Heaven Awakening Path ตอนที่ 56 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.56 - สามประโยค


ตอนที่ 56 – สามประโยค

 

สายตาทุกคนหันไปมองสตรีขี้เมาที่เดินหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง เวินเหยียนและเฉินฉือที่บังเอิญขวางหน้านางก็หลีกทางให้นางโดยไม่รู้ตัว

แต่สตรีนางนั้นกลับมิได้เดินเข้ามาอีก หลังจากก้าวเข้ามาในห้องหนึ่งก้าวนางก็ยืนปักหลักอยู่ที่เดิมและกวาดตามองไปทั่วห้อง สายตาของนางมิได้หยุดอยู่ที่เฉินฉือ เวินเหยียนหรือแม้แต่ผู้อำนวยการจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ซีเฟิ๋นและม่อหลิน

“ท่านคือครูฉู่หมิ่นหรือครับ” ซีเฟิ๋นอ้าปากถาม

“ข้าคือฉู่หมิ่น” สตรีขี้เมาตอบ

“เรามาจากสถาบันไจเฟิงในเขตเสียเฟิง เรามีจดหมายจากผู้อำนวยการของเราถึงท่าน เขาขอให้ท่านช่วยเหลือในการฝึกฝนของพวกเราเพื่อเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณเขตจื้อหลิง” ซีเฟิ๋นพูด

การชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณหรือ

เมื่อได้ยินคำพูดนี้สีหน้าของเฉินฉือ เวินเหยียนหรือแม้แต่อวิ๋นชงก็เปลี่ยนไป เวินเหยียนและเฉินฉือมองตาค้าง ส่วนอวิ๋นชงก็เริ่มที่จะยิ้มน้อย ๆ แล้ว รอยยิ้มของเขาจะบ่งบอกความไม่เห็นด้วยเลย

เด็กพวกนี้มีสัดส่วนและพรสวรรค์ที่ดี แต่จากระดับชั้นเพียงเท่านี้จะเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณในหนึ่งเดือนก็ยังไร้เดียงสาเกินไปหน่อย ดูเหมือนนี่จะเป็นความหวังของผู้อำนวยการไจเฟิง กัวโหย่วเต้าคนนี้ก็ยังเหมือนเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วไม่มีผิด ตอนนั้นเขาไปตั้งสถาบันในเขตชนบทแล้วบอกว่าจะก้าวข้ามสี่สถาบันหลักให้ได้ แล้วมาตอนนี้เขาก็ส่งนักเรียนที่มีพลังวิญญาณชั้นฟ้าที่หกไม่กี่คนมาเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณ ในเมื่อเขามีต้นกำเนิดจากสี่สถาบันหลัก เขาจะความรู้คับแคบขนาดนี้เลยหรือ คงไม่ได้ปลอมสถานะมาหรอกใช่ไหม

อวิ๋นชงทำเหมือนได้ยินเรื่องขำขัน แต่เขาก็รีบเก็บรอยยิ้มและกล่าวว่า “เข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณในหนึ่งเดือนหรือ พวกเจ้าเคยเห็นการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณในเขตจื้อหลิงมาก่อนหรือไม่ รู้ระดับการต่อสู้ของการชุมนุมหรือเปล่า คิดว่าเหมือนกับการทดสอบใหญ่ของสถาบันหรืออย่างไร ด้วยระดับชั้นในตอนนี้ของพวกเจ้า ข้าบอกได้เลยว่าพวกเจ้าต้องตายโดยไร้ที่กลบฝังแน่ ๆ หนึ่งเดือน...พวกเจ้าคิดว่าแค่หนึ่งเดือนจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือ”

“พวกเจ้ามีสัดส่วนที่ยอดเยี่ยม มาฝึกที่สถาบันเทียนเจ้าสองปี...หรืออาจจะแค่หนึ่งปี แล้วพวกเจ้าก็จะสามารถสร้างชื่อในการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณได้” อวิ๋นชงกล่าว

ทั้งสองคนมิได้กล่าวตอบ พวกเขาทราบดีว่าคำพูดของอวิ๋นชงนั้นถูกต้อง การเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณด้วยระดับชั้นเช่นนี้เป็นการไม่ประเมินตัวเองจริง ๆ

ทั้งสองคนแลกเปลี่ยนสายตากันเอง ม่อหลินยักไหล่ด้วยท่วงท่าไม่ใส่ใจ เขามีจุดประสงค์อื่นในการเข้าร่วมสถาบันไจเฟิง ดังนั้นเขาย่อมไม่รู้สึกอะไรมากมายกับการจัดการของกัวโหย่วเต้า เขาก็แค่ตามน้ำไปเท่านั้น แต่ซีเฟิ๋นนั้นต่างกัน เขาจริงจังมาก หลังจากมองดูท่าทีไม่ใส่ใจของม่อหลิน เขาก็แสดงจุดยืนของตนเองอย่างจริงใจ “หนึ่งเดือน ข้าอยากลองดู”

หาที่ตาย!

อวิ๋นชงมิได้กล่าวสิ่งใด แต่สายตาของเขาก็บ่งบอกความคิดของเขาออกมา

ซีเฟิ๋นและม่อหลินหันไปมองฉู่หมิ่นโดยพร้อมเพรียงกัน

“การชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณหรือ...” ฉู่หมิ่นกลิ่นสุราเต็มตัว แต่นางก็ดูจะมิได้เมามายสักนิด นางดูเหมือนเพิ่งจะนึกได้ว่าการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณคือสิ่งใด

ฉู่หมิ่น นางคิดอย่างไรกันแน่

ทุกคนหันไปมองนาง แต่นางก็ได้กลับหลังหันเดินออกไปแล้ว

“ตามข้ามา” นางกล่าว

หมายความว่าอย่างไรกัน ทุกคนจ้องมองงง ๆ แต่ฉู่หมิ่นที่มีซูถังใต้แขนข้างหนึ่งและลากลู่ผิงด้วยมืออีกข้างก็ได้ออกจากห้องผู้อำนวยการไปแล้ว

ซีเฟิ๋นและม่อหลินมองหน้ากันและกันด้วยความกลุ้มใจ คนสองคน คนหนึ่งเคลื่อนไหวไม่ได้ ส่วนอีกคนก็ยังถูกมัดอยู่ สุดท้ายฉู่หมิ่นเข้าห้องมาแล้วก็พูดเพียงสามประโยค

ข้าคือฉู่หมิ่น

การชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณหรือ...

ตามข้ามา

ตามหรือ ตามอย่างไร ทั้งคู่หันไปมองอวิ๋นชง

อวิ๋นชงมีสีหน้าครุ่นคิด ดูเหมือนความกังวลของเขาจะไม่ได้เกี่ยวกับพวกเขาแล้ว เขาโบกมือโดยไม่หันมามอง เวินเหยียนก้าวไปข้างหน้าเพื่อแก้มัดให้ม่อหลิน แต่หลังจากนั้นม่อหลินกลับไม่ได้มีสีหน้าที่ผ่อนคลายลง เขามองซีเฟิ๋นด้วยสีหน้าขมขื่นแล้วถามว่า “เจ้าคงไม่ได้คิดจะให้ข้าแบกเจ้าไปใช่ไหม”

ซีเฟิ๋นก็มีสีหน้าหดหู่ ม่อหลินก้าวไปหาเขาแล้วกัดฟันพูดว่า “มา!”

“ลาก่อน” ซีเฟิ๋นไม่ลืมที่จะกล่าวคำอำลาคนที่เหลือก่อนที่ขึ้นไปบนหลังม่อหลิน ม่อหลินที่มีซีเฟิ๋นอยู่บนหลังเดินโซซัดโซเซออกจากห้องไป

ในห้องผู้อำนวยการ เวินเหยียนกับเฉินฉือไม่อยากจะออกไปเลย พวกเขามีคำถามเต็มท้อง ที่สำคัญก็คือ พวกเขามีความอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวของสตรีนางนั้นมาก

“ผู้อำนวยการคะ...” เวินเหยียนเริ่มพูด แม้ว่าเฉินฉือก็อยู่ด้วย แต่เขาก็ช่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน ใครจะไปรู้ว่าเขาต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ถึงจะถามออกมาได้

“สตรีนางนั้นเป็นใครหรือคะ” เวินเหยียนถาม

อวิ๋นชงมิได้ตอบคำแต่กลับถามกลับว่า “นางก็ปรากฏตัวออกมาทำไมกันนะ”

“เอ๋!” เวินเหยียนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านางยังไม่ได้บอกผู้อำนวยการเรื่องการต่อสู้หน้าหอสมุดเลย

นางบรรยายเหตุการณ์นั้นไปอย่างละเอียด อวิ๋นชงมีสีหน้าจริงจังมากเมื่อได้ยินสิ่งที่นางพูด แต่สิ่งที่เขาสนใจที่สุดกลับไม่ใช่ฉู่หมิ่น แต่เป็นรายละเอียดหนึ่งเกี่ยวกับลู่ผิง

“โซ่ตรวนหรือ โซ่ตรวนแบบใดกัน”

“ก็ดูเหมือนโซ่ตรวนสีดำธรรมดานะคะ...” เวินเหยียนได้บรรยายทุกอย่างอย่างละเอียดที่สุดจนจะให้บรรยายอีกก็กล่าวไม่ถูกแล้ว โซ่ตรวนพวกนั้นดูแปลก ๆ แต่นางก็ดูไม่ออกว่าแปลกอย่างไร

“อย่าบอกนะว่า...” อวิ๋นชงคิดถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมา แต่ถ้าเช่นนั้นจะมีพลังวิญญาณได้อย่างไร เรื่องนี้ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี

ถ้าเป็นเช่นนั้น บางทีเด็กหนุ่มคนนั้นคงจะน่าสนใจที่สุดแล้ว อวิ๋นชงใคร่ครวญ แต่เวินเหยียนกับเฉินฉือก็สนใจเพียงแค่ฉู่หมิ่นเท่านั้น โดยเฉพาะเมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาจะสามารถให้คำตอบได้

“เพราะเรื่องราวบางประการที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ครูฉู่หมิ่นก็เลยหมดอาลัยตายอยาก ถ้านางตั้งสติได้อีกครั้งล่ะก็ สถาบันเทียนเจ้าของเราก็คง...” อวิ๋นชงพูดมาถึงตรงนี้ก็จมลงสู่ห้วงความคิดของตนเอง เวินเหยียนและเฉินฉือกลับรู้ใจผู้คนและไม่ได้ไปรบกวนเขาแล้วจากมาเงียบ ๆ

หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก อวิ๋นชงก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง เขาออกไปจากห้องผู้อำนวยการแล้วมองไปข้างนอกผ่านหน้าต่างบนโถงทางเดิน เขาเห็นฉู่หมิ่นกับผู้บุกรุกทั้งสี่คนเดินไปทางหอสมุดก่อนที่จะหายลับไปในดงไม้

 

หอสมุด

หลังจากเดินผ่านโถงทางเดินยาวเหยียด ฉู่หมิ่นก็นำทั้งสี่คนมาถึงห้องเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เมื่อนางเปิดประตู พวกเขาก็พบกับเข้ากับกลิ่นสุราเข้มข้นที่พุ่งเข้ามาปะทะใบหน้า ฉู่หมิ่นลากลู่ผิงเข้าห้องไป ขวดสุราที่วางอยู่บนพื้นกลิ้งพลางส่งเสียงดังไปทั่ว

ม่อหลินเดินตามมาพลางหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เอวของเขาเหมือนจะไม่มีวันตั้งตรงได้อีกแล้ว ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าไปหาพลังใจที่เข้มแข็งเช่นนี้มาจากที่ใดเหมือนกัน เขาอยากจะวางตัวซีเฟิ๋นลงเต็มทีแล้ว แต่แล้วเขาก็พบว่าแม้แต่จุดที่จะวางเท้าลงไปยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ

ฉู่หมิ่นกวาดมือส่ง ๆ โยนลู่ผิงไปไว้ที่มุมห้องทำให้เขาล้มโครมไปชนเข้ากับหนังสือกองใหญ่ หนังสือล้มครืนลงมาทับตัวเขาไปถึงครึ่งตัว ในอีกทางหนึ่งซูถังกลับได้นอนอยู่บนเตียงที่มีเพียงหลังเดียวในห้อง ไม่ได้ถูกจัดการอย่างป่าเถื่อนเช่นลู่ผิง

“ข้าไม่ไหวแล้ว...” ในที่สุดม่อหลินก็ทนต่อไปไม่ได้ เขาโยนซีเฟิ๋นลงพื้นก่อนที่จะนั่งแปะลงพิงผนังห้อง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พลางเช็ดเหงื่อ

ฉู่หมิ่นกลับมาหาพวกเขา ซีเฟิ๋นชูจดหมายที่เขาหยิบออกมาด้วยมือทั้งสองข้างและกล่าวว่า “นี่ครับ จดหมายจากผู้อำนวยการของเรา”

ฉู่หมิ่นรับมันมา ขยำมันเป็นก้อนกลมแล้วโยนส่ง ๆ ทิ้งไปแบบที่ทำกับลู่ผิง จดหมายหายไปที่ไหนสักแห่ง

“การชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณหรือ” นางพูดอย่างสงบนิ่งมาก “กัวโหย่วเต้าไร้ความทะเยอทะยานเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เขามิได้พูดว่าจะก้าวข้ามสี่สถาบันหลักไปเมื่อ 24 ปีที่แล้วหรือ”

....................................................................................

 

ตอนที่ 57 – เพื่อปกป้อง

 

สปอยล์เล็กน้อย

.

.

สำหรับคนที่อยากรู้ว่าหลายปีก่อนเกิดอะไรขึ้นกันแน่ที่ทำให้ฉู่หมิ่นกลายเป็นคนขี้เมา อย่าห่วงค่ะ คนเขียนเขาเฉลย

ในตอนที่ 870 กว่า ๆ นะคะ....




NEKOPOST.NET