Heaven Awakening Path ตอนที่ 67 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.67 - นี่ก็เป็นการลอยตัวเช่นกัน


ตอนที่ 67 – นี่ก็เป็นการลอยตัวเช่นกัน

 

โดนจับได้แล้ว!

ในเวลานี้ เว่ยอิ่งรู้สึกเหมือนไม่มีที่ให้คร่ำครวญ

ในหมู่องครักษ์ประจำตระกูลทั้งสิบสองคน ทางด้านการต่อสู้และฆ่าฟัน เขาไม่กล้าอวดตัวว่าเป็นอันดับหนึ่ง แต่ในด้านการลอบติดตามและลอบสังหารแล้ว ถ้าเขาเป็นอันดับสองก็คงไม่มีผู้ใดกล้าบอกว่าตนเองเป็นอันดับหนึ่ง

นี่เป็นความชำนาญเฉพาะทางของเขา ตั้งแต่เริ่มแรกที่ฝึกฝน เขาก็มุ่งตรงมาในแนวทางนี้ เขามิใช่นักเรียนของสถาบันที่เติบโตมาจากการดูแลเอาใจใส่ของอาจารย์ เขาเลือกฝึกฝนตามที่ใจต้องการเท่านั้น ตั้งแต่เริ่มแรก เขาก็หมายมั่นจะเป็นนักลอบสังหาร พลังวิญญาณพื้นฐานของเขา พลังวิญญาณที่เชื่อมต่อ และแม้แต่ความสามารถที่ได้รับจากการเชื่อมต่อก็สนับสนุนให้เขากลายเป็นนักลอบสังหารอันดับหนึ่งในจวนเจ้าเมือง

สถาบันเทียนเจ้าไม่เหมือนกับเขตเสียเฟิง ระดับของนักเรียนค่อนข้างสูง และก็มีอาจารย์หลายท่านที่มีความสามารถที่เหนือธรรมดาอยู่ที่นี่ ในขณะที่ลอบแฝงตัวเข้ามาในสถาบันเทียนเจ้า เว่ยอิ่งค่อนข้างระมัดระวังตัวเอง จากนั้นเขาก็สำรวจบริเวณโดยรอบอย่างรอบคอบก่อนที่จะค้นพบที่อยู่ของลู่ผิงและพวก

เขาไม่กล้าเข้าใกล้จนเกินไป เพราะว่าในขณะที่สืบข่าว เขาก็ได้ยินเรื่องสตรีขี้เมาผู้น่ากลัวนางหนึ่ง แต่นักเรียนต่างก็ไม่แน่ใจและบอกได้ไม่ชัดเจน ดังนั้นเขาจึงไม่อาจหยั่งถึงความสามารถของบุคคลผู้ลึกลับนี้ได้ เขาได้แต่ระมัดระวังตัวจนถึงที่สุด ตลอดคืนที่ผ่านมาเขาได้สำรวจเขตดงไม้ที่รายล้อมหอสมุด มองหาข้อดีข้อด้อย แล้วสุดท้ายก็ตกลงใจเลือกต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งเข้ากับวิชาซ่อนตัวของเขาเป็นพิเศษ ในความคิดของเขา จุดนี้เป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว จากนั้นก่อนที่เขาจะทันได้พักผ่อน รุ่งเช้าก็มาเยือน

ระมัดระวังอย่างยิ่ง

รอบคอบอย่างยิ่ง

งานหนักที่ทำมาครึ่งวัน ความเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งคืน

แต่สุดท้ายแล้วก็ถูกจับได้จากการเหลือบตามองเพียงคราเดียว

การเหลือบมองผ่าน ๆ ที่ไม่ผิดปกติหรือแปลกประหลาดอันใดเลย ก่อนที่เว่ยอิ่งจะได้วิเคราะห์ความหมายของการเหลือบมองนี้ สตรีนางนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว นางเคลื่อนที่พุ่งตรงมาหาที่ซ่อนตัวของเขาด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ

หนี!

โดยที่ไม่มีเวลาใคร่ครวญหรือความกล้าที่จะต่อสู้ เว่ยอิ่งหันร่างไปและตัดสินใจหนีทันที

เขามีการเตรียมการเป็นอย่างดี เขามองดูทิศทางที่สตรีนางนั้นตรงมาหาและเลือกทางหนีที่เหมาะสมที่สุดทันที

เขาล่องลอยลงมาจากยอดไม้ เวินเหยียนผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งรูปซึ่งมองมาทางนี้ยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ เลย

ทักษะทางกาย: หนึ่งใบปลิดปลิว

เว่ยอิ่งผู้ได้วางรากฐานการฝึกฝนของตนเองมาตั้งแต่ตอนเริ่มต้น สุดท้ายเขาก็ได้ฝึกความสามารถหนึ่งของพลังวิญญาณแห่งกาย

เสมือนดั่งใบไม้ที่ปลิดปลิวจากกิ่งก้าน ไร้ร่อง ไร้รอย พร้อมกับสายลมที่พัดพา เขาก็กลืนหายไปในดงไม้

หนึ่งใบปลิดปลิว การควบคุมที่จำเป็นสำหรับทักษะนี้มิใช่ความแข็งแกร่ง ความเร็ว หรือความคล่องแคล่ว หนึ่งใบปลิดปลิวเป็นการควบคุมน้ำหนัก น้ำหนักของตัวเว่ยอิ่งเอง

ในชั่วขณะนี้ แม้ว่าเขาจะมิได้เบาเช่นเดียวกับใบไม้ แต่มันก็ไม่ได้ห่างไกลนัก เขาล่องลอยผ่านดงไม้ไปเช่นนี้ และใช้ต้นไม้กิ่งไม้กลบเกลื่อนร่องรอยของตัวเอง

แต่เขาก็ไม่อาจหลุดพ้นจากพลังกดดันที่กดทับลงบนตัวเขาซึ่งมาจากสตรีที่ไล่ตามมาข้างหลัง เขามิได้รู้สึกถึงพลังกดดันนี้เลยตอนที่สตรีนางนั้นอยู่ตรงหอสมุด แต่ตอนนี้นางปลดปล่อยมันอย่างไม่กักเก็บ เป็นเพราะว่านางพยายามถึงที่สุดที่จะกลบซ่อนพลังกดดันนี้ในยามปกติ หรือว่านางจงใจปลดปล่อยพลังกดดันมาในตอนนี้กันนะ

แต่สำหรับเว่ยอิ่งแล้ว จะด้วยสาเหตุใดก็ไม่เข้าที มันต่างแสดงว่าเขาจะไม่สามารถหนีจากสตรีนางนี้ได้ง่าย ๆ เป็นแน่

ในสถาบันต้นไม้มิได้ใหญ่หรือเล็กมาก ทักษะทางกายของเว่ยอิ่งทั้งนุ่มนวลและรวดเร็ว ไม่นานเขาก็เห็นแสงที่สาดส่องมาจากเบื้องหน้า นี่บ่งบอกว่ามาถึงจุดสิ้นสุดของดงไม้แล้ว เมื่อออกจากดงไม้ เขาก็จะไม่มีที่ซ่อนอีกต่อไป

แต่เว่ยอิ่งก็ไม่รู้สึกตื่นกลัว เขายังคงล่องลอยผ่านต้นไม้น้อยใหญ่ไป จากนั้นเขาก็เริ่มดีดตัวขึ้นไปโดยอาศัยแรงสะท้อนจากกิ่งไม้ แต่ละกิ่งทำให้เขายิ่งมายิ่งลอยสูง เมื่ออยู่ริมดงไม้ เขาก็ขึ้นไปยืนบนยอดไม้ต้นหนึ่ง

สูดลมหายใจเข้าลึก กระโดดขึ้น เหินฟ้า!

ในเวลานี้ เว่ยอิ่งใช้ทักษะหนึ่งใบปลิดปลิวของเขาจนถึงขั้นสูงสุด เมื่อเทียบใบไม้ใบหนึ่งเขาก็มิได้แตกต่างมากนัก แสงอาทิตย์ ทิศทางลม ยอดไม้ที่เขากระโดดออกมา ความสูงในการกระโดด ทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกเขาคำนวณไว้แล้วอย่างแม่นยำ

ในขณะนี้เว่ยอิ่งเป็นเหมือนกับใบไม้ที่ล่องลอยไปตามสายลม แต่ทิศทางของการล่องลอยนี้เป็นไปตามที่เขาวางแผนเอาไว้แล้ว คือกำแพงสูงของสถาบันเทียนเจ้า

ทันทีที่เขาเหินผ่านกำแพงสูงไป เขาก็เห็นสตรีนางหนึ่งพุ่งออกมาจากดงไม้ เป็นสตรีนางเดียวกับที่ไล่ติดตามเขามาตลอดทาง พวกเขาอยู่ค่อนข้างห่างไกลจากกัน และระยะห่างของพวกเขาก็เพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา แต่จากนั้นเว่ยอิ่งก็เห็นสตรีนางนั้นกระทำสิ่งหนึ่ง นางยกขวดสุราในมือขึ้นไปที่ริมฝีปาก จากนั้นก็ดื่มหนึ่งคำ

คนเราจะกระทำเช่นนี้ก็ต่อเมื่อกระทำเรื่องราวสำเร็จแล้วเท่านั้น แต่สตรีนางนี้ดูจะไม่มีความคิดที่จะหยุดยั้งลงเลย นางยังคงไล่ตามมาข้างหน้าพลางดื่มสุราจากขวดในมือของนาง

ไม่คิดที่จะยอมแพ้ แต่ก็ยังคงหยุดดื่มสุราหรือ นี่หมายความอย่างไรกัน นี่หมายความว่านางมีความมั่นใจถึงที่สุด

ฉู่หมิ่นก้าวไปข้างหน้าเร็ว ๆ สองก้าวแล้วก็กระโดดขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่ออยู่กลางอากาศ ร่างของนางก็เริ่มหมุน

กระแสลม...เปลี่ยนทิศทางไปหรือ

เว่ยอิ่งผู้เดินทางด้วยความช่วยเหลือของสายลมมีประสาทรับรู้ที่ละเอียดอ่อนต่อสายลมมาก เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันเล็กน้อยที่สุดในทิศทางของสายลม ด้วยเท้าของฉู่หมิ่นที่หมุนวนไปอย่างรวดเร็ว เขาก็สามารถได้ยินเสียงหวีดหวิวซึ่งตามมาด้วยลมหอบใหญ่

เว่ยอิ่งรีบหยุดการใช้ทักษะทางกายของตนเอง เมื่อได้รับน้ำหนักคืนมา เขาก็ร่วงหล่นลงพื้นทันที ในตอนนั้นเขาก็ออกมาจากเขตกำแพงของเทียนเจ้าแล้ว แต่เมื่อเขาร่วงลงมา เขาก็ได้ยินเสียงหวีดหวิวที่ระเบิดดังขึ้น จากนั้นเขาก็เห็นร่างของสตรีนางหนึ่งซึ่งอยู่อีกฝั่งกำแพง ลอยขึ้นสูงอย่างรวดเร็วและพุ่งมาหาเขา

นี่ก็เป็นการลอยตัวเช่นกัน

เว่ยอิ่งอาศัยการลดน้ำหนักทำให้สามารถเหินขึ้นสูงและล่องลอยไปได้

แต่ฉู่หมิ่นกลับสร้างสายลมแรงมาให้ตัวเองและลอยมาด้วยน้ำหนักทั้งหมดของนางเลย

พลังเช่นใดกัน ความดุดันเช่นใดกัน

สายลมที่เกรี้ยวกราดหมุนวน สายลมนี้ซึ่งสามารถจะยกตัวฉู่หมิ่นได้ ได้พัดพาหลายสิ่งหลายอย่างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้แห้ง ซากใบไม้ เศษหิน หรือแม้แต่ดินโคลนบนพื้นก็ยังลอยขึ้นมา ของทั้งหมดนี้ลอยตามฉู่หมิ่นเหมือนกับเป็นคมเขี้ยวที่คุกคามตามเว่ยอิ่งผ่านกำแพงไป

เว่ยอิ่งกำลังวิ่ง เขาไม่เคยหยุดลงเลย เขาวิ่งไม่หยุดบนพื้น ด้านหน้าของสถาบันเทียนเจ้าคือสถาบันซวงจี๋ เขาพุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเล ในความคิดของเขา ไม่มีที่ใดที่ดีกว่านี้ในการหลบเลี่ยงผู้ไล่ล่าอีกแล้ว สมาชิกของเทียนเจ้าซึ่งเป็นศัตรูตามธรรมชาติของซวงจี๋ นางคงไม่กล้าเข้าสถาบันซวงจี๋อย่างดุดันเช่นนี้หรอกใช่ไหม

กล้า!

ฉู่หมิ่นกล้า

พร้อมกับสายลมอันบ้าคลั่ง นางเหินผ่านกำแพงสถาบันซวงจี๋เข้าไป นักเรียนข้างในเริ่มร้องตะโกนโหวกเหวก แต่สิ่งของต่าง ๆ นานาที่ถูกสายลมหอบเข้ามาก็เริ่มตกลงมาทำให้เหตุการณ์สับสนอลหม่าน

ฉู่หมิ่นตกลงบนพื้น นางยังคงไล่ตามเว่ยอิ่งต่อไปโดยไม่สนใจสมาชิกคนไหนของสถาบันซวงจี๋

“ผู้ใด” แต่นักเรียนซวงจี๋กลับเริ่มเข้ามาล้อมนางทีละคนสองคน คนนอกจะทำอะไรได้ตามใจชอบในสถาบันซวงจี๋หรือ

ในเวลาเดียวกัน ในสถาบันเทียนเจ้า ในลานว่างข้างหอสมุด เวินเหยียนยังไม่หายตกใจจากการจากไปกะทันหันของฉู่หมิ่น แต่นางก็ไม่ประมาทกับภารกิจที่ฉู่หมิ่นมอบหมายให้ นางยังคงอยู่เฝ้ามองทั้งสี่คน แต่ในขณะนั้นเองนักเรียนกลุ่มหนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในดงไม้ สิ่งนี้ยากยิ่งที่จะเกิดขึ้นในยามปกติ

.............................................

 

ตอนที่ 68 – อันธพาลประจำสถาบัน




NEKOPOST.NET