Heaven Awakening Path ตอนที่ 52 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.52 - หยุดไม่อยู่


 ตอนที่ 52 – หยุดไม่อยู่

 

ทิศตะวันออกเฉียงใต้!

ลู่ผิงลงมาจากหอคอยอย่างรวดเร็ว ในใจของเขามีเพียงความคิดเดียว ทิศทางเดียว

เฉินฉือแก้มัดให้เวินเหยียนแล้ว ทั้งคู่มองดูลู่ผิงวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เกินกว่าที่พวกเขาจะนึกถึง

“เขา...เมื่อครู่เขาไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดของเขาหรือ” เวินเหยียนอยู่ ๆ ก็หันไปถามซีเฟิ๋น

“ข้าไม่รู้” ซีเฟิ๋นกล่าว

นี่มิใช่คำโกหก เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าพลังเต็มที่ของลู่ผิงเป็นอย่างไร

“พยุงข้าไปดูด้วยได้ไหม” ซีเฟิ๋นกล่าว

“อย่าตุกติกนะ!” เฉินฉือพูด แต่เขาก็ยังคงวางซีเฟิ๋นกับเก้าอี้ลงข้าง ๆ หน้าต่างอยู่ดี ทั้งสามคนมองดูลู่ผิงด้วยกัน

“เด็กสาวคนนั้นเป็นอย่างไรบ้างแล้ว” ซีเฟิ๋นถาม ระดับพลังของเขาไม่มากพอที่จะมองเห็นในระยะไกลเช่นนั้นได้

เวินเหยียนที่เอาแต่มองลู่ผิงจนกระทั่งตอนนี้หันศีรษะไปทางซูถังเมื่อได้ยินคำถามของซีเฟิ๋น

“เอ่อ...นางถูกล้อมอยู่...แต่ยังต่อต้านอย่างดื้อรั้น...โอ๊ย...” ตอนท้ายประโยคเวินเหยียนก็ร้องอุทานขึ้นมา

“อะไร” ซีเฟิ๋นรีบถาม

“หมัดหนักจริง ๆ” เวินเหยียนยังคงชื่นชม “นี่มันพลังวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่หกจริง ๆ หรือ ไม่น่าเชื่อเลย...”

เวินเหยียนคิดว่ามันเหลือเชื่อมาก เช่นเดียวกับนักเรียนเทียนเจ้าคนอื่นที่ไล่ตามซูถังอยู่

พลังวิญญาณแห่งรูปชั้นฟ้าที่สาม พลังวิญญาณแห่งเสียงชั้นฟ้าที่สาม พลังวิญญาณแห่งกลิ่นชั้นฟ้าที่หนึ่ง พลังวิญญาณแห่งรสชั้นฟ้าที่หนึ่ง พลังวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่หก และไม่มีชั้นฟ้าในพลังวิญญาณแห่งจิต*

ซูถังซึ่งมีระดับพลังเช่นนี้ไม่นับว่าเป็นอย่างไรได้ในสายตาของนักเรียนเทียนเจ้า แม้ว่าพลังวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่หกจะมีความสามารถในการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง สำหรับนักเรียนเทียนเจ้าแล้วก็ไม่มีใครคิดว่าจะกำราบยาก แต่ตอนนี้พวกเขาทราบแล้วว่าสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นพลังวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่หกกับพลังวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่หกของสตรีนางนี้นั้นแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง

ตูม!

เสียงทึบ ๆ ดังขึ้น

หมัดต่อหมัด กายต่อกาย

เสียงนี้มิได้เกิดจากการแลกหมัดอย่างรวดเร็ว แต่เป็นเสียงที่เบากว่าของหมัดสองข้างที่ชนกันตรง ๆ ซึ่งต่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมของพลังวิญญาณแห่งกายที่ดุดัน

พริบตาต่อจากนั้น คนผู้หนึ่งก็ลอยกลับหัวออกไป ต่อจากนั้นเขาก็ร่วงลงบนพื้นและกลิ้งไปหนึ่งรอบก่อนที่จะชนเข้ากับต้นไม้

ซูถังเองก็ต้องถอยหลังไปสองก้าวเช่นกัน หมัดของนางยังคงกำแน่น มันเปื้อนรอยเลือดเล็กน้อย บ้างก็ของศัตรู บ้างก็ของนาง

ซูถังสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และก้าวถอยไปอีกหนึ่งก้าวอย่างเป็นธรรมชาติ

ไม่มีผู้ใดก้าวไปข้างหน้า

เหล่านักเรียนเทียนเจ้าล้อมนางเอาไว้หมดแล้ว ทุกคนต่างตื่นตะลึงจากความแข็งแกร่งของนาง ไม่เพียงพลังการต่อสู้ แต่ความอดทนที่ดึงดันมาจนถึงตอนนี้ก็น่าตื่นตะลึงเช่นกัน แม้ว่าสภาพของนางในตอนนี้จะดูอ่อนแรง ถ้ามีคนอื่นที่อยู่ในสภาพเดียวกับนางก็คงยืนไม่อยู่แล้ว แต่นางเล่า หมัดของนางยังคงกำแน่นและชูขึ้นสูง และร่างของนางก็ยังคงขยับเคลื่อนไหวไปมาในตำแหน่งนั้น

นักเรียนเทียนเจ้ามองไปที่นาง นางเองก็มองกลับ พวกเขาไม่ได้โจมตีเป็นกลุ่มเพราะถ้าทำเช่นนั้นคะแนนก็จะน้อยเกินไป และการแบ่งคะแนนในหมู่พวกเขาก็คงจะสร้างปัญหาแน่ ๆ แต่หลังจากเห็นนักเรียนหลายคนถูกโจมตีจนกระเด็นกระดอนไปตาม ๆ กัน ก็ไม่มีผู้ใดพุ่งไปจู่โจมอย่างรีบเร่งอีกแล้ว

“ไร้ประโยชน์จริง ๆ!” ในห้องกระจายเสียง เมื่อเห็นการกระทำของนักเรียนพวกนั้นจากที่ไกล ๆ เวินเหยียนก็ไม่พอใจมาก เวินเหยียนก็หันไปมองหาเครื่องกระจายเสียงตามจิตใต้สำนึก ตั้งใจว่าจะด่าพวกเขาสักหน่อย แต่เมื่อหันไปเห็นห้องที่เละเทะไปหมด นางก็นึกได้ว่าห้องกระจายเสียงถูกลู่ผิงทำลายลงไปแล้ว

สถานการณ์ที่ทำให้เวินเหยียนอารมณ์ไม่ดีในความคิดของซีเฟิ๋นแล้วย่อมเป็นข่าวดี แต่ต่อจากนั้นเขาก็ได้ยินเฉินฉือพูดว่า “เด็กสาวนั่นทนได้อีกไม่นานหรอก!”

ซีเฟิ๋นมิได้แปลกใจมากนักที่เฉินฉือก็เห็นสถานการณ์ด้านนั้นอย่างชัดเจนเช่นกัน เขาไม่อาจสัมผัสถึงระดับพลังของอีกฝ่ายได้เช่นกัน ย่อมต้องเป็นผู้เชื่อมต่อแน่นอน ระดับพลังของนักเรียนในสถาบันเทียนเจ้าช่างสูงส่งเมื่อเทียบกับนักเรียนไจเฟิงของพวกเขาหรือเสียเฟิง

“ขึ้นอยู่กับว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะไปถึงทันเวลาหรือไม่” เวินเหยียนกลับไปมองร่างที่พุ่งไปของลู่ผิงอีกครั้ง

“เด็กสาวนั่นก็เลือกที่จะถอยไปป้องกันตัวเองแล้ว!” เฉินฉือกล่าว

“จริงหรือ” เวินเหยียนหันไปมองทางซูถังอีกครั้ง

ซูถังกำลังถอย อย่างสงบ ใจเย็น และไม่รีบร้อน นางถอยไปสามก้าวแล้ว นางตั้งใจมองความเคลื่อนไหวของนักเรียนทุกคนที่อยู่โดยรอบ เตรียมพร้อมที่จะต้อนรับการจู่โจมของนักเรียนทุกคนตลอดเวลา ไม่มีนักเรียนคนไหนเคลื่อนไหว พวกเขาเพียงก้าวไปข้างหน้าสามก้าวตามสามก้าวของซูถัง ดูเหมือนพวกเขาจะตัดสินใจที่จะไม่จู่โจมซูถังซึ่ง ๆ หน้าอีกแล้ว

ผลก็คืออยู่ดี ๆ ซูถังก็หันหลังไปแล้วรีบวิ่งหนี!

“จะหนีหรือ!”

แน่นอนว่ามีนักเรียนบางส่วนที่ตั้งใจสังเกตเส้นทางถอยของซูถังอยู่แล้ว ในตอนนั้นจะไม่ไปขวางทางนางไว้ก็ไม่ได้ คนหนึ่งไปทางซ้ายและคนหนึ่งไปทางขวา นักเรียนสองคนพุ่งออกมาปิดทางหนีของนาง

แต่ซูถังก็ตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว นางยื่นมือทั้งสองข้างออกไปทันที ข้างหนึ่งซ้ายและข้างหนึ่งขวา โจมตีนักเรียนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าพร้อม ๆ กัน

ทั้งสองคนไม่กล้าต่อต้านการโจมตีของนางตรง ๆ พวกเขาหลบไปด้านข้างทันทีพร้อมกับยื่นมือออกไปทิ่มแทงหมัดของซูถัง แต่อยู่ ๆ ซูถังก็หดมือกลับแล้วยื่นศอกถองออกไปทั้งสองด้าน

ครั้งนี้ทั้งสองคนไม่อาจปิดป้องและโดนโจมตีเต็ม ๆ คนหนึ่งปลิวไปทางซ้าย และคนหนึ่งปลิวไปทางขวา ความเร็วของซูถังไม่ได้ลดลง นางกระโดดข้ามขั้นบันไดที่อยู่ตรงหน้าไปตรง ๆ และพบกับอาคารเก่าแก่หลังหนึ่ง ซูถังครุ่นคิดว่าควรจะเข้าไปข้างในดีหรือไม่

กลุ่มนักเรียนที่ไล่ตามนางมาย่อมไม่พลาดโอกาสนี้ พวกเขาก็ก้าวขึ้นบันไดมา อาคารเก่าแก่และเรียบง่ายที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือหอสมุดของสถาบันเทียนเจ้าของพวกเขา มิใช้เขตหวงห้าม

แต่ในตอนนั้นเองพวกเขาก็ก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นยินดีจากดงไม้ข้างหลังเสียก่อน “ไชโย! สามสิบแต้ม”

ร่างบุรุษผู้หนึ่งพุ่งผ่านร่างพวกเขาไป

 สามสิบแต้มหรือ

ทุกคนก้าวไปล้อมตามสัญชาตญาณ จากการปรากฎตัวของสามสิบคะแนน พวกเขาก็ไม่ใส่ใจที่จะปล่อยวางสิบสองคะแนนไปก่อนชั่วคราว

แต่ต่อจากนั้น พวกเขาก็พบว่าร่างนี้มิใช่สามสิบคะแนนอันใด แต่เป็นนักเรียนเทียนเจ้าเหมือนพวกเขาที่ปลิวมาถึงที่นี่จากการโดนโจมตี

“คนนี้ก็ดุดันมากเลย!” ทุกคนตื่นตะลึง ในตอนเริ่มแรก ทุกคนเมินเฉยต่อลู่ผิง อีกอย่างเมื่อเฉียวอิ่งพุ่งความสนใจไปที่ลู่ผิง ทุกคนก็เชื่อว่าตนเองคงไม่สามารถแย่งลู่ผิงมาได้ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดเห็นความแข็งแกร่งของลู่ผิง เขาได้สามสิบคะแนนมาได้อย่างไร ทุกคนก็อยากรู้มากเช่นกัน

แต่ในเวลาไม่นาน พวกเขาก็ทราบแล้ว

กำลังกายที่ยิ่งกล้าแข็งกว่า และความเร็วที่ยิ่งรวดเร็วกว่า!

เมื่อถึงตอนที่ร่างนั้นร่วงลงมา ร่างอีกร่างก็โผล่ออกมาจากดงไม้อย่างรวดเร็วแล้ว สิ่งที่ตามมาหลังจากการปรากฎตัวของร่างนั้นก็คือเสียงร้องตะโกนและโอดครวญต่าง ๆ นานา เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเสียงของพวกคนที่ไล่ตามเขามา และจากเสียงนั้นก็ดูเหมือนกับว่าพวกเขาอยู่ห่างไปค่อนข้างไกลทีเดียว

เด็กนี่เอง!

นักเรียนห้าคนยืนอยู่ห่าง ๆ ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น เครื่องแบบของพวกเขาต่างจากของนักเรียนทั่วไปเล็กน้อย บนปกเสื้อของพวกเขาเป็นรอยปักรูปวงกลมสีทอง ส่วนข้างหลังก็มีตัวอักษรสามตัวที่ปักไว้อย่างชัดเจนซึ่งบ่งบอกสถานภาพของพวกเขาออกมาคือ หน่วยป้องกัน

พวกเขามองดูการประมือของทั้งสองฝ่ายอย่างตั้งใจ แต่มิได้มีความตั้งใจที่จะร่วมลงมือด้วย และนักเรียนที่เหลือก็มิได้สนใจการคงอยู่ของพวกเขาเช่นกัน

จนกระทั่งลู่ผิงปรากฎตัว ทั้งห้าคนตื่นเต้นขึ้นมาทันที ในขณะที่นักเรียนคนอื่นต่างรู้สึกว่าพลังของลู่ผิงนั้นช่างแปลกประหลาดและถอยไปปรึกษากันเอง ทั้งห้าคนนี้ก็พุ่งออกมาจากกลุ่มคนอย่างรู้ใจกัน

ความเคลื่อนไหวของพวกเขาพร้อมเพรียงกันมาก เมื่อพวกเขาปรากฎตัวก็ได้ตั้งขบวนเป็นรูปหัวลูกศร**แล้ว และเริ่มพุ่งเข้าจู่โจมลู่ผิงพร้อมกับตะโกนออกมาพร้อมกันว่า “พวกเราคือ...”

ตูม!

หน่วยป้องกันของสถาบันเทียนเจ้า?

สถานะที่พวกเขาเตรียมที่จะประกาศออกมาได้แต่พูดอยู่ในใจ พวกเขาพูดได้เพียงสามคำคนที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลางก็ปลิวไปแล้ว

“รู้สึกแบบนี้เลย!” ในห้องกระจายเสียง เฉินฉือตบโต๊ะที่อยู่เบื้องหน้าแล้วร้องออกมา

“อย่างกับสายลม!” เขากล่าว

ใช่แล้ว สายลม...

ทั้งห้าคนในขบวนหัวลูกศรก็รู้สึกเช่นนั้น พวกเขากำลังประกาศชื่อและกำลังจะเริ่มต้นปฏิบัติการ แต่พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าคู่ต่อสู้จะเร็วเสียจนขบวนหัวลูกศรของพวกเขาจะไม่สามารถต้านทานได้เลย คนที่เป็นศูนย์กลางของขบวนก็ถูกโจมตีปลิวไปแล้ว และสิ่งที่พวกเขารู้สึกก็คือสายลมและการปรากฏร่างของคนผู้หนึ่ง

ตูม!

คนที่เป็นศูนย์กลางถูกโจมตีลอยผ่านขั้นบันไดจนไปชนเข้ากับประตูใหญ่ที่ดูโบราณของหอสมุด พร้อมกับเสียงเพี๊ยะ ประตูก็เปิดออกและลอยเข้าไปพร้อม ๆ กับคนผู้นั้น

ลู่ผิงเหินผ่านขั้นบันไดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แต่ตอนนั้นเอง จากเบื้องหลังบานประตูที่พังลงไปนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น นอกจากนี้ นักเรียนหลายคนที่มีพลังวิญญาณแห่งกลิ่นที่ค่อนข้างสูงต่างก็ได้กลิ่นสุรา

“ใครมาก่อเรื่องที่นี่” เสียงนั้นดังมาจากในบานประตู

.........................................................

*ตอนที่ 19 เคยบอกว่าได้ชั้นฟ้าที่หนึ่งในพลังวิญญาณแห่งจิต นักเขียนอาจจะลืมว่าตัวเองเคยเขียนอะไรไว้ค่ะ 555

**ต้นฉบับใช้ตัว V เลยค่ะ แบบภาษาอังกฤษพิมพ์ไปเลย แต่เราดัดแปลงเล็กน้อยเป็นรูปหัวลูกศรนะคะ คิดว่าน่าจะเหมือนกัน

 

ถึงไม่สปอยล์ก็น่าจะเดา ๆ กันได้มั้ง?

 

ตอนที่ 53 – สตรีขี้เมา




NEKOPOST.NET