Heaven Awakening Path ตอนที่ 13 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.13 - นักเรียนผู้โดดเด่น


ตอนที่ 13 – นักเรียนผู้โดดเด่น

 

 “สวะ” ลู่ผิงกลับมายังข้างกายคนทั้งสอง ซีเฟิ๋นยิ่งอึดอัดกว่าเดิม เขาพูดอะไรไม่ออก แต่โชคดีที่พลังวิญญาณแห่งจิตชั้นฟ้าที่หกก็มีจุดเด่นของมัน เขาเริ่มปรับสภาวะจิตของตนเองอย่างรวดเร็ว เขาเอียงศีรษะไปข้าง ๆ และกดความรู้สึกมึนศีรษะเอาไว้

“ยอมเยี่ยม!” ม่อหลินอ้าปากค้างด้วยความประทับใจ ซีเฟิ๋นเป็นเพียงผู้มีสัมผัสพลังวิญญาณ แต่กลับใช้พลังวิญญาณได้ถึงขนาดนี้ นับว่าหาได้ยากยิ่งนัก

“เสียเลือดมาก บาดเจ็บไม่เบา แต่เขารอดแน่” ม่อหลินรายงานอาการของซีเฟิ๋นให้ลู่ผิงฟัง

“เริ่มจากย้ายเขาไปที่ห้องข้าก่อนแล้วกัน!” ลู่ผิงเคลื่อนไปข้างหน้า แม้ว่าเขาจะใช้คำว่าย้าย แต่เขาก็แค่คว้าเสื้อซีเฟิ๋นยกตัวเขาขึ้นมา

“นี่ แล้วสามคนนั้นจะทำอย่างไร” ม่อหลินรีบถามเมื่อเห็นลู่ผิงกำลังจะไปพร้อมซีเฟิ๋น

“พวกเขามาหาเจ้า ก็ทำอย่างที่เจ้าอยากแล้วกัน!” ความหมายคือ ม่อหลินต้องจัดการเอาเอง

“เจ้าไม่กลัวข้าปล่อยพวกเขาไปแล้วข่าวของเจ้าจะหลุดออกไปหรือ” ม่อหลินคาใจ เขาเชื่อมาโดยตลอดว่าการเก็บตัวของลู่ผิงเพื่อจะหลบจากบางสิ่ง เป็นเวลาสามปีที่เขาไม่ถูกคนในสถาบันจับได้ ถ้าคิดถึงความระมัดระวังของเขาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาก็ควรจะอยากเก็บคนสามคนนั้น แต่ตอนนี้นอกจากหลัวอินถูกฝังลงดินไปแล้ว เขาก็มิได้สนใจอีก หลัวชงกับหลัวซินยังนอนกลิ้งอย่างเจ็บปวดบนพื้นอยู่เลย

ลู่ผิงไม่ตอบ แต่มีสีหน้าเปลี่ยนไป

“ได้” ม่อหลินไม่ถามอะไรต่อ

ฆ่าคน ทำลายศพ

จากอาชีพมือสังหารเขาชำนาญเรื่องพวกนี้มาก แม้ว่าปกติเขาจะช่างเลือกงานที่รับอย่างยิ่ง แต่การที่เขารับงานสังหารหนึ่งในสมาชิกซิงหลัวเช่นหลัวหมิงก็เป็นการบอกได้แล้วว่าการจัดการกับอีกสามคนที่เหลือนั้นมิได้ทำให้เขาลำบากใจเลย

ในทางหนึ่ง ม่อหลินไม่ได้ถือว่าตนเองเป็นมือสังหารอาชีพ มือสังหารอาชีพรับงาน ฆ่าเป้าหมาย จัดการศพ และรับเงินรางวัล พวกเขาไม่ใส่ใจว่าเป้าหมายเป็นใคร แต่เขาล่ะ บางทีจะถูกกว่าถ้าจะบอกว่าเขาสนใจศาสตร์การลอบสังหารแต่มิได้อยากเป็นมือสังหาร ที่จริงเขาอยากจะเป็นผู้กล้าที่กำจัดคนเลวและทำลายความชั่วร้ายมากกว่า ความแตกต่างเดียวคือผู้กล้ากระทำการโดยจิตสำนึกในหน้าที่ แต่เขาใช้วิธีการของผู้กล้ารับเงินมาด้วย เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องมีเหตุผลและเหมาะสมมาก แต่สำหรับผู้อื่น เขาก็เป็นเพียงมือสังหาร

มือสังหารก็มือสังหาร! ม่อหลินก็มิได้ใส่ใจมากนัก ชื่อนี้ก็ฟังดูน่าเกรงขามออก

หลังจากจัดการคนกลุ่มซิงหลัวทั้งสามเสร็จเรียบร้อย ม่อหลินก็กลับไปยังบ้านพักของลู่ผิงอีกคน ซีเฟิ๋นถูกโยนทิ้งไว้บนพื้น ส่วนลู่ผิงล่ะ ต่างจากที่เขาคิดโดยสิ้นเชิง ลู่ผิงนอนลงบนเตียงอย่างสบายอกสบายใจแล้ว เหมือนว่าเขากำลังจะหลับ

“นี่ นี่!” เขาตะโกนอย่างโมโห นี่เจ้าดูแลคนเจ็บเช่นนี้หรือ เขาทนดูไม่ได้อีกต่อไป อย่าว่าแต่ซีเฟิ๋นได้พยายามช่วยชีวิตเขาอีกด้วย

“หลับแล้ว” ลู่ผิงกล่าว

“เจ้าหลับแล้วแต่เขาถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นเช่นนี้หรือ” ม่อหลินตะโกน

“พื้นสะอาดนะ” ลู่ผิงพูด

“สะอาดไม่สะอาดมิใช่ประเด็น!” ม่อหลินตะโกนต่อ

ดังนั้น ลู่ผิงไม่รู้ไปหาผ้ามาจากที่ไหนสักแห่งและโยนมันไปคลุมตัวซีเฟิ๋นทั้งตัวเหมือนคลุมศพ

“แล้วเขาก็จะไม่เป็นหวัดด้วย” ลู่ผิงพูด

“ข้าไม่สนแล้ว!” ม่อหลินตะโกนอย่างหมดหวังและนั่งลงบนพื้นใต้หน้าต่าง ที่จริงเขาก็ทราบดีว่าลมหายใจของซีเฟิ๋นสม่ำเสมอและอุณหภูมิก็ปกติดี มิได้มีปัญหาร้ายแรงใด ๆ อีกอย่างตัวเขาเองก็ไม่มีแรงพอแม้แต่จะช่วยเหลือตนเองได้อีกด้วย

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ข้าจะนอนพื้นนี่แล้วกัน!” ม่อหลินพึมพำและทิ้งตัวลงนอนกลางแปลงดอกไม้นอกหน้าต่าง

“นี่ ข้าไม่มีอะไรมาห่มตัวเลยนะ!” ม่อหลินร้องขึ้นทันใด เขารู้สึกหนาวนิดหน่อย

ตุ้บ!

ของบางอย่างถูกโยนผ่านหน้าต่างออกมาคลุมตัวเขา เขาก็ขี้เกียจจะตรวจดูว่ามันคืออะไรเหมือนกัน เขาแค่เอามันมาคลุมตัวเองแล้วก็หลับไปในสวนดอกไม้ทั้งคืน

“นี่มันอะไร เกิดอะไรขึ้น”

เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงตะโกนของซูถังปลุกคนทั้งสามอย่างพร้อมเพรียงกัน นางมาหาลู่ผิงแต่เช้าและสิ่งแรกที่เห็นคือม่อหลินที่นอนอยู่ใต้หน้าต่าง

เมื่อวานตอนที่ม่อหลินมาเกาะลู่ผิงนางก็อยู่ด้วย แต่นางก็ไม่คาดเลยว่าคนผู้นี้จะทุ่มเทขนาดเฝ้านอกหน้าต่างตลอดคืน นางอดอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงมิได้ แต่เมื่อนางเข้ามาในห้องนางก็เห็นอะไรไม่รู้ถูกผ้าห่มคลุมอยู่ แล้วเมื่อนางยกชายผ้าห่มขึ้นและพบซีเฟิ๋น นางก็สับสนเล็กน้อย

สิ่งแรกที่นางทำคือตรวจสอบลมหายใจของซีเฟิ๋น นางคิดว่าทางเดียวที่ลู่ผิงกับซีเฟิ๋นจะมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันได้นานสองนานคือมีคนหนึ่งตายไปแล้ว

หลังจากแน่ใจว่าซีเฟิ๋นยังไม่ตาย นางก็อดไม่ได้ที่จะเกร็งขึ้นมา แต่หลังจากที่พบว่าลู่ผิงก็มีชีวิตอยู่เช่นกัน นางก็ปลุกพวกเขาทั้งสามขึ้นทันที

ม่อหลินกับลู่ผิงตื่นเต็มตา แต่สำหรับซีเฟิ๋นเขาตื่นขึ้นมาอย่างเบลอ ๆ หลังจากมองเห็นสภาพแวดล้อมอย่างชัดเจน ความสับสนในดวงตาของเขายังมากกว่าที่ซูถังรู้สึก

“เจ้าเป็นอย่างไรแล้ว” ลู่ผิงถามซีเฟิ๋นเป็นอย่างแรก

ซีเฟิ๋นพยายามขยับตัวและรู้สึกเจ็บแผลขึ้นมาทันที

“ยังไม่ตาย” เขาตอบ

“พวกเจ้าสู้กันหรือ” ซูถังถาม

ถ้าเป็นเมื่อวาน ซีเฟิ๋นคงอยากจะตีกับลู่ผิงมาก เขาจะได้ทุบเจ้าสวะนี่ให้น่วมไปเลย แต่ให้สู้กับลู่ผิงตอนนี้น่ะหรือ ซีเฟิ๋นสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ซึ่งทำให้แผลของเขาระบมขึ้นมาอีกครั้ง เขาพยายามลุกขึ้นยืนแต่ไม่ได้ผล

จากนั้นซูถังจึงพบว่าอาการบาดเจ็บของซีเฟิ๋นมิใช่เพียงแค่เลือดกลบหน้า

“เกิดอะไรขึ้น” นางดูบาดแผลที่แผ่นหลังของซีเฟิ๋นขณะที่ช่วยประคองให้เขาลุกขึ้นยืน โลหิตหยุดไหลไปนานแล้วแต่นางเดาไม่ออกว่าบาดแผลเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

“มือสังหารสามคนมาที่นี่” ลู่ผิงพูดพลางลงจากเตียง

“ซิงหลัว เคยได้ยินชื่อไหม” ม่อหลินก็โผล่หน้าผากมาทางหน้าต่าง

“ซิงหลัวหรือ” ซูถังมองลู่ผิง

“มาหาเขา” ลู่ผิงชี้ไปที่หน้าผากนั้น

“ใช่ มาหาข้า” ม่อหลินใช้พละกำลังทั้งหมดยกตัวเองขึ้น ในที่สุดดวงตาของเขาก็โผล่ออกมา

“เจ้าเห็นหมวกฟางข้าไหม” หลังจากโดนซูถังปลุก สิ่งแรกที่เขาสนใจคือหมวกฟางของเขา

“ไม่” ลู่ผิงกล่าว

“ตอนที่เจ้าเจอพวกเราเมื่อวาน ข้าใส่อยู่หรือไม่”

“ข้าว่าไม่”

“พวกเจ้าพูดเรื่องสำคัญก่อนได้ไหม!” ซูถังพูดไม่ออก นางกำลังรอใครสักคนบอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เจ้าสองคนนี้กลับเอาแต่คุยเรื่องหมวกฟางที่หายไปอยู่ได้

“คนสามคนจากกลุ่มซิงหลัวมาหาเขา หลังจากนั้น......หลังจากนั้นพวกเขาเป็นอย่างไรแล้ว” ลู่ผิงถามม่อหลิน

“เป็นปุ๋ยไปแล้ว” ม่อหลินตอบ

“ก็นั่นล่ะ” ลู่ผิงพูดพลางมองหน้าซูถัง

หลังจากทราบเรื่องคร่าว ๆ แล้วซูถังก็มิได้ถามต่ออีก สิ่งสำคัญหลังจากจบเรื่องคืออาการบาดเจ็บของซีเฟิ๋นต่างหาก ไม่นานหลังจากนั้นแพทย์ของสถาบันก็ถูกเรียกตัวมา หน่วยสารวัตรนักเรียนก็ทราบข่าวการบาดเจ็บของหัวหน้าหน่วย จากนั้นทั้งสถาบันก็ทราบเรื่อง แล้วผู้อำนวยการก็ยังมาเยี่ยมด้วยตนเอง จะอย่างไรซีเฟิ๋นก็เป็นนักเรียนที่โดดเด่นของสถาบัน

เมื่อเขามา เขาก็ได้ถามถึงเหตุการณ์เมื่อวานด้วย อย่างไรก็เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ

แต่ชื่อซิงหลัวก็ทำให้ผู้คนที่ได้รับฟังซึ่งมีจำนวนไม่น้อยต้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ ม่อหลินดีใจมากที่มีหลายคนที่มีอาการเช่นเดียวกับเขา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคิดว่าซิงหลัวเป็นกลุ่มที่น่ากลัวมาก

เจ้าพวกกบในกะลา! ม่อหลินดูหมิ่น

แต่คนที่กำจัดกลุ่มซิงหลัวย่อมน่ากลัวยิ่งกว่า บางคนถอนหายใจอย่างชื่นชม แต่ละคนมองซีเฟิ๋นอย่างตกตะลึง ทุกคนเชื่อเต็มหัวใจว่าเป็นเพราะซีเฟิ๋นที่นำชีวิตไปเสี่ยง เขาบาดเจ็บสาหัสจากการสังหารกลุ่มซิงหลัว แล้วระดับชั้นของหลินม่อคนนั้นก็ไม่เลว แน่นอนว่าเขาคงจะช่วยบ้าง ส่วนลู่ผิงน่ะหรือ ทำไมเขาไม่ถูกพวกซิงหลัวฆ่าทิ้งไปเลยนะ ทุกคนแสดงความผิดหวังจากเรื่องนี้

“ไม่เลว ไม่เลวจริง ๆ” แต่ผู้อำนวยการกัวโหย่วเต้าไม่ได้มองคนทั้งสามต่างกัน

“อนาคตของสถาบันไจเฟิงขึ้นอยู่กับนักเรียนผู้โดดเด่นอย่างพวกเจ้าแล้ว!” กัวโหย่วเต้าถอนหายใจ

“ผู้อำนวยการครับ” ซีเฟิ๋นเตือนเสียงอ่อน ๆ “อีกสามวันข้าก็เรียนจบแล้วนะครับ”

“ผู้อำนวยการครับ” ม่อหลินก็ยกมือขึ้นพูด “ข้าแค่ผ่านทางมา”

“ผู้อำนวยการครับ” ลู่ผิงก็จะพูดบ้าง แต่ครั้งนี้มีคนแย่งเขาพูดต่อ

“อีกสามวันเขาก็ถูกไล่ออกแล้ว”

เสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วห้อง!

ทุกคนคิดว่าการพูดแทรกเช่นนี้ทำได้สวยงามมาก ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ลู่ผิงแย้มยิ้ม เขามิได้พูดสิ่งใด แต่ซีเฟิ๋นกับม่อหลินหันไปสบตากันเงียบ ๆ พวกเขารู้สึกว่าการทดสอบประจำปีในอีกสามวันให้หลังนั้นคงจะมีอะไรดี ๆ ให้ชมแล้ว

....................................................

ตอนที่ 14 - การทดสอบใหญ่ร่วมกัน




NEKOPOST.NET