Heaven Awakening Path ตอนที่ 60 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.60 - วิธีที่ไม่ปกติ


ตอนที่ 60 – วิธีที่ไม่ปกติ

 

ขาดโดยสิ้นเชิงกับไม่สามารถสัมผัสได้ นี่เป็นคนละเรื่องกัน

ขาดโดยสิ้นเชิง ดังนั้นจึงไม่สามารถสัมผัสได้

แต่การไม่สามารถสัมผัสได้ไม่ได้หมายความว่าขาดสิ้นเชิง ส่วนมากแล้วมันแปลว่าผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณสัมผัสพลังวิญญาณหนึ่งได้ช้ามากก็เท่านั้น

ตัวอย่างเช่นสี่คนที่อยู่ตรงนี้

ซูถังไม่มีระดับชั้นฟ้าพลังวิญญาณแห่งจิต และซีเฟิ่นก็ไม่มีระดับชั้นฟ้าพลังวิญญาณแห่งเสียง

การไม่มีระดับชั้นฟ้าดังกล่าวมิได้แปลว่าไม่มีพลังวิญญาณเลย มันก็เพียงว่าพวกเขาสัมผัสพลังวิญญาณพวกนี้ได้ช้ามาก ดังนั้นมันจึงมีระดับต่ำกว่าพลังวิญญาณที่เหลือมาก เช่นเดียวกับที่พลังวิญญาณที่พวกเขาชำนาญก็ไปถึงระดับชั้นฟ้าที่หกแล้ว ซึ่งเหนือกว่าพลังวิญญาณที่เหลือมาก

แต่การจะกล่าวว่าสมาชิกตระกูลม่อเชื่องช้าหรือไม่เก่งในการสัมผัสพลังวิญญาณแห่งกายนั้นไม่ถูกต้อง ความจริงก็คือมันไม่มีอยู่เลย

แต่ในตอนนี้ สายเลือดตระกูลม่อซึ่งขาดพลังวิญญาณไปหนึ่งประเภทกลับกลายเป็นข้อได้เปรียบ

เมื่อคิดได้ถึงจุดนี้ ม่อหลินก็ตะลึงงันไป

เขาไม่เคยได้ยินข้อโต้แย้งนี้มาก่อนเลย ตระกูลของเขาทั้งตระกูลคร่ำครวญเรื่องที่พวกเขาขาดพลังวิญญาณไปหนึ่งอย่างอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากพวกเขาขาดพลังวิญญาณแห่งกาย พวกเขาจึงไม่สามารถต่อสู้และฆ่าฟันได้ดี แม้ว่าจะเป็นตระกูลผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณ แต่สมาชิกตระกูลส่วนมากกลับต้องทำงานทั่วไปอื่น ๆ แทน ผู้แข็งแกร่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย

แต่เมื่อคิดดูดี ๆ แล้ว จำนวนสมาชิกตระกูลม่อที่ทะลวงถึงระดับชั้นเชื่อมต่อก็เยอะจริง ๆ ในด้านนี้พวกเขาโดดเด่นกว่าตระกูลอื่น ๆ หลายตระกูล

แต่ก็ไม่มีพวกเขาคนไหนที่ตระหนักว่านี่เกิดจากข้อได้เปรียบที่พวกเขาขาดพลังวิญญาณไปหนึ่งอย่าง ในทางตรงกันข้าม นี่กลับทำให้พวกเขาคร่ำครวญการขาดพลังวิญญาณแห่งกายหนักกว่าเดิมไปอีกและรู้สึกว่าพวกเขาช่างมีพรสวรรค์ในการฝึกฝนแต่กลับต้องถูกสายเลือดตนเองถ่วงเอาไว้

นี่มิใช่ตัวถ่วง แต่เป็นต้นกำเนิดของพรสวรรค์คนตระกูลม่อต่างหาก!

ม่อหลินรู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออก เขาอยากจะกลับไปที่บ้านแล้วกลับไปบอกพี่ป้าน้าอาและสมาชิกตระกูลคนอื่นเดี๋ยวนี้เลย

บางที่ตระกูลม่ออาจจะไม่สามารถให้กำเนิดผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเนื่องจากพวกเขาจะไม่มีวันไปถึงระดับพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อ

แต่พวกเขาจะสามารถผลิตผู้แข็งแกร่งจำนวนมากได้เพราะขาดพลังวิญญาณไปหนึ่งประเภท

“นี่...เรื่องนี้...”

คำพูดของม่อหลินตะกุกตะกัก เขาตระหนักว่านี่เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา จากวันนี้ทัศนคติทั้งหมดของเขาพลิกผันกลับตาลปัด

“ขอบคุณครับ...” อยู่ ๆ ม่อหลินก็โค้งคำนับให้ฉู่หมิ่นและไม่ยืดตัวขึ้นอยู่เนิ่นนาน ที่ด้านข้าง ซีเฟิ๋นที่นั่งอยู่บนรถเข็นมีมุมมองสายตาที่ต่ำกว่าผู้อื่น ในตอนนี้เขาก็ได้เห็นหยาดน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในดวงตาของม่อหลิน

ร้องไห้หรือ

ซีเฟิ๋นไม่แปลกใจ เขาจินตนาการได้เลยว่าผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณที่ไม่เข้าใจสายเลือดตระกูลตัวเองซึ่งขาดพลังวิญญาณไปหนึ่งประเภทจะต้องเผชิญกับความยุ่งยากมากเพียงใด และม่อหลิน ผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณที่ไม่มีพลังวิญญาณแห่งกายแต่กลับทำงานที่เสี่ยงอันตรายอย่างมือสังหารซึ่งต้องต่อสู้และฆ่าฟัน โดยบอกว่าเขาทำเพราะสนใจ

ทำไมถึงสนใจเช่นนั้นเล่า

มิใช่เพราะถูกบอกว่าคนที่ขาดพลังวิญญาณแห่งกายไม่เหมาะสมกับอาชีพนี้หรือ ที่ทำให้เขาพยายามจะพิสูจน์ตัวเอง

ม่อหลินไม่เคยบอกอะไร และพวกเขาก็มิได้ไต่ถาม เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องถามหรือกล่าวถึง

“ไม่ต้องดีใจเร็วขนาดนี้” แต่ฉู่หมิ่นไม่ใส่ใจอารมณ์ที่แปรเปลี่ยนไปของม่อหลิน “แม้ว่าเจ้าจะมีข้อได้เปรียบจากสายเลือด การทะลวงถึงระดับชั้นเชื่อมต่อในหนึ่งเดือนก็เป็นไปไม่ได้”

“แล้วถ้าเราได้รับการสั่งสอนจากท่านล่ะครับ” ซีเฟิ๋นกล่าว เขาเห็นว่าฉู่หมิ่นคงจะไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาถ้าโดยไร้สาเหตุ การบอกว่าเป็นไปไม่ได้ย่อมบ่งบอกถึงสถานการณ์ปกติดังนั้นนางย่อมสามารถสร้างสถานการณ์อื่นได้

“คนอาจตาย บัลลังก์อาจเปลี่ยนมือ แต่ก็เป็นไปได้ที่ในหนึ่งเดือนอาจทะลวงถึงระดับชั้นเชื่อมต่อได้เช่นกัน” นางกล่าว

“เราต้องทำอย่างไรครับ” ซีเฟิ๋นกล่าว

“ตัดขาดพลังวิญญาณของพวกเจ้า” ฉู่หมิ่นกล่าว

นางยังไม่ได้อธิบายรายละเอียด แต่หลังจากการชี้นำของนางก่อนหน้านี้ ทั้งสี่คนก็เข้าใจขึ้นมาทันที

ในการทะลวงถึงระดับชั้นเชื่อมต่อจะต้องสัมผัสถึงพลังวิญญาณประเภทเดียวโดยไร้สิ่งเจือปน และฉู่หมิ่นก็จะช่วยพวกเขาจากภายนอก ช่วยพวกเขากำจัดพลังวิญญาณอื่นที่ไม่จำเป็นเอง

“พลังวิญญาณมิใช่ประสาทสัมผัสทั้งหก แต่เมื่อข้าตัดขาดพลังวิญญาณของเจ้า เจ้าก็จะสูญเสียประสาทสัมผัสที่เกี่ยวข้องเช่นกัน แต่ข้าจะเหลือพลังวิญญาณแห่งจิตไว้ให้เล็กน้อย เจ้าจะได้สามารถครุ่นคิดและเข้าใจประสบการณ์นี้ได้”

“ปกติแล้วข้าจะแนะนำวิธีนี้กับผู้ที่ต้องการเชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งกาย ดังนั้นโดยทั่วไปข้าก็จะเลือกซูถังสำหรับวิธีการนี้ แต่เนื่องจากม่อหลินขาดพลังวิญญาณแห่งกายและไม่จำเป็นต้องตัดมันทิ้ง เจ้าก็ยังหลงเหลือพลังกายสำหรับการกระทำต่าง ๆ ได้ สิ่งที่เจ้าจะสูญเสียก็คือสัมผัสการมองเห็น ได้ยิน และได้กลิ่น นอกจากนี้เจ้าก็ยังเหลือประสาทสัมผัสที่เกี่ยวข้องกับพลังวิญญาณแห่งรส ดังนั้นสถานการณ์ของเจ้ายังดียิ่งกว่าซูถังอีก” ฉู่หมิ่นกล่าว

“ฮาฮาฮา นี่ล่ะสายเลือดอันยอดเยี่ยมของตระกูลม่อ!” ม่อหลินภาคภูมิใจขึ้นมาแล้ว บางทีหลายคนอาจจะโต้แย้งว่าตระกูลม่อจะไม่มีวันสำเร็จพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อ ดังนั้นสถานการณ์ของพวกเขาก็ยังน่าเสียดายอยู่ดี แต่ม่อหลินไม่คิดเช่นนั้น นี่เป็นเพราะตระกูลม่อก็เคยชินกับการคร่ำครวญเรื่องนี้อยู่แล้ว แล้วตอนนี้เมื่อพบความเหนือกว่าจากสิ่งที่น่าเสียดาย ม่อหลินก็รู้สึกยินดีและพึงพอใจมากแล้ว

แต่หลังจากได้ยินคำกล่าวของฉู่หมิ่น สายตาของทุกคนก็หันไปมองซีเฟิ๋น

เพราะการที่เขาเป็นผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณแห่งจิต วิธีการนี้ย่อมไม่เหมาะสมกับเขา เขาจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไรกัน ทุกคนย่อมคาดคำนวณได้ เขาจะต้องถูกตัดขาดจากประสาทสัมผัสทั้งห้า เขาไม่มีระดับชั้นใดในพลังวิญญาณแห่งเสียง แต่นี่เป็นเพียงเพราะเขายังมิได้บรรลุถึงเท่านั้น นี่ต่างจากสถานการณ์ของม่อหลินโดยสิ้นเชิง เขาจะเหลือเพียงสติสัมปชัญญะเท่านั้น ฉู่หมิ่นได้อธิบายไปแล้ว ดังนั้นเมื่อเทียบกันแล้ววิธีการนี้ในการช่วยให้ทะลวงผ่านของพลังวิญญาณแห่งจิตจึงยากลำบากที่สุดจริง ๆ

กับจุดนี้ฉู่หมิ่นก็ได้เริ่มชี้แนะซีเฟิ๋นเป็นพิเศษแล้ว “เจ้าจะตกอยู่ในห้วงอันตรายมากที่สุด เจ้าจะไม่มีพลังกายสำหรับเรื่องใด หมายความว่าเจ้าจะหมดความสามารถในการกินหรือขับถ่ายด้วย แม้แต่ปอดและหัวใจของเจ้าก็จะค่อย ๆ เริ่มหมดกำลังลง แต่เจ้าจะไม่รู้สึกถึงสิ่งเหล่านี้ สติสัมปชัญญะของเจ้าจะแค่ล่องลอยไปเรื่อย ๆ สิ่งเดียวที่เจ้าจะรู้สึกได้ก็คือการเคลื่อนผ่านของเวลา และนั่นก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เจ้าจะต้องรู้ เพราะในสถานการณ์เช่นนี้เจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมากที่สุดก็แค่เจ็ดวันเท่านั้น แต่ว่าเจ้ายังบาดเจ็บสาหัสอีกด้วย ข้าคิดว่าขีดจำกัดในปัจจุบันของเจ้าก็คือสามวัน”

“หลังจากสามวัน ท่านก็ฟื้นคืนพลังวิญญาณเข้าไปแล้วตัดขาดมันอีกครั้งได้ใช่ไหมครับ” ม่อหลินกล่าว

“นี่ล่ะเรื่องสุดท้ายที่ข้าต้องพูดให้ชัดเจน เมื่อพลังวิญญาณถูกตัดขาดไปแล้ว การฟื้นคืนจากภายนอกนั้นเป็นไปไม่ได้และได้แต่พึ่งตัวเจ้าเองเท่านั้น  และวิธีการก็มีเพียงวิธีเดียว นั้นคือการทะลวงถึงระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณ หลังจากเชื่อมต่อแล้วเจ้าจะสามารถฟื้นคืนพลังวิญญาณด้วยการใช้พลังวิญญาณเที่ยงแท้ ถ้าเจ้าไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้ ก็ขออภัยที่ต้องบอกว่า เจ้าจะต้องอยู่เช่นนั้นต่อไป แล้วเจ้าก็จะ...ตาย”

......................................................

 

ตอนที่ 61 – ได้แต่พึ่งตนเอง




NEKOPOST.NET