Heaven Awakening Path ตอนที่ 43 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.43 - หวาดกลัวอีกครั้ง


ตอนที่ 43 – หวาดกลัวอีกครั้ง

 

เว่ยเทียนฉี่โมโหมาก ไม่เพียงเพราะใบหน้าของเขาบาดเจ็บ แต่เป็นเพราะเขารู้สึกหวาดกลัวอีกครั้งแล้ว

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหมัดนั้นชกโดนเขา มิใช่ถูกเว่ยอิ่งขัดขวางไว้

แม้ว่าเรื่องนั้นไม่ได้เกิดขึ้น แต่เขาก็ห้ามตัวเองไม่ให้คิดไม่ได้ และยิ่งคิดหัวใจเขาก็ยิ่งสั่นไหวและหวาดกลัว สองวันที่แล้วเขาได้รู้สึกเช่นนี้เป็นครั้งแรก และตอนนี้เขาก็รู้สึกแบบเดิมอีกครั้ง

เขาเกลียดความรู้สึกกลัวและอ่อนแอเช่นนี้ เขาอยากกำจัดความกระวนกระวายภายในจิตใจ

ฆ่า!

ฆ่าฆ่าฆ่า!

จิตสังหารอันบ้าคลั่งพวยพุ่งออกมาจากร่างเว่ยเทียนฉี่ดั่งว่ามีเพียงการฆ่าฟันจึงจะทำลายความกลัวในใจของเขาได้

แต่เขาคือบุตรชายของเจ้าเมือง เรื่องอย่างการฆ่าฟันไม่อาจพึ่งพาเพียงอิทธิพลอำนาจเท่านั้น มันต้องมีเหตุผลที่เพียงพอด้วย

ในกรณีนี้ การสังหารลู่ผิงและซูถังมีเหตุผลเพียงพอหรือไม่

แน่นอนว่าไม่ ต่อหน้านักเรียนมากมายขนาดนี้ เขาไม่อาจสังหารพวกมันโดยไร้เหตุผลแม้ว่าเขาจะสามารถทำได้ก็ตาม

ในกรณีนี้เขาได้แต่สั่งสอนพวกมันเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้พวกมันรู้จักกลัวและกระวนกระวายเสียบ้าง นั่นคงทำให้เขาลดความกระวนกระวายของเขาลงได้บ้าง

แค่สั่งสอนพวกมัน เว่ยเทียนฉี่ไม่คิดว่าตนเองจะต้องสั่งการอะไร อีกฝ่ายกล้าต่อยเขา เว่ยอิ่งคงจะจัดการสั่งสอนเอง แต่เขาไม่คาดเลยว่าหลังจากเว่ยอิ่งหันร่างมาหาเขาแล้วจะพูดสามคำนี้

“พวกเราไป”

“ไปหรือ” เว่ยเทียนฉี่คิดว่าตัวเองฟังผิดไป อีกฝ่ายกล้าชกเขา แม้ว่าจะป้องกันไว้ได้แต่ก็ยังทำให้เขาบาดเจ็บ แล้วยังกล้าพูดว่า “ถ้าเป็นลู่ผิง เจ้าคงตายไปแล้ว” อีกด้วย นี่เป็นคำขู่ชัด ๆ เลยมิใช่หรือ คำขู่ที่ร้ายแรงมาก

แต่ตอนนี้เว่ยอิ่งกลับให้พวกเขาไปหรือ

“เจ้า...” เว่ยเทียนฉี่เพิ่งพูดได้คำเดียวเมื่อเว่ยหยางเข้ามาดึงแขนเสื้อเขาเบา ๆ แม้ว่าเขาจะไม่อาจพูดได้ สีหน้าของเขาก็บอกใบ้เว่ยเทียนฉี่ได้เพียงพอแล้ว

เว่ยเทียนฉี่ตระหนักขึ้นมา

ใบหน้าเว่ยหยางถูกลู่ผิงบีบ แน่นอนว่าเขาสู้ลู่ผิงไม่ได้ แม้ว่าเว่ยหยางจะเทียบกับเว่ยอิ่งไม่ได้ แต่หลังจากกันหมัดนั้นแล้วก็ดูเหมือนว่าเขารับรู้อะไรบางอย่างได้

พวกเขาได้แต่ไป เพราะเว่ยอิ่งและเว่ยหยางรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้มีกำลังที่เหนือกว่า

พวกเขาจะทำอะไรได้อีกหรือในเมื่อไม่มีกำลังที่เหนือกว่า

สำหรับคนส่วนมาก แค่อิทธิพลของเจ้าเมืองก็มากพอที่จะข่มขวัญพวกเขาแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าคนส่วนมากมิได้รวมถึงสองคนที่อยู่ตรงหน้านี้ ทั้งสองคนกล้าขนาดชกเขาต่อหน้าต่อตาทุกคนทั้ง ๆ ที่ทราบว่าเขาเป็นเจ้าเมืองน้อย แล้วพวกเขาจะสนใจคนอื่นที่มีจวนเจ้าเมืองหนุนหลังหรือ

เมื่อเว่ยเทียนฉี่คิดมาถึงตรงนี้เขาก็เริ่มสงสัยแล้วว่าลู่ผิงกับซูถังก็มีพื้นหลังของตนเอง ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะกล้าปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้ได้อย่างไร

แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในตอนนีเขาก็ได้แต่เชื่อฟังองครักษ์ทั้งสองและเดินหนีไป

นักเรียนเสียเฟิงทั้งหมดต่างตะลึงงัน

พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะมีคนกล้าชกเว่ยเทียนฉี่ แม้ว่ามันจะเคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วก็ตาม

และที่ยิ่งทำให้พวกเขาแปลกใจก็คือหลังจากบาดเจ็บจากหมัดนั้นแล้ว เว่ยเทียนฉี่กลับไม่ระเบิดความโกรธเกรี้ยวออกมา ในทางตรงกันข้าม เขากลับจากไปเงียบ ๆ กับองครักษ์ทั้งสองของตระกูลเว่ย

จะบอกว่าพวกเขาเป็นสหายของเว่ยเทียนฉี่มาสามปีแล้วก็ไม่ผิด แม้ว่าเขาจะมีสถานะที่สูงส่งและห่างไกล แต่การมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนนักเรียนก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ พวกเขารู้จักเว่ยเทียนฉี่ ด้วยสถานะและภูมิหลังของเขา สิ่งที่เขาไม่ถูกใจจะโดนกำจัดไปจากสายตาของเขาทันที แต่ครั้งนี้เขากลับจากไปเงียบ ๆ เหตุผลคืออะไร

เพราะเขากำลังหลบหนี เพราะเขากลัว...

“สุดท้ายแล้วคนไจเฟิงสองสามคนนี้แข็งแกร่งขนาดไหนกัน”

กล้าไม่หวาดหวั่นต่อหน้าภูมิหลังของจวนเจ้าเมืองและทำให้องครักษ์ประจำตระกูลสองคนต้องหนีไปโดยการข่มขู่คุกคาม คนพวกนี้ยังมีสถานภาพและภูมิหลังที่เหนือไปกว่านี้อีกหรือ

ป่าเขาเงียบสงัดลงอีกครั้ง ทันใดนั้นเสียงที่ดังขึ้นก็มีเพียงเสียงนกกลางคืนร้อง

สุดท้ายฉินเจิ้นที่สติกลับมาก่อนใครเพื่อนจากความเป็นห่วงพี่ชายรีบกระตุ้นให้ลู่ชิงซึ่งก็กังวลเหมือนกันมาดูอาการบาดเจ็บของพี่ชายเขาในขณะที่เหลือบมองลู่ผิงกับซูถังไปด้วยพร้อม ๆ กัน ก่อนหน้านี้เขาก็ด่าสองคนนี้อย่างโมโหจากการถล่มของหอคอยแห่งพลังวิญญาณเช่นกัน แต่ตอนนี้เขากลับไม่รู้จะพูดอะไรดี

แต่ทั้งสองกลับไม่รับรู้เรื่องพวกนี้เลย ความสนใจของพวกเขาต่างเพ่งไปที่ลู่ชิงซึ่งกำลังตรวจอาการบาดเจ็บของฉินหยวน

“ชีวิตเขายังรักษาไว้ได้” ในที่สุดลู่ชิงก็เอ่ยปากและบอกข่าวดีให้ทุกคนโล่งอกไปก่อน

“เห็นไหม บอกแล้ว!” ม่อหลินพูดพลางเคี้ยวข้าวโพด

“แต่เขาต้องได้รับการผ่าตัด รีบพาเขากลับเมืองเร็ว ๆ เข้า ชีวิตของเขารักษาไว้ได้แต่ เส้นเสียงของเขาได้รับความเสียหาย ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมถึงจะรู้ได้ว่ารักษาได้หรือไม่”

สิ่งที่ลู่ชิงหมายถึงที่พูดว่า เพิ่มเติมย่อมคือ “ข้าทำได้เท่านี้”

“เจ้าผ่าตัดไม่ได้หรือ” ฉินเจิ้นถามทันที

“ไม่ได้” ลู่ชิงกล่าว “เจ้าควรจะรีบพาเขากลับเมืองนะ แล้วยังต้องเจอภัยอันตรายจากป่าตอนกลางคืนอีก”

“หรือจะให้ข้าลองดูไหม” ม่อหลินกล่าว

ฉินเจิ้นเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง เมื่อเขามองเห็นข้าวโพดในมือม่อหลิน สายตาของเขาก็มั่นคงขึ้นมา แล้วเขาก็กล่าวว่า “ข้าจะพาเขาไปตอนนี้เลย”

“บัดซบ!” ม่อหลินพูดอย่างมืดมน

“ข้าปิดแผลอย่างง่าย ๆ ให้เขาแล้ว เจ้าควรจะรีบให้มากที่สุดเลยนะ!” ลู่ชิงกล่าว

“เข้าใจแล้ว” ฉินเจิ้นพยักหน้า หลังจากจัดท่าทางให้ฉินหยวนบนแผ่นหลังด้วยความช่วยเหลือของทุกคน เมื่อเขากำลังจะไป เขาก็หันไปมองลู่ผิงและซูถังแล้วสุดท้ายก็พูดออกมาสองคำ “ขอบคุณ”

“ไม่เป็นไร” ลู่ผิงบอก

“รีบ ๆ ไปเถอะ!” ซูถังโบกมือให้เขา

“อืม” ฉินเจิ้นผงกศีรษะเล็กน้อยและพุ่งไปตามทางลงเขา ในตอนนี้เขาไม่สามารถออมแรงได้เลย พลังวิญญาณแห่งกายของเขาถูกใช้งานถึงขีดสุด และเขาไปหายไปกับความมืดมิดอย่างรวดเร็ว

กลุ่มนักเรียนกลับไปนอนในกระโจมของตนเอง แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะไม่มีประสบการณ์ใด ๆ แต่ตอนที่พวกเขาตื่นขึ้นมา เรื่องราวก็ยุติลงแล้ว พวกเขามิได้เห็นการตายด้วยตาของตนเอง มันจึงไม่ได้รบกวนจิตใจพวกเขามากนัก ป่าเขากลับมาสงบเงียบดังเดิมอย่างรวดเร็วเหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ความแตกต่างมีเพียงศพสามศพ รอยเลือด กระโจมที่ว่างเปล่าหนึ่งหลัง และแน่นอนว่าเวรยามก็ไม่กล้าหย่อนยานอีกแล้ว

พวกเขาไม่กล้าอยู่คนเดียวจึงร่วมกลุ่มกันกลุ่มละสองสามคน การตรวจตราของพวกเขาเข้มงวดมาก แม้ว่าพวกเขาก็ยังคงพูดคุยเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นด้วยเสียงกระซิบกระซาบพลางมองไปยังสองทิศทางบ้างเป็นบางครั้ง ทิศหนึ่งคือริมขอบของค่ายพักแรมที่คนไจเฟิงทั้งสี่กำลังพักผ่อนอยู่ และอีกทิศก็คือกลางค่ายพักแรมที่คณะของจวนเจ้าเมืองพักผ่อนอยู่

ด้านไจเฟิงนั้น พอทั้งหมดกลับมา ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความสงบ ในขณะที่ทางด้านของจวนเจ้าเมือง ยอดกระโจมสั่นไหวไปมาเหมือนกับว่าคนที่อยู่ภายในพลิกตัวไปมาเป็นพัก ๆ เพราะนอนไม่หลับ

ใช่แล้ว เขาจะหลับลงได้อย่างไร

เมื่อใดที่เว่ยเทียนฉี่หลับตาลง เขาก็จะถูกความกลัวเข้าจู่โจมและฉากเหตุการณ์ทั้งสองก็จะวนเวียนอยู่ในจิตใจเขาเหมือนเป็นฝันร้าย เขาไม่อาจปล่อยวางมันลงได้เลยไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม

เขาง่วงมากแต่ก็ไม่กล้าหลับตา เขาทำได้เพียงพยายามกดจินตนาการของตนเองลง เขาเกลียดความรู้สึกเวลาที่เว่ยหมิงอยู่ใกล้ แต่ในตอนนี้เขากลับคิดถึงอีกฝ่ายจนสุดใจ ถ้าเว่ยหมิงอยู่ที่นี่ เขาจะต้องจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยแน่ ๆ

เว่ยเทียนฉี่ใช้เวลาทั้งคืนพลิกตัวกระสับกระส่าย แต่เว่ยหมิงก็ไม่กลับมา เมื่อเขาออกมาจากกระโจมก็สามารถมองเห็นขอบตาที่ดำคล้ำของเขาได้ เว่ยอิ่งหายตัวไปอีกแล้ว เว่ยหยางกำลังทำอาหารเช้าโดยมีหน้ากากที่ทั้งตลกและน่าเกลียดปิดบังใบหน้า เว่ยเทียนฉี่อยากจะไปพูดคุยกับเขา แต่ก็จำได้ขึ้นมาว่าอีกฝ่ายไม่สามารถพูดได้อีกแล้ว ทุกอย่างเหมือนจะไม่เป็นใจให้เขาเลย เขารู้สึกอยากจะเตะอะไรสักอย่าง

นักเรียนบางคนเก็บของอยู่ ในขณะที่บางส่วนก็ออกเดินทางแล้ว ไม่มีผู้ใดพูดคุยเรื่องเมื่อคืนนี้ เพราะพวกเขาพบว่าเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่ ศพทั้งสามก็ได้หายไปแล้ว

มือสังหารพวกนี้มาตามล่าบุตรเจ้าเมือง เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้คงไม่จบง่าย ๆ การจมลงปรักโคลนที่ซับซ้อนนี้โดยไม่จำเป็นย่อมมิใช่เรื่องที่ดีแน่นอน นักเรียนทุกคนพยายามจนถึงที่สุดที่จะนำตัวเองออกห่างจากเรื่องนี้ไปไกล ๆ

เว่ยเทียนฉี่เดินไปรอบ ๆ พลางแอบเหลือบมองค่ายที่พักของไจเฟิงเป็นระยะ

ทั้งสี่คนเพิ่งตื่น หลังจากตื่นขึ้นมาพวกเขาก็เก็บของ กินอาหารเช้า แล้วออกเดินทางต่อ เว่ยเทียนฉี่นอนไม่หลับทั้งคืนและเฝ้าสังเกตทุกความเคลื่อนไหวของพวกเขาตั้งแต่เช้าตรู่ แต่จากการกระทำของพวกเขา เป็นเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขากระทำก็เป็นเหมือนเคย ไม่นานนัก ทั้งสี่คนที่เดินขึ้นเขาก็หายไปจากคลองสายตาของเว่ยเทียนฉี่ แต่ความกังวลและโกรธแค้นในใจเขากลับไม่ได้หายไปพร้อมกับพวกนั้นเลย

..................................................

ไปของเจ้ามาอีกแล้ว ตั้งแต่นี้จะเปลี่ยนเป็นบัดซบก็แล้วกันนะคะ ทุกคนจะได้เข้าใจ

 

ตอนที่ 44 – ข้าขอเชิญท่านกินโจ๊ก




NEKOPOST.NET