Heaven Awakening Path ตอนที่ 63 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.63 - การฝึกฝนอันบ้าคลั่ง


ตอนที่ 63 – การฝึกฝนอันบ้าคลั่ง

 

“เครื่องเก็บเสียงของข้า...” เวินเหยียนรู้สึกอยากจะร้องไห้ เครื่องเก็บเสียงมันไม่สำคัญหรอก แต่เสียงดนตรีข้างในเป็นสิ่งที่นางตั้งใจเลือกสรรอยู่หลายปีและนางก็ชอบมันมากด้วย แต่ต้องนี้มันกลายเป็นฝุ่นไปแล้ว

“เอ่อ...” ลู่ผิงพูดไม่ออก เวินเหยียนหวังดีให้อุปกรณ์นี้มาเพื่อช่วยเหลือเขา ดังนั้นเขาก็ต้องรับผิดชอบด้วย เขาอยากจะพูดว่าเขาจะชดใช้ให้นาง แต่มันราคาเท่าไหร่กันเล่า ลู่ผิงคิดว่าถ้าเขาพูดไปแล้วจ่ายไม่ไหวก็คงไม่ค่อยดี เมื่อคิดเช่นนี้ลู่ผิงจึงอดไม่ได้ที่จะลังเลไป

“ไม่ต้องพูด ให้เวลาข้าร้องไห้ก่อน” เวินเหยียนนิ่งเงียบไป ถ้าเป็นผู้อื่นที่ทำกับเครื่องเก็บเสียงของนางแบบนี้นางจะไม่ปล่อยไปเช่นนี้แน่ แต่เมื่อต้องเผชิญกับคนที่ไม่รู้ที่มาและมีพลังฝีมือลึกลับอย่างฉู่หมิ่น นางก็ไม่มีความกล้าพอจะไปถกเหตุผลด้วย ดังนั้นนางจึงล่าถอยอย่างรู้จักประมาณตน

“ฝึกต่อ” ฉู่หมิ่นไม่สนใจนางเลยและตะโกนบอกลู่ผิงมาจากที่ไกล ๆ

“ครับ” ลู่ผิงกลับไปฝึกฝนต่อทันที

กระบวนการ มิใช่ผลลัพธ์หรือ

หลังจากใคร่ครวญคำพูดนี้อยู่สักพักลู่ผิงก็เข้าใจแล้ว จุดประสงค์ของเขามิใช่เพื่อทะลวงผ่านถึงขั้นเชื่อมต่อ แต่เป็นการฝึกการควบคุมซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนทำได้อยู่แล้ว ปัจจัยภายนอกได้แต่ช่วยเสริมในขั้นสุดท้ายเท่านั้น ในอนาคต ทุกครั้งที่เขาต่อสู้และต้องใช้พลังวิญญาณแห่งเสียง เขาคงไม่อาจไปนั่งฟังเสียงดนตรีจากเครื่องเก็บเสียงก่อนใช่ไหม มันคงจะประหลาดน่าดูเลย

แครก!

ครั้งนี้ลู่ผิงค่อนข้างจิตใจวอกแวก จากการควบคุมที่ย่ำแย่ เศษไม้ในมือของเขาก็แตกออกเป็นสี่ชิ้นทันที

ลู่ผิงสูดลมหายใจเข้าลึก หันหน้าไปมองซูถังและสงบจิตใจก่อนที่จะฝึกฝนต่อ

ดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้น แม้ว่าดงไม้นี้จะมีร่มเงา แต่อากาศก็ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าลู่ผิงจะไม่ได้ทำอะไรที่มันซับซ้อน แต่การควบคุมพลังวิญญาณแห่งเสียงโดยไม่หยุดพักก็ค่อนข้างกินแรง หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่เขาก็ไม่รับรู้เลย

แครก...

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่กว่าที่ลู่ผิงจะถอนหายใจออกมาเพื่อหยุดเอาแขนเสื้อเช็ดเหงื่อ หลังจากสูญเสียความช่วยเหลือจากบทสนทนาและเครื่องเก็บเสียง เขาก็กลับไปสู่จุดเริ่มต้นและไม่ได้มีพัฒนาการใด ๆ อีกเลย

ที่บานหน้าต่าง มีเก้าอี้ไม้ยื่นออกมา

“นั่งก่อนเถอะ!” เวินเหยียนกล่าว

นางมิได้จากไป นางสุ่มหยิบหนังสือมาจากหอสมุดและนั่งอ่านพลางตั้งใจสังเกตการฝึกฝนของลู่ผิงและซูถังไปด้วย

นางยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของซูถัง แต่นางไม่อาจไปกวนพวกเขาได้อีกแล้ว เมื่อได้เห็นทั้งสองคนจริงจังมุ่งมั่นถึงเพียงนี้ นางก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ ณ ขณะนี้ เวินเหยียนเริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาบ้างแล้ว นางเพียงอยากรู้ว่าอะไรคือแรงผลักดันให้พวกเขามุ่งมั่นถึงเพียงนี้ การชุมนุมของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณหรือ ในความคิดของเวินเหยียนการชุมนุมของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณไม่สามารถเป็นแรงผลักดันได้ถึงเพียงนี้

เมื่อได้เห็นลู่ผิงหยุดการฝึกฝน นางก็รีบยื่นเก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่ข้างกายไปให้เขาทันที การฝึกฝนของลู่ผิงไม่ต้องใช้ท่าทางเฉพาะเจาะจง ดังนั้นการนั่งก็ถือได้ว่าเป็นการออมกำลังอย่างหนึ่ง

“ขอบคุณ” ลู่ผิงไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของเวินเหยียน แม้ว่าการยืนจะไม่ได้ทำให้เขาลำบากมากนักก็ตาม

เขาฝึกฝนต่อไป ฉู่หมิ่นเพียงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ดื่มสุรา นางไม่มีคำสั่งสอนเพิ่มเติมให้แก่เขา แต่กลับดื่มสุราไปถึงสามขวด

มาถึงตอนนี้ ดวงอาทิตย์ก็อยู่ตรงศีรษะแล้ว ท้องของเวินเหยียนเริ่มร้อง แต่นางก็เห็นว่าซูถังกับลู่ผิงไม่คิดที่จะหยุดฝึกเลยแม้แต่น้อย

นี่มันบ้าคลั่งเกินไปหรือไม่ นางคิดแต่ไม่กล้าไปรบกวนพวกเขา

ครืดครืดครืดครืดครืด...

เสียงล้อหมุนดังเข้าไปในหูของนางในตอนนั้น นางเห็นคนสองคนจากเมื่อวานที่อยู่ในห้องของผู้อำนวยการมาถึงแล้ว คนหนึ่งเข็นรถให้อีกคนมาในดงไม้

ที่ใต้ต้นไม้ ในที่สุดฉู่หมิ่นก็ละสายตาจากขวดสุราและหันไปมองคนสองคนที่มาถึง ลู่ผิงที่ฝึกฝนอย่างตั้งใจมาตลอดช่วงเช้าเมื่อได้ยินเสียงรถเข็นก็หยุดมองพวกเขาเช่นกัน

“เล่นอะไรอยู่น่ะ” ม่อหลินอึ้งไปเมื่อเห็นกองเศษขยะข้างเท้าซ้ายและเท้าขวาของลู่ผิง

“ฝึกฝน” ลู่ผิงกล่าว

“แปลกใหม่ดีนะ” ม่อหลินถอนหายใจชื่นชมก่อนที่จะถามในที่สุด “กินข้าวไหม” เขายกถุงในมือขึ้นสูง เขาได้นำอาหารมาให้

“ตกลง” ลู่ผิงพยักหน้า

“ซูถัง ครูฉู่หมิ่นครับ มากินข้าวเถอะ” ม่อหลินตะโกนไปทุกทิศทาง

บัดซบ!

เวินเหยียนที่หิวโหยอารมณ์ไม่ดี คนเขากำลังจะรับประทานอาหารแต่กลับไม่มีส่วนของนาง

ฉู่หมิ่นก็เดินมา แต่ซูถังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย

“ซูถัง มากินข้าว มากินข้าว!” ม่อหลินตะโกนเสียงดังกว่าเดิม ซูถังยังคงไม่ตอบสนองและเดินโซเซไปเรื่อยพลางทำท่าทางต่าง ๆ ในดงไม้ต่อไป

สีหน้าซีเฟิ๋นแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาดูออกแล้ว ม่อหลินที่เห็นว่าซูถังไม่ได้ตอบเขาอีกแล้วก็แสดงความประหลาดใจออกมา

“เอ๊ะ นางเริ่มแล้วหรือ“

“อืม” ลู่ผิงพยักหน้า

“เริ่มเมื่อไหร่กัน” ม่อหลินถาม

“ตอนที่พวกเจ้าไป” ลู่ผิงกล่าว

“พูดอีกอย่างก็คือ นางตกลงทันทีเลยน่ะสิ” ม่อหลินประหลาดใจ ประหลาดใจในความเฉียบขาด ประหลาดใจในความมุ่งมั่นของซูถัง

ลู่ผิงเดินไปหาซูถังและตบบ่านาง

ซูถังหยุดเคลื่อนไหวและเอียงศีรษะไปด้านหนึ่งเหมือนจะถามว่าอะไร

ลู่ผิงดึงนางไปหาคนอื่น ซูถังเข้าใจทันที ในขณะที่นางเดิน แม้ว่าย่างก้าวของนางจะยังคงระมัดระวัง แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามันมั่นใจและมั่นคงกว่าเดิมเยอะ นี่เป็นเพราะว่าคนที่นางเชื่อใจกำลังนำทางให้นางอยู่

ม่อหลินกับซีเฟิ๋นจ้องมองซูถังเงียบ ๆ

พวกเขากลับมาที่ดงไม้ ซึ่งก็แสดงว่าพวกเขายินยอมแล้ว สถานการณ์ในปัจจุบันของซูถังเป็นสิ่งที่พวกเขากำลังจะต้องเผชิญ แน่นอนว่าสำหรับซีเฟิ๋นก็ไม่เพียงแค่นี้เท่านั้น

ลู่ผิงจูงซูถังกลับไปและช่วยให้นางนั่งลง

กลิ่นอาหาร รสชาติ นางไม่รับรู้สิ่งเหล่านี้เลย แต่อาหารมีอุณหภูมิ และพลังวิญญาณแห่งกายกับพลังวิญญาณแห่งรสก็สามารถสัมผัสถึงมันได้ ซูถังสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิของอาหารในทันที นางยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อสัมผัสไออุ่นแล้วยิ้มออกมา

ลู่ผิงตักช้อนหนึ่งขึ้นไปวางไว้ตรงปากนาง ซูถังรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิของอาหารจึงอ้าปากขึ้นและรับประทานจากช้อนนั้น

ไม่มีรสชาติ ไม่มีกลิ่น ไม่มีอะไรเลย ซูถังส่ายศีรษะบอกทุกคนถึงความรู้สึกเสียดายของนาง

มาถึงตอนนั้นเวินเหยียนก็ได้มาถึงแล้ว นางไม่เข้าใจว่าซูถังกำลังทำอะไรอยู่ แต่เมื่อลู่ผิงจูงนางกลับมานางก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากเข้ามาใกล้ นางก็เกือบจะมั่นใจว่าเด็กสาวนางนี้สูญเสียประสาทสัมผัสไปเกือบหมด

“นางเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร” เวินเหยียนถามอย่างแปลกใจ เกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นเพราะอาการบาดเจ็บของเมื่อวานหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็โชคร้ายไปแล้ว

“ตัดขาดประสาทสัมผัสสี่อย่าง เหลือแต่พลังวิญญาณแห่งกายกับพลังวิญญาณแห่งจิตนิดหน่อย” ลู่ผิงกล่าว

“เพื่ออะไร”

“ฝึกฝน” ลู่ผิงกล่าว

“พวกเจ้า...บ้าไปแล้วหรือ” เวินเหยียนตะลึงงัน

“คนที่บ้ากว่าอยู่ตรงนี้แล้ว!” ซีเฟิ๋นยิ้ม

“เจ้า...” เวินเหยียนมองซีเฟิ๋น นางไม่โง่ ที่จริงนางค่อนข้างจะฉลาดทีเดียว หลังจากรู้ว่าซูถังเหลือเพียงพลังวิญญาณแห่งกายเพื่อฝึกฝน นางก็เข้าใจกุญแจสำคัญของวิธีการฝึกฝนนี้แล้ว ดังนั้นเมื่อซีเฟิ๋นพูดเช่นนี้ก็หมายความว่าเขาจะสูญเสียประสาทสัมผัสทั้งห้าและเหลือเพียงสติสัมปชัญญะเท่านั้น นี่ย่อมย่ำแย่กว่าสถานการณ์ของซูถังอย่างมาก

“นี่หรือวิธีการสอนของท่าน” เวินเหยียนถามพลางมองไปทางฉู่หมิ่น

.....................................

เวินเหยียนเริ่มมีบทขึ้นมาแล้ว ใน arc ต่อจากนี้นางบทเยอะมากเลยค่ะ เราจะชิปนางกับคนคนหนึ่งหนักมากกกกก ประมาณตอนที่ 70+

 

เดา กันได้ไหมคะว่าการฝึกนี้ใครจะทำได้สำเร็จก่อนกันและนานแค่ไหน

 

ตอนที่ 64 – ความมุ่งมั่นที่ถูกต้อง




NEKOPOST.NET