Heaven Awakening Path ตอนที่ 101 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.101 - อวดฉลาดกลับเสียเรื่อง


ตอนที่ 101 – อวดฉลาดกลับเสียเรื่อง

 

“รีบลงมือเร็ว จับกุมเป้าหมาย!” ผู้บัญชาการฉี่ซิงที่รู้เรื่องแล้วก็ไม่ลังเลอีกต่อไป รีบเปลี่ยนแปลงคำสั่งอย่างรวดเร็ว ผู้ตรวจการหน่วยกำกับสถาบันที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ ๆ ก็เผยตัวออกมา แต่เพราะว่าลังเลจากประโยค “ฉินซาง ขวางไว้” นั้น ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสที่ดีที่สุดไป ม่อหลินถูกลู่ผิงคว้าตัวไว้ได้แล้ว โยนไปบนหลังของตัวเองอย่างชำนาญ จากนั้นก็หันหลังวิ่งหนีไป

แต่แล้วก็มีเสียง “ชิ้ง”ดังขึ้น กระบี่ขุยอิงที่เก็บอยู่ในฝักด้านหลังหลิงจื่อเยียน เหินออกมาพร้อมลำแสงเคลื่อนคล้อย

เหล่าผู้ตรวจการหน่วยกำกับสถาบันตกใจจนสะดุ้ง ไม่รอให้ผู้บัญชาการฉี่ซิงสั่งการก็หยุดมือลงแล้ว ในใจฉี่ซิงยิ่งพลิกกลับไปเจ็ดแปดตลบ เกิดอะไรขึ้น เหตุใดคุณหนูใหญ่ฉินถึงลงมือเล่า พวกเขาไปทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองตั้งแต่เมื่อใดกัน

“แย่แล้ว!” แต่เวินเหยียนรู้ได้ทันทีว่าแย่แล้ว

“อวดฉลาดกลับเสียเรื่อง...” ซีเฟิ๋นก็ถอดถอนใจ

ฉินซางเข้าขัดขวาง ทำให้หลายคนหวาดผวา เป็นไปไม่ได้ที่จะหักห้ามความหวาดกลัวที่มีต่อฉินซางไปได้ ฉินซางเองมีปฏิกิริยาต่อเจตนาของเวินเหยียนรวดเร็วกว่าทุกผู้คน

ดังนั้นฉินซางจึงขัดขวางจริง ๆ แต่เป็นขัดขวางลู่ผิง

เวินเหยียนใช้พลังสกัดกั้นของฉินซางจนถึงขีดสุด แต่สุดท้ายแล้วท่าใหญ่นี้กลับมองความความทะนงตนของฉินซางไป

ฉินซางไหนเลยจะยินยอมให้ตนเองถูกหลอกใช้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวเช่นนี้ได้

ระบำเหินลำแสงเคลื่อนคล้อย!

ความสามารถทางสายเลือดอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูลฉิน ทำให้เพียงพริบตาเดียวฉินซางมาขวางอยู่ตรงหน้าลู่ผิงแล้วด้วยท่าทางไม่แยแส นางไม่สนใจว่ามีอะไรเกิดขึ้นในตอนนี้กันแน่ ที่นางลงมือก็เป็นเพียงเพราะว่านางรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือ

ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้หน่วยกำกับสถาบันยินดีปรีดาอย่างยิ่ง

ฉินซางขวางลู่ผิงไว้เช่นนี้ทำให้ทุกสิ่งง่ายดายขึ้นมาก

“ขอบคุณครับ คุณหนูใหญ่ฉิน!!” ฉี่ซิงร้องตะโกนเสียงดัง ผู้ตรวจการคนอื่นไหนเลยจะต้องให้ชี้นิ้วสั่งอีก ต่างก็รีบเข้ามาล้อมวงตั้งแต่แรกแล้ว

แต่ลู่ผิงไม่หยุดนิ่ง เขาแบกม่อหลินพุ่งเข้าหาฉินซางตรง ๆ ฉินซางอึ้งงันไป

นางไม่ชอบที่ถูกเวินเหยียนหลอกใช้เช่นนี้ แต่เนื่องจากชื่อของนางทำให้ทุกคนไม่กล้ากระทำการอย่างบุ่มบ่ามก็ยังทำให้นางรู้สึกภูมิใจมาก

ดังนั้นนางจึงใช้ฟันต่อฟัน

เวินเหยียนใช้นางมาสกัดกั้นผู้อื่น นางก็จึงหันมาสกัดกั้นผู้ที่เวินเหยียนต้องการปกป้องแทน

แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่านางไม่มีพลังในการสกัดกั้นอันใดเลย นางไม่ขวาง อีกฝ่ายก็พุ่งมาเช่นนี้ นางมาขวาง อีกฝ่ายก็ยังพุ่งมาเช่นนี้อยู่ดี

ข้าถูกดูแคลนหรือ

ชั่วขณะนั้น ในใจของฉินซางก็เกิดมีความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมา

นางมิได้ตั้งใจจะทำสิ่งใดจริง ๆ นางเพียงอยากให้บทเรียนกับเวินเหยียนเท่านั้น แต่เมื่อเห็นลู่ผิงพุ่งตรงมาเช่นนี้เหมือนมิได้เห็นนางมีความสำคัญ นางก็ทนไม่ได้

ชักกระบี่!

ลำแสงเคลื่อนคล้อยสายหนึ่งมีความเร็วที่เหนือธรรมดา ความเร็วสียงเฉียวอิ่งแห่งสถาบันเทียนเจ้าอันใด เมื่อเปรียบกับ “ระบำเหินลำแสงเคลื่อนคล้อย” ของฉินซางแล้วก็ได้แต่เป็นเพียงเรื่องขำขันเท่านั้น

เวินเหยียนเตรียมจะไปช่วยเหลือตั้งแต่แรกแล้ว แต่นางไม่อาจพุ่งไปหาฉินซางเร็วกว่านี้ได้อีกแล้ว ตัวของฉินซางกับกระบี่ขุยอิงของนางเหมือนจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ส่องแสงเจิดจ้าอย่างผิดธรรมชาติไปต้านรับลู่ผิง

แต่แววตาของลู่ผิงก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่มีความตกใจ ไม่มีความหวาดกลัว มีแต่เพียงการจดจ่อ จดจ่อ อย่างยิ่ง จดจ่อไปที่การโจมตีนี้

ลู่ผิงขยับปลายเท้า ร่างกายเอนไปด้านข้างเล็กน้อย

ลำแสงเคลื่อนคล้อยพุ่งเฉียดผ่านตัวเขาไปในพริบตาเดียว ฉินซางถูกเขาทิ้งไว้เบื้องหลังแล้ว

ฉินซางอึ้งไปอีกครั้ง

ความเร็วของนางเป็นความสามารถทางสายเลือด แต่ความเร็วของอีกฝ่ายเป็นสิ่งใดกัน

ฉินซางไม่รู้สึกสักนิดว่ามีการใช้ความสามารถอันใด รับรู้ได้แต่การโคจรของพลังวิญญาณ ไม่...ไม่ถูกต้อง น่าจะเรียกเป็นจังหวะมากกว่า เทียบกับความรู้สึกที่ได้รับโดยปกติแล้วเป็นพลังวิญญาณที่ค่อนข้างอ่อนจาง จังหวะการหยุดชะงักดูจะชัดเจนมาก การทำงานของพลังวิญญาณนี้ดูเหมือนไม่ไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง แต่เหมือนจะออกมาเป็นช่วง ๆ

อีกครั้ง อีกครั้ง อีกครั้ง...

แต่จังหวะนั้นรวดเร็วมาก เร็วจนฉินซางไม่มีทางจับได้ทั้งหมด

นี่มันอะไรกัน

เป็นทักษะการควมคุบพลังวิญญาณหรือ

แต่พึ่งพาเพียงการควบคุมพลังวิญญาณเช่นนี้ก็สามารถหลบเลี่ยงจากความสามารถที่นางได้รับจากการเชื่อมต่อ อีกทั้งยังเป็นความสามารถทางสายเลือดได้แล้วหรือ

ฉินซางหันกลับไป

นางลืมไปแล้วว่าลู่ผิงมีหน้าตาอย่างไร หรือก็คืดนางมิได้สนใจจดจำด้วยซ้ำ นางเพียงแต่จดจำสีหน้านั้นได้ สีหน้าจดจ่อมาก แววตาที่จริงจังมาก

นี่เป็นคนแบบไหนกัน

ฉินซางอยากหันกลับไปดู แต่กลับพบใบหน้าเปื้อนยิ้มของเวินเหยียนแทน

เพราะมิได้มีความเร็วเช่นระบำเหินลำแสงเคลื่อนคล้อยของฉินซางมาถึงตอนนี้เวินเหยียนจึงเพิ่งมาถึง บดบังสายตาของฉินซางเอาไว้

“แปลกใจหรือ” เวินเหยียนพูดยิ้ม ๆ “ไม่ใช่มีแต่ท่านหรอกนะที่เร็ว!”

“เฮอะ...” ฉินซางแค่นหัวเราะอย่างเย็นชาหนึ่งครั้ง นางเพียงแต่รู้สึกใคร่รู้ในตัวลู่ผิงอยู่บ้าง ไม่มีความคิดที่จะไปลอบติดตามเขา นางไม่อยากถูกเวินเหยียนยืมมือไปเช่นนั้น แต่ก็ไม่อยากช่วยเหลือหน่วยกำกับสถาบันเช่นกัน ประโยคคำพูดของฉี่ซิงที่ว่า “ขอบคุณครับ คุณหนูใหญ่ฉิน” นางเองก็ไม่พอใจมาก

กระบี่ขุยอิงกลับคืนฝัก

“พวกเราไป” ฉินซางกล่าว นางไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ แม้ว่าจะใคร่รู้อยู่บ้าง แต่นางก็มีความหยิ่งพอที่จะสะกดกั้นความอยากรู้อยากเห็นนั้นลงไป

ฉินซางจากไปพร้อมกับหลิงจื่อเยียน หน่วยกำกับสถาบันจึงสามารถทำตามหน้าที่ได้ในที่สุด การเคลื่อนไหวตามใจชอบของฉินซางย่อมทำให้พวกเขาอยากหลบเลี่ยงเสมอ

แบบนี้ก็ดีแล้ว

ฉี่ซิงถอนหายใจ ที่จริงพวกเขาก็ไม่อยากให้คุณหนูใหญ่ฉินลงมือเหมือนกัน

แต่ลู่ผิงรวดเร็วจริง ๆ พวกเขาได้แต่มองดูระยะห่างยืดยาวออกไป แม้ว่าพวกเขาเองก็พยายามไล่ตามเต็มที่แล้ว

“ตามไป!” ฉี่ซิงไม่ตระหนก หน่วยกำกับสถาบันจัดวางกำลังอย่างระมัดระวังมาตั้งแต่เช้าแล้ว ที่เวทีลงทะเบียนเป็นเพียงหนึ่งในสี่ของการวางกำลังของพวกเขาทั้งหมด ยังมีคนอยู่โดยรอบอาณาบริเวณอีก นี่เป็นเรื่องที่สองผู้ตรวจการอาวุโสลงมาจัดการด้วยตนเอง เช้าตรู่วันนี้ส่งผู้บัญชาการลงมาสี่คน ฉี่ซิงก็เป็นเพียงหนึ่งในนั้น

การที่หน่วยกำกับสบาบันลงมาสอบสวนมีมากกว่าการใช้วิชาตัดวิญญาณซึ่งต้องห้ามนี้แล้ว แต่เป็นเรื่องที่พวกเขาสูญเสียความอำนาจและเกียรติยศไปต่างหาก

พวกเขาทราบชัดถึงการที่เหล่าสถาบันไม่ชอบพวกเขา แล้วก็ยังทราบว่าผลกระทบของเหตุการณ์นี้ในสายตาของสถาบันต่าง ๆ เป็นอย่างไร พวกเขาไม่อาจปล่อยไปได้ ต้องลงมืออย่างรุนแรง มิเช่นนั้นหลังจากนี้ในการตรวจสอบสถาบันต่าง ๆ ก็อาจจะมีการต่อต้านมากขึ้นเรื่อย ๆ นี่มิใช่เหตุการณ์ที่หน่วยกำกับสถาบันต้องการเห็นเลย

ดังนั้น สี่ผู้บัญชาการ สิบหกผู้ตรวจการ นี่คือกำลังพลที่หน่วยกำกับสถาบันส่งมาในวันนี้ นี่ไม่เหมือนกับตอนที่ส่งผู้ตรวจการสี่คนไปเพียงเพื่อดูแลสถานการณ์อีกแล้ว ผู้อื่นทำร้ายพวกเขามาครั้งหนึ่งแล้วย่อมกล้าที่จะทำร้ายพวกเขาเป็นครั้งที่สอง นี่หมายความว่าพวกเขาไม่เห็นหน่วยกำกับสถาบันอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

“ครึ่งหนึ่งอยู่ควบคุมเหตุการณ์ทางนี้” ฉี่ซิงจัดวางกำลังพลต่อไป พวกผู้ตรวจการที่มีความเร็วค่อนข้างต่ำถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างจงใจ ฉี่ซิงเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

ที่แห่งนี้ยังต้องการการควบคุมของพวกเขาหรือไม่ ย่อมมิใช่ จากการเปิดเผยฐานะของหน่วยกำกับสถาบันออกมาจะมีนักเรียนสักกี่คนที่กล้ามาวุ่นวายกับพวกเขา แม้ว่านักเรียนที่อยู่บนถนนซีเหอส่วนมากจะมิได้อยู่ภายใต้การปกครองของพวกเขาก็ตาม

ผู้ที่กล้าต่อสู้กับพวกเขาย่อมต้องเป็นคนพิเศษ เป็นพวกที่เขาอยากจะควบคุมตัวไว้ในตอนนี้ นี่ย่อมหมายถึงพวกไม่กี่คนนั้น

ซีเฟิ๋นที่มากับม่อหลิน

ซูถังผู้ที่คราวที่แล้วตีผู้ตรวจการสองคนจนสะบักสะบอม

เวินเหยียนเป็นคนที่อยู่นอกแผนการ แต่นางเคลื่อนไหวโดยใช้ฉินซางเช่นนี้ อยู่ข้างไหนก็เห็นได้ชัดอยู่แล้ว จึงกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องถูกควบคุมด้วย

ผู้ตรวจการสองคนไม่ลงมืออันใด แต่ยืนอยู่ในแนวทะแยงขวางกั้นความเคลื่อนไหวต่อไปของนางเอาไว้

ซีเฟิ๋นนั่งอยู่บนรถเข็น นี่ไม่สะดวกต่อความเคลื่อนไหวจึงถูกปิดล้อมไว้ได้อย่างง่ายดาย

ซูถัง...

โครม!

ผู้ที่กล้าต่อสู้กับพวกเขาหนึ่งครั้ง ย่อมกล้าที่จะต่อสู้กับพวกเขาเป็นครั้งที่สองจริง ๆ! ผู้ตรวจการคนหนึ่งถูกซูถังชกกระเด็นไป กระเด็นไปชนกับเวทีลงทะเบียน

มู่หย่งบนเวทีอึ้งตะลึงไปตั้งแต่ต้นแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ เขาย่อมต้องชมดูแน่นอน เมื่อเห็นลู่ผิงหลบเลี่ยงจากการโจมตี "ระบําเหินลําแสงเคลื่อนคล้อย" ของฉินซาง แล้วหนีไปด้วยความเร็วที่ทำให้ผู้คนตื่นตะลึง เขาก็อึ้งงันไปแล้ว

ไม่มีพลังวิญญาณสักนิดแล้วจะกระทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกัน

เจ้าคนผู้นี้เป็นอย่างที่ตัวเขากล่าวจริง ๆ หรือ ที่ว่าซ่อนพลังวิญญาณจนแม้แต่เหวินเกอเฉิงก็ดูไม่ออก

ความตกใจนี้ยังไม่จางหายก็เห็นผู้ตรวจการหน่วยกำกับสถาบันผู้หนึ่งพุ่งมาชนเข้ากับเวทีของพวกเขาแล้ว

นี่คือนักเรียนที่ต่อสู้กับหน่วยกำกับสถาบันตามข่าวลือหรือเปล่า มู่หย่งนึกถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดในเมืองจื้อหลิงช่วงนี้ขึ้นมาทันที

เขาตกตะลึงอีกครั้ง จากนั้นก็ได้แต่มองดูซูถังอาศัยช่องว่างที่เปิดออกหนีออกไปในทิศทางเดียวกับลู่ผิง

เผชิญหน้ากับหน่วยกำกับสถาบันเช่นนี้ เป็นสถาบันไจเฟิงอะไรนี่ความจริงแล้วเป็นสถาบันอ้านเฮยใช่หรือไม่

มู่หย่งอดคิดเช่นนี้ไม่ได้ แม้ว่าหน่วยกำกับสถาบันกับการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณของพวกเขาจะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่เขาก็ยังทราบชัดว่าหน่วยกำกับสถาบันมีความหมายเช่นใดกับเหล่าสถาบันทั้งหลาย ในอาณาจักรเซวียนจุนของพวกเขา นอกจากหนึ่งในสี่สถาบันหลักคือสถาบันชเวเยว่แล้ว ยังจะมีสถาบันใดที่กล้าไม่เห็นหน่วยกำกับสถาบันอยู่ในสายตาอีก

สถาบันเทียนเจ้าไม่กล้า สถาบันซวงจี๋ไม่กล้า

แต่สถาบันไจเฟิงกล้า!

การเผชิญหน้ากับหน่วยกำกับสถาบันจะว่าไปแล้วก็มิใช่เรื่องที่ดีหรอกหรือ มู่หย่งครุ่นคิด เพราะจากแววตาของนักเรียนคนอื่นเขาก็ได้เห็นสายตาอันร้อนแรง เรื่องที่ซูถังต่อสู้กับผู้ตรวจการหน่วยกำกับสถาบันนี้ทำให้พวกเขาตื่นเต้นถึงสิบส่วน

“จับไว้!” ฉี่ซิงร้องตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว พวกนักเรียนที่ออกมาจากสถาบันไจเฟิงกลุ่มนี้ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริง ๆ เขาจัดกำลังพลไปตามล่าซูถังอีกครั้ง อีกทางหนึ่งก็กวาดสายตามืดครึ้มไปทางเวินเหยียน สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ซีเฟิ๋น

ลองสัมผัสอย่างละเอียดแล้วก็พบว่าซีเฟิ๋นที่สำเร็จวิชาตัดวิญญาณไปตั้งแต่ตอนที่พวกเขาไปที่สถาบันเทียนเจ้าครั้งแรก มาตอนนี้ก็ไม่หลงเหลือร่องรอยใด ๆ บนร่างกายแล้ว

“ถ้าฉลาดก็จงให้ความร่วมมือกับพวกเราเสียดี ๆ” ฉี่ซิงกล่าว

ซีเฟิ๋นไม่เอ่ยวาจาใด

“พวกเจ้าใช้วิชาตัดวิญญาณในการฝึกฝน เป็นการฝ่าฝืนกฎข้อห้ามที่ร้ายแรงของสถาบันเป็นอย่างมาก” ฉี่ซิงกล่าว

“ขออภัยด้วย ในสถาบันของเราไม่มีกฎเกณฑ์ข้อนี้ครับ” ซีเฟิ๋นตอบ

“อะไรนะ”

“กฎiระเบียบของสถาบันไจเฟิง...” ซีเฟิ๋นกล่าวขึ้น จากนั้นก็ท่องกฎไปทีละข้อจนหมด

“คิดจะถ่วงเวลาหรือ” แต่ไม่นานเขาก็ถูกฉี่ซิงกล่าวขัดแล้ว

“ที่จริงข้าก็บอกหมดแล้วล่ะครับ” ซีเฟิ๋นกล่าว

กฎระเบียบของสถาบันไจเฟิงทั้งเรียบง่ายและผ่อนปรน จึงย่อมมีเนื้อหาไม่มากนัก

“ดังนั้นที่ท่านบอกเมื่อครู่ มันคืออะไรนะครับ” ซีเฟิ๋นกล่าว

ฉี่ซิงถูกถามจนพูดไม่ออก ดูอีกฝ่ายท่าทางที่เหมือนมั่นใจว่ามีผู้สนับสนุนเบื้องหลังนี้แล้ว สถาบันไจเฟิงบ้าอะไรนี่จริงหรือไม่ว่ากฎเกณฑ์ที่สำคัญเช่นนี้ก็ยังมิได้ระบุไว้ในกฎระเบียบของสถาบัน

เช่นนี้แล้ว นักเรียนจึงไม่รู้ว่ามีกฎแบบนี้ แล้วที่พวกนี้กัดไม่ยอมปล่อยแม้ต้องตายแบบนี้จะให้พวกเขาหันไปลงโทษใครได้เล่า ความรับผิดชอบในเรื่องนี้ควรจะตกอยู่กับใครกันแน่

ฮัดชิ่ว! ฮัดชิ่ว!

ผู้อำนวยการสถาบันไจเฟิงกัวโหย่วเจ้า อยู่ ๆ ก็เกิดจามกะทันหันขึ้นมาสองครั้งซ้อน

การฝึกฝนของพวกปีศาจน้อยทั้งหลายคนนั้นไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว เขาคิดขึ้นมาอย่างปุบปับ

..............................................................................

 

ตอนที่ 102 – กลืนกินพลัง




NEKOPOST.NET