Heaven Awakening Path ตอนที่ 48 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.48 - ข้อมูลล่าสุด


ตอนที่ 48 – ข้อมูลล่าสุด

 

ความเร็วเสียงเฉียวอิ่ง แม้ว่าชื่อนี้จะเกินจริงไปบ้าง แต่เขาก็เป็นอันดับหนึ่งในหมู่นักเรียนชั้นปีที่สามของสถาบันเทียนเจ้าด้านความเร็วอย่างแท้จริง นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และความเหนือชั้นของเขาก็ค่อนข้างเด่นชัดด้วย

ดังนั้นเมื่อเฉียวอิ่งตั้งใจที่จะจับกุมลู่ผิงและซีเฟิ๋น พวกเขาจึงได้รับความช่วยเหลืออย่างอ้อม ๆ

ในมุมมองของทุกคน ลู่ผิงเป็นเพียงคนธรรมดาที่วิ่งได้เร็วมากเท่านั้น ส่วนซีเฟิ๋นก็ได้แต่นั่งรถเข็นและไม่อาจเคลื่อนไหวได้ แน่นอนว่าย่อมต่อสู้ได้ไม่ดีแน่ ๆ ดังนั้นในการจัดการสองคนนี้ สิ่งที่ต้องทำก็มีแค่ “ตามให้ทัน” เท่านั้นเอง

ดังนั้น เมื่อเฉียวอิ่งวิ่งฉิวไปหาลู่ผิงและซีเฟิ๋นโดยทิ้งทุกคนไว้เบื้องหลัง นักเรียนที่เดิมทีก็ตั้งใจจะลองจับสี่คะแนนนี้ดูบ้างจึงได้ยอมแพ้ทันที เมื่อพวกเขาเห็นเฉียวอิ่งหายไปไม่เห็นเงา ทุกคนก็ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางทันที เพราะว่าไม่มีใครในกลุ่มพวกเขาที่คิดว่าตนเองจะเร็วไปกว่าเฉียวอิ่งอีกแล้ว

“นี่ นี่” ในตอนนั้นเอง ซีเฟิ๋นก็ได้ตะโกนเรียกลู่ผิง

ลู่ผิงเพิ่งจะเปลี่ยนทิศทางในทางแยกอีกแห่งหนึ่ง เขาพยายามที่จะนำกลุ่มคนที่ตามมาให้ออกห่างจากซูถัง ซีเฟิ๋นซึ่งเกาะหลังเขาอยู่ก็ทำตัวเป็นตาหลังให้ลู่ผิงอย่างจริงจังแม้ว่าจะอับอายมากก็ตาม เขาต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าพวกเขามิได้เบี่ยงเบนความสนใจได้เท่าที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้ จากการคิดคำนวณของพวกเขา มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้ ตอนนี้คะแนนพวกเขารวมกับเป็นสี่คะแนนแล้ว ซึ่งก็มิได้น้อยกว่าม่อหลินเลย

“อะไร” ลู่ผิงถาม

“ไม่มีคนตามพวกเรามาเลย!” ซีเฟิ๋นตอบ จากความคิดของคนที่ต้องการสลัดผู้ติดตามแล้ว นี่คงเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ซีเฟิ๋นรู้ว่าลู่ผิงไม่ได้แค่ต้องการจะสลัดการติดตามจากกลุ่มคนเท่านั้น

“ไม่มีคนตามมาเลยหรือ” ลู่ผิงหยุดเท้าทันทีแล้วก็หันหลังกลับมองตรงไป ไม่เห็นใครสักคนจากทางที่พวกเขาเพิ่งก็เลี้ยวออกมา

“ข้าวิ่งเร็วไปหรือ” ในขณะที่ลู่ผิงกำลังพูด ร่างหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาที่ทางแยกอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าและเลี้ยวมาทางด้านนี้

“มาแล้ว!” ลู่ผิงกำลังจะวิ่งต่อ

“มีคนเดียวเอง” ซีเฟิ๋นพูด ก่อนที่พวกเขาจะเลี้ยวที่ทางแยกนี้ ซีเฟิ๋นก็ได้พบแล้วว่านักเรียนเทียนเจ้าทั้งหมดนอกจากคนผู้นี้ดูเหมือนจะยอมแพ้พวกเขาโดยสิ้นเชิง มีแต่คนนี้ที่ยังไล่ตามมา

แม้ว่าพวกเขาจะปะทะกันแค่ครั้งเดียว แต่ลู่ผิงกับซีเฟิ๋นก็ยังมิได้ลืมหน้าตาของเฉียวอิ่งไปรวดเร็วเพียงนั้น พวกเขาพบในเวลาไม่นานว่าคนผู้นี้คือคนที่ขวางทางพวกเขาเมื่อครู่นี้เอง

“เกิดอะไรขึ้น” ลู่ผิงสงสัย และซีเฟิ๋นก็คิดไม่ออกเช่นกัน พวกเขาไม่ได้รู้จักสถาบันเทียนเจ้าดีนัก ดังนั้นจึงไม่อาจคิดหาเหตุผลที่ถูกต้องได้

แต่เฉียวอิ่งก็เข้าใกล้มาอย่างรวดเร็วแล้ว เขาพบว่าลู่ผิงกลับลดความเร็วลงและดูเหมือนจะหยุดวิ่งอีกด้วย แต่นี่ก็มิได้ทำให้เฉียวอิ่งเกิดความลังเลมากมายนัก

“ช่างไม่เกรงกลัวเลยนะ” เฉียวอิ่งพูด “เพราะมีความเร็วเช่นนั้นหรือ อย่างนั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด เพราะความเร็วเป็นหนทางของผู้ยิ่งใหญ่จริง ๆ! ความยโสของเจ้านั้นสมควรอย่างยิ่ง!”

เมื่อเฉียวอิ่งพูดจบ ระยะห่างของเขากับลู่ผิงก็ลดลงไม่ถึงสามเมตร

“แต่ครั้งนี้ข้าจะไม่ประมาทอีกแล้ว!” เฉียวอิ่งตะโกน เมื่ออยู่ห่างกันสามเมตรเขามิได้พุ่งเข้าหาลู่ผิงตรง ๆ แต่กลับเบนทิศทางพุ่งไปข้าง ๆ ตัวลู่ผิง

ลู่ผิงรีบหันไปตามการเคลื่อนไหวของเขา แต่เฉียวอิ่งก็ได้เปลี่ยนทิศทางอีกแล้ว เขาวิ่งและกระโดดกลางอากาศโดยที่ความเร็วไม่ได้ลดลงเลย ที่จริงมันดูจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

“ความเร็วของเจ้ายอดเยี่ยมจริง ๆ แต่สายตาของเจ้าจะตามการเคลื่อนไหวของข้าทันหรือไม่” เฉียวอิ่งมิได้โจมตีทันที แต่กลับเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ตอนแรกซีเฟิ่นก็ตามการเคลื่อนไหวของเฉียวอิ่งอยู่ แต่เพียงไม่นาน เขาก็เห็นเพียงเงาร่างไม่ชัดเจนและไม่อาจระบุตำแหน่งของเฉียวอิ่งได้อีกต่อไป

เร็วไปแล้ว! พลังวิญญาณแห่งรูปชั้นฟ้าที่สามของซีเฟิ๋นไม่อาจตามความเร็วนี้ได้เลย

“เจ้าควรจะรู้นะว่า ความเร็วนั้นมิได้ใช้ในการวิ่งหนีเท่านั้น!!”

เฉียวอิ่งได้เตรียมตัวพร้อมแล้วสำหรับการโจมตีก่อนที่เขาจะทันพูดจบ ซีเฟิ๋นซึ่งไม่มีพลังวิญญาณแห่งเสียงเลยรู้สึกว่าเสียงนี้ดังมาจากที่ห่างไกลมาถึงข้างหูของเขาในชั่วพริบตาเดียว

ที่ไหน

สายตาของเขาเห็นแต่ภาพเงาร่างที่ตกค้างอยู่ของเฉียวอิ่ง อีกฝ่ายมาถึงข้างกายเขาแล้ว แต่เขาก็ยังไม่อาจระบุตำแหน่ง

ลู่ผิงซึ่งติดตามการเคลื่อนที่ของเฉียวอิ่งมาตลอด แต่ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมาสักพักแล้ว อยู่ ๆ ก็ขยับกาย

เขาหันร่างไปและยกมือขึ้น

การขยับมือของเขาธรรมดาสามัญและเรียบง่ายมาก แต่เงาร่างมากมายในสายตาของซีเฟิ๋นก็หายวับไปทันทีและมารวมตัวอยู่ที่เบื้องหน้าของเขา

มือขวาของลู่ผิงได้เกาะกุมไปที่ใบหน้าของเฉียวอิ่งอีกครั้งหนึ่งแล้ว ท่ามกลางการเคลื่อนไหวรวดเร็วของเฉียวอิ่งและความสับสนของซีเฟิ๋น มือข้างหนึ่งได้ยื่นออกมาอย่างสบาย ๆ และจับกุมอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ...

ซีเฟิ๋นไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ในตอนนี้เขารู้สึกเห็นใจเฉียวอิ่งด้วยซ้ำ

แต่ครั้งนี้ ลู่ผิงมิได้เพียงผลักเฉียวอิ่งไปเบา ๆ ตอนที่ลู่ผิงคว้าใบหน้าของเฉียวอิ่ง ร่างลู่ผิงลดต่ำลงเล็กน้อย และในขณะที่มือซ้ายของเขายังคงพยุงตัวซีเฟิ๋นที่อยู่บนหลังอยู่ มือขวาของเขาก็ได้กดเฉียวอิ่งลงไปที่พื้นแล้ว

“ฮาฮาฮาฮา” ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะได้พูดคุยกัน ก็ได้มีเสียงกังวานดังขึ้นในอากาศเหนือสถาบันเทียนเจ้าอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ เสียงนั้นกลายเป็นเสียงสตรีที่กังวานใส

“เรื่องราวเริ่มน่าสนใจแล้ว!” เสียงสตรีนั้นบอก “ตอนนี้ขอประกาศข่าวสารล่าสุด : คะแนนของเด็กหนุ่มหมวกฟางเพิ่มเป็นหกคะแนน เด็กสาวชุดแดงเป็นแปดคะแนน เด็กหนุ่มชุดเทาเป็นสามคะแนน นักเรียนชั้นปีสามทุกท่าน อย่าได้ถูกแขกของพวกเรากำจัดเสียเล่า!”

เฮ้อ...ข้าถูกกำจัดแล้วสินะ...

เฉียวอิ่งคิดอย่างขมขื่นในขณะที่นอนหงายชี้ฟ้าอีกครั้ง เขารู้สึกได้ว่าแรงที่ใช้โยนครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาจะถูกกำจัดจริง ๆ แล้วหรือไม่

คนผู้นี้เป็นใครกันแน่นะ

ใบหน้าของเฉียวอิ่งถูกปิดบังไว้ โชคดีที่ดวงตาข้างหนึ่งของเขายังคงไม่ถูกปิด เขามองดูเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง อีกฝ่ายดูเหมือนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ดูธรรมดาโดยไม่มีอะไรโดดเด่นเลย

ประมาทไปแล้ว!

เฉียวอิ่งรู้สึกเสียใจและโมโห แต่ใครจะไปนึกว่าคนธรรมดาที่ไม่มีพลังวิญญาณสักนิดจะไม่เพียงมีความเร็วเทียบเท่าเขา แต่ยังสามารถจับกุมเขาในขณะที่เคลื่อนที่อย่างว่องไวเช่นนี้ได้ในคราเดียวอีกด้วย

โทษข้าไม่ได้นะ! นอกจากขุ่นเคืองแล้ว เฉียวอิ่งยังรู้สึกเหมือนถูกแกล้ง คนตรงหน้าเขาเก่งจนไร้เหตุผลจริง ๆ!

ตายตรงนี้มันไม่ยุติกรรมเลย... เฉียวอิ่งคิดเช่นนั้น  เขาเริ่มหลับตาลงช้า ๆ รอคอยความตาย แต่ในตอนนั้นเอง มือที่ปิดใบหน้าเขาอยู่ก็ถูกถอนออกไปทันควัน

เอ๊ะ

เฉียวอิ่งลืมตาอีกครั้งอย่างงุนงง เด็กหนุ่มชุดเทากับคนที่เขาแบกมาทั้งคู่กำลังจ้องมองเขาอยู่

“อย่ากังวล” ซีเฟิ๋นพูดด้วยรอยยิ้ม เขาคาดเดาจิตใจของเฉียวอิ่งได้จากการสังเกตการเคลื่อนไหวและสีหน้าที่เปลี่ยนไปนิด ๆ หน่อย ๆ

“พวกเราไม่ใช่คนร้าย แล้วก็ไม่ได้มาสร้างปัญหาด้วย” ซีเฟิ๋นพบว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าเหมือนพวกเขากำลังจะทรมานเขา จึงได้กล่าวปลอบใจก่อน

“เอ๊ะ” ทันทีที่เฉียวอิ่งได้ยินคำพูดนี้ เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกในใจ แน่นอนว่าเขายังคงหวาดระแวง ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งพูดให้เขาตายใจจะได้หลอกถามข้อมูลอะไรหรือเปล่า

“เราเป็นนักเรียนจากสถาบันไจเฟิงในเขตเสียเฟิง สาเหตุที่พวกเราล่วงล้ำเข้ามาในสถาบันเทียนเจ้าก็เกี่ยวข้องกับการฝึกฝน” ซีเฟิ๋นสนทนาในลักษณะนี้ จากการสังเกตของเขา เขาคิดว่านี่เป็นรูปแบบการสนทนาที่เหมาะสมกับนักเรียนเทียนเจ้ามาก

“อ้อ!” แน่นอนที่สุด เฉียวอิ่งมีสีหน้าเข้าอกเข้าใจขึ้นมาทันที แต่เขาก็งงไปอีกหลังจากนั้น “ไจเฟิงหรือ” เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เคยได้ยินชื่อไจเฟิงนี้มาก่อน

“สถาบันเล็ก ๆ น่ะ จุดประสงค์ที่พวกเรามาที่สถาบันเทียนเจ้าก็เพื่อตามหาคนคนหนึ่ง เรากำลังตามหาคนที่ชื่อฉู่หมิ่น นางไม่ใช่นักเรียน อาจจะเป็นอาจารย์หรืออาจจะมิใช่ หรือบางทีนางอาจจะเคยเป็นแล้วตอนนี้ก็ไม่อยู่แล้ว เจ้าเคยได้ยินชื่อนางไหม” ซีเฟิ๋นถาม

เฉียวอิ่งส่ายศีรษะ เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย

“นี่...” ลู่ผิงชี้ไปที่ท้องฟ้าแล้วถามว่า “เสียงที่ประกาศข่าวนี่มาจากไหนกัน”

“หา?” เฉียวอิ่งรีบมีสีหน้าระมัดระวังทันที ปัจจุบันนี้ ห้องกระจายเสียงเพียงบอกข่าวสารเกี่ยวกับผู้บุกรุกสี่คน ในเมื่ออีกฝ่ายถามถึงมันก็แสดงว่ามีแผนการบางอย่าง แต่ถ้าเขาจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ก็ไม่จริงใจไปแล้ว

เฉียวอิ่งแอบเหลือบมองไปทางขวา ไม่มีใครเลยหลังจากที่เขาเลี้ยวมาจากทางแยกนี้ เขาคงไม่มีตัวช่วย แต่เขาก็คิดแผนการขึ้นได้ทันที

“เรียกว่าห้องกระจายเสียง เจ้าอยากให้ข้าพาไปหรือ” เฉียวอิ่งพูด

“ใช่!” ลู่ผิงพยักหน้า “ไปอย่างไรล่ะ”

“ทางนั้น” เฉียวอิ่งคืบคลานลุกขึ้นและกำลังจะนำทางพวกเขาไปทางอื่น เมื่อลู่ผิงกับซีเฟิ๋นซึ่งอยู่ข้างหลังหันไปสบตาและพยักหน้าให้กัน มือของลู่ผิงฟันออกไปอย่างรวดเร็วและตีไปที่หลังลำคอของเฉียวอิ่ง

พลั่ก เฉียวอิ่งล้มลงกับพื้น และครั้งนี้เขาก็สิ้นสติลงไปจริง ๆ

ซีเฟิ๋นถอนหายใจเบา ๆ สีหน้าเล็กน้อยที่คนผู้นี้แสดงออกมาในตอนที่กำลังครุ่นคิดมันชัดเจนจนไม่อาจบิดบังได้เลย

“ห้องกระจายเสียง อย่างน้อยเราก็รู้ชื่อแล้ว” ซีเฟิ๋นกล่าว

“ถามอีกดีกว่า” ลู่ผิงกล่าว

“เจ้าเอาชุดเขามาใส่เถอะ” ซีเฟิ๋นกล่าว

ลู่ผิงพยักหน้า นักเรียนทุกคนของสถาบันเทียนเจ้าสวมใส่เครื่องแบบเหมือนกัน นักเรียนเป็นหมื่นจะรู้จักทุกคนได้อย่างไร แค่สวมใส่เครื่องแบบของสถาบันก็เพียงพอที่จะปลอมตัวเป็นนักเรียนแล้ว ด้วยสถานะเช่นนี้ พวกเขาย่อมสามารถถามทางไปที่ห้องกระจายเสียงได้อย่างง่ายดาย

“แต่เจ้าเด่นเกินไป ข้าคงแบกเจ้าต่อไปไม่ได้แล้ว” ลู่ผิงกล่าว

“ข้าจะรอเจ้าที่นี่ เจ้าไปถามเถอะ” ซีเฟิ๋นพูด

“ได้ เดี๋ยวข้ากลับมา” ลู่ผิงวางซีเฟิ๋นลงพิงกับด้านข้างของอาคารหลัก ที่จริงแถวนี้ก็ไม่มีที่หลบซ่อนหรอก การแอบอยู่มุมตึกก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จากนั้นลู่ผิงก็รีบวิ่งไปถามไถ่ผู้อื่น และหลังจากถามเสร็จและหาชุดเครื่องแบบเทียนเจ้ามาได้อีกชุด เมื่อเขากลับมา ทั้งซีเฟิ๋นและเฉียวอิ่งที่สลบอยู่ก็หายไปไม่เหลือแม้แต่เงา เหนือศีรษะเขา เสียงสตรีดังก้องขึ้นอีกครั้ง

“ข่าวสารล่าสุด: เด็กหนุ่มบนรถเข็นถูกจับได้แล้ว ขอแสดงความยินดีกับเพื่อนนักเรียนเฉินฉือที่ได้รับสองคะแนน นอกจากนั้นเด็กหนุ่มหมวกฟางได้รับคะแนนเพิ่มเป็นแปดคะแนน และเด็กสาวชุดแดงเพิ่มเป็นสิบคะแนน ทุกคน สู้ ๆ นะ”

เพิ่งถูกจับ!

ดังนั้นลู่ผิงจึงพุ่งไปทางทิศใต้ของถนนโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย

................................................

ตอนที่ 49 – เพิ่มสิบเท่า

 




NEKOPOST.NET