NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.7 - ความผิดพลาด


ตอนที่ 7 – ความผิดพลาด

 

ยี่สิบสามก้าว เลี้ยวไปทางซ้าย วิ่งตรงไป หลบเลี่ยงอุปสรรค...

ภายใต้แสงดาวอ่อนจาง ความเคลื่อนไหวของม่อหลินคล่องแคล่วมาก เขาเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังชำนาญเส้นทางนี้เป็นอย่างมาก แต่เสียงฝีเท้าด้านหลังเขากลับฟังหมือนสะดุดไปทั่ว ทั้งขาและเท้าของคนข้างหลังกระทบต้นไม้ดอกไม้ไปตลอดทาง ทำให้ม่อหลินรู้สึกสงสารม่อเซินขึ้นมา

แม้จะเป็นเช่นนี้ ระยะห่างของทั้งสองก็ดึงเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าสายตาของม่อหลินจะกระจ่างชัดและวิ่งได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ความเร็วของเขาไม่มากนัก ความเคลื่อนไหวของคนข้างหลังแม้จะสะดุดบ่อยครั้ง แต่เขาก็เร็วพอจะตามได้ทัน

แต่ทั้งหมดนี้ก็อยู่ในความคาดหมายของม่อหลินอยู่แล้ว เขาเลือกแผนนี้เพราะเหตุนี้โดยเฉพาะ

ในขณะที่ฟังเสียงฝีเท้าด้านหลัง ม่อหลินก็เริ่มนับในใจ

ห้า...สี่...สาม...สอง...หนึ่ง...

ตรงนี้!

ตุ้บ!

ร่างที่ไล่ตามเขาอยู่ดี ๆ ก็จมลงไปในพื้นดินอย่างน่าตกใจ ม่อหลินได้วางกับดักนี้ไว้ก่อนแล้ว นี่เป็นแผนที่เขาเลือก เป็นได้ทั้งการจู่โจมและป้องกัน

“ฮา ฮา” ม่อหลินหัวเราะอย่างยินดีพลางหันหลังกลับ เขาตรวจสอบอย่างระมัดระวังว่าคนข้างหน้าเป็นลู่ผิงที่ม่อเซินกล่าวถึง เห็นได้ชัดว่ากับดักนี้ไม่ใช่เป็นเพียงหลุม หรือจะบอกว่ามันไม่ใช่หลุมเลยก็ได้ มันเหมือนกับบ่อโคลนดูดมากกว่า มันเป็นพื้นที่ที่มีทรายร่วน ๆ เมื่อลู่ผิงวิ่งผ่าน เขาก็จมลงทันที ณ ขณะนี้มีเพียงศีรษะของเขาที่โผล่พ้นดิน เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวอะไรได้เลย

“สุดยอดเลย ใช่ไหมล่ะ” ม่อหลินเดินไปใกล้แล้วนั่งยอง ๆ ตรงหน้าลู่ผิง เขาชี้ไปที่ต้นหญ้าข้าง ๆ ใบหน้าลู่ผิงแล้วกล่าวต่อ “นี่เรียกว่าหญ้าไส้เดือนดิน ตอนที่มันเติบโต รากของมันจะทำให้พื้นดินร่วนซุยมากเป็นพิเศษ แต่ที่เจ้ากำลังเห็นอยู่เป็นสายพันธุ์พิเศษที่ข้าเพาะขึ้นเอง มันเติบโตเร็วมากแล้วรากยังชอนไชได้ดีมากอีกด้วย ข้าเอามาปลูกเมื่อตอนบ่าย ดูสิว่ามันขยายพันธุ์ไปถึงไหนแล้ว หลุมนี้ทั้งกว้างและลึก แล้วอีกไม่นานศีรษะของเจ้าก็จะจมลง ถ้าเจ้ามีอะไรจะพูดก็บอกมาตอนนี้เลย นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว”

“เจ้าคิดว่านี่เพียงพอที่จะจับตัวข้าแล้วหรือ” ลู่ผิงกล่าว

“ตลกมาก เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร” ม่อหลินกล่าว

“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ ข้าเป็นใคร” ลู่ผิงถาม

“วางใจเถอะ ข้าไม่ได้จับตัวผิดคนหรอก ลู่ผิง นักเรียนสถาบันไจเฟิงที่ตกการทดสอบประจำปีมาสองครั้งแล้ว มันไม่เป็นไรหรอกถ้าเขาจะแค่ไม่อยากก้าวหน้า แต่เขากลับเป็นกาฝากเกาะผู้อื่น ข้าคิดว่านั่นคือเจ้าใช่ไหม” ม่อหลินพูด

ลู่ผิงเงียบไปสักพักก่อนจะมองหน้าม่อหลิน เขาว่า “เจ้าไม่ใช่คนในสถาบันของเรา”

“ถูกแล้ว ข้าไม่ใช่ แล้วอย่างไรเล่า” ม่อหลินเอ่ย

“ใครบอกให้เจ้ามาที่นี่” ลู่ผิงถาม

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้” ม่อหลินพูด

“ก็ได้” ลู่ผิงพยักหน้า มันเป็นความเคลื่อนไหวเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้

“อะไรนะ” ม่อหลินไม่เข้าใจการกระทำของลู่ผิง

“แค่เมื่อครู่มีเรื่องเข้าใจผิดน่ะ” ลู่ผิงตอบ

“นี่เจ้าวางแผนจะร้องขออภัยอย่างนั้นรึ” ม่อหลินหัวเราะ

“ไม่ ข้าแค่บอกว่า ข้าเข้าใจเจ้าผิดไปหน่อย” ลู่ผิงพูด

“จริงหรือ เจ้าเข้าใจอะไรผิด” ม่อหลินยังคงหัวเราะ

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้” คำพูดที่ม่อหลินเอ่ยเมื่อครู่ ลู่ผิงพูดกลับไปโดยไม่เปลี่ยนแปลงสักคำ

“อ้อ แล้วอย่างไรต่อล่ะ” ม่อหลินถาม

“ต่อไป ข้าก็กลับไปนอน” เสียงของลู่ผิงเพิ่งหลุดออกมา มือทั้งสองข้างของเขาก็โผล่พ้นดินแล้วอย่างน่าแปลกใจ ก่อนที่ม่อหลินจะทันได้ตั้งตัว เขาก็วางมือทั้งสองข้างลงบนพื้นเพื่อพยุงตัวแล้วดันตัวเองออกมาทั้งอย่างนั้น เขาทำเหมือนกับมันเป็นแค่การเดินขึ้นบันไดด้วยการยกขาข้างหนึ่งออกมาจากในดินแล้ววางลงบนพื้นแข็งใกล้ ๆ จากนั้นก็เดินออกจากบ่อโคลนทั้งอย่างนั้น ตลอดกระบวนการ เขาไม่ได้ใช้แรงดิ้นรนเลย การกระทำของเขาเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

“ข้ากลับไปนอนแล้วนะ” ลู่ผิงปัดโคลนออกจากร่างกายอย่างจริงจัง เขาไม่เหลือบมองม่อหลินสักครั้ง

“เจ้าก็รีบ ๆ เก็บกวาดที่นี่ด้วยล่ะ อันตรายเกินไปแล้ว” หลังจากกล่าวคำพูดเหล่านี้ ลู่ผิงก็หันหลังจากไป เหลือไว้เพียงม่อหลินที่มองหลุมกว้างที่ลู่ผิงทิ้งเอาไว้อย่างว่างเปล่า

“นี่มัน...เรื่องอะไรกันน่ะ” ลู่ผิงหายตัวไปกับความมืดมิดโดยไม่รอให้ม่อหลินเอ่ยคำใด ม่อหลินจ้องมองหลุมใหญ่เบื้องหน้าด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าเรื่องทั้งหมดมันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

นี่เป็นแผนสำรองของเขา เป็นได้ทั้งการจู่โจมและป้องกัน ดังที่ชื่อบ่งบอก มันเป็นหนทางเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีของเขา

ในเมื่อมันเป็นแผนที่สำคัญเช่นนี้จึงไม่ต้องเอ่ยถึงความพึ่งพาได้ของมัน หญ้าไส้เดือนดินดัดแปลงนี้เป็นอาวุธลับของม่อหลินเสมอมา เขาทราบอย่างชัดเจนถึงผลของหญ้าไส้เดือนดินที่มีต่อแผ่นดินที่ปลูกมันไว้ มันเพิ่มแรงดูดของพื้นดินอย่างมหาศาล คนที่มีวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่สามลงมาไม่มีหวังที่จะหลบหนีได้เลย อย่าว่าแต่คนธรรมดา

“เกิดอะไรขึ้น” ม่อหลินยังคงพึมพำกับตัวเอง

“อย่าบอกนะว่าที่ดินแถวนี้มีคุณสมบัติพิเศษ” ม่อหลินใช้นิ้วมือบีบถูดินที่ร่วนจากหญ้าไส้เดือนดิน เขายังลองชิมมันด้วย

“ก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่...” ม่อหลินได้ลองทดสอบดูแล้วหลังจากที่เขาปลูกหญ้าเมื่อตอนบ่าย ตอนนี้เขาแค่ตรวจซ้ำเท่านั้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นหญ้าไส้เดือนดินหรือพื้นดินก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย ดังนั้นปัญหาต้องอยู่ที่ร่างกายของลู่ผิง คนธรรมดามีร่างกายที่แข็งแกร่งเทียบเท่าผู้มีพลังวิญญาณชั้นฟ้าที่สามหรือสูงกว่าหรือ

นั่นเป็นไปไม่ได้

มีคนบางคนที่มีพลังพิเศษติดตัวอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อคนเหล่านี้ได้ตรวจสอบพลังของพวกเขาผ่านสัมผัสของพลังวิญญาณ พวกเขาก็จะพบว่าพลังพิเศษพวกนั้นมาจากพลังวิญญาณแห่งกาย พวกเขาเป็นผู้มีสัมผัสพลังโดยกำเนิด เป็นคนที่สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณแห่งกายตามธรรมชาติ มีบางคนที่มีพลังวิญญาณแต่กำเนิดอยู่ที่ชั้นฟ้าที่หนึ่งด้วยซ้ำ

คนที่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณตามธรรมชาติเหล่านั้นได้รับการเรียกขานว่าผู้ตื่นรู้ สัมผัสของพวกเขาต่อพลังวิญญาณชัดเจนและแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาทั่วไปมาก พวกเขายังสามารถพัฒนาพลังวิญญาณได้เร็วกว่าและหลังจากขึ้นถึงชั้นฟ้าที่หกก็เชื่อมต่อกับพลังวิญญาณเที่ยงแท้ได้ง่ายและมั่นคงกว่าอีกด้วย แล้วบ่อยครั้งจะได้รับความสามารถที่แข็งแกร่งกว่าในภายหลัง ความสามารถเหล่านี้มักจะอยู่ในขั้นที่ 5 หรือสูงกว่า ยกตัวอย่าง วิเคราะห์ของม่อเซินกับสายตาทะลุทะลวงของลัวเหวย แม้ว่าความสามารถทั้งสองจะมีประโยชน์ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยด้านการต่อสู้จริง ๆ เลย สุดท้ายแล้วความสามารถเหล่านี้ดึงได้รับการจัดลำดับไว้ที่ขั้นที่ 2 เท่านั้น

แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ผู้ตื่นรู้ที่มีพลังวิญญาณชั้นฟ้าที่สามตามธรรมชาติก็หาได้ยากยิ่ง นอกจากนั้นแม้แต่ผู้ตื่นรู้ก็ไม่สามารถซ่อนพลังวิญญาณของตนเองได้ และจากข้อมูลของม่อเซินรวมถึงการสังเกตของม่อหลินเอง ในร่างลู่ผิงไม่มีพลังวิญญาณแม้แต่เศษเสี้ยว

“แล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” ม่อหลินพูดกับตัวเองอีกครั้งพลางถอนหญ้าไส้เดือนดินทิ้งตามคำสั่งของลู่ผิงเพราะไม่รู้จะทำอะไรดี

ในขณะที่ถอนหญ้า สมองของม่อหลินก็วิ่งวน แต่เขาก็ยังหาคำอธิบายไม่ได้ แต่เขาก็ไม่รีบไปทดสอบลู่ผิงอีกครั้งอย่างวู่วาม เนื่องจากเขาไม่สามารถรับรู้ความตื้นลึกหนาบางของลู่ผิงได้เลย

 

เช้าที่กระจ่างสดใส อาทิตย์สาดส่อง วันใหม่มาเยือน

ลู่ผิงเปิดหน้าต่างและเห็นม่อเซินยุ่งวุ่นวายอยู่ในสวนดอกไม้นอกหน้าต่าง

“ครูม่อเซิน ตื่นเช้าจังครับ” ลู่ผิงร้องทักทาย

ม่อเซินพยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าของเขาซับซ้อนมาก

เมื่อคืนตอนตีสาม ม่อหลินหลานชายของเขาเข้ามาในห้องของเขา เขากลัวแทบตาย แต่ก็เทียบไม่ได้กับสิ่งที่ม่อหลินเล่าให้ฟังหลังจากนั้น ต้องเล่าถึงสามรอบเขาถึงจะเชื่อ

ไม่น่าเชื่อ!

คู่อา-หลานนั่งวิเคราะห์เหตุการณ์จนถึงเช้าแต่ก็ยังไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตาทั้งสองข้างของม่อเซินแดงกล่ำ สำหรับผู้ที่เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งรูปกับพลังวิญญาณเที่ยงแท้แล้ว นี่ไม่ได้เกิดจากการอดนอนเพียงอย่างเดียว

เมื่อแสงอรุณเริ่มสาดส่อง เขาก็รีบออกมาดูแลสวนดอกไม้ แต่ครั้งนี้เขาก็ยังไม่สามารถสงบจิตใจลงได้

มาถึงตอนนี้ ลู่ผิงกระโดดออกมาทางหน้าต่าง ทุกอย่างเป็นเหมือนเช่นทุกวัน

“ข้ายังไม่ได้เหยียบอะไรเลยนะ!” ลู่ผิงหันหน้าไปพูดกับม่อเซินพลางโบกมือทั้งสองข้าง

ม่อเซินพยักหน้าอย่างยากลำบาก เมื่อเขาเห็นลู่ผิงมองหาอะไรบางอย่างในสวนดอกไม้ เขาก็รีบชี้ไปทางทิศหนึ่งและพูดว่า “ที่นั่น”

“ขอบคุณครับ” ลู่ผิงเดินไปทางที่ม่อเซินชี้อย่างดีอกดีใจ แล้วหยิบท่อน้ำขึ้นมาล้างหน้า

ทุกสิ่งเป็นดังที่เคยเป็น ความแตกต่างมีเพียงม่อเซิน การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของลู่ผิงที่เคยทำให้เขาโมโห วันนี้เขากลับรู้สึกเฉย ๆ และกับการกระทำที่ไม่เหมือนเคยของม่อเซิน ลู่ผิงก็มิได้มีปฏิกริยาใด ๆ เหมือนกับว่าเขาได้คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว

“สุดท้ายแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่” คำถามที่ทำให้ม่อเซินกลัดกลุ้มมาทั้งคืน ในที่สุดเขาก็ถามมันออกไป

“ข้าคือลู่ผิง” ลู่ผิงพูดยิ้ม ๆ

ม่อเซินมองไม่ออกและไม่พบอะไรเลย อีกฝ่ายก็ไม่ยินดีจะพูด ม่อเซินได้แต่มองลู่ผิงเดินจากไป หลังจากลู่ผิงไปแล้ว หลานชายของม่อเซิน ม่อหลินก็โผล่ออกมาจากส่วนที่ต้นไม้หนาแน่นที่สุดของสวน

อาและหลานมองหน้ากันอย่างท้อใจ ท่าทีของลู่ผิงแสดงออกมาเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำให้พวกเขายิ่งจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่ว่าจะเป็นยาพิษหรือหญ้าไส้เดือนดิน ม่อหลินแสดงออกถึงการมุ่งหมายชีวิตอย่างชัดเจน แต่ผลก็คือคนคนนี้ไม่ทำอะไรเลยหรือ เขาไม่คิดจะแก้แค้นสักนิดเลยหรือ

“นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี...” ม่อหลินพึมพำกับตัวเอง จะอย่างไรเขาก็เป็นนักลอบสังหาร เขาคุ้นชินกับเหตุการณ์นองเลือดมากกว่า จากสถานการณ์แบบนี้ การที่เขาไม่โดนล้างแค้นช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก

“ข้าอยากทดสอบเขาอีกครั้ง” ม่อหลินพูด

“อย่าหุนหันพลันแล่น!” ม่อเซินพูด ลู่ผิงให้ความรู้สึกล้ำลึกเกินคาดเดาสำหรับเขา ที่สำคัญกว่าก็คือเขารู้สึกเสียใจแล้วหลังจากเหตุการณ์เมื่อเช้าวานนี้ เมื่อคืน หลังจากม่อหลินปลุกเขาแล้วเล่าถึงความพ่ายแพ้ แม้ว่าเขาจะแปลกใจแต่ในเวลาเดียวกันเขาก็แอบดีใจด้วย

“ข้าไม่หุนหันพลันแล่นหรอก ข้าจะระมัดระวังเป็นอย่างดี มันเป็นแค่การทดสอบเท่านั้น ท่านอา ที่จริงแล้วท่านก็มิได้อยากให้เขาตายใช่ไหมล่ะ” ม่อหลินกล่าว

ม่อเซินเงียบนิ่ง

“อีกอย่าง” ม่อหลินหันไปมองภายในสวนดอกไม้ “เกิดอะไรขึ้นกับบัวอัคคีซ่อนของท่านกัน เมื่อวานข้าเห็นมันเหมือนเพิ่งจะเสียดอกไป ทำไมวันนี้มันมีดอกตูมงอกมาอีกแล้ว”

“แล้วมีปัญหาอะไรหรือ” ม่อเซินไม่เข้าใจ

“ความร้อนภายในของบัวอัคคีซ่อนมันรุนแรงมาก เมื่อดอกบาน มันจะดูดซับความชื้นโดยรอบไปเยอะมาก ดังนั้นจึงควรปลูกในน้ำ ถ้าปลูกบนบกมันจะทำให้รอบข้างแห้งแล้งลงไปแน่ ด้วยเหตุนี้ต้นไม้ในบริเวณสองเมตรรอบดอกบัวจะเหี่ยวเฉา ท่านมิได้ตัดดอกมันทิ้งเพราะเหตุนี้หรือ”

“เจ้าพูดอะไร” ม่อเซินแตกตื่นอย่างยิ่ง

……………………………………………….

อืม ดูหมือนที่ลู่ผิงเหยียบดอกบัวจะไม่ได้บังเอิญแต่จงใจซะแล้วสิ




NEKOPOST.NET