Heaven Awakening Path ตอนที่ 49 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.49 - เพิ่มสิบเท่า


ตอนที่ 49 – เพิ่มสิบเท่า

เฉินฉือเป็นเหมือนดังชื่อของเขา คือเป็นคนที่ชักช้าในทุกเรื่องราวที่กระทำ ดังนั้นหลังจากที่นักเรียนชั้นปีสามที่ทั้งหมดยกโขยงออกไปตามล่าเป้าหมายกันหมดแล้ว เขาก็เดินออกจากอาคารหลักอย่างไม่รีบไม่เร่ง

ซูถังและม่อหลิน ผู้บุกรุกทั้งสองคนนั้นหายไปในดงไม้ทิศตะวันออกและตะวันตกเรียบร้อยแล้ว แต่เฉินฉือหันไปเห็นร่างเฉียวอิ่งเลี้ยวซ้ายที่ทางแยกที่อยู่ตรงด้านทิศตะวันออกของอาคารหลัก

ในเมื่อเฉินฉือเองเป็นคนที่ช้ากว่าทุกคนอยู่แล้ว เขาจึงไม่รู้สึกอย่างไรแม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นนักเรียนที่เร็วที่สุดในชั้นปีสามอย่างเฉียวอิ่ง เขาเดินอย่างช้า ๆ ไม่เร่งร้อนตามเขาไป

หลังจากนั้น เฉินฉือก็ยิ้มจนหุบปากไม่ลง

หลายคนคงไม่เห็นคะแนนสองคะแนนในสายตา แต่สำหรับคนอย่างเขาที่ชักช้าไปเสียทุกเรื่องราวแล้ว การได้สองคะแนนนี้มาจากการทดสอบของเขาก็ทำให้เขาดีใจมากแล้ว

“ดังนั้นเขาถึงว่ากันว่า มาเร็วยังสู้มาทันเวลาไม่ได้อย่างไรเล่า” เขากล่าวกับเฉียวอิ่งที่อยู่ข้างกายอย่างภาคภูมิใจ

เฉียวอิ่งกำลังแบกซีเฟิ๋นแต่ก็ยังวิ่งได้ค่อนข้างเร็ว

“ข้าช่วยเจ้า ดังนั้นเจ้าจึงควรที่จะแบกเขา แล้วสองคะแนนนั้นก็ต้องเป็นของข้าด้วย” เฉินฉือกล่าวถ้อยคำเหล่านี้กับเฉียวอิ่งตอนที่เขาปลุกอีกฝ่ายขึ้นมา

เฉียวอิ่งไม่ได้ปฏิเสธ เขาเพียงแต่หวังว่าเฉินฉือจะวิ่งให้เร็วกว่านี้เท่านั้น

“เพราะว่าคนผู้นั้นยังมีสหายหนึ่งคน เขาดูเหมือนคนที่จะทิ้งสหายได้ แต่ข้าว่าเดี๋ยวเขาก็กลับมาหาคนผู้นี้แล้ว” เฉียวอิ่งพูดพลางมองไปทางเฉินฉือ

“จริงหรือ” เฉินฉือยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีกเมื่อได้ยิน

“เช่นนั้นก็ช้าลงหน่อย” เฉินฉือกล่าว “ถ้าเขาจะกลับมาแน่ ๆ ทำไมไม่รอโอกาสนี้ล่ะ เรามาแบ่งสามคะแนนนี้กันก็ได้”

“เพราะเขาเอาชนะได้ด้วยมือข้างเดียวน่ะสิ แล้วเจ้าล่ะ คิดว่าจะรับมือเขาได้กี่ท่า” เฉียวอิ่งพูด

“แล้วทำไมเขามีแค่สามคะแนน”

“ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน” เฉียวอิ่งอารมณ์ไม่สู้ดีนัก เขาย่อมอยากรู้ว่าเหตุใดคนธรรมดาสามคะแนนถึงสามารถที่จะเอาชนะเขาได้ในกระบวนท่าเดียว

“เช่นนั้นเราก็เร็วหน่อยเถอะ” นาน ๆ ครั้งเฉินฉือถึงจะรู้สึกว่าต้องรีบ เขาก็ร้อนใจเรื่องคะแนนสองคะแนนที่เขาได้มาง่าย ๆ นี้เช่นกัน

“เขามาแล้ว” แต่เฉียวอิ่งผู้ซึ่งคอยมองข้างหลังมาตลอดทางก็ได้เห็นร่างร่างหนึ่งที่โผล่ออกมาจากทางแยกที่พวกเขาเพิ่งเลี้ยวออกมาแล้วพุ่งมาทางพวกเขาอย่างรวดเร็วแล้ว

“ก็ได้!” ในเมื่อศัตรูมาอยู่ตรงหน้าแล้ว เฉินฉือก็เริ่มดัดแข้งดัดขาเตรียมตัว

“ดูเหมือนมีทางเดียวคือให้ข้าถ่วงเวลาเขาไว้ เจ้ารีบหนีไป! แต่จำไว้นะว่าสองคะแนนนั้นเป็นของข้า...ของ...ข้า...”

สายลม!

เฉินฉือได้แต่รู้สึกถึงสายลม นอกจากนั้นเขาก็ไม่เห็นอะไรเลย ร่างคนที่อยู่ห่างไกลนั้นหายไปอย่างปุบปับและเหลือไว้เพียงสายลมสายหนึ่ง

นี่เป็นความเร็วเช่นไรกัน

เฉียวอิ่งก็เร็วมาก แต่เมื่อเขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วแล้ว เขาก็ยังเหลือร่างเงาที่ไม่ชัดเจนอยู่ แต่ในความเร็วนี้กลับไม่เหลือสิ่งใดเลย มันเร็วจนร่างของเขาหายไปเลย

เฉินฉือรีบหันไปมองและเห็นเฉียวอิ่งซึ่งวิ่งหนีไปได้นิดหน่อยลอยขึ้นกลางอากาศแล้วก็ร่วงลงพื้น ดูจะลงมาหนักมาด้วย ในขณะเดียวกันสองคะแนนนั้นก็กลับไปอยู่บนหลังของคนผู้นั้นแล้ว

เฉินฉืออดถอยหลังไปก้าวหนึ่งมิได้

“สวัสดี...” เขาฝืนยิ้มออกมา

“สวัสดี” อีกฝ่ายทักทายตอบกลับมาและรีบหนีไปพร้อมกับสองคะแนนที่อยู่บนหลัง

เฉินฉือมิได้ไล่ตาม เขาเดินไปหาเฉียวอิ่งช้า ๆ และทรุดลงนั่งข้าง ๆ เขา

เฉียวอิ่งนอนหงายดูท้องฟ้าเหมือนเคย เขาดูไม่คิดที่จะขยับเขยื้อนเลย

“เขาไม่ได้ใส่ชุดสีเทา...” อยู่ ๆ เฉินฉือก็พูดขึ้นมา

“ต้องห่วงเรื่องนี้ด้วยหรือ” เฉียวอิ่งอารมณ์ไม่ดี

“เจ้าว่า เขาควรจะมีคะแนนเท่าไหร่กันแน่” เฉินฉือถาม

“ไม่รู้สิ แต่ข้าไม่เอาแล้วไม่ว่าจะกี่คะแนนก็ตาม” เฉียวอิ่งกล่าว

“ยอมแพ้แล้วหรือ”

“ใช่ ยอมแล้ว”

“ไม่เหมือนเจ้าเลยนะ! แม้ว่าเขาจะจัดการลำบาก แต่ข้าก็รู้สึกว่าเขาก็ไม่ได้มุ่งร้ายเลยนะ เจ้าไม่ต้องกลัวก็ได้” เฉินฉือกล่าว

“ใช่ เขาไม่ได้มุ่งร้าย ไม่เช่นนั้นข้าก็คงตายไปหลายรอบแล้วล่ะ” เฉียวอิ่งกล่าว

“แต่ชุดข้าขาดหมดแล้ว แม้แต่***ยังขาดเลย ก้นข้าจะโผล่ออกมาแล้ว เจ้าจะให้ไล่ตามไปอย่างไรกัน” เฉียวอิ่งพูดอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“อ้อ” เฉินฉือพยักหน้า เขารู้สึกว่าเหตุผลนี้ฟังดูมีเหตุผลมาก เขาลุกขึ้นถอดเสื้อชั้นนอก

“เอาไปปิดก้นเสีย!” เขาโยนเสื้อให้เฉียวอิ่ง “ข้าจะไปดูสักหน่อย” เขาเดินช้า ๆ อย่างสบายอกสบายใจไปตามทางที่ลู่ผิงวิ่งไป

“นี่!” เฉียวอิ่งตะโกนทั้ง ๆ ที่นอนอยู่

“อะไร”

“พวกเขาอาจจะไปห้องกระจายเสียงนะ” เฉียวอิ่งกล่าว

“ห้องกระจายเสียงหรือ” เฉินฉือเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “สูงมากเลยนะนั่น...”

ใช่แล้ว ห้องกระจายเสียงนั่นอยู่สูงมาก จะเรียกว่าสูงที่สุดในเขตสถาบันเทียนเจ้าเลยก็ได้ สถาบันเทียนเจ้ามีหอกระจายเสียง และห้องกระจายเสียงก็อยู่ที่ยอดหอคอยนี้

สิ่งก่อสร้างเช่นนี้ย่อมมีชื่อเสียงมากในสถาบันเทียนเจ้า ดังนั้นลู่ผิงจึงสามารถถามทางได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างที่ได้ยินคำถามเช่นนี้จากนักเรียนเทียนเจ้า แต่พวกเขาก็ไม่คิดมากแล้วบอกลู่ผิงไป

ตอนนี้ลู่ผิงกำลังรีบวิ่งไปที่หอกระจายเสียงโดยมีซีเฟิ๋นอยู่บนหลัง หอกระจายเสียงที่ดูจะสามารถแทงทะลุยอดเมฆนั้นสามารถมองเห็นได้จากทุกแห่งหนในสถาบันเทียนเจ้า ดังนั้นลู่ผิงจึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะหลงทาง

และในตอนนี้ จากห้องกระจายเสียง เสียงก็ได้ดังสะท้อนไปทั่วสถาบันเทียนเจ้าอีกครั้ง

“ฮาฮา น่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เลย” เสียงสตรีนั้นฟังดูดีใจ “เรื่องราวพลิกกลับแล้ว! เด็กหนุ่มชุดเทา เด็กหนุ่มชุดเทาที่ดูจะธรรมดาสามัญที่สุด...เวินเหยียนขอเตือนให้ทุกคนระวังตัวด้วย เขาซ่อนเร้นตัวเองได้เก่งกาจนัก ประกาศ: โชคร้ายที่คะแนนสองคะแนนที่เพิ่งจะได้รับไปของเพื่อนนักเรียนเฉินฉือถูกนำกลับไปแล้ว นอกจากนี้ คะแนนของเด็กหนุ่มชุดเทาเพิ่มจากสามคะแนน...” สตรีที่เรียกตนเองว่าเวินเหยียนลากเสียงยาวแล้วหยุดลงเพิ่มความตื่นเต้นให้ทุกคนก่อนจะประกาศเสียงดังว่า “เป็นสามสิบคะแนน!!!”

“สามสิบคะแนน!!!”

เสียงยอดฝีมือด้านพลังวิญญาณแห่งเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจสะท้อนก้องไปทั่วสถาบันเทียนเจ้า ควรจะรู้ว่าแม้แต่ผู้มีพลังวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่หกยังมีคะแนนแค่หกคะแนนในตอนเริ่มต้น หลังจากนางได้แสดงความสามารถแล้วคะแนนถึงเพิ่มเป็นแปดคะแนนแล้วก็กลายเป็นสิบคะแนน แต่ตอนนี้คะแนนของเด็กหนุ่มชุดเทาเพิ่มจากสามเป็นสามสิบทันทีเลย เพิ่มสิบเท่า! เขาไปทำอะไรมานะ

“เป็นไปได้อย่างไร” ท่ามกลางเสียงหมู่มาก เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างชัดเจน เป็นเสียงที่ลู่ผิงและพวกได้ยินจากตอนเริ่มต้น “เขาเป็นเพียงคนธรรมดา จะมีคะแนนถึงสามสิบแต้มได้อย่างไร”

“เพื่อนนักเรียนสือเอ้า คำถามนี้ผิดกฎ ข้าตอบไม่ได้” เวินเหยียนตอบมากลางอากาศ

“ถ้าอย่างนั้น ให้พวกเราที่เป็นสมาชิกหน่วยป้องกันเข้าร่วมได้หรือไม่” สือเอ้าถาม

“ก็ได้ หน่วยป้องกันสามารถมาร่วมได้ คะแนนเหมือนกับทุกคน แต่ได้เฉพาะนักเรียนชั้นปีสามเท่านั้นนะ!”

“เข้าใจแล้ว” สือเอ้าตอบ

บทสนทนากลางอากาศนั้นไม่มีปกปิดเนื้อความเลย เหมือนว่าพวกเขาจะไม่ใส่ใจว่าพวกลู่ผิงจะได้ยินหรือไม่ พวกเขาเห็นพลังของลู่ผิงอย่างชัดเจนแล้ว แต่ก็เพียงทำให้คะแนนของเขาเพิ่มจากสามคะแนนเป็นสามสิบคะแนน เห็นได้ชัดว่าพลังของเขามิได้ทำให้พวกเขาแตกตื่นมากนัก ได้แต่ทำให้พวกเขารู้สึกว่า “น่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เลย”...

“พลังของสถาบันเทียนเจ้าไม่อาจดูเบาได้เลย!” ซีเฟิ๋นถอนหายใจคร่ำครวญหลังจากวิเคราะห์ท่าทีของพวกเขา

“ดูเหมือนพวกเขาจะเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเรา”

“ดังนั้นนี่ก็เป็นเพียงการละเล่นแมวจับหนูของพวกเขาหรือ” ซีเฟิ๋นกล่าว

“เราจะไปที่ห้องกระจายเสียงให้เร็วที่สุดจะได้อธิบายจุดประสงค์ที่มาเยือน” ลู่ผิงพูดพลางเร่งความเร็ว

“อ้อ ที่แท้เจ้าก็มีจุดประสงค์เช่นนี้... นี่เป็นทางที่ตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว” ซีเฟิ๋นพยักหน้ารัว ๆ การขอยืมห้องกระจายเสียงเพียงประกาศจุดประสงค์ที่มาเยือน ตั้งแต่ที่ลู่ผิงได้ยินเสียงที่กระจายออกมาครั้งแรก เขาก็มีทางออกที่สันติและเรียบง่ายแล้ว

.....................................................................................

沈迟 เฉินฉือ -  ชื่อ ฉือ แปลว่า ชักช้า

ในตอนนี้ทั้งตอน คะแนนของลู่ผิงได้รับการบรรยายว่าเป็นสองคะแนน ซึ่งเป็นจากต้นฉบับ คนเขียนน่าจะเบลอเอง แต่เราจะแก้เป็นสามคะแนนตามที่ขึ้นไว้ในตอนก่อนหน้านี้นะคะ สิบเท่าก็เปลี่ยนเป็นสามสิบไม่ใช่ยี่สิบ

 

ตอนที่ 50 – ยอดหอกระจายเสียง




NEKOPOST.NET