Heaven Awakening Path ตอนที่ 18 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.18 - การทดสอบใหญ่ดำเนินต่อไป


ตอนที่ 18 – การทดสอบใหญ่ดำเนินต่อไป

 

แม้ว่าปาลี่เหยียนจะมีลางสังหรณ์ไม่ดี แต่กัวโหย่วเต้าก็ได้ให้คำรับรองแล้ว อีกทั้งเหตุผลที่เขาให้ก็สมเหตุสมผลดี จะอย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นผู้อำนวยการสถาบัน พวกเขามีสถานะตำแหน่ง จึงไม่อาจทำตัวเหมือนนักเลงไร้ยางอายข้างถนนได้

หัวหน้าผู้คุมสอบนำคำตัดสินของผู้อำนวยการทั้งสองกลับไปหาเหล่านักเรียนปีหนึ่ง ทางฝั่งไจเฟิง การทดสอบใหญ่เสร็จสิ้นลงแล้ว ท้ายที่สุดลู่ผิงก็ได้คะแนนเต็ม แต่ด้านเสียเฟิงเล่า สุดท้ายปัญหาของพวกเขาก็ได้รับการแก้ไขเช่นกัน แต่เพื่อจะเข้าทดสอบ พวกเขาจะต้องรีบข้ามเขาไปสถาบันซวงจี๋ซึ่งมิใช่ข่าวที่น่าตื่นเต้นยินดีแน่นอน นักเรียนทุกคนของสถาบันเสียเฟิงต่างมีสีหน้ากระวนกระวายใจ เพราะตอนนี้พวกเขาจะต้องรีบจัดกระเป๋าเดินทางไปทันที พวกเขาอยากจะมองต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดอย่างเกลียดชังอีกครั้ง แต่ลู่ผิงหายตัวไปแล้ว

เมื่อเขาทราบแน่ว่าการทดสอบใหญ่จบลงแล้วและเขาสอบผ่าน เขาก็จากมาทันที หลังจากอ้อมผ่านสนามสอบเป็นวงกว้าง เขาก็มาถึงข้างสนามสอบของนักเรียนชั้นปีสาม

“อยู่นี่!” ซูถังเห็นเขามาแต่ไกล ๆ นางโบกมือเรียกเขา

ลู่ผิงก็โบกมือครั้งหนึ่งเป็นสัญญาณว่ามองเห็นนางแล้ว แต่จากกฎระเบียบของการทดสอบใหญ่ นักเรียนที่จะเข้าร่วมการทดสอบห้ามติดต่อกับบุคคลภายนอก นักเรียนและผู้คุมสอบที่ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเข้าไปในสนามสอบเล่น ๆ เช่นกัน ลู่ผิงได้แต่มองอยู่ห่าง ๆ ดังนั้นเองทั้งสองคนจึงได้พูดจาทางไกลกัน

“ด้านนั้นเกิดอะไรขึ้น” ซูถังตะโกน

“หอคอยถล่ม” ลู่ผิงตะโกน

 “เจ้าเป็นอะไรไหม” ซูถังถาม

“ข้าไม่เป็นไร” ลู่ผิงตอบ

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” ซูถังตะโกน

จากระดับเสียงที่ทั้งสองพูดคุยกัน เกือบทุกคนได้ยินบทสนทนาของพวกเขาจากพลังวิญญาณแห่งเสียงของพวกเขา ปาลี่เหยียนมิใช่เพียงคนเดียวที่เจ็บปวดใจจากการพังทลายของหอคอยแห่งพลังวิญญาณ ผู้คนของเสียเฟิงต่างก็โมโหมาก! การสร้างหอคอยหลังหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อพวกเขาได้ยินน้ำเสียง “ช่างหอคอยมัน เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” จากคำพูดของซูถังกับลู่ผิง พวกเขาก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวมาก แน่สิว่าเจ้าไม่สนใจ หอคอยมิใช่ของบ้านเจ้านี่!

“อีกนานไหมกว่าจะถึงเจ้า” ตอนนี้ถึงคราวลู่ผิงตะโกน

“เพิ่งเริ่มเอง เจ้ากลับไปก่อนเถอะ”

“ไม่เป็นไร ข้าจะรอเจ้า” ลู่ผิงตะโกน

“ก็ได้ รอข้าด้วยนะ” ซูถังตะโกน

“พวกเจ้าทั้งคู่! พอได้แล้ว!” ผู้คุมสอบคนหนึ่งทนต่อไปไม่ได้ นักเรียนที่เข้าร่วมทดสอบห้ามติดต่อกับบุคคลภายนอก นั่นรวมถึงการพูดคุยด้วย แต่ทุกคนก็มักจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นบทสนทนาไร้สาระ แต่เจ้าสองคนนี้มันไม่ยอมเลิกราเสียที

ทั้งคู่หยุดคุยกันทันที ซูถังโบกมือใส่ลู่ผิงอีกครั้งให้เขาวางใจได้ ลู่ผิงพยักหน้าและหาที่ว่างนอกสนามสอบ

“นางไม่เป็นไรหรอก” ตอนนี้ม่อหลินก็มาถึงข้างกายเขาพร้อมกับซีเฟิ๋น แต่เป็นซีเฟิ๋นที่กล่าวออกมา เขาเริ่มจะละทิ้งความรู้สึกที่มีต่อลู่ผิงก่อนหน้านี้และเริ่มต้นสายสัมพันธ์ครั้งใหม่กับลู่ผิงอีกครั้ง

“แน่นอน” ลู่ผิงพูด

“ทะลวงถึงชั้นฟ้าที่หกในชั้นปีที่สามนั้นโดดเด่นยิ่งแล้ว” ซีเฟิ๋นพูด

“แล้วเจ้าตอนอยู่ชั้นปีสามล่ะ” ม่อหลินถาม เขาเติบโตขึ้นนอกสถาบันจึงไม่รู้เลยถึงความเร็วในการฝึกวิชาโดยทั่วไปของพวกนักเรียนสถาบันเหล่านี้

“พลังวิญญาณแห่งจิตชั้นฟ้าที่สาม” ซีเฟิ๋นบอกพลังวิญญาณที่กล้าแข็งที่สุดของตัวเอง โดยทั่วไปแล้วทุกคนจะศึกษาพลังวิญญาณชนิดหนึ่งอย่างละเอียด และพลังวิญญาณอื่นถือเป็นเพียงส่วนเสริม

การฝึกวิชาของสถาบันไจเฟิงก็เช่นเดียวกัน ในชั้นปีหนึ่ง นักเรียนจะได้รับอนุญาตให้เริ่มสัมผัสพลังวิญญาณต่าง ๆ และทำความคุ้นเคยกับพวกมัน ชั้นปีสองเป็นการเริ่มต้นบรรลุถึงชั้นฟ้าต่าง ๆ ในชั้นปีนี้นักเรียนจะมองหาพลังวิญญาณที่พวกเขาฝึกฝนได้ราบรื่นที่สุดและก้าวหน้าที่สุด จากชั้นปีที่สามเป็นต้นไปจะเริมมีการแบ่งแยกนักเรียนตามประเภทพลังวิญญาณ และสุดท้ายในชั้นปีสี่นักเรียนจะฝึกปรือพลังวิญญาณของพวกเขาให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก

“แล้วโดยทั่วไป ชั้นปีสามจะอยู่ระดับไหนกันหรือ” ม่อหลินกล่าว

“อ้อ! ชั้นฟ้าที่สามหรือสี่นี่ล่ะ” ซีเฟิ๋นตอบ

“เช่นนั้นเจ้าก็แย่นิด ๆ น่ะสิ” ม่อหลินพูดอย่างรวดเร็ว

“เพราะว่าไจเฟิงไม่มีอาจารย์ที่เก่งด้านพลังวิญญาณแห่งจิตน่ะ” ลู่ผิงตัดสินใจพูดแทรก

“โอ้ เช่นนั้นเจ้าก็เป็นอัจฉริยะที่ฝึกด้วยตนเองสินะ” ม่อหลินพูด

“ครูจือเย่ช่วยข้าได้มากเลยนะ” ซีเฟิ๋นพูด

“ช่วยเจ้าซักผ้าหรืออย่างไร” ม่อหลินถาม

ซีเฟิ๋นเมินหน้าไปทางอื่น แต่แล้วอยู่ดี ๆ เขาก็หน้าแดงขึ้นมา

“ไม่จริงมั้ง...ข้าเดาถูกหรือ เป็นไปได้อย่างไรกัน ข้าแค่พูดไร้สาระเองนะ!” ม่อหลินตะลึงงัน เขาแค่พูดมั่ว ๆ ไปเท่านั้นจริง ๆ ในเมื่อลู่ผิงแข็งแกร่งมาก เขาจึงเชื่อคำพูดของลู่ผิง พอซีเฟิ๋นบอกว่ามีอาจารย์ที่ช่วยเขาได้มาก เขาก็เลยรู้สึกว่าเป็นเพียงคำถ่อมตัวแล้วพูดโต้กลับไป ใครจะไปคาดว่ามันจะเป็นความจริง ในเมื่อครูจือเย่คนนี้ไม่อาจสอนอะไรซีเฟิ๋นได้เลยเกี่ยวกับพลังวิญญาณแห่งจิต เขาก็เลยมาเยี่ยมซีเฟิ๋นบ่อย ๆ แล้วทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ แทน ซีเฟิ๋นจะได้ตั้งใจฝึกปรือ และการซักผ้าก็เป็นหนึ่งในงานเหล่านั้น แม้ว่าซีเฟิ๋นจะบอกปัดไปแล้วหลายครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมตามใจครู แล้วตอนนี้คำพูดของม่อหลินก็พุ่งมาตรงเป้าพอดี

“เช่นนั้นเจ้าก็ศึกษาด้วยตัวเองเลยสินะ แล้วตอนนี้ก็ฝึกมาถึงชั้นฟ้าที่หกเลย สุดยอด” ม่อหลินกลับมาที่หัวข้อเดิมแล้วชมเชยซีเฟิ๋น

“มั้ง!” ซีเฟิ๋นมิได้พูดถ่อมตัวและไม่ได้พูดปฏิเสธ เพียงแต่ยอมรับอย่างคลุมเครือไปคำหนึ่ง

หลังจากนั้นคนทั้งสามก็มองดูการทดสอบใหญ่ของนักเรียนปีสามไปอย่างเงียบ ๆ มันก็คล้ายกับของนักเรียนปีหนึ่ง มีหอคอยสิบสองชั้นและจำนวนชั้นที่ก้าวผ่านเป็นตัวกำหนดคะแนน ความแตกต่างมีเพียงแต่ละชั้นมีเวลาจำกัดยาวนานกว่าของนักเรียนปีหนึ่ง และเวลาที่ผู้ร่วมทดสอบใช้ก็มากกว่าพวกนักเรียนปีหนึ่งด้วย นอกจากนี้อัตราการสอบไม่ผ่านก็มากกว่าด้วย

เป็นอีกครั้งที่ไจเฟิงได้เริ่มต้นก่อน มาถึงตอนนี้มีนักเรียนทดสอบเสร็จสิ้นไปแล้วสิบสี่คน โดยมีสี่คนที่ไปไม่ถึงชั้นที่เจ็ด ในจำนวนนี้มีคนที่มีพลังวิญญาณแห่งกลิ่นชั้นฟ้าที่ห้ารวมอยู่ด้วย ระดับพลังนี้เรียกว่าโดดเด่นแล้วในหมู่นักเรียนปีสาม แต่ผลก็คือนักเรียนคนนี้กลับถูกส่งออกมาจากชั้นที่ห้า  เห็นได้ว่าในการทดสอบของชั้นปีสามนี้การแสดงออกหน้างานสำคัญมาก

แถวนักเรียนก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ซูถังกับลู่ผิงเข้าสถาบันมาช้ากว่าที่ภาคเรียนเริ่มต้นหลายวัน ดังนั้นหมายเลขของนางจึงอยู่หลังทุกคน นั่นหมายถึงอยู่ท้ายแถว

สถานการณ์ในหอคอยไม่อาจมองเห็นได้จากภายนอก ดังนั้นการทดสอบใหญ่นี้ไม่สามารถมองเห็นได้ ได้แต่รอคอยผลการทดสอบของนักเรียนทุกคน

ระยะเวลาที่ใช้ในการสอบของนักเรียนปีหนึ่งรวดเร็วมาก เมื่อเทียบกันแล้ว การทดสอบของนักเรียนปีสามดูจะไม่มีวันจบวันสิ้น หลังจากมองสักพักม่อหลินก็เริ่มเบื่อและง่วงนอน ตอนแรกเขาก็นั่งลงบนพื้น จากนั้นก็นอนลงดื้อ ๆ  แล้วก็หลับไปเลย

การทดสอบใหญ่ยังคงดำเนินต่อไป

ทางฝั่งของชั้นปีสอง การทดสอบก็เร็วกว่าของชั้นปีสามนิดหน่อย การทดสอบของนักเรียนไจเฟิงสิ้นสุดลงแล้ว ผลงานที่ดีที่สุดคือไปถึงชั้นที่สิบเอ็ด เป็นเช่นเดียวกับผลงานที่ดีที่สุดของป๋อหย่งในชั้นปีหนึ่ง

ผลงานเช่นนี้ทำให้นักเรียนปีสองของไจเฟิงระมัดระวังตัว พวกเขาไม่เหมือนกับเด็กปีหนึ่ง พวกเขามีระดับพลังวิญญาณถึงชั้นฟ้าต่าง ๆ และรับรู้ความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม แม้ว่าจะไม่แน่ชัดนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาไม่รู้สึกเหนือกว่าจากการไปถึงเพียงชั้นที่สิบเอ็ด พวกเขารู้สึกราง ๆ ว่าสถาบันเสียเฟิงน่าจะเก่งกว่านี้

ตามที่คาด เสียเฟิงเริ่มการทดสอบแล้วคนที่สี่ก็ไปถึงชั้นที่สิบเอ็ดเท่ากับนักเรียนไจเฟิงแล้ว หลังจากนั้นคนที่เจ็ดก็ไปถึงชั้นที่สิบสองขึ้นนำ จากนั้นก็มีผลงานขึ้นไปถึงชั้นที่สิบเอ็ดและสิบสอง บ้างประปราย แม้ว่าจะไม่มีใครขึ้นถึงยอดหอคอยและได้คะแนนเต็มแต่ก็เพียงพอกับการสร้างบาดแผลให้นักเรียนไจเฟิงเต็มตัวแล้ว แต่จะว่าไปความเกียรติภูมิที่ผ่านมาของไจเฟิงก็เกิดจากนักเรียนที่เก่งกาจไม่กี่คนที่ไปถึงยอดหอคอยเท่านั้น ดังนั้นผลงานชั้นที่สิบเอ็ดชั้นที่สิบสองของเสียเฟิงถึงกลายเป็นด้อยกว่า

แต่ครานี้ไม่มี... การทดสอบของชั้นปีสองกลายเป็นความทรมานของไจเฟิง ทำให้เสียเฟิงได้ปลดปล่อยความหดหู่จากชั้นปีหนึ่งไปได้บ้าง

สถานการณ์ที่ชั้นปีสามก็ดูไม่ค่อยดี แม้ว่ามีนักเรียนไปถึงชั้นที่สิบเอ็ดไม่น้อย แต่ก็ไม่มีนักเรียนคนไหนที่ทำได้โดดเด่นกว่านั้น นี่คงจะถูกเสียเฟิงเอาชนะได้โดยอาศัยปริมาณคนที่มากกว่าแน่ ๆ แต่นักเรียนชั้นปีสามมิได้หมดกำลังใจง่าย ๆ เพราะว่าในหมู่พวกเขา มีคนผู้หนึ่งที่เป็นความหวัง

ซูถัง

ชั้นปีสามและชั้นฟ้าที่หก ระดับชั้นที่ห่างกับนักเรียนชั้นปีเดียวกันอย่างยิ่งนี้อาจทำให้ซูถังขึ้นไปถึงยอดหอคอย มันจะข่มเสียเฟิงจนมิดแน่!

นักเรียนปีสามที่สอบเสร็จทั้งหมดจะมองไปทางซูถังอย่างมีความหวัง

“ข้าไปแล้วนะ!” ในที่สุดก็ถึงตาซูถัง แต่ก่อนที่นางจะไป นางก็ได้หันมาตะโกนบอกลู่ผิงก่อน

“นี่!” ผู้คุมสอบท่านหนึ่งรีบเดินมาปรามทั้งคู่จากการตะโกนคุยกันอีกครั้งทันที

ซูถังแลบลิ้นออกมาแล้วโบกมือให้ลู่ผิง จากนั้นก็เดินไปทางหอคอยแห่งพลังวิญญาณ

นางกดฝ่ามือลงบนรอยและเข้าหอคอยไปอย่างไม่มีสะดุด หลังจากนั้น ชั้นที่หนึ่ง ชั้นที่สอง ชั้นที่สาม...

ความเร็วของนางมากกว่านักเรียนที่เหลืออย่างเห็นได้ชัด นักเรียนไจเฟิงยิ่งคาดหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนนักเรียนเสียเฟิงยังไม่พร้อมจะเชื่อ จนกระทั่งนางไปถึงชั้นที่สิบสองได้อย่างง่ายดาย ตอนนั้นสีหน้าพวกเขาก็เปลี่ยนไป

นี่หมายความว่า...นางจะขึ้นไปถึงยอดหอคอย ในหมู่พวกเขามีใครที่ทำเช่นนั้นได้เล่า

“อย่างห่วงเลย ข้ายังอยู่นี่” เหมือนว่าจะรู้สึกถึงความกังวลของทุกคน บุคคลหนึ่งที่ถูกล้อมรอบด้วยผู้คนเสียเฟิงกลุ่มใหญ่ แต่งชุดที่แตกต่างออกไปและมีเอกลักษณ์พิเศษก็พูดอย่างมั่นใจ

“พลังวิญญาณแห่งกลิ่น...ชั้นฟ้าที่หก” ซีเฟิ๋นรับรู้ระดับชั้นของคนผู้นั้น  แต่ในระหว่างนั้นพลังวิญญาณแห่งจิตชั้นฟ้าที่หกของเขาก็รับรู้ถึงร่องรอยที่แปลกประหลาด เสมือนว่ามีพลังวิญญาณกำลังถูกส่งมาที่นี่เรื่อย ๆ และไปที่...ชั้นที่สิบสองของหอคอยแห่งพลังวิญญาณ

“เหมือนจะมีบางสิ่งไม่ถูกต้องนะ” ซีเฟิ๋นพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว

“หา? อะไร?” ม่อหลินกลิ้งตัวแล้วลุกขึ้นนั่ง เมื่อเขามองไปทางซีเฟิ๋นที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็มีความกังขาอีกเรื่อง

“ลู่ผิงไปไหนแล้ว” ม่อหลินถาม

......................................

ไปไหนน้า

 

ตอนที่ 19 – ผิงแบบสงบสุข




NEKOPOST.NET