Heaven Awakening Path ตอนที่ 11 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.11 - ผู้เชื่อมต่อที่น่าเกรงขาม


ตอนที่ 11 – ผู้เชื่อมต่อที่น่าเกรงขาม

 

“เจ้ามาได้อย่างไร”

“ข้าก็อยู่มาตลอดนั่นล่ะ”

ในขณะที่เด็กหนุ่มทั้งสองพูดคุยกัน คนสามคนจากฝ่ายตรงข้ามก็ออกมาจากความมืด

“พวกเจ้าเป็นใครกัน” ซีเฟิ๋นพูดพลางหันกายให้ทัศนวิสัยสามารถมองเห็นศัตรูในตำแหน่งต่าง ๆ ได้ทุกคน

พลังวิญญาณแห่งรูปมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับความสามารถในการมองเห็นของคนผู้หนึ่ง

ชั้นฟ้าที่หนึ่งทำให้สามารถมองเห็นได้ไกลและชัดเจนกว่าคนธรรมดามาก

ชั้นฟ้าที่สองทำให้มองเห็นในที่ที่แสงน้อยมากได้

แต่ชั้นฟ้าที่สามทำให้มนุษย์สามารถใช้ทัศนวิสัยได้อย่างเต็มที่

ตาข้างหนึ่งของมนุษย์มีทัศนวิสัยได้ถึง 156 อาศา แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนมีเพียงในระยะ 60 องศาเท่านั้น พลังวิญญาณแห่งรูปชั้นฟ้าที่สามทำให้มนุษย์สามารถมองเห็นในทัศนวิสัยทั้ง 156 องศา เมื่อรวมสองตา ทำให้สามารถมองเห็นได้ถึง 188 องศาอย่างชัดเจน

ในขณะนี่ซีเฟิ๋นปรับท่าทางเล็กน้อย เขาก็สามารถมองเห็นทุกอากัปกิริยาของศัตรูทั้งสามคนได้ในทันที คนสามคน สองบุรุษ หนึ่งสตรี สีหน้าของทุกคนเย็นชาและตั้งใจสังเกตความเคลื่อนไหวของเขา

“พลังวิญญาณแห่งจิตชั้นฟ้าที่หก พลังวิญญาณแห่งรูปชั้นฟ้าที่สาม พลังวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่สาม” ระดับชั้นของซีเฟิ๋นถูกมองออกภายในพริบตา สตรีที่ยืนอยู่ตรงกลางค่อย ๆ บอกระดับพลังวิญญาณที่สูงที่สุดของเขาทีละอย่าง พลังวิญญาณอื่นแม้ว่าจะไม่ได้รับการพูดถึง รวมถึงพลังวิญญาณแห่งเสียงที่เขายังไม่มีระดับชั้นฟ้าก็ถูกมองออกเช่นกัน

“ดาบไม้ไผ่นั้นมันอะไรกัน” บุรุษทางขวากล่าว

“ก็เขาเป็นเด็กนี่!” หญิงสาวพูด

“เลยใช้เพียงของเล่นหรือ” คนทางซ้ายถาม

“แต่ของเล่นนั่นเพิ่งปัดดาบอินหลัวของเจ้าไปนะ” บุรุษทางขวากล่าว “ฮิฮิ”

“เฮอะ เฮอะ” บุรุษทางซ้ายหัวเราะแห้ง ๆ เขามิได้ใส่ใจคำล้อเลียนจากพวกพ้อง พวกเขาคุยกันอย่างสบายใจ นั่นมีคำอธิบายเพียงอย่างเดียว พวกเขาไม่ได้ใส่ใจซีเฟิ๋นเลย

เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

ซีเฟิ๋นสังเกตความเคลื่อนไหว คำพูด และสีหน้าของพวกเขาอย่างตั้งใจ ท่าทางดูหมิ่นของพวกเขามิได้ปรุงแต่งขึ้น พวกเขาคิดจริง ๆ ว่าซีเฟิ๋นอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า

แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ...ดาบอินหลัว เป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงตัวตนของพวกเขาแล้ว

“พวกเจ้าคือกลุ่มซิงหลัว” สายตาของซีเฟิ๋นเริ่มไม่อยู่ที่เพียงคนทั้งสามเท่านั้นแล้ว เพราะซิงหลัวเป็นกลุ่มมือสังหารที่มีสี่คน แต่ตอนนี้มองเห็นเพียงสามคน

“ใช่แล้ว กลุ่มซิงหลัว หลัวอิน หลัวซิง หลัวชง” ม่อหลินที่อยู่ข้างหลังแนะนำเรียงตัว “ตอนแรกมีสี่คน แต่ตอนนี้เหลือแค่สาม เพราะเหตุนี้ล่ะที่พวกเขายอมไล่ตามมาสังหารข้าถึงที่นี่”

“อ้อ” ซีเฟิ๋นพูด

“อ้อ? แค่อ้อหรือ ที่นี้รู้แล้วทำไมยังไม่รีบหนีไปอีก นี่เกี่ยวอะไรกับเจ้า” ม่อหลินกล่าว

“แม้ว่าจะเพียงหนึ่งวัน แต่เจ้าก็ถือว่าเป็นนักเรียนสถาบันไจเฟิงแล้ว เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยสารวัตรนักเรียนที่จะต้องปกป้องนักเรียนทุกคนในสถาบัน” ซีเฟิ๋นพูดนิ่ง ๆ

“แค่เจ้าคนเดียวน่ะหรือ” หลัวซิงซึ่งอยู่ตรงหน้าซีเฟิ๋นหัวเราะ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจซีเฟิ๋นเลย แต่กลับหันไปหาเพื่อนร่วมกลุ่มทั้งสอง “สถาบันไจเฟิง ข้าเพิ่งเคยได้ยินชื่อสถาบันไจเฟิงเป็นครั้งแรก! มันโด่งดังไหม”

“ไม่เคยได้ยิน” หลัวชงกล่าว

“อย่าเสียเวลา” หลัวอินเริ่มหงุดหงิด เขายกมือขึ้นเล็กน้อย ดาบอินหลัวในมือเขาก็ส่องแสงขึ้น

แสงเย็นเยียบวาบขึ้นอีกครา มันรวดเร็วมาก เพียงพริบตาเดียวก็เฉียดผ่านร่างซีเฟิ๋นไป

มือของหลัวอินฟันไปที่ศีรษะของม่อหลินข้างที่อยู่ข้างหลังซีเฟิ๋น นี่มันเป็นการดูหมิ่นอย่างยิ่ง การฟาดฟันครั้งนี้เหมือนจะบอกว่าเขาไม่ได้คำนึงเลยว่าซีเฟิ๋นจะป้องกันหรือไม่

เพราะว่าพวกเขารับรู้ระดับชั้นของซีเฟิ๋นแล้ว แม้ว่าเขาจะมีพลังวิญญาณแห่งจิตชั้นฟ้าที่หกซึ่งหาได้ยาก แต่ท้ายที่สุดเขาก็เป็นเพียงผู้มีสัมผัสพลังวิญญาณเท่านั้น มิใช่ผู้เชื่อมต่อซึ่งเทียบกันไม่ได้เลย มีเพียงผู้เชื่อมต่อจึงจะสามารถแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพลังวิญญาณออกมาได้

หลัวอินเป็นผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งเสียง ความสามารถ “เงียบเสียง” ของเขามาจากการที่เขาเชื่อมต่อพลังวิญญาณได้ แต่เขาก็มิได้มีเพียง “เงียบเสียง” เท่านั้น

เสียงฟาดฟัน!

สาเหตุที่เขาไม่ใส่ใจซีเฟิ๋นเป็นเพราะว่าครั้งนี้จึงเป็นของจริง ความสามารถขั้น 3 ที่มีเพียงผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งเสียงที่ทำได้ ผู้ที่มีเพียงสัมผัสพลังวิญญาณจะรับได้อย่างไร แค่เหลือบเห็นก็คงกลัวจนตัวสั่นแล้ว!

ดังนั้น แสงเย็นเยียบจึงได้เล็งไปที่ศีรษะม่อหลินอีกครั้ง จากสภาพร่างกายของม่อหลินแล้ว ไม่มีทางเลยที่เขาจะหลบความสามารถขั้น 3 เช่นนี้พ้น แต่ทันใดนั้นซีเฟิ๋นก็ขยับ

ฟิ้ว...

เสียงนี้ดังขึ้นอีกครั้ง

ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีเสียงกรีดอากาศ เสียงดาบไม้ไผ่ฟันใส่อากาศที่เกิดขึ้นฟังดูทั้งงุ่มง่ามและเรียบง่าย แล้วมันก็ปะทะกับแสงเย็นเยียบนั้น

อยากจะป้องกันการโจมตีจากความสามารถขั้น 3 อย่างเสียงฟาดฟันเช่นนี้หรือ

ทั้งหลัวซิงและหลัวชงหัวเราะ พวกเขาไม่คิดจะเข้าไปช่วยเหลือเลย แต่สีหน้าของหลัวอินกลับแปรเปลี่ยนไป

การต่อต้านดาบนี้นั้นเป็นไปไม่ได้ ดาบไม้ไผ่ไร้ค่าพอปะทะเข้ากับเสียงฟาดฟันจากดาบอินหลัวของเขาก็บิดงอและแตกกระจายในทันทีที่พบกับพลังวิญญาณ มือขวาของซีเฟิ๋นกลายเป็นก้อนเนื้อแหลกเหลวทันที

การต่อต้านเป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

แสงเย็นเยียบยังคงฟันลงมา

แต่มันเบี่ยงเบนไป!

การฟันดาบของซีเฟิ๋นมิได้มีแรงมากนัก และก็มิได้เร็วมาก แต่มันเที่ยงตรงและจับจังหวะได้อย่างแม่นยำ มันจับจังหวะได้จนทำให้หากหลัวอินต้องการจะเปลี่ยนมุมของเสียงฟาดฟันก็จะสายเกินไปแล้ว ดังนั้นเอง แสงเย็นเยียบจึงได้เฉียดร่างเขาไปจนทำให้แขนเสื้อกระพือขึ้น กลีบดอกไม้และใบไม้ปลิวไปทั่วสวน

“ไป!” หลังจากฟันครั้งหนึ่ง เขาก็ยังไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว แต่ยังคงวิ่งไปข้างหน้าและกอดตัวหลัวอินไว้ จากนั้นเขาก็ยกขาขึ้นเตะข้างตัวม่อหลิน

“เฮ่อ...” ม่อหลินถอนหายใจ “ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากไป ถ้าข้ามีแรงก็ไปนานแล้ว”

ม่อหลินไม่หนีไป เขามิใช่คนที่ไร้ความรับผิดชอบ ที่โชคร้ายคือซีเฟิ๋น เขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย

ปล่อยเขาไปเถอะ...

ม่อหลินกำลังคิดที่จะพยายามต่อรองกับพวกหลัวอินทั้งสาม แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร ซีเฟิ๋นก็จ้องหน้าเขาให้รีบหนีไป ทันใดนั้นสีหน้าของเขาแสดงความเจ็บปวดออกมา

“มารดามันเถอะ!” หลัวอินสบถและสลัดตัวเองจาการเกาะกุมของซีเฟิ๋น จากนั้นก็ยกศอกขึ้นถองไปบนใบหน้าของซีเฟิ๋น

ซีเฟิ๋นล้มลงนอนตะแคงบนพื้น แต่หลัวชงข้างหลังกลับเร็วยิ่งกว่า เขากระโดดถอยหลังไปสามก้าวแล้วโดยยื่นมือไปข้างหน้า มีดที่ปักลงบนหลังของซีเฟิ๋นก็ถูดเขาดึงออกมาด้วย เลือดสาดกระจายทั่วสวนดอกไม้

“เพ้ย!” หลัวอินถ่มน้ำลายใส่ซีเฟิ๋น เขาไม่สนใจความเป็นความตายของซีเฟิ๋นอีกต่อไป เขาหันไปทางม่อหลินผู้เป็นเป้าหมายในครั้งนี้ แต่เขาเพิ่งก้าวขาไปเพียงก้าวเดียวก่อนจะรู้สึกว่าร่างกายโดนดึงเอาไว้

เขาก้มลงดู มือขวาของซีเฟิ๋นที่กลายเป็นเศษเนื้อกำลังพยายามดึงข้อเท้าเขาไว้

“น่ารำคาญจริง ๆ!” หลัวอินหันหน้าหนีไปอย่างดูถูก เขายกดาบขึ้นและกำลังจะฟันลงไป

แต่ดาบกลับค้างอยู่กลางอากาศ

“ข้างหลัง!”

ทั้งหลัวซิงและหลัวชงตะโกนขึ้น

หลิวอิงทราบแล้ว ข้อมือของเขาถูกใครบางคนคว้าเอาไว้ เขาขยับมันไม่ได้เลย แน่นอนว่าเขารู้ว่ามีคนอยู่ข้างหลัง แต่ที่น่ากลัวกว่าก็คือเขาไม่สามารถรับรู้ได้เลยก่อนหน้านี้ เขาเป็นผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งเสียง แม้ว่าเขาจะไม่มีความสามารถในการจับสัมผัสโดยเฉพาะ แต่การมาถึงข้างหลังของเขาโดยไม่ให้เขารู้เห็นก็น่ากลัวมาก

“ใคร” เขาตะโกน

 เมื่อเทียบกับคำถามเดียวกันนี้ที่ถามซีเฟิ๋นแล้ว เสียงของเขากังวลใจกว่ากันมาก

ซีเฟิ๋นนอนอยู่บนพื้น มือขวาของเขาบาดเจ็บสาหัส หลังถูกแทงอย่างรุนแรง และหลังจากได้รับศอกจากหลัวอิง ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยเลือด สติและสายตาของเขาต่างก็รางเลือน พลังวิญญาณแห่งรูปชั้นฟ้าที่สามไม่อาจทำให้เขาเห็นคนที่อยู่ข้างหลังหลัวอิงได้อย่างชัดเจน

เขารับรู้ถึงพลังมหาศาลที่ส่งมาที่มือขวาของเขา

ก่อนหน้านี้เขาตั้งมั่นว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่มีวันปล่อยมือนี้เด็ดขาด แต่เมื่อเขารับรู้ถึงพลังนั้น ความตั้งมั่นของเขาก็สั่นคลอน เพราะพลังนั้นช่างรุนแรงยิ่งนัก ทำให้เขารู้สึกเหมือนตนเองกำลังจะเหินลอยไป มือขวาของเขาไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคสำหรับพลังนั้นได้เลย

ซีเฟิ๋นปล่อยมืออย่างรู้จักประมาณตน พริบตานั้นเขาก็เห็นหลัวอินหายไปจากเบื้องหน้า

นี่คือ....โดนโยนไปหรือ

ทุกคนมองดูร่างร่างหนึ่งถูกส่งขึ้นฟ้า ร่างนั้นเหินไปเป็นวงโค้งจากนั้นก็ตกกระแทกพื้น

ผู้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งเสียง ผู้ไร้เทียมทานในความคิดของผู้มีเพียงสัมผัสพลังวิญญาณทุกคน ใครกันที่โยนเขาออกไปเหมือนทิ้งขยะได้เช่นนี้

ใครกัน

ซีเฟิ๋นรู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียสติสัมปชัญญะ แต่เขาก็พยายามฝืนไว้ เขาต้องดูก่อนว่าคนผู้นี้เป็นใครกัน

สุดท้ายเขาก็มองเห็น

บัดซบ...

ซีเฟิ๋นคิดว่าเขาข้องเกี่ยวกับลู่ผิงมากไปแล้ว แม้แต่ตอนที่กำลังจะตาย เขาก็ยังเห็นคนอื่นเป็นเจ้านั่นในยามสติเลอะเลือน

ไม่ถูก...

เดี๋ยวก่อน...

ดูเหมือนจะเป็นลู่ผิงจริง ๆ

หลงจากมองซ้ำอีกหลายครั้ง ซีเฟิ๋นก็แน่ใจว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไปเอง

เดิมทีซีเฟิ๋นกำลังจะหมดสติและคิดว่าตนเองกำลังจะตายอยู่แล้ว แต่เขากลับมีกำลังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่งและกระโดดขึ้นยืน

“ถอยไป” ซีเฟิ๋นห้ามลู่ผิงจากด้านหลัง

“ทำไม” ลู่ผิงไม่เข้าใจ

“แม้ว่าเจ้าจะเป็นเพียงสวะ แต่เจ้าก็ยังเป็นสมาชิกของสถาบันไจเฟิง เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยสารวัตรนักเรียนที่จะปกป้องนักเรียนทุกคน” จากนั้นเขาก็มองไปทั่วแล้วพูดว่า “เมื่อครู่มีอีกคน เขาไปไหนแล้ว”

“คนผู้นี้กำลังจะตายหรือ พูดเรื่องไร้สาระอะไรอยู่ ลากเขาออกไป” ลู่ผิงกล่าวกับม่อหลินที่ยืนข้าง ๆ

..........................................................

หลบหน่อยพระเอกมา มา มา

#ดักแก่

ปล.แซ่หลัวนี้แซ่เดียวกับครูลัวเหวยในตอนที่ 2-3 นะคะ เพิ่งรู้ว่าคำนี้อ่านได้สองเสียง จากการอ่านเพิ่มแล้วคิดว่าอ่านว่าหลัวจะถูกกว่าค่ะ




NEKOPOST.NET