Heaven Awakening Path ตอนที่ 32 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.32 - เป็นความคิดที่ทั้งฉลาดและกล้าหาญ


ตอนที่ 32 – เป็นความคิดที่ทั้งฉลาดและกล้าหาญ

 

“เขาตื่นแล้ว”

ในขณะที่ลู่ผิงนอนครุ่นคิดอยู่บนเตียง เขาก็ได้ยินเสียงบทสนทนาจากนอกหน้าต่าง

ใครกัน

ลู่ผิงพลิกตัวมองไปทางหน้าต่าง

มีบุรุษสองคน ทั้งคู่เอนหลังพิงขอบหน้าต่าง ตามปกติแล้วการกระทำเช่นนี้เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากลู่ผิงทราบความสูงของขอบหน้าต่างนี้ดี ถ้าไม่สูงจริง ๆ จะไม่สามารถโผล่ศีรษะเลยขอบหน้าต่างมาได้เลย  และลู่ผิงรู้ดีว่าคนทั้งสองที่พิงหน้าต่างอยู่ไม่สูงถึงเพียงนั้นเด็ดขาด

ผู้อำนวยการไจเฟิง กัวโหย่วเต้า

ส่วนอีกคนก็คือจักษุจุลทัศน์จากเมื่อวาน เหวินเกอเฉิง

ลู่ผิงลุกจากที่นอนพลางฟังบทสนทนาของทั้งสองคน

“นี่เป็นสุดยอดน้ำแร่จากน้ำพุบนยอดเขาเสียเฟิง ส่วนใบชาเป็นชาภูเขาที่หาได้จากเขาเสียเฟิงเท่านั้น ท่านหาซื้อจากเขตอื่นไม่ได้หรอกนะ” กัวโหย่วเต้ากล่าวพลางชูกาน้ำชาไปทางหน้าต่างเล็กน้อย ไอน้ำลอยออกจากพวยกาและนำพากลิ่นหอมของชาเข้าไปในห้อง

“ชาดี” เหวินเกอเฉิงถอนหายใจชื่นชม จากนั้นก็หันหน้าไปหาลู่ผิงที่อยู่ข้างในแล้วยิ้มให้

“ทำไมถึงเป็นท่าน” ลู่ผิงพูดพลางเดินไปที่หน้าต่าง เขามองไปข้างนอกและพบว่าบุรุษทั้งสองต่างนั่งอยู่บนขั้นบันไดที่นำมาพาดกับขอบหน้าต่าง ระหว่างทั้งสองมีโต๊ะตัวหนึ่งตั้งอยู่ ทั้งคู่จงใจมาดื่มชายามเช้านอกหน้าต่างของเขา

“ทำไมถึงเป็นข้ามิได้” เหวินเกอเฉิงถามกลับพลางจิบชา

“ข้าก็แค่ชวนคุยเรื่อยเปื่อย” ลู่ผิงกล่าว

“ฮาฮา เป็นเด็กที่ตรงไปตรงมาจริง ๆ” เหวินเกอเฉิงหัวเราะอย่างรื่นเริง

“ฮิฮิ” กัวโหย่วเต้าก็หัวเราะ เขายกถ้วยชาขึ้นมาดื่มคำใหญ่ เขาดื่มแบบคนที่ไม่รู้จักการดื่มชา และการปรากฏตัวนอกหน้าต่างของเขาก็ดูไม่เข้าท่าเลย สำหรับการเป็นผู้อำนวยการสถาบันหนึ่ง ท่าทางของเขาดูปล่อยเนื้อปล่อยตัวอย่างมาก

“ตอนที่เจ้าหลับพวกเราได้ตรวจสอบร่างกายเจ้าไปนิดหน่อย เจ้าไม่ถือใช่หรือไม่” เหวินเกอเฉิงกล่าว

“ไม่เป็นไรครับ ข้าชินแล้ว” ลู่ผิงกล่าว

เหวินเกอเฉิงเงียบงันไปครู่หนึ่ง เขาเหมือนจะได้ยินความทุกข์ทรมานและเจ็บปวดในคำว่า “ชินแล้ว” จากนั้นเขาก็พูดว่า “เจ้าชอบความตรงไปตรงมา ข้าก็จะพูดกับเจ้าตรง ๆ”

“ครับ” ลู่ผิงกล่าว

“ข้าดูสายเลือดเจ้าไม่ออก” เหวินเกอเฉิงกล่าว

“อ้อ” ลู่ผิงยังคงสงบนิ่ง

เขาไม่ได้มีประสบการณ์ชีวิตใด ๆ เลย ชื่อก็เป็นเขาตั้งเอง อายุก็มาจากกระดาษแผ่นหนึ่ง แม้ว่าเขาจะอยากรู้ชาติกำเนิดของตัวเองอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้มีความคาดหวังอะไร สิ่งที่เขาใส่ใจมีเพียงว่าเขาชื่อลู่ผิง ลู่ผิงที่ได้หลบหนีออกมาจากองค์กรและอยู่ที่สถาบันไจเฟิงมาสามปีแล้ว แม้ว่าเขาจะได้รับทราบชาติกำเนิดของตนเอง เขาก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใด

ดังนั้นกับเรื่องชาติกำเนิด จะมีหรือไม่ เขาก็รู้สึกเฉย ๆ

“ดูเหมือนเจ้าจะไม่สนใจเรื่องนี้เลยนะ” เหวินเกอเฉิงกล่าว

“ข้าไม่สนใจชาติกำเนิดของตัวเอง” ลู่ผิงบอก

“แต่ข้ามิได้พูดถึงเรื่องนั้น” เหวินเกอเฉิงพูด

“เช่นนั้นท่านพูดถึงเรื่องอะไร” ลู่ผิงกล่าว

“เมื่อไม่รู้สายเลือดของเจ้า ข้าก็ไม่มีหนทางแก้โซ่กักวิญญาณ” เหวินเกอเฉิงกล่าว

“เช่นนั้นหรือครับ” แต่ปฏิกิริยาของลู่ผิงก็ยังคงสงบนิ่ง ดูเหมือนเขาก็มิได้ใส่ใจเรื่องนี้เช่นกัน

เหวินเกอเฉิงยิ้มพลางจิบชาอีกคำ แล้วพูดว่า “ใช่จริง ๆ ข้าไม่ได้ดูผิดไป”

“หืม?”

“ที่จริงเจ้าไม่ได้ต้องการจะแก้ไขโซ่กักวิญญาณเลยสินะ เจ้าอยากจะควบคุมมันแทน ข้าพูดถูกไหม” เหวินเกอเฉิงกล่าว

ลู่ผิงไม่ตอบคำ

“โซ่กักวิญญาณเป็นพันธนาการพลังวิญญาณอย่างหนึ่ง มันสามารถจะสะกดข่มพลังวิญญาณได้โดยสิ้นเชิง ดังนั้นมองอีกทางมันก็เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการปิดบังพลังวิญญาณด้วย เจ้าพอใจกับสถานการณ์นี้มากสินะ” เหวินเกอเฉิงกล่าว

ลู่ผิงยังคงนิ่งเงียบ เขาไม่ทั้งตอบรับหรือปฏิเสธคำวิเคราะห์นี้

“เป็นความคิดที่ทั้งฉลาดและกล้าหาญ” เขาจิบช้าอย่างไม่รีบร้อนอีกครั้ง จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงไม่ช้าไม่เร็ว “แต่มีช่องโหว่อยู่อย่างหนึ่ง”

“เอ๊ะ?” ลู่ผิงอุทาน

“สุดท้ายก็มีปฏิกิริยาบ้างแล้วสินะ” เหวินเกอเฉิงยิ้ม สีหน้าของเขาบ่งบอกว่า “นึกอยู่แล้วเชียว” เขาพึงพอใจผลลัพธ์เช่นนี้มากแล้ว จึงไม่ได้ถ่วงเวลาอีกต่อไปและพูดว่า “เพราะนี่เป็นความขัดแย้งโดยสิ้นเชิง โซ่กักวิญญาณจะปิดบังพลังวิญญาณโดยการสะกดข่มมันลง การปิดบังเช่นนี้ย่อมสมบูรณ์แบบ แต่ก็อันตรายมากด้วย เมื่อเผชิญกับศัตรู เจ้าจะสามารถทำลายการสะกดข่มของโซ่กักวิญญาณและปลดปล่อยพลังออกมาได้ แต่ถ้าเจ้าพบกับการลอบโจมตีจะทำเช่นไร เจ้ายังมิได้ปลดปล่อยพันธนาการ ดังนั้นก็จะไม่รับรู้ถึงภยันตรายนั้นด้วย”

“ข้าไม่ได้อยากจะใช้การสะกดข่มนี้เพื่อปิดบังตัวตนสักนิด ข้าเพียงแต่ใช้ประโยชน์จากการสะกดข่มนี้” ลู่ผิงกล่าว

“ใช้ประโยชน์หรือ ใช้ประโยชน์อย่างไร”

“ใช้ประโยชน์จากการสะกดข่มนี้ ที่พลังวิญญาณจะถูกบีบอัดไว้ในขอบเขตที่เล็กมาก” ลู่ผิงกล่าว

“มันก็ยังเป็นการสะกดข่มอยู่ดีมิใช่หรือ” เหวินเกอเฉิงกล่าว

“มันเป็นการบีบอัด มิใช่สะกดข่ม การสะกดข่มทำให้ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ แต่การบีบอัดทำให้พลังวิญญาณรวมตัวกันอย่างหนาแน่นมาก” ลู่ผิงพูด

“แล้วนี่...เกี่ยวอันใดกับโซ่กักวิญญาณ” เหวินเกอเฉิงถาม

“เพราะหากต้องการการบีบอัดที่รุนแรงเช่นนี้ก็ทำได้จากพลังการบีบรัดของ ‘โซ่กักวิญญาณ’ เท่านั้น” ลู่ผิงกล่าว

“เจ้าหมายความว่าภายใต้พันธนาการของโซ่กักวิญญาณ เจ้าก็ยังคงสัมผัสพลังวิญญาณได้ทั้งหมด ดังนั้นสำหรับเจ้าแล้ว ‘โซ่กักวิญญาณ’ มิใช่การกักขัง แต่เป็นเพียงการบีบอัดพลังวิญญาณเท่านั้น” เหวินเกอเฉิงกล่าว

“ในที่สุดท่านก็เข้าใจแล้ว” ลู่ผิงมีสีหน้าพึงพอใจ

เหวินเกอเฉิงพยักหน้า แต่อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ เมื่อครู่ข้าต้องการจะอวดความสามารถและสั่งสอนเด็กคนนี้หน่อยมิใช่หรือ ทำไมสุดท้ายกลายเป็นข้าที่ได้รับคำสั่งสอนเล่า ไม่ใช่สิ นี่มิใช่การถูกสั่งสอน แต่เป็นการที่ข้าพยายามทำความเข้าใจต่างหาก ก็แค่ทำความเข้าใจ

“เดี๋ยวนะ ไม่ใช่สิ!” เหวินเกอเฉิงนึกถึงบางสิ่งได้อีกครั้ง “จากคำพูดของเจ้า เจ้าไม่ได้ต้องการจะควบคุม ‘โซ่กักวิญญาณ’ เลยนี่นา! เจ้าแค่อยากจะแอบดึงพลังวิญญาณออกมาใช้จากการกักขังของโซ่กักวิญญาณเท่านั้นเอง”

“ใช่แล้วครับ!” ลู่ผิงพยักหน้า

“แต่เจ้าบอกว่าเจ้าพยายามจะควบคุมมันอยู่นี่!” เหวินเกอเฉิงตะโกน

“นั่นมันคำพูดของท่านมิใช่หรือ” ลู่ผิงสงสัย

เหวินเกอเฉิงอึ้งไป เมื่อทบทวนความจำอีกครั้ง คำพูดเหล่านั้นก็เป็นเขาที่พูดขึ้นเองจริง ๆ ลู่ผิงไม่ยอมเอ่ยปาก และที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือเขายังกล่าวโอ้อวดว่า “ใช่จริง ๆ ข้าไม่ได้ดูผิดไป” อีกต่างหาก ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่เขาคิดนั้นไม่ได้ใกล้เคียงความเป็นจริงเลย

“แล้วเจ้าทำได้ถึงไหนแล้วล่ะ” เหวินเกอเฉิงถาม

“ท่านดูจากจักษุจุลทัศน์ไม่ออกหรือครับ” ลู่ผิงถาม

“ทำไมเด็กคนนี้น่ารังเกียจจัง” เหวินเกอเฉิงพูดโกรธ ๆ

“ฮาฮา” กัวโหย่วเต้าหัวเราะอย่างสนุกสนานและดื่มชาอีกอึกใหญ่

“ถ้าแม้แต่จักษุจุลทัศน์ยังบอกไม่ได้ แล้วยังจะมีใครที่บอกได้ไหมครับ” ลู่ผิงถามอย่างจริงจัง

“เรื่องนี้...” แม้ว่าเหวินเกอเฉิงอยากจะบอกลู่ผิงอย่างมั่นใจว่าเป็นเช่นนั้นจริง แต่สุดท้ายเขาก็พูดเพียงว่า “เจ้าจะเชื่อเช่นนั้นไม่ได้หรอก โลกนี้มันใหญ่โตกว่าที่เจ้าหรือข้าจะจินตนาการได้นัก”

...............................................................

 

ตอนที่ 33 – อยากรู้อยากเห็นอย่างยิ่งยวด




NEKOPOST.NET