Heaven Awakening Path ตอนที่ 23 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.23 - พลังวิญญาณหกเชื่อมต่อ


ตอนที่ 23 – พลังวิญญาณหกเชื่อมต่อ

 

ครืดดดดด...

ม่อหลินที่เข็นรถให้ซีเฟิ๋นกำลังเดินอยู่ข้างกายลู่ผิงที่แบกซูถังอยู่ หลังจากทนเงียบมาสักพักเขาก็อดทนต่อไปไม่ได้แล้ว

“อย่ามาทำเป็นนิ่งเงียบนะ พูดอะไรบ้างสิ” ม่อหลินกล่าว

“หืม?” ลู่ผิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง

“ซูถังเป็นอย่างไรบ้าง” ม่อหลินพยายามหาเรื่องคุย

“โชคดีมาก ข้าไม่รู้สึกถึงปัญหาใด ๆ” ซูถังตอบคำถามม่อหลินด้วยตัวเอง

“ไม่ระมัดระวังไม่ได้นะ รีบมานั่งลงให้ข้าตรวจดูหน่อยสิ” ม่อหลินพูดอย่างจริงจัง

“เจ้าเดินไม่ไหวแล้วหรือ” ซูถังหัวเราะ แม้ว่าจะต้องแบกนางแต่ลู่ผิงก็ดูจะไม่เหน็ดเหนื่อยสักนิด แต่ม่อหลินที่เข็นรถให้ซีเฟิ๋นอยู่หอบหายใจแล้ว

“นั่นเป็นเพียงหนึ่งในเหตุผลเท่านั้น วางนางลง!” ม่อหลินกล่าวกับลู่ผิง

“เจ้าตรวจได้ด้วยหรือ” สายตาลู่ผิงเต็มไปด้วยความกังขา

“ผู้ที่วางยาพิษได้ย่อมรู้เรื่องยา เจ้าไม่เข้าใจเหตุผลข้อนี้หรือ” ม่อหลินพูด

“แต่ยาพิษเจ้าก็ธรรมดามากนะ!” แม้ว่าลู่ผิงจะไม่เชื่อมือ แต่เขาก็ยังช่วยประคองซูถังนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างทาง

“อย่างกับเจ้ามัน ** ดีนักล่ะ ซีเฟิ๋น เจ้ารู้ไหม...” ม่อหลินเล่าเรื่องราวประสบการณ์อันเลวร้าย 3 ครั้งที่เขาพยายามจัดการลู่ผิงเพื่อขอความเห็นใจ แต่ฟังได้สักพักซีเฟิ๋นก็เพียงพูดอย่างไม่เห็นด้วยแค่ประโยคเดียวว่า “ก็แค่สามครั้ง”

ใช่แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าซีเฟิ๋นมีสิทธิ์มากที่สุดที่จะแสดงความไม่พอใจออกมา แม้ว่าจุดประสงค์ของเขาจะมิใช่ชีวิตของลู่ผิง แต่เมื่อพูดถึงกลอุบายที่ใช้ต่อกรกับลู่ผิง เขาลองมา 3 ปีแล้ว เขาพยายามมากี่ครั้ง แม้แต่ตัวเองก็ยังจำไม่ได้ ไม่สำเร็จแค่สามครั้งมีคุณสมบัติอะไรมาร่ำร้องกับเขา ซีเฟิ๋นบอกเรื่องนี้กับม่อหลินไป

ใบหน้าม่อหลินมืดครึ้มลง เขาไม่สนใจซีเฟิ๋นอีกต่อไปและนั่งยอง ๆ ตรงหน้าซูถัง

“ยื่นมือมา” ม่อหลินพูด เขารับมือขวาที่ซูถังยื่นออกมาแล้วจับชีพจร

“เจ้าจับชีพจรนางหรือ” ลู่ผิงถาม “เจ้าทำได้หรือ”

“ใช่ เจ้าไม่มีพลังวิญญาณแห่งกายเสียหน่อย ประสาทสัมผัสทางกายของเจ้าน่าจะแย่มากเลยใช่ไหม” ซีเฟิ๋นพูด

“เจ้าสองคนพูดมากจริง!” ม่อหลินโกรธ “พลังวิญญาณแห่งรสของข้าอยู่ชั้นฟ้าที่หก เจ้าจะให้ข้าไปเลียหน้านางหรืออย่างไร”

“ฮิฮิ” ซูถังหัวเราะและใช้มือซ้ายสุ่มหยิบก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นมาก่อนหนึ่งจากข้างกาย จากนั้นก็บีบมือ

ฟึบ!

ก้อนหินกลายเป็นฝุ่นผงจากแรงบีบของนางและกระจายไปทั่วทุกทิศทาง

“แรงเยอะแบบนี้คงไม่เป็นไรหรอก” อย่างที่คิด ม่อหลินไม่อาจจับชีพจรได้ เขาทิ้งมือนางไปทันที

“แต่ข้ายังไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืนเลย” ซูถังกล่าว

“นอนเยอะ ๆ ดื่มน้ำเยอะ ๆ” ม่อหลินกล่าว

สีหน้ากังขาของทุกคนยิ่งเพิ่มมากขึ้น

“กลับไปแล้วไปหาครูหลินจู๋กันเถอะ!” ลู่ผิงกลับมาแบกซูถังอีกครั้ง หลินจู๋เป็นแพทย์ประจำสถาบันไจเฟิง

“ตามใจ” ม่อหลินก็มิได้ใส่ใจมากนัก ประเด็นสำคัญคือหลังจากพักมานานขนาดนี้แล้วเขาก็รู้สึกว่าตัวเองมีแรงจะเข็นซีเฟิ๋นต่อไปได้อีกไกลแล้ว

แต่มาตอนนี้ซีเฟิ๋นก็เริ่มเปิดประเด็นใหม่

“แล้วโซ่ตรวนบนมือเจ้าล่ะมันอะไรกัน” ซีเฟิ๋นถาม ไม่พูดอ้อมค้อม ไม่คุยไร้สาระ ถามตรง ๆ

“มันก็อยู่มาตลอดนั่นล่ะ เจ้าแค่มองไม่เห็นเท่านั้น” ลู่ผิงตอบ

“จับมันได้ไหม” ม่อหลินยื่นมือออกไปพยายามสัมผัสหาแต่ก็ไม่พบ

“สิ่งนั้นกักขังพลังวิญญาณของเจ้าไว้หรือ” ซีเฟิ๋นวิเคราะห์

“ใช่แล้ว” ลู่ผิงยืนยัน

“แต่เจ้าก็ยังคงใช้พลังวิญญาณได้ มิใช่หรือ” ม่อหลินถาม

“พอผ่านมานานเข้าก็เจาะพันธนาการออกมาได้นิดหน่อย”

“แค่นิดหน่อยหรือ” ม่อหลินกับซีเฟิ๋นมองหน้ากันอย่างทดท้อ นี่มันแค่นิดหน่อยหรือ แล้วถ้าไม่มีพันธนาการเลย คนผู้นี้จะแข็งแกร่งสักแค่ไหนกัน

“เจ้าจะกำจัดมันออกจนหมดได้เมื่อไหร่” ม่อหลินถาม

“ไม่รู้สิ”

“ใครกันที่จะวางสิ่งนี้ลงบนตัวเจ้า....แฮ่ก...ถ้ามันถูกวาง....” ม่อหลินพูด

“องค์กร”

“องค์กรอะไร”

“ข้ารู้แต่ว่าเป็นองค์กร ข้าไม่รู้ชื่อ” ลู่ผิงตอบ

“เช่นนี้นี่เอง คืนนั้น เจ้าคิดว่าข้ามาจากองค์กรอะไรนี่ของเจ้าหรือ”

“ใช่”

“เช่นนั้นเจ้าก็หลบหนีมา พวกเขากำลังตามหาเจ้าอยู่หรือเปล่า”

“อาจใช่!” ลู่ผิงกล่าว

“ทำไมถึงบอกว่าอาจใช่ล่ะ”

“ก็ข้าไม่รู้เลยว่าพวกเขาตามหาเราอยู่หรือไม่” ลู่ผิงกล่าว

“เรา?” ลู่ผิงเหลือบมองซูถังที่อยู่บนหลังลู่ผิง “ซูถังก็มาจากองค์กรด้วยหรือ”

ลู่ผิงพยักหน้า

ม่อหลินเกาศีรษะ เขามีคำถามเต็มสมองแต่ไม่รู้จะเริ่มจากข้อไหนดี

“เช่นนั้นสิ่งที่เจ้าทราบเกี่ยวกับองค์กรก็น้อยมาก ใช่หรือไม่” ซีเฟิ๋นเริ่มการสอบสวน แนวทางของเขาก็คือหาข้อมูลทั้งหมดที่มีก่อนแล้วค่อยพยายามยืนยันว่าองค์กรไล่ล่าพวกเขาอยู่หรือเปล่า

“ใช่”

“ตอนอยู่องค์กร วัน ๆ เจ้าทำสิ่งใด” ซีเฟิ๋นพูด

“กินของแปลก ๆ ทำการทดสอบประหลาด ๆ” ลู่ผิงพูด

“เจ้าเริ่มมีโซ่ตรวนพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ซีเฟิ๋นถาม

“ข้าจำไม่ได้” ลู่ผิงตอบ

ความหมายของคำว่าจำไม่ได้ย่อมหมายความว่าตั้งแต่ที่เขาจำความได้พลังวิญญาณของเขาก็ถูกจองจำโดยโซ่ตรวนพวกนี้แล้ว

“เช่นนั้นเจ้าก็ไม่รู้ชาติกำเนิดของตัวเองเลย เจ้ารู้จักแค่องค์กรนั่นเท่านั้นหรือ” ซีเฟิ๋นถาม

“ใช่” ลู่ผิงตอบ

“แล้วซูถังล่ะ” ซีเฟิ๋นหันไปถามซูถัง

“ข้าโตขึ้นมาในองค์กร พ่อแม่ข้าก็น่าจะเป็นใครในองค์กรนั่นล่ะ แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยินเรื่องของพวกเขาหรอกนะ” ซูถังพูด

“เจ้าก็ต้องกินของแปลก ๆ ทำการทดสอบประหลาด ๆ แบบลู่ผิงหรือ” ซีเฟิ๋นถาม

“ไม่” ซูถังส่ายศีรษะ “ข้าก็ไม่รู้ว่าเป็นคนประเภทไหนเหมือนกัน อาจจะเป็นพวกทำงานจิปาถะ”

“ลู่ผิง เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นอะไร” ซีเฟิ๋นถาม

“หนูทดลอง” ลู่ผิงกล่าว มันเป็นเรื่องที่โหดร้ายและน่ากลัวขนาดไหน แต่เมื่อออกมาจากปากเขากลับฟังดูธรรมดามาก ดูเหมือนความเป็นไปอันน่ากลัวนี้จะมิได้ทำให้เขารู้สึกผิดปกติเลย

“หรือก็คือ องค์กรไร้นามนี้ทำการทดลองบางอย่างเกี่ยวกับพลังวิญญาณ ดูเหมือนพลังวิญญาณของเจ้าจะถูกจองจำไว้ตั้งแต่เริ่มแรก เจ้าคงมีพลังวิญญาณที่กล้าแข็งมาตั้งแต่เกิดแล้ว นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้ากลายเป็นหนูทดลองด้วย...” ซีเฟิ๋นอธิบายสิ่งที่เขาวิเคราะห์ได้

“มีพลังวิญญาณที่กล้าแข็งตั้งแต่เกิด อย่าบอกนะว่าเขาเป็น...” ม่อหลินไม่ได้อายุมากนัก แต่อย่างไรเสียเขาก็ได้เดินทางไปทั่วแผ่นดินและได้ยินได้ฟังสิ่งต่าง ๆ มามาก ในตอนนี้เขาก็ได้นึกถึงเรื่องราวที่ว่ากันว่าเป็นตำนาน หรือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่แต่งขึ้นจากผู้คนที่เบื่อหน่าย

“ผู้ตื่นรู้แห่งสวรรค์” แต่ซีเฟิ๋นก็พูดโพล่งออกมาก่อน

“ผู้สามารถเชื่อมต่อพลังวิญญาณได้ตามธรรมชาติ กับเรื่องนี้เจ้ารับรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองได้ไหม”

“อาจจะได้นะ!” ลู่ผิงตอบ

“ลองอีกครั้งได้ไหม” ม่อหลินกล่าว

“ถ้าไม่มีสิ่งนี้ บางทีข้าอาจจะพูดอย่างแน่ชัดได้” ลู่ผิงยกมือสั่นสิ่งที่ดูเหมือนไม่มีตัวตนซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีพลังพันธนาการที่แข็งแกร่งจนน่ากลัว

“จากพลังการต่อสู้ที่เจ้าแสดงออกมา เป็นระดับชั้นเชื่อมต่อพลังวิญญาณไม่ผิดแน่ แต่มีกี่พลังวิญญาณกัน เจ้ารับรู้ด้วยตนเองได้ไหม” ซีเฟิ๋นถาม

คราวนี้ลู่ผิงมิได้ตอบทันที หลังจากเงียบไปสักครู่เขาก็เปิดปากขึ้นมา

“หกพลังวิญญาณเชื่อมต่อ” เขากล่าว

“ไปของเจ้า!” ม่อหลินตะโกนอย่างแตกตื่น “เจ้าควรจะถูกเอาไปศึกษาจริง ๆ จัง ๆ แล้ว!”

…………………………………..

ในที่สุดก็เฉลยอดีตของลู่ผิงซักทีนะคะ

ส่วนคำสบถ 我去 ที่เป็นปัญหากับเรา ในที่สุดเราก็ตกลงใจจะแปลเป็น ไปของเจ้า/ท่านแล้วค่ะ รู้สึกเหมือนเคยเห็นนิยายกำลังภายในเรื่องอื่นมีคำสบถแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าเป็นคำเดียวกันหรือเปล่าเหมือนกัน แต่นี่ก็ใกล้เคียงที่สุดที่คิดออกแล้วค่ะ

 

ตอนที่ 24 – คำแปดคำที่หนักหน่วง




NEKOPOST.NET