Heaven Awakening Path ตอนที่ 72 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.72 - เก็บกระบี่ของเจ้าก่อนค่อยว่ากัน


ตอนที่ 72 –เก็บกระบี่ของเจ้าก่อนค่อยว่ากัน

 

นักเรียนซวงจี๋เดินมามุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาไม่ทราบว่าผู้นี้คือคนที่ถูกฉู่หมิ่นไล่ล่า รู้เพียงว่ามีนักเรียนสิ้นชีพจากอุบัติเหตุ เว่ยอิ่งที่ตายไปกำลังสวมเครื่องแบบของซวงจี๋

“นี่ใครน่ะ”

“ชั้นปีอะไร”

นักเรียนต่างพูดคุย ผู้ที่เดิมที่กำลังไล่ตามฉู่หมิ่น หลังจากที่ฉู่หมิ่นหยุดลง ก็กลายเป็นการเผชิญหน้า

ฉู่หมิ่นขมวดคิ้ว เรื่องราวดำเนินไปในทิศทางที่นางไม่คาดคิดเลย

การสอดแนมของเว่ยอิ่งย่อมไม่มีประสงค์ดี สำหรับคนทั้งสี่ นอกจากลู่ผิงแล้ว วิธีการฝึกฝนของอีกสามคนที่เหลือมีอันตรายมาก ในเวลาเช่นนี้เมื่อได้พบกับศัตรูจากภายนอกจะไม่สามารถป้องกันตัวเองได้เลย

ดังนั้นฉู่หมิ่นจึงได้ตัดสินใจโจมตีอย่างแน่วแน่ บีบคั้นเว่ยอิ่งด้วยการติดตามมาไม่ห่าง นางตั้งใจจะล่อให้ผู้ร่วมงานของเขาปรากฏตัวขึ้นมา แล้วค่อยสอบสวนจุดประสงค์ของพวกเขา

ถ้านางสามารถติดตามในเงามืดได้ก็ดี

แต่ปัญหาเป็นอย่างที่ถังมู่คิด ฉู่หมิ่นไม่เก่งเรื่องแบบนี้จริง ๆ ส่วนเว่ยอิ่งกลับเก่งมาก ถ้าให้ลอบติดตามลับ ๆ นางไม่สามารถตามเว่ยอิ่งได้เลย แม้ว่าระดับพลังของนางจะเหนือกว่ามาก แต่ไม่มีความสามารถใดของนางที่เป็นเรื่องประเภทนี้ นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้วิธีการของตนเองสร้างแรงกดดันบังคับให้ศัตรูหงายไพ่ออกมา แต่นางไม่คาดว่าปฏิกิริยาของอีกฝ่ายจะเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้ แล้วเขาก็เสียชีวิตลงไปเลย นี่เป็นเรื่องที่นางไม่คาดคิดมาก่อนเลยจริง ๆ

ดังนั้นนางจึงไม่ได้อะไร สิ่งที่นางทราบก็มีเพียงว่าคนผู้นี้ปลิดชีพตนเองและไม่ได้ถูกใครลอบสังหาร นางมองดูไปรอบ ๆ ถึงสี่ครั้งแล้ว และในหมู่นักเรียนที่รายล้อมนางก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ

จากนั้นนางก็ถูกล้อม แต่ไม่มีผู้ใดกล้าพุ่งไปข้างหน้าจนกระทั่งคุณหนูฉินซางแห่งตระกูลฉินพุ่งมาอีกครั้ง ครั้งนี้นางกำกระบี่ไว้แต่แรกแล้ว ข้างหลังนางยังคงเป็นเด็กหญิงถือกระบี่ผู้นั้น

“อย่าหนีนะ!” นางกล่าว

ฉู่หมิ่นหันกลับไปมองนาง “ข้าหนีตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ดี!” ฉินซางขวางกระบี่ไว้เบื้องหน้า นางเห็นแล้วว่าศัตรูแข็งแกร่งมาก ระดับพลังเหนือกว่านาง แต่นางยังคงมั่นใจมาก ระดับพลังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่ง มันมิใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง การควบคุมพลังวิญญาณ ความสามารถที่มี แล้วยังอาวุธเวทที่สามารถเพิ่มพลังวิญญาณของผู้ถือ ทั้งหมดนี้ต่างส่งผลต่อความแข็งแกร่งโดยรวมของทุกคน

และนาง ผู้ตื่นรู้พลังวิญญาณแห่งรูป ก็มีการควบคุมพลังวิญญาณแห่งรูปที่ยอดเยี่ยมตามธรรมชาติ

สายเลือดตระกูลฉิน หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ มีพลังอำนาจและความสามารถที่มีเพียงคนในตระกูลถึงจะฝึกได้ มิใช่สิ่งที่จะสามารถเรียนรู้ได้จากสถาบัน แม้แต่สี่สถาบันหลักก็ไม่สามารถ

นอกจากนี้นางยังมีกระบี่ขุยอิงในมือซึ่งเป็นอาวุธระดับห้า ผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณหลายคนไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้พบอาวุธระดับห้าตลอดชั่วชีวิต ส่วนนางเติบโตมากับกระบี่นี้ตั้งแต่ยังเล็กแล้ว

ดังนั้นนางจึงไม่กลัว นางมีเหตุให้มั่นใจมากมายเหลือเกิน ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเด็กนั่นโยนกระบี่มาช้าเกินไป นางจะถูกสตรีนางนี้โยนไปได้ง่าย ๆ เช่นนั้นหรือ

ฉินซางหมุนข้อมือชี้กระบี่ไปทางฉู่หมิ่น พลังวิญญาณของนางถูกส่งเข้าไปในกระบี่ขุยอิง ตอนนั้นเองฉู่หมิ่นก็ได้ยกมือขึ้น เป็นมือที่ว่างเปล่า นิ้วทั้งห้ากางออก จากนั้นข้อมือของนางก็หมุนไปเช่นกัน

ลม!

ฉู่หมิ่นหมุนข้อมือแล้วก็สร้างลมขึ้นมาอย่างน่าตื่นตะลึง เป็นพายุหมุน แต่ลมนี้เล็กมาก มันหมุนวนออกจากจากมือของฉู่หมิ่นไปหามือของฉินซาง

ลมแรงเสียจนฉินซางไม่อาจต้านทานได้ ข้อมือของนางถูกลมบิดและนิ้วมือก็เปิดออกกว้าง กระบี่ขุยอิงหลุดออกจากมือลอยหายไปตามสายลม

สายลมพัดไป และสายลมก็พัดกลับมา พากระบี่ขุยอิงของฉินซางมาด้วย แต่มิได้กลับมาที่มือของฉู่หมิ่น ฉู่หมิ่นขยับมือครั้งหนึ่งและสายลมก็แปรเปลี่ยนไปทันที ครั้งนี้มันเจาะลงในพื้นดิน

เศษดินกระจายไปทั่ว พายุหมุนนี้แหลมคมมาก มันเจาะลงไปในพื้นดินตรง ๆ พร้อมกับกระบี่ขุยอิง ในพริบตาเดียวสายลมก็หายไป ทุกสิ่งถูกพื้นดินดูดกลืน กระบี่ก็หายไป ติดตามสายลมจมลงไปในดิน

“ก่อนอื่น เก็บกระบี่ของเจ้าก่อนค่อยว่ากัน” ฉู่หมิ่นพูดสบาย ๆ ทุกคนเห็นแล้วว่า เพียงนางลงมือก็สามารถกระชากกระบี่ของฉินซางมาได้อย่างง่ายดาย นี่นับว่าออมมือมากแล้ว ถ้าลมนั้นตรงไปยังศีรษะของฉินซางเล่า จะเกิดอะไรขึ้น

ใบหน้าของฉินซางเปลี่ยนสีเป็นประเดี๋ยวเขียวประเดี๋ยวขาว นางมองดูหลุมบนพื้นดิน ข้อมือขวาของนางยังชาอยู่เลย

เมื่อเทียบกับนักเรียนทั่วไปแล้ว นางมีความรอบรู้มากกว่ามาก ฉู่หมิ่นแข็งแกร่งเพียงใด นางมีประสบการณ์ในการรับรู้มากกว่าทุกผู้คน ในใจนางไม่พอใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่านางไม่ใช่คู่มือของศัตรูผู้นี้ในตอนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้นางไม่มีกระบี่ด้วย

“คุณหนู...” เด็กหญิงก้าวมาจากด้านหลัง

“ทำอะไรอยู่ ยังไม่รีบไปเอากระบี่ขึ้นมาอีก!” ฉินซางเรียก

“เจ้าค่ะ...” เด็กหญิงรีบก้าวไปข้างหน้า เริ่มลงมือขุดดิน หากระบี่กลับมา ฉู่หมิ่นกำลังจะจากไปแล้ว ตอนนั้นเองนางก็หันกลับมา ขมวดคิ้ว แต่ไม่กล่าวสิ่งใด และหันจากไปอย่างไม่สนใจใยดี

พวกนักเรียนที่ไล่ตามนางมาก็อยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้จะมีผู้ใดกล้าหยุดนาง ผู้ใดจะกล้าหยุดนาง นักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดและเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดอย่างฉินซาง ต่อหน้าผู้อื่นแล้วยังไม่ทันได้ออกกระบวนท่าแม้สักกระบวนท่าเดียว แล้วพวกเขาเล่า เป็นการหาเรื่องเจ็บตัวและขายหน้าชัด ๆ คนผู้นี้มิใช่คนระดับเดียวกับนักเรียนเลย ต้องให้อาจารย์ของสถาบันมาลงมือแล้ว!

นักเรียนซวงจี๋คิดเช่นนี้และกำลังมุ่งหวังรอคอย แต่พวกเขาก็ไม่เห็นอาจารย์สักคนเดียว สตรีนางนี้ไม่ได้ดุดันเช่นตอนเข้ามา แต่กลับออกไปจากสถาบันซวงจี๋ทางประตูใหญ่

ผู้อำนวยการของพวกเขา ถังมู่ ก็ปรากฏตัวขึ้นในตอนนั้นเอง

“มีเรื่องอะไร” เขาถาม ทำความเข้าใจ จากนั้นก็บอกให้คนเอาตัวเว่ยอิ่งออกไป บอกนักเรียนไม่ให้พูดมาก แล้วก็ต้องไปพูดกับคุณหนูฉินซางด้วยตนเองอีก เมื่อเทียบกับเว่ยจ้งแล้ว อำนาจของตระกูลฉินยิ่งน่ากลัวกว่า เว่ยจ้งยังแสดงความประสงค์ดีต่อผู้อำนวยการของเขา แต่ตระกูลฉินเล่า การส่งตัวบุตรีมาที่สถาบันซวงจี๋ก็ถือว่าเป็นการเอาทองทาหน้าสถาบันซวงจี๋แล้ว ฉินซางคนนี้ปกติแล้วก็ให้ความเคารพอาจารย์ในสถาบันดี แต่ถังมู่ก็รู้อยู่แก่ใจว่านี่เป็นเพราะสถานะของนางเท่านั้น เป็นมารยาทพื้นฐานที่นางได้รับการอบรมมา ไม่จำเป็นว่านางจะรู้สึกว่าพวกเขาน่าเคารพจากใจจริง

แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ตอนนี้อารมณ์ของคุณหนูฉินซางย่ำแย่อย่างยิ่ง ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับผู้อำนวยการซวงจี๋อย่างเขา นางจึงมีสีหน้าไม่สู้ดี

เด็กหญิงตัวน้อยยังขุดดินต่อไป ถังมู่ยิ้มจาง ๆ ก้าวไปข้างหน้า ตบบ่าของเด็กหญิงให้หยุดมือ จากนั้นเขาก็ยื่นมือไปที่หลุม ไม่รู้ว่าใช้ความสามารถอะไร ดูเหมือนจะแค่ขยับมือไปมา กระบี่ขุยอิงก็กระโจนขึ้นมาบนมือของเขาแล้ว แล้วเขาก็ทำไม้ทำมือส่งกระบี่ให้เด็กหญิง

เมื่อเด็กหญิงรับกระบี่มา นางก็ไม่รู้ว่าจะเก็บกระบี่หรือส่งให้คุณหนูดี แต่เมื่อมองฉินซางอย่างถามไถ่ นางก็เห็นว่าฉินซางดูจะกังวล

ถังมู่ไม่รู้ว่าทำอย่างไร ไม่เห็นมีการใช้พลัง ไม่เห็นมีรังสีอะไร แต่กลับทำสิ่งที่พวกเขาต้องพยายามอย่างหนักได้ง่าย ๆ กระบี่ถูกดึงออกมา ยื่นกลับมาให้ ถังมู่เพียงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ไม่มีความคิดที่จะถือเป็นบุญคุณ แต่ฉินซางรู้สึกเสียใจกับความไร้มารยาทของนางแล้ว

“ขอบคุณค่ะ ท่านผู้อำนวยการ” นางพึมพำ

“อืมอืมอืม ตั้งใจฝึกฝนนะ หนทางยังอีกยาวไกล” ถังมู่ก็ทำตัวเป็นผู้อำนวยการที่ดี หลังจากให้กำลังใจก็ไม่พูดมากอีกและเดินจากไป

“คุณหนูเจ้าคะ กระบี่...” เด็กหญิงถือกระบี่ไปหาฉินซาง

“หุบปาก!” ฉินซางกล่าว นักเรียนที่รายล้อมค่อยๆ จากไปแล้ว แต่อารมณ์ของนางไหนเลยจะสงบลงโดยง่าย ตั้งแต่เกิดมานางยังไม่เคยต้องพบกลับอุปสรรคเช่นนี้มาก่อนเลย สตรีขี้เมานางนั้นเป็นผู้ใดกันแน่

.........................................................................

 

ตอนที่ 73 – ข่าวลือเป็นความจริง




NEKOPOST.NET