Heaven Awakening Path ตอนที่ 42 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.42 - นี่ข้าช่วยเจ้านะ


ตอนที่ 42 – นี่ข้าช่วยเจ้านะ

 

นักเรียนหลายคนเริ่มจะตื่นขึ้นมาแล้ว คนแล้วคนเล่ามุดออกจากกระโจม เมื่อพวกเขาเห็นศพตรงนั้นตรงนี้กระจายอยู่ก็ได้แต่ตะลึงงัน

“เกิดอะไรขึ้น” พวกเขาเริ่มถามกัน

ตอนนั้นฉินเจิ้นกำลังล้มลงนั่งกับพื้น เขามิได้รับบาดเจ็บอันใด แค่ตระหนกเท่านั้น แม้ว่าเขาจะเป็นผู้มีสัมผัสพลังวิญญาณ แต่จนถึงตอนนี้เขาก็เพียงฝึกฝนในสถาบันโดยไร้ซึ่งกังวล แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าอนาคตมีอะไรรออยู่ แต่การเฉียดความตายเมื่อครู่ก็ปุบปับเกินไปสำหรับเขา ตอนที่บุรุษชุดดำถูกลู่ผิงต่อย ขาของเขาก็อ่อนแรงลงและเขาก็ทรุดลงนั่งกับพื้น

แต่ไม่นานนักเขาก็ได้เห็นฉินหยวนพี่ชายของเขานอนฟุบอยู่ใกล้ ๆ แม้ว่าดวงตาของเขาจะเต็มไปด้วยความโล่งอก แต่เขาก็เจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด

“พี่!” ร่างฉินเจิ้นยังคงสั่นสะท้าน แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าตนเอาแรงมาจากไหนกลิ้งกระเสือกกระสนไปหาพี่ชายที่ล้มอยู่ ยิ่งเขาเข้าใกล้เขาก็ยิ่งหวาดกลัว ฉินหยวนนอนจมอยู่ในกองเลือด ใบหน้าของเขาขาวราวกระดาษและริมฝีปากของเขาก็สั่นสะท้านตลอดเวลา ดูเหมือนเขาอยากจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่ไม่อาจเปล่งเสียงได้

“เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” ข้าง ๆ กันนั้น ซีเฟิ๋นถ่ายทอดความคิดของฉินหยวนจากการดูริมฝีปากและสีหน้าของเขา

“แบบนี้เจ้ายังแปลความได้อีกหรือ” ซูถังกล่าวถามซีเฟิ๋น

“นี่เป็นความถนัดของข้านะ...” ซีเฟิ๋นบอก

“ไม่ต้องเป็นห่วง! เขาไม่ตายหรอก!” ม่อหลินนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ ฉินหยวน ในมือขวาของเขาเป็นข้าวโพดที่ควักออกมาจากที่ใดก็ไม่ทราบได้ ในขณะที่เขาเคี้ยวข้าวโพด เขาก็ดึงมือของฉินหยวนออกไปจากลำคอด้วยมืออีกข้างและตรวจดูบาดแผล

“ดื่มน้ำเยอะ ๆ พักผ่อนเยอะ ๆ ก็หายแล้ว ใช่ไหม” ซูถังถาม เป็นที่แน่ชัดว่าหลังจากคราวที่ซูถังบาดเจ็บแล้วก็ไม่มีผู้ใดเชื่อถือคำพูดของม่อหลินอีกต่อไปที่ว่า “ผู้ที่วางยาพิษได้ย่อมรู้เรื่องยา”

“ข้าว่าดื่มน้ำคงไม่ได้กระมัง มันคงจะไหลออกจากลำคอเขาหมด!” ม่อหลินพูด

“เจ้าจริงจังหน่อยได้ไหม” ซูถังกล่าว

“ข้าไม่จริงจังตรงไหน” ม่อหลินเอ่ย

“ถืออะไรไว้ในมือขวาล่ะ” ซูถังถาม

“ข้าวโพดหรือ อยากกินหรือ เช่นนั้นก็เอาไปเลย” ม่อหลินส่งข้าวโพดไปให้ซูถังอย่างรำคาญ ซูถังตัดสินใจว่าจะไม่สนใจเขาอีกจึงหันไปมองลู่ผิงที่เพิ่งเดินกลับมา แม้ว่าลู่ผิงก็ไม่รู้เรื่องยาเลย คำพูดมั่ว ๆ ของเขาก็ยังดีกว่าเชื่อถือคำพูดของม่อหลินเป็นหมื่นเท่า

“พวกเจ้ามีคนที่รู้เรื่องการแพทย์บ้างไหมล่ะ” ลู่ผิงถามฉินเจิ้น

“นี่นี่...” ม่อหลินรู้สึกเจ็บปวดมาก ทุกคนช่างไม่เชื่อมือเขาเลย เขาพลาดไปแค่ครั้งเดียวเองนะ

“ไม่...ไม่มี” ฉินเจิ้นแตกตื่นมาก เขาใช้เวลาสักพักกว่าจะตอบคำถามของลู่ผิง

พลังวิญญาณไม่ได้มีประโยชน์เพียงเพื่อใช้ในการต่อสู้เท่านั้น แต่ในการแยกกลุ่มอาชีพจากพลังวิญญาณ เงื่อนไขที่ต่ำที่สุดคือต้องเป็นผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณเท่านั้น ผู้เชื่อมต่อเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับความสามารถที่ตนเองมี หรือเลือกอาชีพแล้วฝึกฝนความสามารถที่จำเป็นอย่างขื่นขมไป แต่นักเรียนเสียเฟิงทั้งหมดต่างอยู่ในขั้นสัมผัสพลังวิญญาณ ในขั้นนี้ ทุกคนได้แต่เรียนเรื่องพื้นฐาน ดังนั้นจึงยากที่จะมีนักเรียนที่มีความสามารถเกี่ยวกับการรักษา แต่นักเรียนที่ตั้งใจจะศึกษาศาสตร์นี้อยู่แล้วก็อาจจะมีความรู้ที่เกี่ยวข้องบ้าง

“ข้าจะไปถามลู่ชิง” ฉินเว่ยผู้ซึ่งเมื่อครู่ปฏิเสธไปแล้วกลับนึกถึงคนผู้หนึ่งได้ และผุดลุกขึ้นวิ่งไปหาคนผู้นั้น

นักเรียนต่างพากันตื่นขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ยามค่ำคืนบนภูเขามักจะเงียบสงบ แต่มิใช่ตอนนี้ เหล่านักเรียนจับกลุ่มสามคนห้าคนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราว แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ศพ และแม้ว่าจะมีใครกล้าก้าวเข้ามาก็จะถูกเว่ยหยางและเว่ยอิ่งหยุดไว้ด้วยสายตาที่เข้มงวดทันที หลังจากตรวจสอบศพทั้งสามอย่างรอบคอบ ทั้งสองก็ได้กล่าวรายงานให้เว่ยเทียนฉี่ที่เพิ่งโผล่ออกมาฟังอย่างละเอียด

เว่ยเทียนฉี่ฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเหมือนที่เขาทำกับรายงานของเว่ยหมิง โดยมากแล้วเขาเอาแต่จ้องมองฉินหยวนที่บาดเจ็บสาหัส หลังจากฟังรายงานเขาก็มิได้ออกความเห็นอันใด เพราะเขารู้ว่าอำนาจที่เขามีก็แค่เพื่อรู้สถานการณ์เท่านั้น

“เกิดอะไรขึ้นกับฉินหยวน” เขาถาม รายงานกลับมิได้เอ่ยถึงคนที่บาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์นี้เลย

“เขานำทางมือสังหารพวกนี้มา ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเห็นการจัดเตรียมของพวกเราก็ยังพยายามจะเตือนพวกมือสังหารอีกด้วย” เว่ยอิ่งพูด

“การจัดเตรียมของพวกเราหรือ” เว่ยเทียนฉี่มองตราที่เดินควรจะอยู่บนกระโจมของเขา เขาไม่ได้รู้เรื่องการเตรียมการนี้เลย แต่เขาทราบดีว่าเว่ยหมิงคงจะมีเหตุผลที่ดีมากที่ไม่ได้บอกเขา และเหมือนเคย เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย

แต่สิ่งที่เขาไม่พอใจมีเพียงความรู้สึกนี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เขาไม่รู้สึกว่าการจัดเตรียมนี้ไม่เหมาะสมตรงไหน เขาเป็นทายาทตำแหน่งเจ้าเมือง ความปลอดภัยของเขาย่อมสำคัญที่สุด

“แล้ว?” เขาถามต่อ

“ความเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นสายลับไม่อาจปฏิเสธได้” เว่ยอิ่งพูด

“พวกเจ้าไม่รู้หรือว่ากระโจมหลังนี้เป็นของน้องชายเขา สาเหตุที่เขาเตือนมือสังหารมันเห็นได้ชัดอยู่นะ” เว่ยเทียนฉี่กล่าว

“ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่ความเป็นไปได้นั้นก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดี” เว่ยอิ่งกล่าว

“ก็จริง เช่นนั้นเว่ยหมิงบอกให้พวกเจ้าทำอย่างไร” เว่ยเทียนฉี่ภาม

“จับตาดูเขาไว้” เว่ยอิ่งตอบ

“ดี เช่นนั้นข้าจะไปจับตาดูเขาหน่อยแล้วกัน” เว่ยเทียนฉี่พูดพลางเริ่มเดินไปหาฉินหยวน เว่ยอิ่งและเว่ยหยางสบตากันและมิได้ห้ามปรามเขา แต่ทั้งสองก็เดินตามไปติด ๆ สำหรับพวกเขาแล้ว ความปลอดภัยของท่านเจ้าเมืองน้อยสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้น

นักเรียนหลายคนล้อมอยู่รอบ ๆ ตัวฉินหยวน เมื่อพวกเขาเห็นเว่ยเทียนฉี่เดินมา พวกเขาก็รีบหลีกทางให้ทันที

ฉินหยวนมองดูเว่ยเทียนฉี่ เขาไม่แม้แต่จะปิดบังความเกลียดชังในดวงตาของเขา แม้ว่าสุดท้ายแล้วน้องชายของเขาจะปลอดภัย แต่นั่นก็มิได้ลบล้างความจริงว่าคนผู้นี้ไม่ใส่ใจความปลอดภัยของพี่น้องทั้งหมดเลย ฉินหยวนรู้สึกว่าตัวเขากำลังจะตายแล้วจึงไม่เกรงกลัวสิ่งใดทั้งสิ้น

“ทุกคนหลบไป!” ในตอนนั้นเอง เสียงของฉินเจิ้นก็ดังขึ้นจากนอกวง สุดท้ายเขาก็พบลู่ชิงและพาตัวเขามาจนได้ ลู่ชิงเป็นนักเรียนที่ธรรมดามากในชั้นปีที่สามของสถาบันเสียเฟิง เขาไม่ได้มีผลงานด้านพลังวิญญาณอะไรที่โดดเด่นเลย แต่เขาเป็นบุตรชายของแพทย์ และยังมุ่งมั่นที่จะตามรอยเท้าของบิดาตนเอง ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างมีความรู้เรื่องการแพทย์

แต่เมื่อพวกเขาหลุดพ้นจากกลุ่มคน พวกเขาก็เห็นเว่ยเทียนฉี่ยืนตรงหน้าฉินหยวนซึ่งนอนอยู่บนพื้น

“ข้าไม่โทษเจ้าหรอก” นี่เป็นประโยคแรกที่ออกมาจากปากของเว่ยเทียนฉี่ หลังจากนั้นเขาก็เห็นฉินเจิ้นออกมาจากกลุ่มคน เขาชี้ไปที่ฉินเจิ้น

“อย่างไรเสีย เขาก็เป็นน้องชายของเจ้า ความคิดของเขาที่ไม่อยากให้เขาตกอยู่ในอันตราย ข้าเข้าใจดีเลย” เว่ยเทียนฉี่กล่าวต่อ

“แต่เจ้าได้นำทางให้มือสังหารจริง ๆ หรือ

“เพราะชีวิตของเจ้าตกอยู่ในอันตราย เจ้าจึงหักหลังผู้อื่นได้โดยไม่ลังเลเลยสินะ

“ยังดีที่เป็นข้าที่เจ้าหักหลัง ข้ามีการป้องกันเป็นพิเศษ แต่ถ้าเป็นนักเรียนคนอื่นเล่า พวกเขาจะไม่ตายในน้ำมือของเจ้าแล้วหรือ”

“ก็จริง...” บางคนในกลุ่มคนที่ไม่รู้คิดอะไรอยู่กลับส่งเสียงเห็นด้วยออกมา

“ถ้าเป็นเราก็คงถูกฆ่าไปแล้ว ใช่ไหม”

“ฉินหยวนช่าง...”

เห็นชัดว่าบางคนรู้สึกเสียใจจริง ๆจัง ๆ ไม่ใช่เพราะอาการบาดเจ็บสาหัสของฉินหยวน แต่เพราะการกระทำของเขา

และนักเรียนที่เหลือซึ่งไม่เห็นด้วยก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาและได้แต่ทนฟัง

แต่ฉินเจิ้นทนไม่ได้แล้ว คนที่ฟุบอยู่บนพื้นคือพี่ชายของเขา เขาอยู่ระหว่างความเป็นความตายแต่ยังต้องมาทนฟังคำพูดเช่นนี้ของคนอื่นอีกหรือ

บุตรเจ้าเมืองหรือ อำนาจของตระกูลเว่ยหรือ เว่ยเจิ้นแทบจะพุ่งออกไปโดยไม่สนใจอะไรแล้ว

แต่ความเคลื่อนไหวของใครบางคนรวดเร็วกว่าเขามาก

หมัดหนึ่ง!

พร้อมกับสายลมที่แปรปรวนและเสียงหวีดหวิว หมัดข้างหนึ่งชกตรงไปที่หน้าของเว่ยเทียนฉี่

“อ้ากก!”

เว่ยเทียนฉี่ได้แต่กรีดร้องด้วยความกลัว เขาไม่คาดเลยว่าจะมีใครกล้าต่อยเขา เขาคิดที่จะหลบแต่ในสภาพที่ฉุกละหุกกลับไม่สามารถขยับขาได้เลย

โชคดีที่เงาร่างหนึ่งเคลื่อนมาขวางหน้าเขาทันเวลา ความเคลื่อนไหวของเว่ยอิ่งรวดเร็วและแม่นยำเสมอ

ตูม!

นี่คือเสียงระเบิดที่เกิดจากหมัดนั้น ขณะที่เว่ยอิ่งหยุดหมัดนั้น ร่างของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง เขารีบก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อทำให้ร่างมั่นคง ข้างหลังเขา เว่ยเทียนฉี่เพียงรู้สึกถึงสายลมแรงที่กรีดผ่านแก้มของเขาตามมาด้วยความเจ็บแปลบ เขายกมือขึ้นตรวจดูและต้องแปลกใจที่พบว่าหน้าของเขามีรอยเลือด เพียงสายลมจากหมัดนั้นก็ทำให้ใบหน้าของเขาบาดเจ็บได้แล้ว

ลู่ผิงหรือ

ในความคิดของเขา นอกจากลู่ผิงแล้วก็คงไม่มีคนที่สองที่กล้าชกเขา แต่เมื่อสายตาของเขามองผ่านร่างของเว่ยอิ่งไป เขาก็ได้เห็นสตรีที่มีสีหน้าโกรธเกรี้ยว

ซูถัง!

เป็นซูถังที่ออกหมัดนั้นมา!

เว่ยเทียนฉี่ตกตะลึง เช่นเดียวกับเว่ยอิ่ง เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวคนนี้เพียงมีพลังวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่หก นางเป็นเพียงผู้สัมผัสพลังวิญญาณ แล้วเหตุใดหมัดของนางจึงได้ร้ายกาจนัก มือขวาของเขาที่ต้านรับหมัดของนางและหลังจากนั้นก็ขาขวาที่ใช้ยันร่างตัวเองของเขายังชาอยูเลย

ซูถังถอนหมัดคืนมา และสีหน้าของนางก็สงบลงเป็นอย่างมาก

“นี่ข้าช่วยเจ้านะ!” นางกล่าวกับเว่ยเทียนฉี่ที่อยู่ข้างหลังเว่ยอิ่ง “ถ้าเขาลงมือล่ะก็เจ้าคงตายไปแล้ว”

“เขา” ที่นางพูดถึงย่อมมิใช่ฉินเจิ้น ข้างหลังร่างซูถัง ลู่ผิงก็กระเหี้ยนกระหือรืออยากลงมือเช่นกัน!

…………………………………………….

เลือกไม่ถูกเลยว่าอยากให้ใครตายมากกว่ากัน

แซ่ลู่ ของลู่ผิงกับลู่ชิงเป็นคนละลู่กันนะคะ

เช่นเดียวกับเว่ยของเว่ยเป่า (นักเรียนไจเฟิงทีใส่ร้ายลู่ผิงว่าเดินไปที่ศาลาสวน#18) กับเว่ยของตระกูลเจ้าเมืองก็คนละเว่ยค่ะ

 

ตอนที่ 43 – หวาดกลัวอีกครั้ง




NEKOPOST.NET