Heaven Awakening Path ตอนที่ 59 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.59 - กุญแจสำคัญของการเชื่อมต่อพลังวิญญาณ


ตอนที่ 59- กุญแจสำคัญของการเชื่อมต่อพลังวิญญาณ

 

ผู้มีพลังวิญญาณสามเชื่อมต่อสามารถทำให้ผู้คนตื่นตะลึงได้ แต่ความสามารถที่นางแสดงออกมานั้นก็ไม่น่าตื่นตาตื่นใจมากนัก จะอย่างไรสี่คนนี้ก็มิได้เป็นนักเรียนแรกเข้าสถาบันที่ไม่รู้เลยว่าพลังวิญญาณคืออะไร แม้ว่าระดับชั้นของพวกเขาจะยังไม่ถึงขั้น แต่จะอย่างไรพวกเขาก็เคยเห็นผู้เชื่อมต่อใช้ความสามารถของพวกเขามาแล้ว และทฤษฎีเรื่อง “การควบคุม” นี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ถ้าไม่โง่จนเกินเยียวยาแล้ว การคาดเดาเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ไม่ได้ยากมากนัก

แต่การจะคิดถึงเรื่องพวกนี้ก่อนที่จะไปถึงระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณนั้นไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าใด การสาธิตของฉู่หมิ่นนั้นพุ่งเป้าไปที่ลู่ผิง แม้ว่าลู่ผิงจะอยู่ในระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณแล้ว อีกทั้งพลังวิญญาณของเขายังสูงส่งมากอีกด้วย แต่ก็ไม่เคยมีใครเห็นเขาใช้ความสามารถอะไรออกมาเลย

“เจ้ามีพลังวิญญาณอยู่ในระดับชั้นเชื่อมต่อ แต่การใช้พลังของเจ้าอยู่ในระดับชั้นสัมผัสพลังวิญญาณ” ฉู่หมิ่นระบุสภาพลำบากของลู่ผิงในปัจจุบันด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำอย่างตรงจุด ตอนที่เขาระเบิดพลังออกมาหลายครั้งหลายหน เขาเพียงใช้พลังวิญญาณถล่มคู่ต่อสู้โดยตรงและไม่ได้แสดงความสามารถอื่น ๆ ออกมาเลย

“ข้าเชื่อว่าคงมิใช่ว่าเจ้าไม่เคยลอง แต่เจ้าคงจะทำไม่ได้มากกว่า ใช่หรือไม่” ฉู่หมิ่นพูดต่อ

ลู่ผิงพยักหน้า

“แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหนล่ะ” ในขณะที่ฉู่หมิ่นพูด นางก็พลิกฝ่ามืออีกครั้งและมีก้อนอากาศปรากฎขึ้นในมือของนาง แต่คราวนี้นางไม่ทั้งเพิ่มสีหรือน้ำหนัก นางวาดมือทำให้ก้อนอากาศยืดยาวออกไป เมื่อดูที่มือของฉู่หมิ่นอีกครั้งก็พบว่าก้อนอากาศนั้นกลับกลายเป็นกระบี่เล่มหนึ่งไปแล้ว ฉู่หมิ่นยกมือที่ถือกระบี่ลมขึ้นชี้ไปที่ลู่ผิง

“นี่อะไร” นางถาม

“กระบี่” ลู่ผิงตอบ

“ทำไมถึงคิดว่าเป็นกระบี่” นางถาม

ลู่ผิงสะดุดใจ คำถามนี้ดูจะไร้เหตุผลมาก เปรียบได้กับการที่มีคนยกไข่ไก่ให้เจ้าดูตรงหน้าแล้วถามว่าทำไมนี่มันเหมือนไข่ไก่

นี่เป็นไข่ไก่

นี่เป็นกระบี่

จะต้องมีเหตุผลอะไรอีก

ฉู่หมิ่นวาดมือไปเพื่อเปลี่ยนแปลงก้อนอากาศอีกครั้ง กระบี่ก็ได้โค้งงอลงและคมกระบี่ที่เคยมีสองคมด้านหนึ่งก็หนาขึ้นกลายเป็นดาบ

“แล้วนี่อะไร”

“ดาบ” ลู่ผิงตอบโดยไม่ต้องคิด แต่ต่อจากนั้นเขาก็ก้มศีรษะครุ่นคิด

“ทำไมเมื่อครู่เป็นกระบี่ แต่ตอนนี้กลายเป็นดาบเล่า” ฉู่หมิ่นถาม

“เพราะมันมีหน้าตาต่างกัน” ลู่ผิงตอบ

“ใช่ มีหน้าตา แล้วเจ้ารู้หน้าตาของมันได้อย่างไร” ฉู่หมิ่นถาม

“ข้าเห็น”

“ดี” ฉู่หมิ่นพยักหน้า “ก็แบบนี้ล่ะ ง่ายมาก ๆ หน้าตาสิ่งของคือสิ่งที่เจ้ามองเห็น แต่มิใช่สิ่งที่เจ้าได้ยิน ได้กลิ่น หรือรับรสได้”

ลู่ผิงเข้าใจแล้ว เขาได้เรียนรู้เรื่องนี้มาเพิ่งจะเมื่อวานนี้เอง อุปกรณ์ในห้องกระจายเสียงของสถาบันเทียนเจ้าต้องใช้พลังวิญญาณแห่งเสียงในการทำงาน แต่พลังวิญญาณของลู่ผิงนั้นไม่บริสุทธิ์ เขาอยากจะใช้พลังวิญญาณแห่งเสียง แต่เมื่อเขาพยายามทำเช่นนั้น พลังวิญญาณประเภทอื่นก็กลับเจือปนมาด้วย ทำให้อุปกรณ์ทั้งหมดพังพินาศลงไปเพราะมันรับได้แต่พลังวิญญาณแห่งเสียงเท่านั้น

ความสามารถจากการเชื่อมต่อพลังวิญญาณก็เหมือนกัน ความสามารถที่มาจากการควบคุมพลังวิญญาณประเภทหนึ่งก็ต้องมีแต่พลังวิญญาณที่เราอยากจะใช้เท่านั้น และพลังวิญญาณอื่น ๆ ก็ต้องไม่มาเจือปนด้วยเลย แต่ลู่ผิงในตอนนี้ยังไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้ และนี่ก็คือเหตุผลที่เขาไม่อาจควบคุมพลังวิญญาณให้ใช้ความสามารถใด ๆ ออกมา

“แต่ว่า...รูปแบบก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เราเห็นได้อย่างเดียวนี่คะ!” ซูถังถามโพล่งขึ้นมา

“ถูกต้อง รูปแบบก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เราเห็นได้อย่างเดียว ยังมาจากการสัมผัสได้ด้วย ไม่เพียงเท่านี้ จินตนาการของเราก็นับด้วยเหมือนกัน ดังนั้นผู้มีพลังวิญญาณสองเชื่อมต่อจึงแข็งแกร่งกว่าผู้มีพลังวิญญาณหนึ่งเชื่อมต่อมาก และผู้มีพลังวิญญาณสามเชื่อมต่อก็แข็งแกร่งกว่าผู้มีพลังวิญญาณสองเชื่อมต่อมากเช่นกัน” ฉู่หมิ่นกล่าว

ทั้งสี่คนตระหนักทันทีว่าการสาธิตของฉู่หมิ่นที่เน้นไปที่รูปแบบนั้นไม่เพียงเพื่อให้ลู่ผิงรู้ถึงปัญหาของตัวเขาเอง แต่ยังทำให้พวกเขาทั้งหมดเข้าใจถึงความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดจากการเชื่อมต่อพลังวิญญาณอย่างรวดเร็วและชัดแจ้งอีกด้วย

รูปแบบนั้นเป็นรายละเอียดที่ควบคุมได้จากพลังวิญญาณแห่งรูป พลังวิญญาณแห่งกาย และพลังวิญญาณแห่งจิต

แต่ถ้ามีรายละเอียดใดที่ต้องใช้พลังวิญญาณสองหรือสามประเภทในการควบคุมผู้ มีพลังวิญญาณหนึ่งเชื่อมต่อหรือสองเชื่อมต่อก็ย่อมไม่อาจทำได้ ระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณไม่ใช่เพียงการทบยอดเข้าไปง่าย ๆ ในเมื่อการจัดเตรียมที่แตกต่างทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่ไร้ขอบเขต เมื่อพลังวิญญาณที่เชื่อมต่อมีมากขึ้น สิ่งที่ทำได้ก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

มีเพียงจินตนาการไม่ออก ไม่มีสิ่งที่ทำไม่ได้!

นี่เป็นประโยคที่มีชื่อเสียงแพร่หลายไปทั่วในโลกผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณ แต่คนส่วนมากก็คิดว่ามันเป็นเพียงคำพูดเรื่อยเปื่อยเท่านั้น แต่ความจริงก็คือคำพูดประโยคนี้เป็นการอธิบายระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณได้ครอบคลุมที่สุดแล้ว ด้วยการผสมผสานพลังวิญญาณทั้งหก จะมีความสามารถได้มากมายขนาดไหนกัน มันไม่มีขีดจำกัด มีเพียงจินตนาการไม่ออก ไม่มีสิ่งที่ทำไม่ได้

ต้องยอมรับว่าแม้ลู่ผิงและพวกจะไม่ใช่พวกมือใหม่ แต่นี่ก็ยังเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เข้าใจเรื่องราวลึกซึ้งถึงเพียงนี้ เป็นครั้งแรกประตูสู่โลกใบใหม่ได้เปิดออกตรงหน้าพวกเขา มันเหมือนกับว่าพวกเขาได้ค้นพบหนทางใหม่แล้ว

“แต่ว่าก่อนอื่น พวกเจ้าต้องทะลวงถึงระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณเสียก่อน” คำพูดฉู่หมิ่นเป็นเสมือนการสาดน้ำเย็นลงบนหน้าพวกเขา

หลังจากบรรลุถึงพลังวิญญาณชั้นฟ้าที่หก ใครก็สามารถพยายามทะลวงถึงระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณได้ ไม่ว่าจะเป็นซูถัง ซีเฟิ๋น หรือม่อหลินต่างการใช้เวลาปลุกปล้ำอยู่กับขั้นตอนนี้มาสักพักแล้ว ดังนั้นจะบอกว่าพวกเขาไม่มีแนวคิดเกี่ยวกับระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณเลยย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่พวกเขาก็ยังติดค้างอยู่ในระดับพลังวิญญาณชั้นฟ้าที่หกอยู่ดี เห็นได้ชัดว่าการทะลวงผ่านก็มิได้ง่ายดายเพียงนั้น

“การทะลวงถึงระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณ นั้นคือการเชื่อมต่อกับพลังวิญญาณเที่ยงแท้ หรือเรียกได้ว่าเป็นการค้นหาพลังของพลังวิญญาณเที่ยงแท้ กุญแจสำคัญก็คือการมีสมาธิ ตั้งจิตมั่น”

มีสมาธิ ตั้งจิตมั่น...

คำพูดที่ธรรมดาสามัญ ไม่ว่าใครก็ตามที่ต้องร่ำเรียนเขียนอ่านก็จะถูกบอกให้มีสมาธิและตั้งใจเล่าเรียนด้วยกันทั้งนั้น แต่ว่าหลังจากผ่านการสาธิตของฉู่หมิ่นและการอธิบายข้อจำกัดของลู่ผิงแล้ว ทั้งสี่คนก็เข้าใจความหมายของคำว่า มีสมาธิและตั้งจิตมั่นของฉู่หมิ่นในทันที

เช่นเดียวกับการควบคุมพลังวิญญาณเพื่อใช้ความสามารถซึ่งต้องการพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์ การสมาธิและตั้งจิตมั่นที่ฉู่หมิ่นหมายถึงก็ต้องใช้ความบริสุทธิ์เช่นกัน

หลังจากทะลวงถึงระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณแล้ว เราสามารถจะควบคุมพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์ได้ ซึ่งการสำเร็จวิชาควบคุมพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์นี้ก็เกิดขึ้นระหว่างที่พยายามทะลวงผ่านระดับชั้นนี้นี่เอง

แต่เรื่องนี้ก็มิได้ง่ายดายหรือเรียบง่าย

เมื่อกล่าวถึงรูปแบบเฉพาะแล้ว พลังวิญญาณทั้งหกก็คือประสาทสัมผัสทั้งหกและพลังวิญญาณเที่ยงแท้ก็คือความทรงจำ สิ่งที่มนุษย์เรามองเห็น ได้ยิน หรือคิด สุดท้ายแล้วก็จะถูกเปลี่ยนเป็นความทรงจำ แต่ในการตระหนักรู้ถึงความบริสุทธิ์นี้ ความทรงจำในช่วงเวลาหนึ่งควรจะต้องมีเพียงประสาทสัมผัสเดียว และที่เหลือก็ต้องถูกละทิ้งไป

นี่ยากมาก ยากเป็นที่สุด ประสาทสัมผัสทั้งหกของมนุษย์นั้นทำงานร่วมกันเสมอ ความต้องการที่จะเลือกเพียงอย่างเดียว รับรู้ได้ถึงประสาทสัมผัสเพียงประเภทเดียวและทิ้งที่เหลือไปนั้นยากยิ่งที่จะควบคุมได้

แต่ประสาทสัมผัสก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่แสดงถึงพลังวิญญาณ พลังวิญญาณมิได้เรียบง่ายเช่นนั้น ในตอนนี้เอง สายตาของฉู่หมิ่นก็ทอดมองไปที่ม่อหลิน

 “ดังนั้นตอนนี้เจ้ารู้ถึงความเหนือชั้นของสายเลือดของตระกูลเจ้าแล้วหรือยัง” ฉู่หมิ่นกล่าว

ม่อหลินสะดุ้งขึ้นมา

สายเลือดตระกูลม่อ สายเลือดที่ไม่อาจฝึกฝนพลังวิญญาณแห่งกายได้นั้นเหนือชั้นกว่าผู้อื่นหรือ เขาไม่เคยคิดเช่นนั้นเลย แต่ในตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้ว

นี่เป็นความบริสุทธิ์อย่างหนึ่ง

มันหายไปเพียงพลังวิญญาณเดียว แต่อย่างไรก็ตาม ผู้อื่นในขณะที่เชื่อมต่อต้องตั้งสมาธิที่พลังวิญญาณเดียวแล้วละทิ้งพลังวิญญาณอีกห้าประเภทที่เหลือ การควบคุมความสามารถหลังจากการเชื่อมต่อก็เช่นเดียวกัน แต่พวกเขาคนตระกูลม่อตอนที่ต้องตั้งสมาธิกับพลังวิญญาณเดียวเพื่อเชื่อมต่อกลับต้องละทิ้งพลังวิญญาณอื่นเพียงสี่ประเภทเท่านั้น เพราะมีพลังวิญญาณหนึ่งที่พวกเขาทำอย่างไรก็ไม่มีอยู่แล้ว

แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงที่พวกเขาจะไม่อาจไปถึงจุดสูงสุดคือระดับพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อ แต่ถ้าพูดถึงเพียงพลังวิญญาณห้าเชื่อมต่อแล้ว พวกเขาจะทำได้ง่ายกว่าผู้อื่นมากนัก เพราะพวกเขาเกิดมาก็ขาดพลังวิญญาณไปหนึ่งประเภท

.........................................................

ก็ตามนั้นแหละค่ะ เหนือกว่าตามตรรกะเฉย ๆ ไม่ได้มีความลึกลับอะไรมาก แต่ก็คือไม่กากนั่นแหละนะ

 

ตอนที่ 60 – วิธีที่ไม่ปกติ

 




NEKOPOST.NET