Heaven Awakening Path ตอนที่ 53 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.53 - สตรีขี้เมา


ตอนที่ 53 – สตรีขี้เมา

 

หอสมุดเป็นอาคารที่เรียบง่ายและล้าสมัย ตอนเริ่มก่อสร้าง มันมีเพียงกล้าไม้เล็ก ๆ ปลูกล้อมรอบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป กล้าไม้เล็ก ๆ ก็เติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ใหญ่ยักษ์ และหอสมุดที่ซ่อนตัวอยู่ในดงไม้นั้นก็ดูจะแผ่รัศมีที่พิเศษเฉพาะออกมา แม้ว่าในด้านแสงสว่างแล้วหอสมุดนี้จะไม่อาจได้รับคำชมได้เลย

จากบานประตูทั้งสองบาน บานหนึ่งพังไปแล้ว ส่วนอีกบานก็เปิดออกกว้าง ข้างในเป็นทางเดินที่กว้างขวางแต่มืดสลัว โชคดีที่ทุกคนที่นี่ต่างก็เป็นผู้ฝึกพลังวิญญาณ แค่พลังวิญญาณแห่งรูปชั้นฟ้าที่สองก็เพียงพอแล้วที่จะเห็นในความมืดสลัวนี้ได้อย่างชัดเจน ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็สูดดมกลิ่นสุราและฟังเสียงคนที่พูดขึ้นมา จากนั้นพวกเขาก็เห็นสตรีนางหนึ่งโผล่ออกมาจากความมืด นางมีขวดสุราในมือซ้ายและเด็กสาวนางหนึ่งในแขนขวา เป็นเด็กสาวชุดแดงที่เพิ่งเข้าไปเมื่อสักครู่ ดูเหมือนว่านางจะสลบไปแล้ว

“เอ๊ะ” นักเรียนเทียนเจ้าทุกคนอึ้งไป

ตอนที่พวกเขาได้กลิ่นสุรา พวกเขาก็เริ่มเดาได้แล้วว่าเป็นผู้ใด แต่เมื่อพวกเขาเห็นนางออกมาพร้อมกับเด็กสาวชุดแดงที่หนีบไว้ใต้แขนเช่นนั้น พวกเขาก็ยังพบว่ามันน่าเหลือเชื่อนัก

ในสมองของพวกเขา คนผู้นี้เป็นสตรีที่หดหู่เซื่องซึมเอาแต่ดื่มสุราไปวัน ๆ ไม่มีใครรู้จักจึงเรียกกันว่าสตรีขี้เมา พวกเขาอยากรู้เพียงแค่ว่าทำไมสตรีนางนี้ถึงได้รับอนุญาตให้อยู่ที่สถาบันอยู่อีก

แต่ตอนนี้ เด็กสาวชุดแดงที่พวกเขาไม่อาจจะกำราบได้เลยกลับถูกนางจับกุมไว้อย่างง่ายดายในชั่วเวลาเพียงครู่เดียวที่อีกฝ่ายเข้าหอสมุดไป สตรีขี้เมานางนี้ หรือว่านางจะปกปิดความแข็งแกร่งมาโดยตลอด

นักเรียนทุกคนต่างเงียบงันไปด้วยความตื่นตะลึง มีเพียงเสียงที่เย็นชาเสียงหนึ่ง

“ปล่อยนางไป” ลู่ผิงกล่าว

แค่สามคำ แต่ทุกคำเปล่งออกมาด้วยความกล้าหาญและมุ่งมั่นโดยไม่สนใจสิ่งใด ทุกคนทราบดีว่าคำพูดเหล่านี้มิใช่เพียงคำพูดล้อเล่น เพราะเมื่อลู่ผิงพูดจบ เขาก็พุ่งไปแล้ว เป็นการพุ่งไปอย่างไม่กลัวตายโดยไม่สนใจสิ่งใด

“ระวัง!” ทุกคนร้องตะโกนอย่างลืมตัว ทุกคนได้เห็นความว่องไวและแข็งแกร่งของลู่ผิงมาด้วยตาของตนเองกันแล้ว

แต่สตรีขี้เมานางนั้นก็เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าของนางเมื่อมองลู่ผิงไม่มีทั้งความกระวนกระวายหรือระแวดระวัง แต่เป็นความแปลกใจ สาเหตุที่นางแปลกใจก็เพราะว่าเด็กหนุ่มที่ไม่มีพลังวิญญาณเลยจะมีพละกำลังที่ระเบิดออกมาอย่างทรงพลังเช่นนี้ได้อย่างไร

ลู่ผิงออกหมัดไปแล้ว และตอนนั้นเองพลังวิญญาณที่กล้าแข็งก็แผ่พุ่งออกมา มันพุ่งไปในอากาศจนเกิดเสียงดังครืนคล้ายกับพายุไต้ฝุ่น

นักเรียนเทียนเจ้าหน้าถอดสี นี่มันพละกำลังแบบไหนกัน โดนการโจมตีจากพลังวิญญาณที่รุนแรงเช่นนี้จะทำอะไรได้นอกจากยอมตาย

ยอดหอกระจายเสียง ห้องกระจายเสียง

เมื่อลู่ผิงชกออกไป สีหน้าเวินเหยียนก็แปรเปลี่ยนไปทันที

“จริง ๆ ด้วย...” นางเหลือบมองซีเฟิ๋นก่อนจะกล่าวต่อ “เขามิได้ใช้พลังสูงสุดจริง ๆ”

“นี่ไม่ใช่จุดสูงสุด!” เฉินฉือกล่าว พละกำลังในหมัดของลู่ผิงเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

“นั่นอะไร” เวินเหยียนถามขึ้นอย่างตื่นตะลึงเหมือนได้เห็นบางสิ่งที่แปลกประหลาดมาก

ซีเฟิ๋นก็พอเดาได้ แม้ว่าเขาจะได้เห็นได้ยินมันเพียงสองครั้ง แต่มันก็ทิ้งความประทับใจที่ลึกซึ้งไว้ในจิตใจของเขา

เมื่อสิ่งนั้นปรากฏ ลู่ผิงคงจะใช้พลังเต็มที่แล้ว ซีเฟิ๋นคาดการณ์เช่นนี้มาโดยตลอด

การคาดการณ์ของเขานั้นไม่ผิดเลย ในตอนนี้ลู่ผิงได้ใช้พลังมากที่สุดที่เขาทำได้แล้ว

เพราะว่าลู่ผิงรู้จักสตรีนางนี้ นางคือสตรีนางเดียวกับที่ในร้านโจ๊กเมืองว่างซานได้โยนหนึ่งในสิบสององครักษ์ของจวนเจ้าเมืองเว่ยหมิงออกไปได้โดยลำบากเพียงยกมือขึ้น แล้วยังราดโจ๊กไปเต็มหน้าเขา

สตรีนางนี้แข็งแกร่งมาก แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือซูถังตกอยู่ในมือของนาง

ดังนั้นลู่ผิงจึงได้ใช้พลังสูงสุดโดยไม่กักเก็บ

แคร้ง แคร้ง...

พร้อมกับเสียงกระทบกันของโซ่ตรวน โซ่กักวิญญาณก็ปรากฏขึ้น

“นั่นอะไร” นักเรียนทุกคนต่างมองดูโซ่ตรวนที่ปรากฏจากความว่างเปล่าอย่างแปลกใจ สีหน้าของสตรีขี้เมาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน แต่คิ้วที่ขมวดจากความแปลกใจของนางคลายออกแล้ว

“ยอดเยี่ยม” นางกล่าวและเว้นวรรคก่อนที่จะพูดต่อว่า “แต่ก็ยุ่งเหยิงไปหมดเลยเช่นกัน”

ตูม!

พลังวิญญาณที่รุนแรงเหมือนพายุไต้ฝุ่นกวาดผ่านไป และร่างของสตรีนั้นก็แยกออกเป็นสองส่วน ขวดสุราในมือซ้ายของนางแตกออกทันทีแล้วสุราก็สาดกระจาย แต่ร่างซีกขวาที่จับตัวตัวซูถังอยู่ยังสามารถเคลื่อนไหวได้

ทุกคนเบิกตากว้าง ในพริบตาต่อมา ร่างซีกขวาของสตรีนั้นก็กลับมาเต็มสมบูรณ์อีกครั้ง

ภาพติดตาหรือ

ทุกคนเพิ่งตระหนักว่าพลังวิญญาณนั้นจู่โจมโดนเพียงภาพติดตาของสตรีนางนั้นเท่านั้น นางเร็วเสียจนไม่มีผู้ใดเห็นการเคลื่อนไหวและเห็นเพียงผลลัพธ์จากการเคลื่อนไหวของนางเท่านั้น

หลังจากนางสลัดพลังวิญญาณไว้เบื้องหลัง นางก็ยื่นมือซ้ายซึ่งทิ้งขวดสุราไปแล้วออกมาคว้าไปที่ลำคอของลู่ผิง ก่อนที่นางจะยกตัวเขาขึ้นแล้วทุ่มลงกับพื้น

ตูม!

เกิดเสียงดังสนั่นจากการปะทะกันของพลังวิญญาณอีกครั้ง พื้นหินหน้าประตูหอสมุดเริ่มแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ร่างท่อนบนของลู่ผิงถูกทุ่มจนจมลงไปกับพื้น

ฉับ...พร้อมกับเสียงเบา ๆ นั้น รอยแผลรอยหนึ่งก็เปิดขึ้นบนแก้มซ้ายของสตรีนางนั้นพร้อมกับหยดเลือดที่รินไหลออกมา สุดท้ายแล้วนางก็ยังได้รับบาดแผลตอนที่หลบการโจมตีของลู่ผิง แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแผลของนางเพิ่งจะมาเปิดออกตอนนี้เอง

แต่สีหน้าของนางมิได้แปรเปลี่ยนไปเลย ความสนใจของนางมิได้วอกแวกไปกับบาดแผลเล็กน้อยนี้ สายตาของนางพุ่งไปที่โซ่ตรวนซึ่งล่ามมือและเท้าทั้งสี่ของลู่ผิงเอาไว้ และนางก็ไม่ได้ใส่ใจว่าเพิ่งจะเอาชนะคนที่แข็งแกร่งอย่างลู่ผิงได้เลย

แต่สายตาทั้งคู่ของลู่ผิงก็เพียงจ้องไปที่เชลยของสตรีนางนั้น คือซูถัง

สตรีนางนี้แข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งกว่าทุกคนที่เขาเคยพบเจอ แต่ไม่ว่านางจะแข็งแกร่งเพียงใดเขาก็ไม่อาจยอมแพ้ เขาต้องช่วยซูถังให้ได้ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม

ลำคอที่ถูกบีบแน่นของเขาไม่อาจสูดลมหายใจเข้าไปได้ แต่ก็เขายังส่งเสียงคำรามในลำคอออกมา โซ่ตรวนที่เริ่มจะจางหายไปกลับมาชัดเจนและสั่นไหวอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงโซ่กระทบกันที่สับสน พลังวิญญาณก็พุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งหนึ่ง

พลังวิญญาณแห่งรูป? พลังวิญญาณแห่งเสียง? พลังวิญญาณแห่งกาย? พลังวิญญาณแห่งกลิ่น? พลังวิญญาณแห่งรส? พลังวิญญาณแห่งจิต?

ก่อนหน้านี้นักเรียนเทียนเจ้าไม่อาจสัมผัสพลังวิญญาณใด ๆ บนตัวลู่ผิงได้เลย แต่ในชั่วเวลานั้นพวกเขากลับสามารถสัมผัสพลังวิญญาณทั้งหกประเภทได้ปริมาณมหาศาลจนเหมือนกับว่ามันกำลังจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง พวกเขารู้สึกได้ถึงภัยอันตรายอันร้ายแรงและอดถอยหลังไปก้าวหนึ่งไม่ได้ สามสิบคะแนนหรือ ถึงจะเป็นสามร้อยคะแนนหรือสามพันคะแนน พวกเขาก็ไม่ก้าวไปข้างหน้า แบบนั้นมันรนหาที่ตายชัด ๆ

สตรีขี้เมาที่สีหน้าไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดก็หน้าเปลี่ยนสีแล้วในตอนนี้

“พอได้แล้ว!” นางถอนแขนซ้ายที่กดลำคอของลู่ผิงออกมา เพื่อกำจัดภัยคุกคามที่ลู่ผิงอาจจะรู้สึก แต่พลังวิญญาณนั้นก็ยังเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ

สตรีนางนั้นมองงง ๆ จากนั้นนางก็มองไปที่เด็กสาวที่นางรัดไว้ใต้แขน ในที่สุดนางก็รู้ว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของนางไม่เคยห่วงตัวเองเลยแต่ห่วงเพียงเด็กสาวที่ถูกนางจับตัวเอาไว้

“ใจเย็น ๆ นางไม่เป็นไรหรอก” สตรีนางนั้นพูดอย่างอ่อนโยนและส่งพลังวิญญาณสายหนึ่งเข้าไปในร่างของซูถัง

เมื่อได้ยินดังนั้น พลังกดดันของลู่ผิงก็ลดลงบ้างจริง ๆ จากนั้นเขาก็เห็นซูถังฟื้นขึ้นมา

“เจ้ามาแล้ว” เมื่อเห็นลู่ผิงตังแต่ลืมตาขึ้น ซูถังก็ดีใจมาก

“อืม ข้ามาแล้ว” ลู่ผิงกล่าว

“ดีจัง” สีหน้าซูถังบ่งบอกว่าโล่งใจ

“เจ้าเป็นอะไรไหม” แม้ว่าซูถังจะถูกสตรีนางนั้นปล่อยตัวแล้ว แต่ลู่ผิงก็ยังไม่ค่อยสบายใจ

“ข้าไม่เป็นไร” ซูถังตอบยิ้ม ๆ และเหลือบมองสตรีนางนั้น ก่อนจะพูดว่า “จำนางได้ไหม”

“อืม...” ลู่ผิงส่งเสียงยอมรับ พลังวิญญาณที่เขาดึงออกมาตอนนี้ก็ค่อย ๆ จางหายไปแล้ว ในที่สุดเมื่อเขาผ่อนคลายที่สุด โซ่ตรวนนั้นก็ดึงจนตึงขึ้นมาเหมือนจะในกำลังบีบรัดบางสิ่ง สีหน้าของลู่ผิงมีความเจ็บปวดแวบขึ้นครู่หนึ่ง แต่เขาก็กัดลิ้นและไม่ส่งเสียงใด ๆ ออกมา แม้แต่โลหิตที่วูบมาถึงลำคอของเขาก็ถูกเขากลืนกลับลงไป

“เจ้าเป็นอย่างไร” แต่ซูถังก็ดูออกว่าสีหน้าของเขาแปลกไป

“ไม่มีอะไร” ลู่ผิงส่ายศีรษะ

“เจ้าโง่” แต่สตรีนางนั้นก็ส่ายศีรษะเช่นกันแล้วยื่นมือไปตีบนศีรษะของลู่ผิงในพริบตาเดียว

เพียะ!

ลู่ผิงกระอักโลหิตออกมาแล้วก็สลบลงไปทันที

“ท่าน!” ซูถังปล่อยหมัดออกไปด้วยความตื่นตระหนก แม้ว่านางจะเหน็ดเหนื่อยมากแล้ว แต่หมัดนี้ก็ยังคงรุนแรงมาก แรงลมที่เกิดจากหมัดนั้น แม้แต่นักเรียนที่อยู่ห่างออกไปหลายเมตรยังรู้สึกได้ แต่สตรีนางนั้นก็เพียงยกแขนขวาขึ้นเล็กน้อย แล้วซูถังก็ตกลงไปอยู่ใต้แขนนางอีกครั้ง นางเองก็หมดสติไปอีกแล้วเช่นกัน

สตรีนางนั้นหนีบซูถังไว้ใต้แขนหนึ่งและลากลู่ผิงไปด้วยมืออีกข้างหนึ่ง จากนั้นก็หันหลังกลับเข้าไปในหอสมุด

นักเรียนเทียนเจ้าได้แต่มองอย่างซึมเซาและไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ

เด็กสาวชุดแดงนั้นตึงมือมาก ส่วนเด็กหนุ่มชุดเทาก็น่ากลัวยิ่งกว่า แต่ไม่มีผู้ใดคาดว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือสตรีขี้เมาที่อยู่ในสถาบันของพวกเขามาโดยตลอดแต่พวกเขากลับไม่เคยใส่ใจนางแล้วยังรู้สึกดูถูกนางอีก

ทุกคนต่างก็มองหน้ากันเอง กลับไปมองที่หอสมุด ฟังเสียงของโซ่ตรวนที่ค่อย ๆ จางหายไป

.......................................................

เรือ – ใหญ่ – มาก

 

ตอนที่ 54 – คำเชิญ




NEKOPOST.NET