Heaven Awakening Path ตอนที่ 24 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.24 - คำแปดคำที่หนักหน่วง


ตอนที่ 24 – คำแปดคำที่หนักหน่วง

 

พลังวิญญาณหกเชื่อมต่อ เช่นเดียวกับผู้ตื่นรู้แห่งสวรรค์ นี่ก็เป็นเพียงเรื่องราวในจินตนาการเท่านั้น เช่นเดียวกับที่ไม่เคยมีผู้ตื่นรู้แห่งสวรรค์ ผู้มีพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อก็ไม่เคยปรากฏบนแผ่นดิน

เพียงแต่ว่าการเชื่อมต่อพลังวิญญาณทั้งหกนั้นมันน่าเชื่อถือมากกว่าผู้ตื่นรู้แห่งสวรรค์ ผู้คนเชื่อกันว่าหลังจากฝึกฝนอย่างหนักหน่วงยาวนานแล้ว ก็จะมีวันที่ระดับชั้นนี้ถือกำเนิดขึ้นมา คลื่นลูกหลังย่อมไล่คลื่นลูกเก่าเสมอ

600 ปีที่แล้ว ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งก้าวถึงระดับพลังวิญญาณสามเชื่อมต่อเป็นครั้งแรก และได้รับการเกรงกลัวดังเทพจุติมา

240 ปีที่แล้วมีคนที่ไปถึงระดับพลังวิญญาณสี่เชื่อมต่อและก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมอีกครั้ง

สุดท้ายเมื่อมาถึงตอนนี้มีผู้แข็งแกร่งเป็นที่รู้จัก 6 คนในแผ่นดินที่ก้าวถึงระดับพลังวิญญาณห้าเชื่อมต่อ ผู้คนพากันวาดหวังว่าจุดสูงสุดคือพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อจะสำเร็จได้ในยุคสมัยนี้

แต่มาวันนี้

ผู้ตื่นรู้แห่งสวรรค์ตามตำนาน ผู้มีพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อ ระดับพลังซึ่งผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินต่างก็พยายามอย่างหนักเพื่อไปให้ถึง ได้มายืนอยู่ต่อหน้าซีเฟิ๋นและม่อหลินแล้ว

เจ้าบอกว่าตนเองเป็นผู้ตื่นรู้แห่งสวรรค์ ข้าทนได้

เจ้าบอกว่าตนเองมีพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อ ข้าก็ทนได้

แต่เจ้ามาบอกว่าเจ้าเป็นผู้ตื่นรู้แห่งสวรรค์ที่มีพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อหรือ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน มันเป็นการบอกว่าตั้งแต่ตอนที่ลู่ผิงเกิดเขาก็อยู่ในระดับชั้นที่ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนในแผ่นดินพยายามอย่างอดทนอดกลั้นอย่างต่อเนื่องเพื่อจะไปให้ถึงแล้ว เขาอยู่บนจุดสูงสุดตั้งแต่ตอนที่เขาเกิดมาเลย

ยุคสมัยขึ้นอยู่กับผู้คนหรือ

ผู้คนที่จะสร้างยุคสมัยใหม่ยังคงพยายามอยู่ แต่ก็มีคนบางคนที่เปลี่ยนแปลงยุคสมัยตั้งแต่ตอนที่เขาถือกำเนิดแล้ว

ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี และไม่รู้ว่าจะถามอะไรได้

สถานการณ์เรื่อง “องค์กร” ของลู่ผิงย่อมน่าสงสารมาก แต่ตอนนี้ซีเฟิ๋นกับม่อหลินหาความสงสารไม่เจอแม้แต่น้อย หลังจากทราบว่าคนผู้นี้อาจเป็นผู้ตื่นรู้แห่งสวรรค์ที่มีพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อ ทั้งคู่ก็คิดได้อย่างเดียวเท่านั้น

ทำไมไม่เป็นข้า

พรสวรรค์แฝงอันไร้ขอบเขตตั้งแต่กำเนิดเช่นนี้ซึ่งทำให้คนผู้หนึ่งสามารถกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดได้ตั้งแต่เกิด ทำไมไม่เป็นข้า ทำไมต้องเป็นอีกคนด้วย

“อ้ากกกกกก!” ม่อหลินที่มือยังคงวางอยู่บนรถเข็นของซีเฟิ๋นเงยหน้าขึ้นร้องตะโกนใส่ท้องฟ้า

แต่ซีเฟิ๋นกลับเงียบงัน ตอนแรกเขาอยากจะถามคำถามเกี่ยวกับ “องค์กร” จากลู่ผิงกับซูถังอีก แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะถามแล้ว

ผู้ตื่นรู้แห่งสวรรค์ที่มีพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อ

คำพูดแปดคำนี้ช่างหนักหน่วงจริง ๆ คนที่ไม่เป็นบ้าไปหลังจากได้ยินแปดคำนี้ถือได้ว่ามีจิตใจที่กล้าแกร่งแล้ว

คนหนึ่งเงียบงัน ส่วนอีกคนก็ร้องตะโกน ซีเฟิ๋นกับม่อหลินต่างพยายามครุ่นคิดถึงความสำคัญของแปดคำนั้น ส่วนซูถังนั้นเห็นได้ชัดว่าทราบอยู่แล้ว นางหัวเราะไม่หยุดเมื่อเห็นว่าพวกเขาทั้งสองมิได้พยายามปกปิดความอิจฉาริษยาและเสียใจเลย

“เจ้าจะต้องรับรู้อะไรผิดพลาดแน่ ๆ เลย!” ม่อหลินยังคงดิ้นรน เขายังรอการบอกกล่าวว่ามีความเข้าใจผิดบางอย่าง ไม่เช่นนั้นการถือกำเนิดของคนคนนี้มันจะไม่โกงไปหน่อยหรือ อีกฝ่ายเขาเป็นผู้ที่มีพลังวิญญาณหกเชื่อมต่อแต่กำเนิด แล้วเขาเล่า ผู้สืบสายเลือดตระกูลม่อ ไม่สามารถสัมผัสพลังวิญญาณแห่งกายได้

“เป็นไปได้!” ลู่ผิงเองก็ไม่มั่นใจ พันธนาการและข้อจำกัดของโซ่กักวิญญาณทำให้เขาไม่อาจทำการตรวจสอบพลังวิญญาณของตนเองอย่างชัดเจนได้ การประเมินของซีเฟิ๋นว่าเขาก้าวผ่านมาถึงระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณแน่ ๆ ก็เป็นเพียงเพราะว่าเขาระเบิดพลังต่อสู้ออกมาได้เทียบเท่ากับระดับพลังวิญญาณที่เชื่อมต่อแล้วเท่านั้น

ซีเฟิ๋นสูดลมหายใจเข้าลึกปรับจิตใจของตนเอง เมื่อเขาเตรียมจะถามเรื่องที่เขาสงสัยก่อนหน้านี้อีกครั้งก็ได้มีเสียงตะโกนดังมาจากข้างหลัง

เสียงนั้นมิได้ตะโกนออกมาโดยใช้พลังวิญญาณแห่งเสียง มันเป็นเสียงที่ตะโกนขึ้นตามธรรมดา แม้แต่ซีเฟิ๋นที่ไม่มีพลังวิญญาณแห่งเสียงชั้นฟ้าใดเลยก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน ทั้งสี่คนหันกลับไปพร้อมกันและเห็นชายอ้วนแก่ ๆ คนหนึ่งที่มีหน้าท้องกลมโตรีบพุ่งมาหาพวกเขา

ทั้งสี่คนมองเขาอย่างเฉยเมย แต่ถ้าเป็นที่สถาบันเสียเฟิงล่ะก็ ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่มองจนตาถลน เมื่อใดกันที่ผู้อำนวยการของพวกเขาพยายามวิ่งขนาดนี้โดยไม่ใส่ใจหน้าตาตัวเองสักนิด เขาเกลียดชังชั้นไขมันที่สะสมอยู่บนคางและหน้าท้องของเขามาก และตอนนี้ที่เขาออกวิ่ง การสั่นกระเพื่อมของก้อนไขมันพวกนั้นมันสะดุดตามาก

“ปาลี่เหยียนหรือ” ซีเฟิ๋นเป็นบุคคลแรกที่จดจำอีกฝ่ายได้

“หืม ใครกันหรือ” ลู่ผิงถาม ใบหน้าม่อหลินก็เต็มไปด้วยความสงสัย

“ผู้อำนวยการสถาบันเสียเฟิง” ซีเฟิ๋นกล่าว

“เขาตะโกนเรียนพวกเราหรือ” ม่อหลินพูด

“นอกจากพวกเราก็ไม่เห็นมีใครอื่นนะ” ลู่ผิงมองไปโดยรอบ บนถนนเส้นนี้ในตอนนี้มีเพียงพวกเขาสี่คน

เพียงพริบตาเดียวปาลี่เหยียนก็มาถึงตรงหน้าพวกเขาแล้วและก้อนไขมันของเขาก็หยุดสั่นไหว ปาลี่เหยียนมิได้มีเหงื่อออกหรือหายใจแรงขึ้นเลยหลังจากที่วิ่งอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้ แสดงให้เห็นชัดว่าพลังวิญญาณของเขาไม่ธรรมดา

“ผู้อำนวยการปาเรียกพวกเราหรือครับ” ซีเฟิ๋นซึ่งเป็นผู้ที่จดจำปาลี่เหยียนได้สอบถามแทนทุกคน

ปาลี่เหยียนก็จำซีเฟิ๋นได้ สองปีที่ผ่านมาซีเฟิ๋นได้เหยียบย่ำเสียเฟิงจนจมดินในการทดสอบใหญ่ที่ผ่านมา ก่อนที่ลู่ผิงจะถล่มหอคอยทั้งสองหลัง นี่เป็นเรื่องราวที่ปาลี่เหยียนรู้สึกว่ารับไม่ได้ที่สุดแล้ว ครั้งนี้ซีเฟิ๋นมีอาการบาดเจ็บและไม่สามารถเข้าร่วมได้ ปาลี่เหยียนดีใจมาก มิฉะนั้นก็จะมีการวางแผนเช่นเดียวกับที่ทำกับซูถังรอซีเฟิ๋นอยู่บนชั้นที่ 12 ของหอคอยแห่งพลังวิญญาณของนักเรียนชั้นปีสี่เช่นกัน

“อ้อ ซีเฟิ๋นนี่เอง!” แต่ตอนนี้ปาลี่เหยียนทำหน้าเมตตาปรานีแสดงความห่วงใยด้วยรอยยิ้ม “ข้าได้ยินว่าเจ้าบาดเจ็บ เป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือไม่”

“มิใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ” ซีเฟิ๋นกล่าว

“ไม่มีเรื่องก็ดีแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องการทดสอบ เดี๋ยวก็มีโอกาสได้ทดสอบอีกครั้งเอง ถ้าเหล่ากัวไม่ยินยอม ข้าจะไปถกเหตุผลกับเขาเอง” นี่เป็นการแสดงเป็นผู้เมตตาของปาลี่เหยียน เขาเริ่มจากพูดคุยกับซีเฟิ๋นเพื่อสร้างความประทับใจแรกพบก่อน จากนั้นก็หันไปหาเป้าหมายที่ทำให้เขาต้องมาด้วยตนเองแม้ว่าการทดสอบด้านนั้นจะยังไม่เสร็จสิ้นเรียบร้อย

ลู่ผิงหรือ

ไม่! ไม่ใช่แน่นอน

ลู่ผิงเป็นเป้าหมายสูงสุดของปาลี่เหยียน แต่เป้าหมายที่ทำให้เขามาโดยไม่ใส่ใจหน้าตาในครั้งนี้ยังไม่ใช่ลู่ผิง

“นักเรียนซูถัง สถานการณ์ของเจ้าร้ายแรงมาก ทำไมรีบจากมาเช่นนี้ล่ะ ข้าเพิ่งออกไปตามหมอมาให้เจ้า แต่พอกลับมาก็พบว่าพวกเจ้าทั้งหมดหายไปไม่เหลือแม้แต่เงา” ปาลี่เหยียนหันไปหาซูถังแล้วเริ่มแสดงความเป็นห่วงเป็นใย

จากจุดนี้เห็นได้ถึงความเจ้าเล่ห์ของปาลี่เหยียน

เพื่อจะเอาชนะใจลู่ผิง การให้ความใส่ใจมากกว่าผู้อื่นซึ่งใช้ได้ผลกับนักเรียนทั่วไปไม่มีประโยชน์ ความแข็งแกร่งของลู่ผิงยังเหนือกว่าผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณและนี่ก็อยู่ภายใต้โซ่กักวิญญาณด้วย ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ไม่ว่าจะเป็นไจเฟิงหรือเสียเฟิงก็ไม่มีทรัพย์สมบัติมากพอจะไปล่อลวงเขามาได้

ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะมองหาสิ่งที่เขาใส่ใจอื่น ๆ และจากความคิดนี้แม้ว่าปาลี่เหยียนจะไม่รู้จักลู่ผิงเลย เขาก็ยังเห็นทางออกทางหนึ่ง

ซูถัง

เด็กสาวคนนี้ย่อมเป็นคนที่เขาห่วงใยอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ปาลี่เหยียนพูดไปก็ให้ละอายนักเพราะจากการโกงของเขาทำให้ซูถังได้รับบาดเจ็บ นี่จะต้องทำให้ลู่ผิงเกลียงชังสถาบันเสียเฟิงของเขาเป็นอย่างมากแน่ ๆ ตัวเขาเองที่เป็นคนสร้างกำแพงมาขวางกั้นจากตอนเริ่มต้น แล้วยังเป็นกำแพงที่หนามากด้วย

ดังนั้นเขาก็ตัดสินใจทันที หลังจากรีบจัดการเรื่องราวเกี่ยวกับสถาบันเขาก็รีบไล่ตามมาคนเดียวทันที เขาควรจะรีบบอกจุดยืนของเขาเพื่อกำจัดความไม่พอใจของลู่ผิงที่มีต่อสถาบันเสียเฟิง เช่นนั้นถึงจะก้าวต่อไปได้

ในระยะเวลาสั้น ๆ ปาลี่เหยียนก็แสดงจุดยืนของเขาตามแผนการที่วางไว้ถึงขั้นสูงสุด แต่ต่อหน้าความปรารถนาดีของปาลี่เหยียน ซูถังก็แค่ยิ้มเล็กน้อย

“ข้าไม่เป็นไรค่ะ นอนเยอะ ๆ ดื่มน้ำเยอะ ๆ ก็พอแล้ว” นางกล่าว

................................................................

เจ้าจิ้งจอกเฒ่าเอ๊ย

 

ตอนที่ 25 – เอาตัวเขามา




NEKOPOST.NET