Heaven Awakening Path ตอนที่ 12 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.12 - ใครคือผู้ที่น่ากลัวที่สุด


ตอนที่ 12 – ใครคือผู้ที่น่ากลัวที่สุด

 

“นี่ นี่ อย่ามาก่อปัญหาแถวนี้!” ม่อหลินพุ่งไปข้างหน้าและลากซีเฟิ๋นออกมา การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของลู่ผิงทำให้เขาตื่นเต้นมาก เมื่อเขาเห็นลู่ผิงจัดการผู้เชื่อมต่อเช่นหลัวอิงอย่างง่ายดายเขาก็แทบจะกระโดด ในเวลานี้ความสนอกสนใจและคาดหวังในตัวลู่ผิงของเขายิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีก แต่สำหรับซีเฟิ๋นแล้วกลับไม่มีความรู้สึกยินดีที่ได้รับการช่วยชีวิตเลย แต่กลับรู้สึกหงุดหงิดที่โดนลู่ผิงหาว่าเกะกะ

“อีกคนหนึ่งอยู่ไหน” แม้ว่าจะตีเขาให้ตาย เขาก็ไม่ยอมเชื่อเด็ดขาดว่า อีกคนหนึ่งคนนั้นคือลู่ผิง เขามองไปรอบ ๆ อีกครั้งเพื่อหาใครคนนั้น แต่ร่างกายเขาก็ถึงขีดจำกัดแล้วจริง ๆ แม้ว่าพลังวิญญาณแห่งกายของเขาจะอยู่ในชั้นฟ้าที่สามแล้ว แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะต่อต้านการถูกลากไปลากมาได้ หลังจากถูกลากออกมาอีกครั้ง เขาก็หมดแรงและทรุดลงกับพื้นดิน

“อย่าเคลื่อนไหวสิ ข้าเพิ่งหยุดเลือดให้เจ้าเองนะ” ม่อหลินบอกพลางคุ้ยของในกระเป๋า แต่สายตาของเขาแปดส่วนยังคงจดจ่ออยู่ที่ลู่ผิง อะไรคือพลังที่แท้จริงของลู่ผิง เขาไม่อยากจะพลาดสักวินาทีเดียว

“เจ้าเป็นใคร” มีดของหลัวชงถูกตั้งไว้ข้างหน้า ตอนนี้เขาไม่รู้สึกอยากจะหัวเราะและพูดคุยหยอกล้อเช่นเมื่อครู่อีกแล้ว

“เจ้าสวะ...” ซีเฟิ๋นกระอักโลหิตขณะพยายามจะพูดอะไรบางอย่างกับลู่ผิง ดูเหมือนจนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงหา “ใครคนนั้น” ไม่เจออยู่ดี

“ฮะ ฮะ” ลู่ผิงหัวเราะ เขาไม่ได้ใส่ใจที่ซีเฟิ๋นเรียกเขาเช่นนั้น แต่เขาก็มิได้แนะนำตัวเองกับหลัวชง และโดยไม่ตั้งท่าป้องกันตัวใด ๆ เขาก็เดินตรงไปหาหลัวชง

หลัวชงไม่ได้เดินขึ้นหน้าไปปะทะเขาทันที เขากำลังรออยู่ รอข้อมูลจากหลัวซิงที่อยู่ข้างหลัง

หลัวซิงเป็นผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งรูป ความสามารถขั้น 4 “การตรวจสอบที่แท้จริง” เป็นทักษะการรับรู้ที่แม่นยำมาก การใช้มันตรวจสอบระดับชั้นของคนผู้หนึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อย แสงจาง ๆ วาบขึ้นในดวงตาทั้งสองของหลัวซิง นางคิดว่านี่ก็เพียงพอแล้ว

แต่...นางกลับไม่พบอะไรเลย

“ไม่มีระดับชั้น...” นางบังคับตัวเองให้พูดเสียงสั่น ๆ

“อะไรนะ” หลัวชงได้ยินแล้ว แต่เขาถามยืนยันอีกรอบ เนื่องจากเชื่อว่าตนเองหูฝาด

“เดี๋ยวข้าดูอีกที...” หลัวซิงเองก็ไม่เชื่อคำตอบนี้เช่นกัน นางเพิ่มพลังในดวงตา นางอยากจะลองดูผลลัพธ์จาก “การตรวจสอบที่แท้จริง” อีกครั้ง แต่ลู่ผิงได้มาถึงเบื้องหน้าพวกเขาแล้ว

เขายังคงมิได้ตั้งท่าอะไร แค่ยกมือขึ้นและชกออกไป

หลัวชงงอตัวลง

ดวงตาของเขามีแววเหลือเชื่อ เขาได้จดจ่ออยู่กับความเคลื่อนไหวของลู่ผิงตั้งแต่ตอนที่ลู่ผิงก้าวออกมาก้าวแรกจนถึงตอนที่เขาออกหมัด

เขามองไม่เห็นจังหวะผิดปกติหรือแรงคุกคามใด ๆ

แล้วลู่ผิงก็ยกมือขึ้น แล้วลู่ผิงก็ชกออกมา

แล้วหมัดของเขาก็หายไปจากสายตา

ตามมาด้วยความเจ็บปวดรุนแรงที่หน้าท้อง

ความเจ็บปวดรุนแรงจนทนไม่ได้ หลัวชงไม่รู้จะบรรยายความเจ็บปวดนี้ว่าอย่างไรดี ความเจ็บปวดจากหมัดหมัดเดียวทำให้เขารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแตกสลาย รู้สึกเหมือนอวัยวะภายในไหลไปรวมกัน

มีดในมือของเขาร่วงลงพื้น เพราะเขาจำไม่ได้ว่ามีมันอยู่ในมือ มีเพียงสิ่งเดียวในจิตใจของเขา และนั่นก็คือ เจ็บ!

เขาก้มตัวลงและอาเจียนออกมาอย่างหนัก

หลัวชงเริ่มต้นอาชีพตั้งแต่อายุเก้าขวบ เขารับงานสังหารไปแล้วทั้งสิ้น 247 ครั้ง มี 199 ครั้งที่ราบรื่นดี 48 ครั้งที่เขาทำพลาด มี 79 ครั้งที่เขาบาดเจ็บสาหัส และ 17 ครั้งที่เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ผู้คนที่เขาสังหารมีจำนวนนับไม่ถ้วน จำนวนครั้งที่เขาบาดเจ็บก็มีจำนวนนับไม่ถ้วนเช่นกัน การทนอาการบาดเจ็บชั่วคราวสำหรับเขาถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่เคยมีครั้งใดที่เขาต้องอาเจียนจากการโดนทำร้าย อาเจียนจากความเจ็บปวด

และเขาไม่เพียงอาเจียน เขายังร่ำไห้อีกด้วย!

ร่ำไห้จากความเจ็บปวด

เขาเป็นคนที่ยินดีจะเสียเลือดมากกว่าเสียน้ำตา แค่ขมวดคิ้วหรือกัดฟัน เขาก็สามารถจะทนผ่านความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บสาหัสได้แล้ว

แต่ในตอนนี้ เขากำลังร่ำไห้จากความเจ็บปวด ทั้งน้ำตาและน้ำมูกไหลอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่นานก็กลายเป็นอาการสะอึกสะอื้น พื้นดินเละเทะจากอาเจียนของเขา และทั้งหมดนี้มาจากหมัดเพียงหมัดเดียวเท่านั้น

สีหน้าของหลัวซิงได้แปรเปลี่ยนไปนานแล้ว นางไม่อาจจะรอตรวจสอบระดับชั้นของศัตรูจาก “การตรวจสอบแท้จริง” ที่เพิ่มพลังแล้วได้อีกต่อไป

หลัวซิงลงมือ

หลัวซิงมิใช่คนอ่อนแอเด็ดขาด กลุ่มซิงหลัวตั้งชื่อตามชื่อนาง นางมิใช่เพียงนักวิเคราะห์ในกลุ่มสี่คนนี้เท่านั้น ผู้คนที่รู้จักกลุ่มซิงหลัวอย่างลึกซึ้งต่างทราบว่าเมื่อหลัวซิงเคลื่อนไหว พลังทำลายของซิงหลัวถึงจะขึ้นถึงจุดสูงสุด

เข็มดารา!

โดยไม่ออมมือ หลัวซิงใช้วิชาอันร้ายกาจที่สุดของนางออกมาทันที

คนที่สามารถโยนหลัวอินออกไปได้อย่างง่ายดาย คนที่สามารถทำให้หลัวชงร่ำไห้จากหมัดเดียว นางไม่สามารถออมมือให้กับคนเช่นนั้นได้

นางขว้างเข็มออกไป เข็มหนึ่งเล่มแยกเป็นสอง สองเป็นสี่ สี่เป็นแปด...

ความสามารถขั้น 3 .... แสงดาวคลุมนภา!

เข็มดาราจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งกระจายโอบล้อมตัวลู่ผิง พวกมันทั้งหมดเป็นเพียงแสงลวงตา ประกายแสงของพวกมันจะทำให้ผู้คนสับสนและสายตาพร่ามัว แต่ในแสงลวงตาทั้งหมด มีแสงหนึ่งที่เป็นของจริง

แสงที่แท้จริงพุ่งตรงไปยังลำคอของลู่ผิง ในความพร่ามัวนี้ แสงหนึ่งเดียวนั้นมิได้โดดเด่นเลย ด้วยวิธีการนี้ ไม่ทราบว่ามีกี่คนที่ต้องจบชีวิตลงจากแสงหนึ่งเดียวนี้แล้ว

ด้วยวิชานี้วิชาเดียว กลุ่มซิงหลัวได้รับการตั้งชื่อตามหลัวซิง

ด้วยวิชานี้วิชาเดียว หลัวซิงจึงเป็นจึงพี่สาวคนโตของกลุ่มซิงหลัว

ลู่ผิงเองก็ต้องใช้ความพยายามในการรับมือกับวิชานี้เช่นกัน เมื่อเทียบกับหลัวอินและหลัวชงแล้ว อย่างน้อยเขาต้องใช้สองมือในการรับมือกับแสงดาวคลุมนภา

เพี๊ยะ!

ลู่ผิงปรบมือทั้งสองข้าง แสงดาวคลุมนภาหายไปทันที เหลือเพียงแสงหนึ่งเดียวส่องออกมาจากกลางฝ่ามือทั้งสองของเขา

ลู่ผิงดูพอใจเล็กน้อยดังว่าเขาได้ตบยุงน่ารำคาญตายไปตัวหนึ่ง

จากนั้นเขาก็โยนเข็มดาราที่หลัวซิงหวงแหนทิ้งไปง่าย ๆ

โอ้ก!

หลัวชงยังคงอาเจียน ยังคงร่ำไห้

เพียงพริบตาเดียว เข็มดาราก็แปดเปื้อนน้ำตา น้ำมูก และอาเจียน

แต่หลัวซิงกลับไม่อาจสนใจ ลู่ผิงกำลังเดินมาหานางทีละก้าว นางได้ใช้วิชาก้นหีบไปแล้ว นางเหลืออาวุธเพียงอย่างเดียว

นางเป็นสตรีที่งดงาม มีหลายคราที่ศัตรูของนางเกิดรักถนอมสตรีขึ้นมาจนทำให้นางเปลี่ยนจากพ่ายแพ้เป็นชัยชนะได้

แล้วครั้งนี้ล่ะ

แม้ว่าอีกฝ่ายจะดูเหมือนเด็ก แต่เขาก็เป็นเด็กหนุ่มอายุสิบห้าสิบหก

หลัวซิงเตรียมแย้มยิ้ม แต่มือของลู่ผิงก็ยกขึ้นมาแล้ว

หมัดนั้น นางก็ไม่เห็นเช่นกัน หลังจากใบหน้านางโดนหมัด นางก็ล้มไปชนกับหลัวชง

พริบตานั้นใบหน้างดงามของนางก็ไม่งดงามอีกต่อไป คางของนางเบี้ยว ฟันขาวดุจมุกของนางมีเจ็ดซี่ร่วงออกมาทันที ห้าซี่กระเด็นออกไป และสองซี่โดนกลืนลงไป...

ม่อหลินมองอย่างงงงัน

เขารู้ว่าลู่ผิงแข็งแกร่ง แข็งแกร่งมาก แต่ความแข็งแกร่งก็ต้องมีสุดสิ้นสุดไหม มาตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าลู่ผิงอยู่ในระดับชั้นไหนกันแน่ ศัตรูสามคน คนหนึ่งแค่เอื้อมมือก็โยนไปได้ คนหนึ่งหมัดเดียวก็อาเจียนแล้ว หมัดเดียวก็ร่ำไห้ ยังมีอีกคน ก็เป็นหมัดเดียวเช่นกัน หน้าเบี้ยวไปเลย

ศัตรูสามคนนะ!

ซิงหลัวนะ!

ตอนที่เขาได้รับหนังสือว่าจ้างสังหารหลัวหมิง หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มซิงหลัว เขาลังเลถึงสามวันว่าจะรับดีไหม จากนั้นเขาก็ใช้เวลาอีกยี่สิบสองวันศึกษาสมาชิกทั้งสี่ของกลุ่มซิงหลัว สำหรับชีวิตประจำวันของหลัวหมิงใช้เวลาอีกแปดวัน จากนั้นเขาก็รอโอกาสที่เหมาะสม เตรียมตัวตายและสุดท้ายก็สังหารหลัวหมิงได้จากยาพิษ แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังถูกค้นพบและไล่ตามมาจนถึงที่นี่

แล้วตอนนี้ล่ะ

กลุ่มซิงหลัวที่น่ากลัวพบลู่ผิงยังไม่ถึงยี่สิบวินาที แต่สมาชิกทั้งสามคนก็หมดสภาพแล้ว

หลัวอินล่ะ

หลัวอินเป็นอย่างไรแล้ว

ม่อหลินได้เห็นสภาพของหลัวชงกับหลัวซิงแล้ว แต่หลัวอินที่ถูกโยนขึ้นไปไหนแล้ว ม่อหลินเงยหน้าขึ้นมองไปทางที่หลัวอินถูกโยนไป ในที่สุดเขาก็เห็นหลัวอิน...ที่ถูกฝังลงในสวนดอกไม้แล้ว

จุดนั้นเป็นบ่อโคลนที่เกิดจากหญ้าไส้เดือนดิน น่าแปลกที่หลัวอินถูกโยนไปถึงที่นั่นจากการโยนเพียงครั้งเดียว ม่อหลินไม่สามารถจินตนาการถึงความรุนแรงของพลังวิญญาณแห่งกายที่ลู่ผิงใช้ในการโยนนั้นได้เลย

“แล้ว...เขาเป็นใครกันแน่” ซีเฟิ๋นที่ทรุดตัวอยู่บนพื้นพึมพำกับตัวเอง มีหลายสิ่งมากเกินไปที่เกิดขึ้น เขายังคงไม่หายมึนศีรษะ และหลังจากพบเจอเรื่องทั้งหมดนี้ ก็ยิ่งมึนหนักกว่าเดิม

“นี่ล่ะที่เจ้าเรียกว่าสวะ” ม่อหลินพูดพลางก้มลงดูอาการของซีเฟิ๋นอีกครั้ง แม้แต่ความเร็วในการห้ามเลือดให้ซีเฟิ๋นของเขายังช้ากว่าการที่ลู่ผิงจัดการหลัวชงและหลัวซิง

แม้ว่าซีเฟิ๋นยังหวังให้เป็นอย่างอื่น แต่เขาก็ไม่สามารถทำสิ่งใดนอกจากยอมรับความจริงตรงหน้า เขาจ้องมองคนที่เขาคิดว่าเป็นสวะอย่างทึ่มทื่อ คนที่เขาใช้ความคิดอย่างหนักที่จะไล่ออกจากสถาบัน ในตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าจะพูดอะไรดี

“เจ้าว่า คนผู้นี้มาที่นี่ทำไม” แต่ม่อหลินยังอยากจะคุยกับเขา

“ข้าไม่รู้” ซีเฟิ๋นกล่าว เขารู้เพียงว่าลู่ผิงกับซูถังถูกผู้อำนวยการพามาเมื่อสามปีก่อน กล่าวกันว่าพวกเขาทั้งสองเป็นกำพร้าไร้ญาติขาดมิตร และจากวันนั้น สถาบันก็กลายเป็นครอบครัวของพวกเขา ไม่นาน ซูถังเริ่มแสดงอัจฉริยภาพที่โดดเด่น ส่วนลู่ผิงถูกเรียกเป็นสวะมาสามปีเต็ม เขาถูกทุกคนเมินเฉย แต่เขาก็ยังคงเป็นเหมือนเคยไม่ว่าคนอื่นจะพูดอย่างไร คำพูดถากถางดูหมิ่น การกระทำกดดันทุกอย่าง เขาทนรับทุกสิ่งอย่างเงียบงัน ดังนั้นจึงไม่เคยมีกรณีพิพาทใด ๆ

นั่นทำให้ทุกคนยิ่งเชื่อว่าเขาไม่มีอนาคต ไม่มีความกล้า เป็นเพียงคนไร้ค่า

แต่ตอนนี้...

ซีเฟิ๋นรู้สึกว่าทุกคนควรที่จะเฉลิมฉลองยินดีที่ลู่ผิงเป็นคนเช่นนี้ “ไม่มีอนาคต” “ไม่มีความกล้า” “ไร้ค่า”

.......................................................................

ชื่อ ซิง ของหลัวซิงแปลว่าดาวค่ะ คาดว่าชื่อสกิลนางก็ตั้งตามชื่อตัวเอง ถึงมีแต่ดาว ดาว ดาว




NEKOPOST.NET