้ว

หมัดนั้นของลู่ผิงก็ย่อมที่จะพลาดเป้าเช่นกัน เขาเตรียมที่จะลงมือเต็มที่ แต่ผลก็คือเป้าหมายที่เขาอยากจะจู่โจมกลับถูกสายลมพัดหายไปกะทันหันอย่างนั้นหรือ

“นี่มัน...อะไรกัน” นี่เป็นครั้งที่สี่แล้วที่เฉียวเฉิงรู้สึกเช่นนี้ วันนี้มาช่วยเต้าเหรินต่อยตี เขาได้เปิดหูเปิดหามาก เรื่องราวน่าตื่นตาตื่นใจเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เวลามันผ่านมานานเพียงใดแล้ว ถึงหนึ่งนาทีหรือยัง

เต้าเหรินถูกสายลมพัดลอยหายไป แต่มีอีกคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นแทนที่

การปรากฏตัวของฉู่หมิ่นอย่างน่าตื่นตะลึงกว่าเซี่ยปั๋วเจี่ยนอีก เซี่ยปั๋วเจี่ยนอย่างน้อยก็เหมือนจะลอยลงมาจากฟากฟ้า ยังมีการเคลื่อนที่ให้เห็น แต่ฉู่หมิ่น จู่ ๆ นางก็มายืนอยู่ตรงนั้น ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครสัมผัสได้

สตรีขี้เมา!

ในสายตาของนักเรียนเทียนเจ้า ฉู่หมิ่นนั้นไร้นาม จนกระทั่งเมื่อวานซืน พวกเขาถึงรู้ว่าฉู่หมิ่นนอกจากจะดื่มสุราแล้วยังเป็นอย่างอื่นด้วย นางเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณ และดูเหมือนจะแข็งแกร่งมากด้วย ว่ากันว่าวันนั้นนางหยุดยั้งลู่ผิงได้ในกระบวนท่าเดียว

เดี๋ยวนะ...

สตรีขี้เมานางนี้ หยุดลู่ผิงได้ในกระบวนท่าเดียว

แต่เซี่ยปั๋วเจี่ยนถูกลู่ผิงผลักล้มลง

เทียบกันแบบนี้ แสดงว่าสตรีขี้เมานางนี้เก่งกว่าเซี่ยปั๋วเจี่ยนอีกหรือ

ไม่ เป็นไปไม่ได้ ย่อมมิใช่เช่นนั้น

สถานการณ์ที่แตกต่างจะเปรียบเทียบกันได้อย่างไร

ครูเซี่ยปั๋วเจี่ยนก็เพียงไม่ทันตั้งตัว แต่สตรีนางนี้จะต้องโจมตีก่อนแน่ ๆ โจมตีก่อนอย่างสุดความสามารถ จะต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ

เหล่านักเรียนของเซี่ยปั๋วเจี่ยนมาถึงตอนนี้ก็รีบโต้แย้งแทนอาจารย์ของพวกเขา หลังจากหาเหตุผลได้ก็โล่งใจมิใช่น้อย จากนั้นพวกเขาก็เห็นอาจารย์ของพวกเขาเผชิญหน้ากับสตรีขี้เมา สายตานั้นจริงจังเหมือนกำลังมองแม่ทัพฝ่ายศัตรู ในความทรงจำของพวกเขาแม้แต่ตอนที่อาจารย์ของพวกเขาอยู่ต่อหน้าผู้อำนวยการอวิ๋นชงก็ยังหัวเราะพูดคุยสบาย ๆ ได้ ไม่เคยเห็นสายตาเช่นนี้มาก่อน

“ท่าน...” เซี่ยปั๋วเจี่ยนเพียงกล่าวได้คำเดียว แต่ทันใดนั้นก็มีสตรีนางหนึ่งใช้พลังวิญญาณอันกล้าแข็ง พึ่งพาพลังวิญญาณแห่งเสียงกระจายเสียงไปทั่วทั้งสถาบันเทียนเจ้า สิ่งที่เซี่ยปั๋วเจี่ยนกำลังจะพูดถูกขัดลงทันที

“มีใครอยู่ไหม....มานี่หน่อย!!!”

เวินเหยียน พยายามควบคุมพลังวิญญาณอย่างดีที่สุด สุดท้ายก็ใช้พลังวิญญาณแห่งเสียงตะโกนประโยคนี้ขึ้นมา

ฉู่หมิ่นไปทันที ความเคลื่อนไหวของเซี่ยปั๋วเจี่ยนก็ไม่ชักช้ากว่านาง ผู้อื่นมองดูเงาหลังของผู้แข็งแกร่งทั้งสอง ได้แต่รู้สึกตกตะลึง แต่เพียงไม่นาน บางคนก็ได้เห็นบางสิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่า

“ชุดของสตรีนางนั้น...” เฉียวเฉิงเดินไปถึงข้างกายสือจงเทียนแล้วกล่าวขึ้น

“ใช่...ข้าก็สังเกตเห็น...” สือจงเทียนผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งรูป สายตาย่อมดีมาก

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนเลย เพราะสตรีขี้เมานางนี้เมาสุราทั้งวัน น่าขายหน้ามาก ไม่มีผู้ใดอยากเข้าใกล้นาง ย่อมไม่มีผู้ใดไปสังเกตดูเสื้อผ้าของนาง

แต่ตอนนี้แผ่นหลังทั้งสองที่จากไปพร้อมกัน จู่ ๆ ก็เห็นถึงความแตกต่าง

ชุดศาสตรจารย์ของเซี่ยปั๋วเจี่ยนที่เปรอะเปื้อน มาถึงตอนนี้ก็สลัดคราบสกปรกไปได้มากแล้ว ในตอนนี้ชุดพัดพลิ้ว ดูสง่างามมาก

แต่ฉู่หมิ่น ชุดดูเก่า ไม่แน่ชัดว่าสีเดิมเป็นสีอะไร ความเร็วของนางไม่ด้อยไปกว่าเซี่ยปั๋วเจี่ยน แต่เสื้อผ้ากลับไม่ดูสง่างาม แต่กลับดูเหมือนกำลังแยกเขี้ยวกางเล็บ* ทำให้ผู้คนรู้สึกแปลกประหลาด

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เฉียวเฉิงและสือจงเทียนก็เห็นได้อย่างชัดเจน ชุดเก่าบนร่างฉู่หมิ่นนี้กับชุดบนร่างอาจารย์ของพวกเขามีรูปแบบเหมือนกันเลย

“ชุดศาสตราจารย์” เฉียวเฉิงกลืนน้ำลายอึกหนึ่งแล้วกล่าวขึ้น

ในสถาบันเทียนเจ้า นักเรียนมีระดับชั้นที่แตกต่าง อาจารย์เองก็มีสัญลักษณ์ของศักดิ์ฐานะเช่นกัน อาจารย์ที่โดดเด่นจะได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ ได้รับการยกย่องและทรัพยากรที่ดีกว่า และสามารถจะสวมใส่ชุดประจำตัวศาสตรจารย์นี้ได้

“ไม่เพียงเท่านั้นนะ” สือจงเทียนที่สายตาดีกว่าเอ่ยขึ้น เขาจ้องมองแผ่นหลังของฉู่หมิ่นอยู่ ลวดลายที่กลางชุดดูไม่ชัดเจนมานานแล้ว แต่เมื่อเขาใช้ “แยกแยะ” มองดู เมื่อมองลึกลงไปก็ยังมองเห็นได้ ลวดลายดวงสุริยันบนแผ่นหลัง มีรัศมีวงกลมล้อมรอบอยู่หนึ่งวง

หนึ่งวง นั่นคือที่หนึ่ง

“ไม่ใช่เพียงศาตราจารย์ แต่ในสถาบันเทียนเจ้าของเรา นางเป็น...หัวหน้าศาสตราจารย์” สือจงเทียนตื่นตะลึงอีกครั้ง เหมือนกับตอนที่พบว่าพลังเสริมสร้างของซูถังมีเพียงห้าเท่า แต่ครั้งนี้อย่างน้อยเขาก็พูดอย่างมั่นใจกว่า

ฉู่หมิ่น หัวหน้าศาสตราจารย์สถาบันเทียนเจ้า

.....................................................

 

*张牙舞爪 แยกเขี้ยวกางเล็บ ท่าทางข่มขู่

 

ตอนที่ 79 – ไม่ยอมฟังเหตุผล




NEKOPOST.NET