Heaven Awakening Path ตอนที่ 58 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.58 - ระดับชั้นการเชื่อมต่อพลังวิญญาณ


ตอนที่ 58 – ระดับชั้นการเชื่อมต่อพลังวิญญาณ

 

“ครูฉู่หมิ่นครับ”

เสียงซีเฟิ๋นดังขึ้นจากด้านข้าง รถเข็นของเขาถูกเก็บกลับมาแล้ว และม่อหลินก็กำลังเข็นมันมา เมื่อครู่นี้ซีเฟิ๋นกับม่อหลินได้เห็นรอยยิ้มสุดท้ายของฉู่หมิ่น เมื่อเทียบกับสีหน้าที่ยากจะคาดเดาซึ่งแวบขึ้นเพียงพริบตาเดียวของเมื่อวานนี้แล้ว ความสุขใจที่รอยยิ้มนี้แสดงออกมานั้นชัดเจนกว่ากันมากนัก

ฉู่หมิ่นหันไปเหลือบมองซีเฟิ๋นและม่อหลินด้วยสีหน้าตามปกติของนาง นักเรียนสี่คนของสถาบันไจเฟิงเขตเสียเฟิงได้มารวมตัวกันอยู่ตรงหน้านาง สายตาฉู่หมิ่นมองพวกเขาทีละคน และพวกเขาก็มองกลับไปที่นาง พวกเขามีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับครูคนนี้มาก แม้แต่คนที่โง่ที่สุดยังดูออกว่านางต้องผ่านเรื่องราวไม่ธรรมดามาแล้วมากมาย

แต่ฉู่หมิ่นก็ไม่คิดที่จะแนะนำตัวอย่างละเอียด หลังจากกวาดตามองพวกเขาครั้งหนึ่งแล้ว นางก็เริ่มพูดทันที “ข้าคือฉู่หมิ่น ในหนึ่งเดือนนี้ ข้าจะควบคุมการฝึกฝนของพวกเจ้าทั้งหมด”

“เอ๊ะ” ม่อหลินประหลาดใจ

“มีปัญหาอะไรหรือ” ฉู่หมิ่นเหลือบมองม่อหลิน สีหน้านั้นเหมือนจะบอกว่าถ้าม่อหลินพูดว่า “ใช่” ขึ้นมาล่ะก็ โดนฆ่าตายแน่

“ไม่มี ไม่มีเลยครับ” ม่อหลินรีบพูดและหันไปสบตากับซีเฟิ๋นอย่างมึนงง

หลังจากวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึกของนางเมื่อวานนี้แล้ว ทั้งสองคนก็สรุปว่านางอาจจะไม่ยินยอมรับพวกเขามาฝึกฝน แต่พวกเขาก็มิได้คิดว่าสภาวะจิตใจนางจะเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงเพียงนี้ เมื่อวานนางดูซังกะตายเหลือเกิน แต่วันนี้นางกลับดูเหมือนคนละคนกันเลย

สาเหตุคือสิ่งใดกัน

แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่การจัดการของกัวโหย่วเต้า นางไม่มองจดหมายของกัวโหย่วเต้าด้วยซ้ำก่อนที่จะขว้างมันทิ้งไป เห็นได้ชัดว่านางมิได้ใส่ใจกัวโหย่วเต้ามากนัก

เป็นเพราะลู่ผิงกับซูถังหรือ

ซีเฟิ๋นคิดเช่นนั้น เพราะจะอย่างไรฉู่หมิ่นก็มีสายตาที่แปลกไปและยิ้มแย้มเฉพาะตอนที่พูดคุยกับพวกเขาเท่านั้น นางถูกพวกเขาทำให้หวั่นไหวมาครั้งหนึ่งแล้วก่อนที่จะกลับไปเซื่องซึมอีกครั้ง จากเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่านางมีพลังใจที่เข้มแข็งมาก ไม่ว่านางจะเซื่องซึมหรือตั้งสติได้ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของตัวนางเองคนเดียว ผู้อื่นไม่อาจส่งผลกระทบต่อนางได้เลย

ในขณะที่ซีเฟิ๋นกำลังวิเคราะห์นาง นางก็ตั้งใจมองดูเขาเช่นกัน นางเอ่ยเหมือนกับดูออกว่าเขาคิดอย่างไรว่า “ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ในเดือนหนึ่งนี้ พวกเจ้าต้องพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่การฝึกฝน มิเช่นนั้นทางเลือกเดียวของพวกเจ้าก็คือความตาย”

หลังจากกล่าวเช่นนี้นางก็ชี้ไปที่ลู่ผิงแล้วพูดว่า “รวมทั้งเจ้าด้วย”

“ไม่จริงหรอก!” ม่อหลินตื่นตะลึง

“นั่นก็เพราะสภาพกับทักษะของเจ้ามันยุ่งเหยิงที่สุด ถ้าเจ้ายังคงเป็นเช่นนี้ แม้ว่าจะมีพลังวิญญาณมากกว่านี้อีกสิบเท่า ข้าก็ยังคงใช้นิ้วเดียวสังหารเจ้าได้อยู่ดี” ฉู่หมิ่นกล่าว

“โอ้อวดไปแล้ว” ม่อหลินยังคงตะโกนเหมือนจะช่วยเรียกร้องความยุติธรรมให้ลู่ผิง

“ส่วนพวกเจ้าสามคน” แต่ฉู่หมิ่นก็ทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของม่อหลินเลย และกล่าวต่อ “พลังวิญญาณชั้นฟ้าที่หก พวกเจ้าต้องเชื่อมต่อให้ได้เร็วที่สุด ก่อนอื่น ข้าคิดว่าพวกเจ้าคงรู้ดีอยู่แล้วว่าพลังวิญญาณเที่ยงแท้คืออะไร พลังวิญญาณเที่ยงแท้ก็คือ...”

“เดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยว!” ม่อหลินร้องขึ้นมาอีกครั้ง “เราจะเริ่มฝึกกันแล้วหรือครับ”

“เจ้าลองพูดแทรกอีกทีสิ ข้าฆ่าเจ้าแน่!” ครั้งนี้ไม่เพียงไม่มองเมิน แต่ฉู่หมิ่นยังกล่าวเตือนอย่างจริงจัง ม่อหลินหุบปากลงทันที

แต่ฉู่หมิ่นกลับไม่ปล่อยให้เขาเงียบไป “เจ้าชอบพูดนักก็บอกมาสิว่ารูปแบบเฉพาะของพลังวิญญาณเที่ยงแท้คืออะไร”

รูปแบบเฉพาะไม่ใช่คำเรียกที่แม่นยำ แต่เป็นการอธิบายอย่างแข็งทื่อ พลังวิญญาณเที่ยงแท้ก็คือพลังวิญญาณเที่ยงแท้ พลังวิญญาณแห่งรูปก็คือพลังวิญญาณแห่งรูป แต่เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ผู้คนก็จับมันเข้าคู่กับประสาทสัมผัสของมนุษย์ที่เชี่ยมโยงกัน พลังวิญญาณแห่งรูปเป็นประสาทการมองเห็น พลังวิญญาณแห่งเสียงเป็นประสาทการได้ยิน พลังวิญญาณแห่งกลิ่น... เป็นต้น

ความหมายที่ถูกจับคู่นี้ก็คือ “รูปแบบเฉพาะ” ในเมื่อมันกลายเป็นเรื่องที่รู้กันโดยทั่วไป แม้แต่คำว่า “รูปแบบเฉพาะ” ก็ยังถูกตัดทอนไป หลายคนยังใช้คำว่า ตา หู จมูก ลิ้น มือ ซึ่งเป็นคำที่ยิ่งง่ายเข้าไปอีกในการกล่าวถึงพลังวิญญาณทั้งหก

แต่ฉู่หมิ่นมิได้ทำเช่นนี้ แต่นางกลับเน้นที่คำพูดสี่พยางค์นี้

แต่ว่าสุดท้ายแล้ว ความหมายของคำถามก็ยังคงเดิม ดังนั้นคำตอบจึงยังเหมือนเดิมเช่นกัน

“พลังวิญญาณเที่ยงแท้คือความทรงจำครับ” ม่อหลินตอบ

รูป เสียง กลิ่น รส กาย จิต พลังวิญญาณทั้งหกเป็นการตระหนักรู้หกประเภทและยังเป็น ประสาทสัมผัสทั้งหก แต่พลังวิญญาณที่เจ็ดคือพลังวิญญาณเที่ยงแท้กลับเป็นความทรงจำ

นี่ย่อมมิใช่ความรู้สูงส่งลึกลับอันใด แม้แต่คนทั่วไปส่วนมากก็ยังสามารถจะท่องความหมายของพลังวิญญาณทั้งเจ็ดได้จากที่ได้ยินได้ฟังกันมา คำอธิบายว่าเหตุใดพลังวิญญาณเที่ยงแท้ก็คือเป้าหมายสูงสุดของพลังวิญญาณทั้งหกนั้น ก็คือ สิ่งที่คนแต่ละคนเห็น ได้ยิน รับรส ได้กลิ่น สัมผัสและคิดถึง สุดท้ายแล้วก็จะแปรเปลี่ยนเป็นความทรงจำ พลังวิญญาณเที่ยงแท้ก็คือความทรงจำนี้เอง

หลักการเรียบง่ายมาก แม้แต่คนทั่วไปหลายคนก็ยังสามารถสัมผัสพลังวิญญาณได้หลายส่วน แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่อาจจะบรรลุถึงชั้นฟ้าต่าง ๆ ได้ เพราะ “รูปแบบเฉพาะ” สี่พยางค์นี้

การมองเห็นเป็นรูปแบบเฉพาะของพลังวิญญาณแห่งรูป

การได้ยินเป็นรูปแบบเฉพาะของพลังวิญญาณแห่งเสียง

แต่การจะกล่าวว่าการมองเห็นคือพลังวิญญาณแห่งรูปและการได้ยินคือพลังวิญญาณแห่งเสียงนั้นก็ผิดแล้ว

และเมื่อผู้หนึ่งสามารถสัมผัสได้ถึงความแตกต่างนั้น เขาก็จะบรรลุถึงขอบเขตขั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณ

“ระดับชั้นการสัมผัสพลังวิญญาณคือการเพิ่มความแข็งแกร่งและรุดหน้าไปเรื่อย ๆ แต่ระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณนั้นเป็นประตูสู่ขอบเขตใหม่โดยสิ้นเชิง นั่นก็คือ การควบคุม” ฉู่หมิ่นกล่าว

“ทำไมต้องควบคุม ความสามารถที่มาจากการเชื่อมต่อพลังวิญญาณก็คือการควบคุมอย่างหนึ่ง ถ้าเจ้าอยากมีความสามารถเช่นนั้น ก่อนอื่นก็ต้องเข้าใจก่อนว่าสิ่งใดที่เจ้าสามารถควบคุมได้”

“การมองเห็นได้ไกลขึ้น การได้ยินชัดขึ้น พลังกายที่มากขึ้นหรือ นี่มิใช่การควบคุม เรื่องพวกนี้ร่างกายของพวกเจ้าก็พัฒนาได้เองตามธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นอะไรจึงจะเป็นการควบคุมที่แท้จริงเล่า” ฉู่หมิ่นพูดรวดเดียวจบแล้วก็ยกมือขวาขึ้นมา ก่อนที่จะกล่าวต่อ

“พลังวิญญาณแห่งกลิ่นเป็นเพียงการรับกลิ่นหรือ มันเพียงแค่ทำให้จมูกของเจ้าไวขึ้นเท่านั้นหรือ ย่อมมิใช่เช่นนั้น พลังวิญญาณแห่งกลิ่นทำให้เราสามารถควบคุมการไหลเวียนของอากาศได้” ในขณะที่นางพูดก็มีก้อนอากาศทรงกลมค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเหนือฝ่ามือของนาง

“พลังวิญญาณแห่งรูปเป็นเพียงการมองเห็น ทำให้เราเห็นได้ชัดขึ้นและไกลขึ้นเท่านั้นหรือ คิดดูให้ดีสิ ‘การมองเห็น’ ในการกระทำนี้ เจ้ารับรู้อะไรกันแน่ ตัวอย่างเช่น สี” ในขณะที่นางพูด ก้อนอากาศเหนือฝ่ามือของนางก็มีสีขึ้นมาจนกลายเป็นก้อนสีแดงเพลิง

“พลังวิญญาณแห่งกาย เป็นพละกำลังหรือ ความเร็วหรือ มือและเท้าทั้งสองของพวกเจ้ารับรู้ข้อมูลได้เพียงเท่านี้หรือ ด้วยการใช้สัมผัสทางกายเจ้าก็สามารถรับรู้น้ำหนักได้ด้วยใช่หรือไม่” ในขณะที่ฉู่หมิ่นพูด ก้อนอากาศก็ตกลงไปกลางฝ่ามือของนาง ฉู่หมิ่นยกมือขึ้นแล้วขวางออกไป และก้อนอากาศสีแดงนั้นก็พุ่งเป็นเส้นโค้งไปถึงปลายเท้าของลู่ผิง มันระเบิดออกเสียงทึบ ๆ และแตกกระจายออกไป เหลือไว้เพียงหลุมเล็กบนพื้นอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

นางมองไปทางลู่ผิงและกล่าวว่า

“พลังวิญญาณของเจ้านั้นอยู่ในระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณ แต่เจ้าสามารถทำการควบคุมเล็กน้อยนี่ได้หรือไม่”

เล็กน้อยหรือ

ซีเฟิ๋นและม่อหลินหน้าเขียวซีด นี่เรียกว่าเล็กน้อยหรือ

ในเวลาเพียงสั้น ๆ ฉู่หมิ่นก็ได้แสดงถึงพลังวิญญาณที่เชื่อมต่อแล้วสามประเภทด้วยกัน นี่หมายความว่าอย่างน้อยนางก็เป็นผู้มีพลังวิญญาณสามเชื่อมต่อแล้ว

พลังวิญญาณสามเชื่อมต่อ!

นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนพลังวิญญาณหนึ่งเชื่อมต่อบวกกับอีกพลังวิญญาณหนึ่งเชื่อมต่อบวกกับอีกพลังวิญญาณหนึ่งเชื่อมต่อ ไม่เช่นนั้นการที่ยังไม่มีผู้มีพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อสักคนบนแผ่นดินคงเป็นไปไม่ได้

จากการเชื่อมต่อพลังวิญญาณแต่ละครั้ง ความยากลำบากของการฝึกฝนขั้นต่อไปนั้นเพิ่มขึ้นหลายเท่าทวีคูณ นี่ไม่ง่ายดายเหมือนหนึ่งบวกหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสามเด็ดขาด

สตรีนางนี้แข็งแกร่งเพียงใดกัน

แม้แต่ม่อหลินที่แค่มาเข้าร่วมเล่น ๆ ก็ยังรู้สึกคาดหวังขึ้นมาแล้ว

...................................................................

ตอนสองตอนนี้ก็จะเป็นการลงรายละเอียดเซตติ้งโลก ส่วนตอนหน้านั้นจะเฉลยที่เราเคยสปอยล์เล็ก ๆ ว่าสายเลือดตระกูลม่อนั้นมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็นแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าคนนั้นที่เราเคยเม้นท์ไปยังอยู่รึเปล่าเอ่ย?

 

ตอนที่ 59- กุญแจสำคัญของการเชื่อมต่อพลังวิญญาณ




NEKOPOST.NET