Heaven Awakening Path ตอนที่ 100 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.100 - จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ


ตอนที่ 100 – จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ

 

มีฉินซางเข้าร่วมด้วย กลุ่มของถนนซีเหอกลับมาเรียบร้อยขึ้น ความเร็วก็เพิ่มขึ้นมากด้วย โดยเฉพาะหลังจากที่ฉินซางตัดมือผู้คน อย่างน้อยตรงจุดที่นางยืนอยู่ก็มีที่ว่างเป็นช่องใหญ่ ทุกคนต่างก็ระมัดระวังตัวเอง

ฉินซางเลิกสนใจในตัวม่อหลินแล้ว นี่ทำให้ซีเฟิ๋นค่อยหายใจทั่วท้อง แต่แม้ว่าเขาจะเชี่ยวชาญด้านสังเกตพฤติกรรมของผู้คนแล้วนำมาวิเคราะห์ความรู้สึกนึกคิด แต่ในใจของเด็กสาวผู้ทะนงตนอย่างฉินซางนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจแม้ว่าจะครุ่นคิดเป็นร้อยตลบอยู่ดี สุดท้ายจึงไม่อาจวางใจจนถึงที่สุด

แต่เวินเหยียนที่อยู่ด้านข้างกลับกระตือรือร้นกว่ามาก ไม่เพียงพูดจ้อกับซีเฟิ๋นไม่หยุด แต่บางครั้งบางคราวก็ยังดึงฉินซางมาร่วมบทสนทนาด้วย แต่เห็นได้ชัดว่าฉินซางไม่สนใจการพูดคุยเช่นนี้ มักปฏิเสธที่จะพูดด้วย แต่เวินเหยียนก็ไม่ใส่ใจสักนิด ยังคงพูดจาด้วยท่าทีมีความสุขอย่างยิ่ง

นี่มันเรื่องอะไรกัน

ซีเฟิ๋นรู้สึกว่าเวินเหยียนมีกิริยาแปลก ๆ แม้ว่าฉินซางจะเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลฉิน แต่เวินเหยียนก็มิใช่คนที่ชอบเลียแข้งเลียขาผู้อื่นเช่นนี้ ตอนนี้มาพยายามอย่างหนักที่จะสร้างบทสนทนากับฉินซางแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่ หรือจะเป็นการหันเหความสนใจของฉินซาง

เช่นนี้เอง กลุ่มของพวกเขาก็มาถึงเวทีลงทะเบียน ในก้าวสุดท้ายนี้ ใครมาก่อนใครมาหลังเป็นเรื่องที่บรรดานักเรียนมักจะถกเถียงกันเสมอ ดังว่านี่จะเหมือนกับลำดับที่ได้ในการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณอย่างนั้นล่ะ แต่กับฉินซางจะมีใครกล้าถกเถียงด้วย

ไม่มีใครกล้า พวกซีเฟิ๋นกับม่อหลินยิ่งไม่อยากต่อสู้ไปกันใหญ่ ดังนั้นจึงได้มองดูฉินซางขึ้นไปบนเวทีลงทะเบียน เด็กหญิงถือกระบี่ก็ตามไป

“สถาบัน ชื่อ” ในตอนนี้มู่หย่งก็ไม่เงยหน้าขึ้นมองแล้ว แค่อยากจะส่งมอบป้ายแขวนเอวพวกนี้ออกไปเร็ว ๆ

“ฉินซาง สถาบันซวงจี๋” เขาได้ยินคำตอบ

คนอื่นทุกคนต่างก็บอกชื่อสถาบันก่อนแล้วตามมาด้วยชื่อตัวเอง แต่นางกล่าวชื่อตัวเองก่อนแล้วค่อยบอกชื่อสถาบัน แล้วก็ยังคงเป็นสถาบันซวงจี๋

มู่หย่งก็ยังมิได้เงยหน้าขึ้น เพราะเขาทราบแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใด

ฉินซาง สถาบันซวงจี๋

เขาก็จดบันทึกลงตามลำดับนี้ ก่อนอื่นก็เขียนชื่อฉินซางลงใต้หัวข้อชื่อ จากนั้นก็ค่อยเขียนชื่อสถาบันซวงจี๋ลงใต้หัวข้อสถาบัน

เป็นเพียงลำดับก่อนหลัง เป็นเพียงรายละเอียดอันยิบย่อย แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าฉินซางไม่เหมือนผู้ใด

จากนั้นก็เป็นป้ายแขวนเอว

ป้ายแขวนเอวนี้มู่หย่งมิได้หยิบมาจากตะกร้าใหญ่ที่อยู่ด้านข้าง แต่ดึงออกมาจากในแขนเสื้อของมู่หย่งเอง นี่ไม่เหมือนป้ายแขวนเอวที่ได้จากการลงทะเบียน แต่กลับเหมือนป้ายแขวนเอวที่รอกลับคืนสู่เจ้าของมากกว่า

ป้ายแขวนเอวมิได้ถูกโยนลงบนโต๊ะเหมือนทุกครั้ง แต่กลับถูกยื่นถึงมือฉินซาง จากนั้นก็เป็นการจดหมายเลขของป้ายแขวนเอว

1

ย่อมเป็นหมายเลขหนึ่ง พวกคนที่พยายามจะได้มันมา เชื่อว่านักเรียนที่มาก่อนจะได้หมายเลขข้างหน้านี้ ไหนเลยจะรู้ว่าเลขข้างหน้านี้จะมีเจ้าของอยู่แล้ว

ไม่เพียงป้ายแขวนเอว แม้แต่ลำดับของการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณครั้งนี้ก็มีบทสรุปแล้วในความคิดของใครหลายคน

สายเลือดที่มีความสามารถทางสายเลือดตระกูลฉิน อาวุธเวทระดับห้ากระบี่ขุยอิง

ในเมื่อคุณหนูใหญ่ตระกูลฉินเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณครั้งนี้ ที่หนึ่งยังจะเป็นใครอื่นไปได้อีกหรือ จะมีผู้ใดที่แข็งแกร่งยิ่งไปกว่านางอีก

เกรงว่าไม่มีแล้ว

ฉินซางรับป้ายแขวนเอวมาแล้วก็หันหลังกลับจะเดินออกไปจากเวทีลงทะเบียนทันที แม่นางน้อยถือกระบี่ยังตามหลังนางมา เมื่อเดินผ่านเวทีลงทะเบียน มู่หย่งที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นก็กล่าวว่า “สถาบัน ชื่อ”

แม่นางน้อยร่างกายแข็งทื่อ หันไปมองสมุดบันทึกการลงทะเบียนและป้ายแขวนเอวในตะกร้า ในแววตามีความอิจฉาบางเบา แต่ก็รีบเลิกล้มความคิดและเตรียมจะก้าวจากไป

“สถาบัน ชื่อ” มู่หย่งที่ไม่ได้รับคำตอบถามอีกครั้งอย่างหมดความอดทน เขารู้ว่ามีคนอยู่ตรงหน้าเขา ไม่รู้ว่าใจลอยไปไหนอยู่

“ในเมื่อถามเจ้า เจ้าก็ตอบไปเถอะ!” ฉินซางมิได้หันกลับมาแต่ก็พูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

แม่นางน้อยอึ้งไป นี่...น่าจะเป็นคำอนุญาตใช่ไหม

ในแววตาของนางมีความประหลาดใจ ส่วนมู่หย่งที่ได้ยินฉินซางพูดขึ้นอย่างกะทันหันก็เงยหน้าขึ้นแล้ว จากนั้นก็พบว่าแม่นางน้อยผู้ถือกระบี่ของฉินซางยืนอยู่หน้าเวทีลงทะเบียน

ฉินซางมีชื่อเสียงมาก เด็กหญิงผู้ถือกระบี่ให้นางผู้นี้ก็ถูกผู้คนมากมายพูดถึงเช่นกัน

เพียงเพราะว่าเป็นสาวใช้ของฉินซางก็ได้เข้ามาในสถาบันซวงจี๋ที่ผู้คนไม่รู้เท่าไหร่พยายามทุกวิธีก็ยังไม่ได้เข้า กลายมาเป็นนักเรียนสถาบันซวงจี๋

แต่ความอิจฉาก็จบลงตรงนี้

เป็นสาวใช้ของนักเรียนซวงจี๋ไม่ได้มีโอกาสได้ศึกษาเหมือนนักเรียนซวงจี๋ นางยังต้องเดินตามหลังฉินซางตลอดทั้งวัน ส่วนฉินซางก็ไม่อาจศึกษาตามหลักสูตรของนักเรียนธรรมดาทั่วไป สมาชิกตระกูลอันมีความสามารถทางสายเลือดผู้ที่ตั้งแต่เด็กก็ได้เติบโตมาพร้อมกับอาวุธเวทระดับห้า ยังต้องให้สถาบันอบรมสั่งสอนอีกหรือ

ที่จริงแล้วพอฉินซางมาถึงสถาบันซวงจี๋ก็ถูกส่งไปที่ชั้นปีที่สามทันที เด็กถือกระบี่ของนางไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ตามปกติเลยจริง ๆ

ตอนนี้นางยังอยากจะเข้าร่วมการชุมนุมใหญ่ของผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณด้วยหรือ นางมิใช่ไม่เคยฝึกฝนหลังวิญญาณเลยหรอกหรือ

แต่ฉินซางเหมือนจะอนุญาตแล้ว จากนั้นมู่หย่งจึงได้ยินแม่นางน้อยผู้ถือกระบี่ตอบกลับมา

“สถาบันซวงจี๋ หลิงจื่อเยียน”

มู่หย่งก็มิได้ทำอะไรมาก เพียงจดลงไปจากนั้นก็หยิบป้ายแขวนเอวออกมาจากตะกร้ายื่นออกไป หลิงจื่อเยียนยื่นมือทั้งสองข้างไปรับ ดูเหมือนจะตื่นเต้นมาก โค้งคำนับให้มู่หย่งแล้วรีบตามหลังฉินซางไป ฉินซางเองก็ไม่ได้ถามไถ่มากความอีก

สุดท้ายก็ถึงตาของซีเฟิ๋นกับม่อหลิน เวินเหยียนที่สอดมือเข้ามาก็เพื่อช่วยกลบเกลื่อนให้พวกเขาอีกชั้นหนึ่ง นางช่วยม่อหลินผลักรถเข็นของซีเฟิ๋นขึ้นไปบนเวทีแล้วเข็นไปที่โต๊ะของมู่หย่ง

ผู้ลงทะเบียนที่พิเศษเช่นนี้มู่หย่งก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง

“สถาบันไจเฟิง ซีเฟิ๋น” ซีเฟิ๋นกล่าว

“เอ๊ะ” มู่หย่งย่อมยังคงมีความประทับใจต่อนักเรียนที่ลงทะเบียนทั้งสองคนก่อนหน้านี้จากสถาบันแห่งนี้ คนหนึ่งมีพลังวิญญาณแห่งกายอันกล้าแข็งอย่างน่าประหลาด ยังมีอีกคนที่ทำตัวไม่รู้จักความเป็นความตายอย่างไร้ยางอาย มาดูตอนนี้ ผู้มานั่งรถเข็นอยู่ สถาบันนี้นี่เชี่ยวชาญในการฝึกฝนพวกคนพิลึกหรือ

“ยังมีเขา สถาบันไจเฟิง ม่อหลิน” ซีเฟิ๋นหันไปแนะนำตัวให้ม่อหลินด้วย

มู่หย่งกวาดตามองม่อหลิน เห็นแต่ใบหน้าที่ถูกหมวกฟางปกคลุม ในปากเคี้ยวรากหญ้าหยับ ๆ อยากกินเพิ่มก็กินเพิ่ม

น่าทึ่งนัก!

ในใจมู่หย่งสรุปไปแล้วว่าสถาบันไจเฟิงจะต้องเป็นสถานที่อันน่าทึ่งมากแน่ ๆ

ป้ายแขวนเอวสองอันถูกโยนลงบนโต๊ะ ไม่มีอะไรอย่างที่ซีเฟิ๋นกังวลเกิดขึ้น เช่นนี้เอง พวกเขาก็ได้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว ลู่ผิงและซูถังที่อยู่ด้านข้างเวทีลงทะเบียนเองก็ถอนหายใจโล่งอก แต่ตอนนั้นเองจู่ ๆ เวินเหยียนก็จับตัวม่อหลินที่เข็นรถเข็นอยู่กับนางโยนไปให้ลู่ผิง

“รีบไป!” นางร้องตะโกน

“อะไรกัน”

ความเปลี่ยนแปลงกะทันหันทำให้ซีเฟิ๋นประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่แสดงสีหน้าแตกตื่น เพียงรอดูเวินเหยียน สายตาที่ระแวดระวังมองไปทั้งสี่ทิศ เวินเหยียนทำเช่นนี้ย่อมไม่ไร้เหตุผล เพียงแต่พุ่งเป้าไปที่ม่อหลินแบบนี้แสดงว่ามีคนของหน่วยกำกับสถาบันหรือ

ที่ไหน

ซีเฟิ๋นหาไม่เจอ แต่ม่อหลินพุ่งเหมือนลูกกระสุนไปหาลู่ผิงแล้ว

ผู้ที่มองมาทางนี้อย่างประหลาดใจยังรวมไปถึงฉินซางที่เพิ่งลงจากเวทีไปก่อนพวกซีเฟิ๋นด้วย กระบี่ขุยอิงที่อยู่บนหลังหลิงจื่อเยียนส่งเสียงคำราม รอคอยให้เจ้าของเรียกใช้ได้ตลอดเวลา

“ฉินซาง ขวางไว้!” เวินเหยียนพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“เอ๊ะ” ฉินซางงุนงง แต่ซีเฟิ๋นเข้าใจขึ้นมาในทันที

เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเวินเหยียนถึงต้องพยายามดึงฉินซางมาร่วมวงสนทนา ไม่ใช่เพื่อหันเหความสนใจของนางแต่เพื่อสร้างภาพลวงให้คนของหน่วยกำกับสถาบันที่สังเกตการณ์อยู่ลับ ๆ เข้าใจผิดว่าพวกเขากับฉินซางมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

ทั่วทั้งอาณาจักรเซวียนจุนยังมิมีผู้ใดไม่ยำเกรงการคงอยู่ของฉินซาง ในกรณีเช่นนี้หน่วยกำกับสถาบันย่อมไม่กล้าลงมืออย่างหุนหันพลันแล่น

หลังจากนั้นพวกเขาก็ลงทะเบียนเสร็จสิ้นแล้ว ฉินซางกับพวกเขามิได้ร่วมทางกัน การร้องเรียกอีกฝ่ายให้ไม่แยกย้ายไปคนละทางก็เป็นเพียงการแกล้งเป็นจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือเท่านั้น ตอนนี้ย่อมไม่สามารถใช้ได้อีกแล้ว ตอนนี้ได้แต่เอาตัวม่อหลินที่อยู่ในสภาวะตัดวิญญาณไปเก็บให้เร็วที่สุด เขาเป็นหลักฐานสำคัญที่หน่วยกำกับสถาบันจะใช้มาเล่นงานพวกเขาได้ ส่วนการฝึกฝนให้สำเร็จและหลุดพ้นจากสภาวะตัดวิญญาณนั้น จนตอนนี้ก็ไม่เห็นมีวี่แววเลย

ในช่วงเวลาวิกฤตที่สุดนี้ เสียง “ฉินซาง ขวางไว้” เป็นการอาศัยอำนาจของตระกูลฉินสร้างช่องว่างขนาดใหญ่ให้ตัวเอง พวกหน่วยกำกับสถาบันที่เคยต้องการจะลงมือทั้งหมดจึงได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการฉี่ซิงว่า “รอก่อน!”

เขาเป็นเพียงผู้บัญชาการของหน่วยกำกับสถาบันผู้หนึ่ง ไม่กล้าไปสร้างความลำบากให้คุณหนูใหญ่ตระกูลฉิน

แต่จากนั้นเขากลับเห็นว่าฉินซางยืนอึ้งงงงันไปจึงตระหนักถึงปัญหาขึ้นมาทันที

“ถูกหลอกแล้ว!”

........................................................................

100 ตอนแล้ว โอ๊ย ผ่านมาสามเดือนนิด ๆ ในที่สุดก็ถึง 100 ตอนแล้วค่า  ตอนนี้ยังจำตัวละครได้หมดไหมคะ เราจะโพสต์ไฟล์ excel ที่เราใช้บันทึกพวกชื่อที่แปล ๆ มาทั้งหมดไว้นะคะ ถ้าใครสนใจก็ลองไปดูกันได้ตาม link ข้างล่างเลยค่ะ แล้วก็จะพินไว้บนเพจ facebook ด้วยค่ะ  มีชื่อคน ชื่อสถานที่ ชื่อความสามารถ แล้วก็จิปาถะ แต่มีสปอยล์นิดหน่อยคือพวกองครักษ์ตระกูลเว่ยทั้งหมด (เดี๋ยวพวกนางก็จะค่อย ๆ โผล่มาจนครบเลยค่ะ) กับชื่อหกผู้แข็งแกร่ง

https://drive.google.com/open?id=1YO1cMp1pqdm-ItWryGq2U0QOLL-Xy08w

 

ตอนที่ 101 – อวดฉลาดกลับเสียเรื่อง




NEKOPOST.NET