Heaven Awakening Path ตอนที่ 20 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.20 - เพียงมุ่งไปข้างหน้า


ตอนที่ 20 – เพียงมุ่งไปข้างหน้า

 

ทีละก้าว ทีละก้าว ลู่ผิงแบกซูถังเดินไปข้างหน้า ไม่หยุดยั้ง ไม่มองทางซ้ายและไม่แลทางขวา สายตาของเขาจดจ้องไปที่จุดเดียว

ทุกคนมองอย่างว่างเปล่าเนิ่นนานก่อนที่จะได้สติ

“เกิดอะไรขึ้น”

“ซูถังเป็นอะไร”

“ทำไมลู่ผิงถึงโผล่มาได้”

นักเรียนไจเฟิงสับสน เดิมพวกเขากำลังยิ้มแย้มหัวเราะเพราะพวกเขาเชื่อมาตลอดว่าซูถังแข็งแกร่งเกินไปจนทำให้หอคอยถล่ม แม้ว่ามันจะเป็นการเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม แต่พวกเขาก็ยังดีใจมากและชื่นชมสีหน้าของพวกนักเรียนเสียเฟิงชั้นปีสาม

แต่เพียงพริบตาเดียว พวกเขาก็เห็นลู่ผิงเดินออกมาจากซากหอคอยพร้อมกับแบกซูถังไว้บนแผ่นหลัง

สถานการณ์ไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิดเลย พวกเขากำลังคิดที่จะไปถาม แต่หลังจากเห็นสีหน้าของลู่ผิง ก็ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่ก้าวออกไป

นักเรียนไจเฟิงไม่เคลื่อนไหว แต่นักเรียนเสียเฟิงทนไม่ได้

“เกิดอะไรขึ้น นี่มันอะไรกัน ”

“เด็กนั่นเป็นใคร ทำไมเขาไปอยู่ในหอคอยแห่งพลังวิญญาณ” พวกเขาทราบว่าหอคอยแห่งพลังวิญญาณของชั้นปีหนึ่งโดนนักเรียนซ้ำชั้นคนหนึ่งทำลาย แต่พวกเขายังไม่ทราบว่านักเรียนที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาก็เป็นลู่ผิงคนเดียวกันนั้นด้วย

“นี่อะไร โกงการทดสอบหรือ” นักเรียนเสียเฟิงตะโกนเสียงดัง แต่ความระแวงของพวกเขาก็มีเหตุผลอยู่บ้าง การมีคนสองคนพร้อมกันในหอคอยนั้นเป็นการผิดกฎการทดสอบ

ดังนั้น หลายคนจึงรีบมาขวางทางลู่ผิง คนที่นำเป็นผู้ที่มีพลังวิญญาณแห่งกลิ่นชั้นฟ้าที่หกคนนั้น

“นี่ พวกเจ้าน่ะ ทำอะไร” เด็กหนุ่มตะโกนถามลู่ผิง

“ถอยไป” ลู่ผิงไม่แม้แต่จะเหลือบมองเด็กหนุ่มผู้นั้นหรือนักเรียนที่เหลือที่ขวางทางเขา สายตาของเขายังคงพุ่งไปยังทิศทางเดียว

“สหาย โอหังจริงนะ” เด็กหนุ่มโมโหมาก เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อผลักลู่ผิง เขาเชื่อมั่นในตัวเองมากเพราะเขาเป็นผู้มีสัมผัสพลังวิญญาณแห่งกลิ่นชั้นฟ้าที่หก บุคคลที่สามารถจะขึ้นไปถึงยอดหอคอยได้ แต่เจ้าคนนี้น่ะหรือ จับสัมผัสพลังวิญญาณอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

เขาผลักคนข้างหน้าอย่างไม่ลังเล

ลู่ผิงไม่หยุดก้าวเดิน เขายังคงก้าวไปข้างหน้าเช่นเดิม เด็กหนุ่มก้าวมาประชิดและผลักเขา ดังนั้นเขาเองก็ยื่นมือออกไปผลักเด็กหนุ่มคนนั้นเช่นกัน

มันดูเหมือนเพียงการผลักเบา ๆ เดี๋ยวก็จะมีการต่อยตีแล้วอาจารย์ก็จะมาปรามเอง

แต่ว่าหลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็ปลิวไปข้างหลังทันที

มันเป็นเพียงการผลักธรรมดา ไม่มีผู้ใดเห็นว่าลู่ผิงใช้พลังอะไร แต่เด็กหนุ่มนั้นก็ปลิวไปดังเช่นชนเข้ากับของแข็งบางอย่าง เขาลอยห่างออกไป 20 เมตร หลังจากตกพื้นก็กลิ้งไปอีก 4 รอบแล้วไถลไปอีก 6 เมตร

ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตาเดียว

ตอนที่ทั้งสองคนเผชิญหน้ากัน ดูเหมือนพวกเขาจะผลักกันคนละทีสองที แล้วอาจารย์ก็จะมาห้ามปราม แต่ยังไม่ถึงขั้นแรกด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มก็ถูกผลักไปแล้ว คนสองคนที่เดิมทีเผชิญหน้ากันกลับถอยห่างจากกันไป 30 เมตรในพริบตาเดียว

ย่างก้าวของลู่ผิงมิได้หยุดยั้งลง สายตาของเขามิได้สั่นไหว และเขาก็ยังคงก้าวไปข้างหน้าเช่นเดิม

นักเรียนที่อยู่ข้างหลังเด็กหนุ่มคนนั้นยังคงตะโกนร่ำร้องวุ่นวายตอนที่เด็กหนุ่มถูกผลักกระเด็นไป แต่พอลู่ผิงเดินมาถึงเช่นนั้น พวกเขาก็เผลอก้าวถอยออกไปสองข้างทางและเสียงร่ำร้องของพวกเขาก็เบาลง เบาลง

ลู่ผิงก้าวออกมาตามช่องที่เหล่านักเรียนเว้นไว้ให้ เขาเดินตรงไปใกล้เด็กหนุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

“แย่แล้ว!” ผู้คุมสอบเร่งความเร็วขึ้นอีก ด้านนอกสนามสอบอันกว้างขวาง คนสองคนจากส่วนผู้ชมภายนอกที่ห้ามเข้ามาในสนามสอบเด็ดขาดพุ่งตัวเข้ามา หน่วยรักษาระเบียบกำลังจะไปห้ามพวกเขา แต่เมื่อเห็นตรารูปยอดเขาคู่บนเสื้อผ้าก็ได้แต่ปล่อยผ่านไปเงียบ ๆ

ตราเสียเฟิงนี้เป็นตราประจำตระกูลของเจ้าเมืองเสียเฟิง เด็กหนุ่มที่ถูกลู่ผิงผลักกระเด็นไปมาจากตระกูลท่านเจ้าเมืองเช่นกัน เขาเป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าเมืองเว่ยจ้ง ชื่อเว่ยเทียนฉี่

แต่คนแรกที่ไปถึงร่างเว่ยเทียนฉี่ก็ยังคงเป็นลู่ผิง

เว่ยเทียนฉี่สับสนไปหมด ตอนที่เขาลุกขึ้นนั่ง เขาก็นั่งมึนอยู่ จนกระทั่งร่างของลู่ผิงปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

เว่ยเทียนฉี่หวาดกลัวจนแทบเสียสติ เขาพยายามคลานหนีไป ผู้คุมสอบพากันตะโกน “หยุด” สองคนจากตระกูลเว่ยยิ่งดึงอาวุธออกมาอย่างกังวลใจ และคันศรผลาญวิญญาณในมือของหนึ่งในนั้นก็ถูกง้าวขึ้น พร้อมจะยิงใส่ลู่ผิง

แต่ลู่ผิงมิได้ใส่ใจเรื่องราวเหล่านี้

รวมทั้งเว่ยเทียนฉี่ที่นอนอยู่บนพื้น เขาก็ไม่เหลือบแลแม้แต่น้อย เขายังคงก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว เขาเดินผ่านกายเว่ยเทียนฉี่ไปและก้าวเดินต่อไป

ศรผลาญวิญญาณถูกลดลงต่ำ ทุกคนที่พุ่งเข้าไปถอนหายใจและลดความเร็วลง

เขายังจะไปไหนอีก

ทุกคนยังคงมองดู แต่ก็เพียงมองดูเท่านั้น บรรดาผู้คุมสอบที่เดิมทีอยากจะเข้าไปถามไถ่สาเหตุมาถึงตอนนี้ก็ต้องลังเ