NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.47 - คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


ตอนที่ 47 – คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

การให้คะแนนของสถาบันเช่นนี้ย่อมเหมาะสมมาก ลู่ผิงเป็นเพียงคนธรรมดา ดังนั้นคะแนนเดียวก็เพื่อให้ความพยายามของทุกคนไม่สูญเปล่า จะเรียกว่าเป็นคะแนนปลอบใจก็ได้ ซีเฟิ๋นแม้จะมีพลังวิญญาณแห่งจิตชั้นฟ้าที่หก ซึ่งเป็นพลังวิญญาณที่ฝึกฝนได้ยากที่สุด แต่เขาก็เคลื่อนไหวไม่สะดวกจากการนั่งรถเข็น ดังนั้นจึงมีเพียงสองคะแนน ม่อหลินมีพลังวิญญาณแห่งรสชั้นฟ้าที่หกและยังเคลื่อนไหวได้ตามปกติจึงมีสี่คะแนน ซูถังมีพลังวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่หก ดังนั้นการเคลื่อนไหวและพลังต่อสู้ของนางย่อมดีกว่าม่อหลิน เลยได้เพิ่มมาอีกสองคะแนนซึ่งทำให้มีคะแนนมากที่สุดในกลุ่มทั้งสี่คน

คะแนนของลู่ผิงและซีเฟิ๋นผู้น่าสงสารรวมกันมีอยู่แค่สามคะแนน ยังสู้ม่อหลินผู้อ่อนแอไม่ได้เลย นักเรียนเทียนเจ้ามีจำนวนนับไม่ถ้วนแต่โอกาสทำคะแนนมีเพียงสี่ พวกเขามีกำลัง ความมั่นใจและความทะเยอทะยาน พวกเขาจึงอยากจะหาหกคะแนนมากที่สุด ต่อมาก็คือสี่คะแนน ตั้งแต่เริ่มแรก ไม่มีผู้ใดพุ่งเป้ามาที่สองคะแนนหรือหนึ่งคะแนนเลย

“ผู้บุกรุกกระจายกำลังหนีไปตามทิศต่าง ๆ หกแต้ม เด็กสาวชุดแดงทางตะวันออก สี่แต้ม เด็กหนุ่มหมวกฟางทางตะวันตก หนึ่งแต้ม เด็กหนุ่มชุดเทากับ...เอ้อ...เด็กหนุ่มบนรถเข็นที่ทิ้งรถเข็นไปแล้วมุ่งหน้าไปทิศเหนือ นี่เป็นข่าวสารสุดท้ายที่ทุกคนจะได้รับ หลังจากนี้จะไม่มีคำใบ้ใด ๆ อีกแล้ว อีกอย่าง กำลังกายของเด็กหนุ่มชุดเทายอดเยี่ยมมาก คะแนนของเขาเพิ่มเป็น 1.5 แต้ม” เสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วสถาบันเทียนเจ้าอีกครั้ง จากคำพูดและรายละเอียดที่พวกเขาบรรยายออกมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้คิดว่าผู้บุกรุกนี้น่ากังวลเลย ตรงกันข้าม พวกเขากลับเปลี่ยนปัญหานี้เป็นการแข่งขัน การไม่มีคำใบ้เพิ่มเติมย่อมหมายถึงความยากที่เพิ่มขึ้น และการเพิ่มคะแนนให้ลู่ผิงก็เกิดขึ้นหลังจากที่เห็นเขาวิ่งตัวปลิวทั้ง ๆ ที่แบกซีเฟิ๋นอยู่ แม้ว่าเขาจะมิได้มีพลังวิญญาณเลย แต่จะกำลังกายเช่นนี้ก็ไม่อาจดูแคลน

“ครึ่งคะแนน! งกจริง ๆ!”

“สังหารพวกเขาทิ้งจะได้เพิ่มสักคะแนนไหม”

เสียงหลากหลายดังขึ้นตอบข้อมูลใหม่ที่ได้รับ

หลังจากได้ยินคำบ่นเหล่านี้ ซีเฟิ๋นก็หันกลับไปมองสีหน้าของเหล่านักเรียนที่พุ่งมาหาอีกครั้ง และพบว่าการตัดสินใจที่จะไม่อยู่เฉยเพื่อ “อธิบายจุดประสงค์ที่มาเยือน” เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องจริง ๆ

“สถาบันนี้ช่างป่าเถื่อนเหลือเกิน! มีแต่ปัญหาเต็มไปหมดเลย” ซีเฟิ๋นพูด

“ดูเหมือนคนที่ไล่ตามพวกเรามาก็เพิ่มขึ้นนะ” ลู่ผิงกล่าวหลังจากมองสถานการณ์โดยรอบ

“คะแนนของเจ้าเพิ่มขึ้น ที่สำคัญก็คือ...พวกเราสองคนที่เป็นเศษเหลือมีคะแนนรวมกัน 3.5 คะแนนแล้ว เข้าใกล้คะแนนม่อหลินเข้าไปทุกที” ซีเฟิ๋นกล่าว

“อีกอย่างพวกเราก็เป็นจุดเด่นเสียเหลือเกิน...” ลู่ผิงลดความเร็วลง ข้างหลังเขา บางคนก็เดินแยกออกไปทางซ้ายและขวาตามทางที่ซูถังและม่อหลินหนีไปแล้ว แต่ข้างหน้าของเขามีคนฝูงใหญ่มุ่งหน้ามา นักเรียนกลุ่มใหญ่กระโดดออกจากหน้าต่างอาคารหลักแล้วพุ่งมาหาพวกเขาจากทางนี้ บางคนก็เบนทิศทางไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อจับกุมหกคะแนนและสี่คะแนนแล้ว ในขณะที่บางคนสนใจ 3.5 คะแนนที่เป็นเศษเหลือ การแสดงตนอย่างชัดเจนบนทางเดินกว้างเช่นนี้ยิ่งทำให้ลู่ผิงและซีเฟิ๋นต้องใคร่ครวญแผนการเคลื่อนไหวต่อไปอย่างรอบคอบ

“ไม่ต้องหยุด เปลี่ยนทางที่ทางแยกข้างหน้าถ้าเจ้าไปถึงได้เร็วกว่าพวกเขานะ” ซีเฟิ๋นตะโกนบอกหลังจากวิเคราะห์เส้นทางทั้งหมด

“ได้!” ลู่ผิงตกลงและเร่งความเร็วทันที ในตอนนั้นซีเฟิ๋นที่อยู่บนหลังของเขาก็เกือบจะตกลงไปจากแรงเฉื่อย หลังจากนั้น ซีเฟิ๋นก็เห็นต้นไม้สองข้างทางที่เคลื่อนที่เร็วจนมองได้ไม่ชัด เขาพยายามจะขับเคลื่อนพลังวิญญาณแห่งรูปแต่ก็พบว่ายังมองได้ไม่ชัดอยู่ดี ในตอนนี้ความเร็วของลู่ผิงมันมากเกินกว่าที่เขาจะมองเห็นได้จากพลังวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่สามแล้ว คงจะต้องใช้ความสามารถในการจับภาพเคลื่อนไหวที่พัฒนาขึ้นจากพลังวิญญาณแห่งรูปชั้นฟ้าที่สี่ถึงจะเห็นได้อย่างชัดเจนในการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วขนาดนี้

พวกเขาจะไปถึงทางแยกก่อนนักเรียนที่พุ่งมาจากข้างหน้าหรือไม่

ซีเฟิ๋นพบว่าเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้เลย แต่เขาควรจะกังวลว่าจะยังรักษาสติสัมปชัญญะในความเร็วเช่นนี้ได้หรือไม่มากกว่า

การเร่งความเร็วกะทันหันเช่นนี้ทำให้นักเรียนเทียนเจ้าประหลาดใจมาก คนผู้นี้มิได้ใช้ความเร็วสูงสุดหรือ เขายังวิ่งได้เร็วขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่แบกคนอีกคนได้อีกหรือ นี้มันร่างกายแบบใดกัน นักเรียนที่อยู่ข้างหลังลู่ผิงและซีเฟิ๋นมองอึ้ง ๆ เมื่อระยะห่างของสองฝ่ายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คนที่ยังติดตามได้อยู่มีเพียงคนที่มีพลังวิญญาณแห่งกายที่สูงส่งเท่านั้น

“ไปทางซ้าย!” แม้ว่าซีเฟิ๋นจะมองไม่เห็นต้นไม้สองข้างทางอย่างชัดเจน แต่เขาก็สามารถมองเห็นสถานการณ์ข้างหน้าที่เข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ได้ชัดมาก นักเรียนที่รวมกลุ่มขวางพวกเขาอยู่ข้างหน้ามีไม่มากนัก ส่วนใหญ่พวกเขาจะเบนไปทางซ้ายหรือขวามากกว่า จากการสังเกตของซีเฟิ๋น คนที่ไปทางซ้ายมีค่อนข้างน้อย ดังนั้นจึงเป็นทางที่สะดวกสบายมากกว่า

แต่หลังจากลู่ผิงมาถึงทางแยกในพริบตาต่อมา เขาก็หันไปทางขวาทันทีโดยไม่ลังเล

“นี่นี่...นี่มันทางขวานะ!” ซีเฟิ๋นตะโกนด้วยคิดว่าลู่ผิงสับสนระหว่างซ้ายและขวาด้วยความรีบเร่ง

“ข้ารู้” ลู่ผิงบอก

“ทางนี้คนมากกว่านะ!” ซีเฟิ๋นพูด

“ข้ารู้” ลู่ผิงยังคงตอบเหมือนเดิม

ซีเฟิ๋นอึ้งไป แต่ก็รู้สาเหตุอย่างรวดเร็ว ทำไมด้านนี้มีคนมากกว่า ก็เพราะซูถังอยู่ด้านทิศตะวันออกซึ่งก็คือด้านขวาน่ะสิ นักเรียนเทียนเจ้าส่วนใหญ่อยากได้รับหกคะแนน ดังนั้นนักเรียนส่วนใหญ่ที่มาจากอาคารหลักจึงเบนไปที่ด้านขวามากกว่า ลู่ผิงก็ตัดสินใจมาด้านขวาอย่างไม่ลังเลจะได้สร้างความวุ่นวายให้อีกฝ่ายและอาจจะโจมตีพวกเขาด้วย จะได้ช่วยลดภาระให้ซูถัง

“เจ้าลำเอียงไปแล้ว...” ซีเฟิ๋นกล่าว รู้สึกสงสารม่อหลินที่อยู่หัวเดียวกระเทียมลีบทางทิศตะวันตกขึ้นมา

“เป็นสิ่งที่ข้าควรจะทำอยู่แล้ว” ลู่ผิงตอบเช่นนี้

“ข้ารู้...” ซีเฟิ๋นพบว่าตนเองไม่อาจเถียงได้เลย ซูถังและลู่ผิงนั้นพึ่งพากันและกันมาชั่วชีวิตแล้ว “แต่แกล้งทำเป็นไม่ใช่หน่อยไม่ได้หรือ”

ในขณะเดียวกัน เสียงก็เริ่มดังก้องทั่วสถาบันอีกครั้ง

“ประกาศ ความเร็วของเด็กหนุ่มชุดเทาน่ากลัวมาก คะแนนของเขาเพิ่มเป็นสองคะแนน”

“คะแนนเจ้าเพิ่มอีกแล้ว” ซีเฟิ๋นกล่าว

“ได้ยินแล้ว”

“เช่นนั้นก็วางใจได้ ข้าว่าเดี๋ยวคะแนนเจ้าก็คงเพิ่มขึ้นอีก” ซีเฟิ๋นกล่าว

“เจ้าสัมผัสได้หรือไม่ว่าเสียงที่คอยบอกข้อมูลต่าง ๆ นี่มาจากไหนกัน” ลู่ผิงถาม

“เจ้าประชดข้าหรือ” ซีเฟิ๋นตอบด้วยคำถาม

“เอ่อ...ลืมไป โทษที!” ลู่ผิงกล่าว เช่นเดียวกับที่ม่อหลินมีจุดอ่อนที่พลังวิญญาณแห่งกาย จุดอ่อนของซีเฟิ๋นก็อยู่ที่พลังวิญญาณแห่งเสียง ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางรู้ได้ถึงต้นกำเนิดของเสียงนี้

“ข้ารู้สึกว่ามันมาจากเหนือหัวพวกเรานะ!” ลู่ผิงพูดพลางมองไปรอบ ๆ เหนือศีรษะ

“เจ้าอยากจะจัดการมันหรือ” ซีเฟิ๋นพูด

“ถ้ามีโอกาส” ลู่ผิงพูด

“ก่อนอื่นดูข้างหน้าก่อนเถอะ” ซีเฟิ๋นพูด

“ดูอยู่” ลู่ผิงพูด

“ฮาฮา สี่คะแนน!” ข้างหน้าพวกเขา เด็กหนุ่มคนหนึ่งกระโดดออกมาจากดงไม้แล้วมายืนอยู่กลางถนนอย่างตื่นเต้น เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้มีฝีมือด้านความเร็วเพราะสามารถมาขวางทางลู่ผิงและซีเฟิ๋นได้ก่อนใครเพื่อน

“หลังจากคว้าสี่คะแนนนี้มาได้ ข้ายังมีเวลาพอจะไปคว้าหกคะแนนอีก เก็บคะแนนได้ง่ายเช่นนี้นี่ล่ะสาเหตุที่ความเร็วก็คือหนทางของผู้ยิ่งใหญ่!”

เด็กหนุ่มดีดลูกคิดรางแก้วเสียเลิศลอยในขณะที่เตรียมตัวต้อนรับสี่คะแนนที่อยู่ตรงหน้า

“พวกเจ้า มีความสามารถเฉพาะตัวด้านความเร็วหรือ แต่ต่อหน้าข้าความเร็วเสียงเฉียวอิ่ง...”

เฮ้ย

ต่อหน้าหรือ

ใช่แล้ว...ต่อหน้าจริง ๆ!

ตอนที่เขาพูดถึงคำว่า “ต่อหน้า” ลู่ผิงก็มาถึงเบื้องหน้าเขาแล้ว

เกิดอะไรขึ้น

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความเร็ว การประเมินความเร็วของเฉียวอิ่งนั้นละเอียดและแม่นยำมาก เดิมเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะมาถึงเบื้องหน้าเขาตอนที่เขาพูดจบพอดี แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับมาถึงเบื้องหน้าเขาแล้วก่อนที่เขาจะทันพูดจบ นี่มิใช่ว่าเขาประเมินผิดไป แต่เป็นอีกฝ่ายที่เร่งความเร็วขึ้นมา...

หลังจากลู่ผิงแสดงความเร็วที่ร้ายกาจออกมาทั้ง ๆที่แบกคนผู้หนึ่งไว้บนหลัง คะแนนของเขาก็เพิ่มจากคะแนนปลอบใจหนึ่งคะแนนเป็น 1.5 คะแนนซึ่งแสดงว่ายากนิดหน่อย จากนั้นเมื่อเขาเร่งความเร็วขึ้นไปอีกซึ่งทำให้ทุกคนต้องประหลาดใจ คะแนนของเขาก็ถูกแก้เป็นสองคะแนน และในตอนนี้ เฉียวอิ่งก็มั่นใจอย่างยิ่งว่าความเร็วของคู่ต่อสู้เพิ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว แล้วยังเพิ่มขึ้นปุบปับเลยด้วย มันเป็นการระเบิดความเร็วขึ้นจนเขาไม่สามารถรู้สึกได้เลยจนกระทั่งคู่ต่อสู้มาถึงเบื้องหน้า

เฉียวอิ่งไม่มีเวลาแม้แต่จะแสดงสีหน้าประหลาดใจก่อนที่มือของลู่ผิงจะยกขึ้นกดลงบนใบหน้าของเขา

ข้ากำลังจะตายแล้วหรือ

ชั่วพริบตานั้น ความคิดนี้ก็วูบขึ้นในจิตใจของเฉียวอิ่ง เพราะเขารู้จักความเร็ว ความเร็วเช่นนี้เพียงพอที่จะหักคอเขาในทันที

ฝ่ามือถอยออกไป

เฉียวอิ่งล้มลงมองท้องฟ้า ฝุ่นผงกระจายไปทั่ว

ท้องฟ้าเป็นสีครามและปุยเมฆขาวกระจ่างก็ล่องลอยไปตามสายลมอย่างอิสระเสรี!จะดีแค่ไหนถ้าข้าจะได้เห็นมันอีกครั้งหนึ่ง

เฉียวอิ่งคิดเช่นนี้

หลังจากนั้นสามวินาที...

“เฉียวอิ่ง เจ้าทำอะไร” เสียงหนึ่งดังขึ้น

เอ๋

เฉียวอิ่งงงงันไปพักใหญ่ก่อนจะขยับเขยื้อน

ข้า...ไม่เป็นไรหรือ

เฉียวอิ่งลุกขึ้นนั่งรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไรจริง ๆ แค่ล้มลงนอนมองท้องฟ้าจะเรียกว่าเป็นอะไรได้อย่างไร

“แม้แต่เจ้าก็ตามพวกเขาไม่ทันหรือ” นักเรียนที่ชักช้ากว่าเขาเล็กน้อยถามไถ่ด้วยเสียงประหลาดใจ

เพราะเฉียวอิ่งไม่ได้ดีแต่พูด ในด้านความเร็วแล้ว ในหมู่นักเรียนชั้นปีสามถ้าเขาบอกว่าตนเองเป็นที่สอง ก็คงไม่มีใครกล้าบอกว่าตนเองเป็นที่หนึ่ง ฉายาความเร็วเสียงเฉียวอิ่ง เป็นเขาเองที่ตั้งขึ้น แม้จะเกินจริงไปบ้างในตอนนี้ แต่ทุกคนก็เชื่อว่าด้วยพรสวรรค์และความหลงใหลที่เขามีต่อความเร็วแล้ว สักวันหนึ่งเขาจะสามารถไปถึงระดับความเร็วเช่นนั้นหรือเหนือกว่าได้จริง ๆ

“ข้า...ไม่ทันระวัง” เฉียวอิ่งอธิบายเช่นนี้

“”อ้อ อ้อ อ้อ” เพื่อนนักเรียนของเขาโล่งอกทันที ถ้าความเร็วของคนผู้นั้นสามารถเหนือกว่าความเร็วของเฉียวอิ่งได้ทั้ง ๆ ที่แบกคนไว้บนหลังล่ะก็คงจะเกินไปหน่อยแล้ว

“ยังจะมามัวคุยกันอยู่อีก รีบตามพวกเขาไปเถอะ!” บางคนตั้งสติได้และไล่ตามไปทันที ในตอนนี้ทุกคนกลับมาเป็นคู่แข่งกันอีกแล้ว

“ไปไปไป!” ทุกคนไล่ตามต่อไป คนเกือบทั้งหมดต่างข้ามถนนไปที่ด้านหนึ่ง พวกเขาอยากจะจับหกคะแนนของซูถัง ไม่ใช่พวกสองบวกสองคะแนนบนทางเดินนี่

สองบวกสองหรือ

เฉียวอิ่งอึ้งไปแล้ว เดิมทีเขาก็ไล่ตามหกคะแนนเหมือนกัน แต่บังเอิญมาพบสองบวกสองคะแนนเข้าก่อน เขาเคยรู้สึกดีใจในโชคลาภของตัวเอง และผลก็คือเขาโดนอีกฝ่ายโจมตีไปทีหนึ่ง

สองบวกสองหรือ

น้อยไปแล้ว!

จากความเร็วที่คนผู้นั้นแสดงออกมา จะมีคะแนนเพียงสองคะแนนได้อย่างไร

อีกอย่างเขาควรจะเป็นคนธรรมดาด้วย คนธรรมดาจะมีความเร็วเช่นนั้นได้อย่างไร

ความใคร่รู้ที่เฉียวอิ่งมีต่อเรื่องนี้มากกว่าความปรารถนาต่อคะแนนหกคะแนนอย่างมาก เขาเริ่มไล่ตามลู่ผิงและซีเฟิ๋นต่อไป

ครั้งนี้ข้าจะต้องมองให้ชัดให้ได้ เฉียวอิ่งแอบตกลงใจ

.............................................................

 

ตอนที่ 48 – ข้อมูลล่าสุด




NEKOPOST.NET