Heaven Awakening Path ตอนที่ 40 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.40 - ยามกะกลางคืน


ตอนที่ 40 – ยามกะกลางคืน

 

ยิ่งดึก ป่าเขาก็ยิ่งกลับคืนสู่ความสงบดังเดิม นักเรียนทั้งหลายต่างหลับสนิทในกระโจมของตัวเอง เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงนกกลางคืนที่ร้องอยู่บนยอดไม้เป็นระยะ

ด้านเสียเฟิงนั้น นักเรียนบางคนต้องเป็นเวรยามตามการจัดเตรียมก่อนหน้านี้ แม้ว่าป่าจะมิได้มีอันตรายใด ๆ ต่อพวกเขา แต่การมีคนระวังภัยก็ทำให้คนที่เหลือหลับได้อย่างสบายใจมากขึ้น

แต่ในเมื่อเวรยามตอนกลางคืนดูเหมือนไม่จำเป็น นักเรียนที่เฝ้ายามอยู่จึงไม่ได้จริงจังเท่าใดนัก พวกเขาต่างหาที่แอบงีบหลับ แต่ก็มีบางคนที่จริงจังและมีความรับผิดชอบสูง

“นี่ นี่ ลุกขึ้นมาเฝ้าหน่อย ข้าจะไปปลดทุกข์” ฉินหยวนเตะสหายที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้

“ไปอีกแล้วหรือ!” สหายของเขาอารมณ์ไม่ดีหลังจากที่ถูกฉินหยวนปลุกจากฝันหวาน โดยเฉพาะนี่เป็นครั้งที่สี่แล้วยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด

“ช่วยไม่ได้ ตอนเย็นข้าดื่มสุราไม่หยามากไปหน่อย” ฉินหยวนพูดพลางลูบหน้าท้อง

สุราไม่หยาทำมาจากต้นอ่อนข้าวสาลีเป็นหลัก ดื่มแล้วไม่เมา แม้ว่าฉินหยวนจะดื่มไปเยอะมากแต่เขาก็ยังมีสติดีอยู่ แต่ท้องของเขาแทบจะแตกออกมาแล้ว ทำให้เขาต้องวิ่งไปปลดทุกข์ตลอดเวลา

“ไปเถอะ ไปเถอะ!” สหายของเขาลุกขึ้นมานั่งพิงต้นไม้ ดวงตาของเขาครึ่งหลับครึ่งลืมในขณะที่กระตุ้นให้ฉินหยวนรีบไปรีบมา สุดท้ายเขาก็ไม่ได้บ่นอะไรมากมาย ฉินหยวนยืนเฝ้ายามอย่างจริงจัง ส่วนเขานั้นนอนหลับ ฉินหยวนมิได้เรียกร้องให้เขาทำสิ่งใดและแค่ปลุกเขาเป็นครั้งคราวเท่านั้น เขาจะว่าอะไรได้

“เจ้า เฝ้ายามด้วยนะ!”  แต่ฉินหยวนยังคงกล่าวเตือน

“รู้แล้ว รีบ ๆ ไปเถอะ!” เขาลืมตาขึ้นอย่างไม่เต็มใจและมองฉินหยวนเดินห่างออกไป เขาตั้งใจที่จะเฝ้ายามจริง ๆ แต่เพียงสามวินาทีให้หลัง เปลือกตาของเขาก็ปรือลงมาอีกแล้ว เขาลืมตาไม่ขึ้นแล้ว

ฉินหยวนเดินมายังจุดที่เขามาปลดทุกข์ตลอดทั้งคืน เขามองซ้ายมองขวาไปทั่วขณะที่เดินไป แต่เขาก็มองไม่เห็นเพื่อนร่วมเวรยามเลยแม้แต่คนเดียว

ฉินหยวนรู้สึกจนปัญญา แต่เขาก็ไม่คิดที่จะปลุกทุกคนขึ้นมาเหมือนกัน ก็ไม่ใช่ว่ามีอันตรายเสียหน่อย ข้าคนเดียวก็พอแล้ว เขาคิดเช่นนั้น ฉินหยวนมีพลังวิญญาณแห่งรูปชั้นฟ้าที่สามและพลังวิญญาณแห่งเสียงชั้นฟ้าที่ห้า ซึ่งเหมาะสมกับการเฝ้ายามมาก นอกจากนั้นเขายังเป็นสมาชิกหน่วยป้องกันของสถาบันเสียเฟิงอีกด้วย เขามีหน้าที่เช่นนี้อยู่แล้ว

หลังจากมาถึงจุดหมายเขาก็ปลดทุกข์อย่างมีความสุขพลางมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตัว แต่เขาไม่นึกเลยว่า ยังไม่ทันที่จะได้รับรู้อะไรเลย อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงความเย็นเยียบที่พาดผ่านลำคอของเขาแล้ว ก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เอื้อมมาปิดปากเขา

“ถ้าเจ้าไม่อยากตายก็ทำตัวดี ๆ” เสียงหนึ่งกระซิบขึ้นข้างหูเขา หลังจากนั้นฉินหยวนก็รู้สึกว่าของเย็นเยียบนั้นกดลงไปบนลำคอของเขา ตามมาด้วยความเจ็บแปลบ ฉินหยวนหน้าถอดสีด้วยความกลัวและเขาก็พยักหน้าทันที หลังจากนั้นบุรุษชุดดำสองคนก็มาปรากฏตัวต่อหน้าเขา คนหนึ่งอ้อมมาจากทางขวา คนหนึ่งจากทางซ้าย และมือใหญ่ที่ปิดปากเขาอยู่ก็ค่อย ๆ ถูกดึงกลับไป

“เราไม่ได้มาเพราะเจ้า ดังนั้นก็ให้ความร่วมมือกันหน่อยจะดีกับทุกคน” คนที่อยู่ทางซ้ายเริ่มพูดเสียงเบา ๆ

มือขวาของฉินหยวนยกขึ้นปิดปากแผลที่ลำคอ เขาไม่กล้าพูดออกมาจึงได้แต่พยักหน้า

ดังนั้นพวกเขาก็ตรงเข้าประเด็นทันทีเช่นกัน “เว่ยเทียนฉี่อยู่ไหน”

ฉินหยวนจึงนึกได้ทันทีว่า มีเพียงบุตรชายคนเดียวของเจ้าเมืองจึงจะมีค่าพอเป็นเป้าลอบสังหารได้ แต่เขาก็ทราบชัดว่าถ้าเขาช่วยอีกฝ่ายตอนนี้ เมื่อเจ้าเมืองรู้เข้าหลังจากนี้ เขาจะต้องแย่แน่ ๆ

“เจ้ามีเวลาหนึ่งนาทีในการนำเราไป ถ้าเราพบว่ามีเล่ห์เหลี่ยมแม้แต่นิดเดียวล่ะก็...” คมมีดเย็นเยียบกดลงบนลำคอของเขาอีกครั้งโดยไม่ลังเล มันสร้างบาดแผลอีกรอย เมื่อพวกเขาพบว่าฉินหยวนกำลังลังเลเล็กน้อย พวกเขาก็เพิ่มระดับการข่มขู่ทันที

ฉินหยวนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนำบุรุษทั้งสามไป

แกล้งถ่วงเวลาให้มีคนมาพบเจอดีไหมนะ

หาโอกาสส่งสัญญาณอะไรออกไปดีไหม

มิใช่ว่าความคิดเหล่านี้ไม่ได้เข้ามาในหัวของฉินหยวน แต่อีกฝ่ายมองการณ์ไกลยิ่งแล้ว ระยะเวลาที่จำกัดไว้ทำให้ไม่มีโอกาสทำอะไรได้เลย ยิ่งมีการควบคุมอย่างใกล้ชิด ฉินหยวนก็ได้แต่ยอมแพ้ไป

เขารู้สึกเสียใจมาก ทำไมเขาถึงไม่มีหลักการสักหน่อยนะ ทำไมเขาไม่ไปปลุกพวกนักเรียนที่ควรจะอยู่เฝ้าเวรยาม ถ้ามีสักคนหนึ่งที่ไม่ได้หนีไปนอน เหตุการณ์ก็คงไม่เป็นเช่นนี้แล้ว

ฉินหยวนสิ้นหวังแล้ว แม้แต่สหายที่เขาปลุกขึ้นมาก่อนที่จะไปก็หายตัวไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาคงจะนอนหลับทันทีที่ฉินหยวนเดินจากไปแน่ ๆ

หนึ่งนาที โดยมิได้ถ่วงเวลาหรือส่งสัญญาณใด ๆ ฉินหยวนก็นำพวกเขามาถึงจุดที่กลุ่มเว่ยเทียนพักอยู่ ตราประจำตระกูลเว่ยยังคงสะดุดตาแม้แต่ในความมืดมิดของยามค่ำคืน อีกทั้งทุกคนก็มีระดับชั้นพลังในพลังวิญญาณแห่งรูป สำหรับคนแบบนี้ ความมืดมิดยามค่ำคืนไม่ได้เป็นปัญหาเลย ฉินหยวนไม่จำเป็นต้องชี้บอกกระโจมของเว่ยเทียนฉี่ บุรุษทั้งสามคนได้หันไปแลกเปลี่ยนสายตากันแล้ว

คนหนึ่งคุมตัวฉินหยวนไว้ ส่วนอีกสองคนเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างว่องไว เว่ยเทียนฉี่มีพลังวิญญาณแห่งกลิ่นชั้นฟ้าที่หก แต่เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนไม่ใส่ใจเรื่องนี้เลย

แต่...มีบางสิ่งไม่ถูกต้อง

ฉินหยวนจ้องยอดกระโจมเขม็ง ตรานั้นเป็นของตระกูลเว่ยจริง ๆ แต่กระโจมนี้มิใช่ของเว่ยเทียนฉี่เลย! ฉินหยวนจดจำได้เพียงเพราะว่านี่เป็นกระโจมของบ้านเขา! คนที่นอนอยู่ในกระโจมย่อมเป็นนักเรียนเสียเฟิงชั้นปีสามเช่นเดียวกับเขา คือน้องชายของเขา ฉินเจิ้น! แม้ว่าตระกูลเว่ยจะไม่ถือตัวและเข้าไปพูดคุยในกระโจมของนักเรียนคนอื่น แต่ทำไมตราประจำตระกูลเว่ยก็มาอยู่บนกระโจมของน้องชายเขาได้เล่า

ฉินหยวนรู้สึกได้ถึงบางสิ่งราง ๆ แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถครุ่นคิดถึงมันได้ เขาไม่ทราบชัดถึงเป้าหมายของผู้บุกรุกว่าเป็นการลักพาตัวหรือลอบสังหาร ถ้าเป็นการลอบสังหาร คนที่นอนอยู่ในกระโจมนั้นก็เป็นน้องชายแท้ ๆ ของเขานะ!

ความห่วงกังวลที่เขามีให้กับน้องชายเหนือกว่าทุกสิ่ง ด้วยไม่ได้คิดถึงความปลอดภัยของตนเอง เขาก็ตะโกนออกมาอย่างปุบปับว่า “ผิดแล้ว”

ฉึก!

ด้วยความปุบปับพอ ๆ กัน โลหิตก็หลั่งรินออกมาจากลำคอของเขาพร้อมกับเสียงร้องตะโกน อีกฝ่ายมิได้โกหก ทันทีที่พวกเขารู้สึกว่าเขามีแผนอื่น พวกเขาก็โต้ตอบอย่างไร้ความปรานี แต่คำว่า “ผิดแล้ว” ก็ได้ดังออกมาแล้ว อึดใจต่อมาอีกฝ่ายก็ตระหนักว่านี่เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับพวกเขา จึงได้ถอนมีดออกมาทันที แม้ว่าบาดแผลนั้นจะลึกมาก แต่ก็ยังไม่มากพอจะอันตรายถึงชีวิตของฉินหยวน

คนที่ถือมีดกำลังจะถามเหตุผล แต่แล้วโดยที่เขาไม่ได้ยินเสียงใดเลย เขาก็รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แทงเข้าที่ลำคอของเขาจากด้านหลัง สายตาของเขากลอกลงมาและเห็นปลายมีดยื่นออกมาจากลำคอของเขา เขาได้ข่มขู่ผู้คนมากมายด้วยวิธีการนี้ แต่เขายังไม่เคยเห็นปลายมีดแทงทะลุออกมาจากมุมนี้มาก่อนเลย

เขาอ้าปากขึ้นเพื่อพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมา สิ่งที่ออกมาคือโลหิตคำใหญ่ มือข้างหนึ่งของเขายังคงจับตัวฉินหยวนไว้แน่น แต่ร่างของเขากลับค่อย ๆ ล้มลงไป

ทั้งฉินหยวนและบุรุษชุดดำล้มลงไปด้วยกัน ฉินหยวนเอามือปิดคอตนเอง เขาไม่มราบว่าบาดแผลของเขาสาหัสแค่ไหน และยิ่งไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นข้างหลัง เมื่อเขาหันกลับมา เขาก็ได้เห็นบุรุษชุดดำคนนั้นนอนอยู่ข้างกายเขาโดยเบิกตากว้าง มีรูอยู่ที่ลำคอของเขา ซึ่งยังมีโลหิตหลั่งไหลออกมา

ข้าง ๆ ร่างของพวกเขา เงาเงาหนึ่งแวบผ่านไปและพุ่งเข้าไปฆ่าผู้บุกรุกชุดดำที่ปิดบังหน้าตาอีกสองคนที่อยู่หน้ากระโจม

....................................................................

麦芽酒 เหล้าไม่หยา  ไม่แน่ใจว่ามันคือเหล้าอะไรกันแน่เลยแปลตรง ๆ ไปก่อนค่ะ ไม่หยาคือข้าว malt (เท่าที่อ่านวิธีแยกเหล้าดูคิดว่าเป็นเหล้าเหลืองนะ เหล้าเหลืองคือเหล้าที่ไม่ได้กลั่นจะฤทธิ์อ่อน ๆ เหล้าขาวเป็นเหล้ากลั่น ฤทธิ์แรง แต่แต่ละอันก็มีแยกย่อยกันอีกยุบยับเลยค่ะ)

 

ตอนที่ 41 – ยอมตายไปเลยดีกว่า




NEKOPOST.NET