Heaven Awakening Path ตอนที่ 1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Heaven Awakening Path

Ch.1 - อัจฉริยะ และ คนไร้ค่า


ตอนที่ 1 – อัจฉริยะ และ คนไร้ค่า

 

“ลู่ผิง ตื่นไปเรียนได้แล้ว”

“ขอนอนอีกห้านาที”

“ข้าช่วยปลุกเจ้าเอง!”

ปัง! แสงอาทิตย์อาบไล้ไปทั่วตัวของลู่ผิง

“กรี๊ด!” ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วและบดขยี้ความง่วงงุนของลู่ผิงเป็นเสี่ยง ๆ  หลังจากที่นางทำลายประตู ซูถังก็คำรามว่า

“อะไรทำให้เจ้าต้องแก้ผ้านอนด้วย”

“ทำไมแก้ผ้านอนต้องมีสาเหตุด้วยรึ” ในที่สุดลู่ผิงก็ลุกขึ้นพลางพึมพำกับตัวเอง เมื่อเขาลุกขึ้น ห้องที่เล็กอยู่แล้วก็ยิ่งดูเล็กลงไปอีก ลู่ผิงมองประตูที่พังทลายจากความโกรธกริ้วของซูถังพร้อมทั้งหยิบเสื้อผ้าที่กองอยู่ข้างเตียง

กึก กึก ... ประตูที่ถูกพังสั่นไหว ลู่ผิงหลับตาอย่างทนดูไม่ได้

ตึง...

ในที่สุดประตูก็ร่วงลงมาพิงกับผนังห้อง

“ช่างเป็นผู้หญิงที่ดุร้ายเสียจริง” แม้ลู่ผิงจะร้องในใจแต่เขาก็ไม่สนใจประตู เขาสวมเสื้อคลุมหลวม ๆ เปิดหน้าต่าง และกระโดดออกไปทั้งกึ่งเปลือย

ท้องฟ้าสีครามและแสงตะวันก็สดใส ข้างนอกกระท่อมเป็นสวนดอกไม้ มันส่งกลิ่นที่พิสดารอย่างหนึ่ง ลู่ผิงเดินไปในสวนดอกไม้และมองไปทั่วทุกทิศ ไม่นานดวงตาของเขาก็ลุกโชน

“อยู่นี่เอง!” ลู่ผิงเดินไปข้างหน้าอย่างแช่มชื่น ก้มตัวลงหยิบท่อรดน้ำของสวนและเล็งมาที่ตนเองอย่างหน้าไม่อาย

น้ำที่ดึงมาจากน้ำพุเย็นยะเยือกเหนือยอดเขาทำให้เขาสดชื่นแจ่มใสและหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง หลังจากล้างหน้าและบ้วนปาก เขาก็โยนท่อน้ำทิ้งไปก่อนจะได้ยินร้องกรีดร้องอีกครั้ง

“ลู่ผิง!!!!!” ม่อเซิน คนสวนที่ดูแลสวนดอกไม้ทั้ง 22 แห่งของสถาบันไจเฟิงกำลังยืนอยู่ริมสวนอย่างโมโหโทโส

“อ้อ! ครูม่อนั่นเอง ท่านตื่นเช้าจังนะครับ!”  ลู่ผิงดูจะไม่รับรู้ความโกรธของอีกฝ่ายเลย

“ดอกบัวอัคคีซ่อนของข้า!” ม่อเซินตะโกน  เขาเป็นผู้แข็งแกร่งที่มีพลังวิญญาณทั้งหกรวมกัน 17 ชั้นฟ้า นอกจากนั้นเขายังได้เชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งรูปแล้วอีกด้วย เมื่อเขาตะโกน แม้แต่มดแมลงยังรับรู้ได้ถึงจิตสังหารของเขา นกที่ตื่นกลัวจำนวนนับไม่ถ้วนบินหนีออกไปจากสวน

อย่างไรก็ตาม ลู่ผิงยังคงมีท่าทีไม่รับรู้สิ่งใด เขาถามด้วยความงุนงงเต็มใบหน้า “อยู่ไหนครับ”

“ใต้เท้าเจ้า...”

“เอ๊ะ?” ลู่ผิงก้มศีรษะลงและขยับเท้า จริงอย่างที่เขาว่า มีดอกตูมของบัวอัคคีซ่อนที่ถูกเขาเหยียบอยู่ รากของบัวอัคคีซ่อนนี้เป็นสายพันธุ์ที่หายาก และการย้ายมันจากในน้ำมาบนบกเป็นเรื่องลำบากมาก อย่างไรก็ตามตอนนี้มันก็ได้บี้แบนจากฝีมือของลู่ผิงแล้ว

“ไสหัวไป” เมื่อม่อเซินได้เห็นบัวอัคคีซ่อนที่บี้แบน หัวใจของเขาเจ็บปวดมาก แม้แต่จะโกรธเคืองยังไม่มีอารมณ์ เขารีบพุ่งเข้ามาในสวนดอกไม้และคุกเข่าลงตรงหน้าดอกบัว แล้วพิจารณาก้านดอกด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด

“ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมครับ” ลู่ผิงย่อตัวลงยื่นศีรษะไปใกล้ ๆ ตั้งใจเพ่งดู

“ไปซะ ไม่เช่นนั้นตาย!”  จิตสังหารของม่อเซินพวยพุ่งขึ้นถึงขีดสูงสุด

“ไปแล้วครับ” ลู่ผิงถอยไปทันที บนทางเดินกลางสวนดอกไม้ที่โด่งดังของสถาบันไจเฟิง สายตาของเขามองเห็นซูถังที่เดินอย่างเกรี้ยวกราดมาทางเขา ลู่ผิงยกมือขึ้นทักทาย

“เจ้า...” ซูถังมองเขาอย่างว่างเปล่า นางคิดไม่ออกว่าทำไมลู่ผิงถึงเดินมาหานางแบบนี้ แต่เมื่อสายตานางเหลือบเห็นท่าทางน่าสมเพชของม่อเซินที่นั่งคุกเข่ากับพื้น นางก็รู้ได้ในทันที

หลังจากจ้องเขม็งไปทางลู่ผิงอีกครั้ง นางก็รีบเดินไปข้างกายม่อเซิน

“ครูม่อเซินคะ เขาไม่ได้ตั้งใจหรอก ข้าช่วยอะไรท่านได้ไหม”

ม่อเซินยืดตัวขึ้น เขาไม่แม้แต่จะรู้สึกถึงดินโคลนที่เปื้อนตัวขณะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก้านของดอกบัวอัคคีซ่อนไม่เป็นอะไรเลย ในที่สุดความโกรธของเขาก็หายไป ถึงอย่างไรเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เขาชินชาเสียแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะดอกบัวอัคคีซ่อนอันล้ำค่าของเขาถูกเหยียบล่ะก็ เขาคงไม่แม้แต่จะโกรธด้วยซ้ำ ตลอดทางที่ลู่ผิงเดินมา ดอกบัวอัคคีไม่ใช่สิ่งเดียวที่เขาเหยียบ แต่ม่อเซินไม่แม้แต่จะเหลือบมองต้นอื่นเลยสักครั้ง

และกับคำอธิบายของซูถัง ม่อเซินยิ่งพูดไม่ถูก เจ้านั่นมันไม่ตั้งใจอยู่แล้ว มันไม่เคยสนอะไรในโลก ทำไมมันจะต้องตั้งใจทำด้วยล่ะ มันก็เป็นแค่ตัวปัญหาของซูถัง เด็กดีคนนี้ได้แต่คอยแก้ไขปัญหาให้ไอ้คนไร้ค่านี่

ไร้ค่าจริง ๆ !

ม่อเซินรู้สึกว่ามันไม่มีค่าสำหรับนาง ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น ทั่วทั้งสถาบัน คนที่อยากให้นางโดนลู่ผิงถ่วงก็มีแค่คนที่อิจฉานางหรือความสามารถของนางเท่านั้น ถ้าไม่มีลู่ผิงนะ นางก็คงจะได้ฝึกวิชาอย่างเต็มที่ แล้วจากความสามารถของนาง ระดับชั้นของนางตอนนี้ก็คง...

เอ๊ะ? ระดับชั้น?

เมื่อม่อเซินคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่ง เมื่อเขารับรู้ พลังของพลังวิญญาณแห่งรูปที่เชื่อมต่อกับพลังวิญญาณเที่ยงแท้ก็เริ่มทำงาน ตาของเขามีแสงเจิดจ้าแวบขึ้น

“ชั้นฟ้าที่หกหรือ พลังวิญญาณแห่งกาย ชั้นฟ้าที่หก พลังวิญญาณแห่งกายของเจ้าขึ้นมาถึงชั้นที่หกแล้วรึ” คำพูดของม่อเซินวกวนไม่ได้ศัพท์

ชั้นฟ้าที่หก นี่เป็นจุดสูงสุดของพลังวิญญาณหนึ่งแล้ว ตอนนี้ซูถังเพิ่งอายุสิบห้า และนางก็เพิ่งฝึกวิชาที่สถาบันไจเฟิงมาแค่สาม ปีเท่านั้น อย่างไรก็ดี นางก็ฝึกพลังวิญญาณแห่งกายมาถึงชั้นฟ้าที่หกแล้ว ในประวัติศาสตร์ของสถาบันไจเฟิง นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับตัวม่อเซินเองแล้ว เขาได้ชั้นฟ้าที่หกจากพลังวิญญาณแห่งรูป ทั้งหมดทั้งมวลเขาใช้เวลาอยู่ 7 ปี แค่นี้ก็ถือว่าโดดเด่นแล้วเมื่อเทียบกับคนทั่วไป มันทำให้เขาภูมิใจในตนเองมาก แต่ตอนนี้เมื่อเทียบกับซูถังแล้ว เขาโดนทิ้งห่างไปกว่าครึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น เขาจำได้ว่าตอนนั้นเขาฝึกวิชาอย่างตั้งใจ เขาไม่ได้ต้องมาสนใจคนเจ้าปัญหาอย่างลู่ผิงด้วย

“ช่างเก่งกาจจริง ๆ! พลังวิญญาณแห่งกายชั้นฟ้าที่หก เจ้าทำได้สำเร็จเร็วจริง ๆ” หลังจากที่เขาเห็นซูถังพยักหน้ายอมรับ ม่อเซินก็ตื่นจากความตกใจ ณ วินาทีนั้น เขาก็ได้สัญญากับตัวเอง อัจฉริยภาพที่โดดเด่นนี้ เขาจะไม่ยอมให้มันถูกกลบฝังต่อหน้าต่อตาเป็นอันขาด

“ซูถัง ตอบคำถามข้ามาข้อหนึ่ง” สีหน้าของม่อเซินจริงจังขึ้นมา

“ค่ะ” ซูถังมึนงงเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าที่จริงจังของม่อเซิน แต่นางก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกไปและเพียงตอบรับ

“ถ้ามีวันหนึ่ง พ่อและแม่ของเจ้าตกลงไปในน้ำพร้อมกัน เจ้าเลือกได้เพียงคนเดียว เจ้าจะเลือกใคร” ม่อเซินเอ่ย

“คำถามนี้มัน...”

“ช่างเป็นคำถามที่น่าละอายนัก ใช่หรือไม่” ม่อเซินกล่าว สายตาของเขาทอดมองอย่างจงใจไปทางลู่ผิง “แต่เจ้าเคยคิดไหมว่าในชีวิตคนเรา บางครั้งเราก็มีแต่ทางเลือกที่โหดร้าย เจ้าไม่มีทางออก เจ้าต้องยอมปล่อยมือจากบางสิ่ง การลังเลหรือไม่ตัดสินใจจะยิ่งทำให้ผลลัพธ์เลวร้ายลง”

ปล่อยมือซะ มันโหดร้าย แต่อย่างไรก็ต้องปล่อยมือ

ซูถังรู้ว่าม่อเซินกำลังสื่อถึงอะไร ตั้งแต่ที่นางเข้ามาในสถาบัน มีคนมากมายทั้งครูและนักเรียนที่แนะนำให้นางถอยห่างจากลู่ผิงเสีย เพราะว่าเขามันไม่มีอะไรดี ส่วนนางช่างเก่งกาจ ลู่ผิงเป็นแค่ภาระซึ่งจะหนักหนาขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้น

แต่ความจริงแล้ว พวกท่านทุกคนเข้าใจผิด! อีกอย่าง ถึงจะเป็นอย่างที่พวกท่านคิด ข้าก็ไม่มีวันที่จะทิ้งเขาไปจากอนาคตของข้าแน่นอน สำหรับเรื่องนี้ซูถังไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

“จากวันที่พวกเจ้าเข้าสถาบัน ชีวิตของพวกเจ้าก็ถูกลิขิตให้แตกต่างแล้ว” ม่อเซินยังคงพูดต่อ เขาจงใจไม่ลดเสียงลง ที่จริงเขาหวังให้ลู่ผิงที่อยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงเขาด้วย เขารู้ดีถึงความผูกพันของซูถังกับลู่ผิง เด็กสองคนนี้เป็นเด็กกำพร้าที่ดูแลกันและกันมาตั้งแต่ยังเล็ก สามปีที่แล้ว ผู้อำนวยการสถาบันได้พาพวกเขามาที่นี่หลังจากการออกเดินทางไกล

ทั่วทั้งแผ่นดิน มีสถาบันอยู่ประมาณสี่ร้อยแห่ง ทุกแห่งเป็นสถาบันสอนวิชาที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนคนหนึ่งได้ แต่ละสถาบันต่างก็มีการคัดเลือกที่เข้มงวด คนที่โชคดีได้เข้าสถาบันใดก็ตามจะพยายามเป็นอย่างมาก ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร เขาก็จะผลักดันชีวิตของเขาขึ้นไปอีกขั้น แต่ลู่ผิงเป็นข้อยกเว้น ในสามปีที่เขาอยู่ที่นี่ เขาตกการทดสอบใหญ่ประจำปีไปถึงสอง ครั้งและยังเรียนระดับเดิมถึงสองปีซ้อน มาวันนี้ เขายังเป็นนักเรียนปีหนึ่ง ตามระเบียบของสถาบันไจเฟิงแล้ว นักเรียนที่สอบตกการทดสอบประจำปีสามครั้งจะถูกไล่ออก

กฎระเบียบเหล่านี้ของสถาบันอะลุ่มอล่วยมากแล้ว ถ้าเป็นสถาบันที่เข้มงวดอื่น ๆ คนอย่างลู่ผิงคงถูกไล่ออกไปตั้งแต่เดือนแรก ขณะนี้การทดสอบประจำปีครั้งที่สามกำลังใกล้เข้ามา และม่อเซินซึ่งเชื่อมต่อพลังวิญญาณแห่งรูปก็เห็นได้ว่ายังไม่มีความเป็นไปได้แม้เพียงเล็กน้อยที่ร่างกายของลู่ผิงจะผ่านการทดสอบ

ลู่ผิงจะถูกไล่ออกจากสถาบัน แล้วซูถังล่ะ

สัญชาตญาณของเขาให้คำตอบแล้ว ถ้าซูถังถูกบังคับให้ต้องปล่อยมือ สิ่งที่นางปล่อยจะไม่ใช่ลู่ผิง ม่อเซินมองเห็นได้จากดวงตาของนางอย่างชัดเจน

นี่ทำให้เขายิ่งชื่นชมซูถังขึ้นไปอีก แม้ว่าเขาจะอยากให้ซูถังแยกกับลู่ผิงจริง ๆ แต่ถ้าซูถังเป็นคนทำเอง เขาก็คงผิดหวังเล็กน้อย

ตอนนี้ที่เขาเห็นในตัวซูถังไม่เพียงความสามารถและความมุ่งมั่นเท่านั้น แต่ยังมีศีลธรรมที่ดีงามอีกด้วย

เขาหวังว่าลู่ผิงจะเห็นสิ่งนี้ เขาหวังว่าลู่ผิงจะตั้งใจคิดว่าซูถังต้องเสียสละเพื่อเขาขนาดไหน เขาอยากให้ลู่ผิงคิดว่าเขาทำอะไรเพื่อซูถังได้บ้าง

ม่อเซินหันตัวมองตรงไปที่ลู่ผิงซึ่งยืนอยู่ข้างทางเดิน ซูถังก็รู้ว่าคำพูดที่ม่อเซินพูดนั้นต้องการให้ลู่ผิงได้ยิน ซูถังยิ้มและยืนแอบข้างหลังม่อเซิน จากนั้นนางหันไปยิ้มเยาะใส่ลู่ผิง

“ครับ!” ลู่ผิงพยักหน้าแรง ๆ ให้ม่อเซิน “คำสอนของครูม่อเซิน เจ้าได้ยินไหม ซูถัง เจ้าต้องพยายามกว่านี้เป็นสองเท่า มีเพียงแบบนั้นที่เวลาเจ้าต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกที่น่าละอายเช่นนั้น เจ้าจะสามารถเลือกทางที่สมบูรณ์แบบได้ คือไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าเรื่องใด”

สีหน้าของม่อเซินเย็นชาขึ้นมาทันที สีหน้าจริงจังของลู่ผิง สำหรับเขาแล้วไม่ต่างจากปีศาจ  เขาผิดไปแล้ว เขาคิดผิดไปเกี่ยวกับนิสัยใจคอของลู่ผิง เขาเป็นตัวถ่วงของซูถังมาได้สามปีโดยไม่รู้สึกละอาย เจ้าคนที่รู้จักแต่รับ ไม่รู้จักการให้คนนี้ มันตกลงใจที่จะเกาะซูถังจนตายเลยใช่ไหม มันอยากจะรอดโดยให้ชีวิตซูถังพังพินาศหรือไง มันก็เป็นแค่เจ้าปีศาจดูดเลือกไร้ยางอายน่ารังเกียจเท่านั้น เป็นตัวกาฝาก

จิตสังหาร!

ครั้งนี้ ม่อเซินมีจิตคิดสังหารจริง ๆ เจ้าคนน่ารังเกียจนี่ คิดจริง ๆ หรือว่าไม่มีใครทำอะไรมันได้ ไม่หรอก ก็แค่ทุกคนยังมีความหวังให้มันนิดหน่อยเท่านั้น แต่ตอนนี้สำหรับม่อเซินแล้ว กฎระเบียบที่ผ่อนคลายของสถาบันช่างเสียเปล่ากับคนอย่างนี้เสียจริง เจ้าสวะนี่ ไม่ต้องมีชีวิตอยู่หรอก

จิตสังหารเพียงเล็กน้อยที่หลุดรอดออกมาถูกกดลงทันที ครั้งนี้แม้แต่มดแมลงยังไม่แตกตื่น

เพราะว่าครั้งนี้ม่อเซินตั้งใจจริง เขาไม่เพียงแสดงความโกรธชั่วครั้งคราวเท่านั้น จิตสังหารถูกเขาปิดบังไว้อย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ต้องการจะจัดการมันทันที เพื่อซูถังแล้ว เขาตั้งใจจะทำให้การตายของลู่ผิงน่าเชื่อถือ

“เอาเถอะ พวกเจ้าไปได้” ม่อเซินโบกมือไล่พวกเขาสองคน

“ครูม่อเซินคะ จากหน้าต่างมาถึงตรงนี้ ลู่...” ซูถังเริ่มกล่าวอีกครั้ง

“ไว้มาคุยกันหลังจากเขาผ่านการทดสอบประจำปีได้ก่อนแล้วกัน” ม่อเซินว่า

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ ครูม่อเซิน” ซูถังออกจากสวนดอกไม้อย่างยินดี ม่อเซินดูนางเดินไปกับลู่ผิงอีกระยะหนึ่ง จากนั้นเขาก็หันกลับไปมองดอกบัวที่ถูกเหยียบจนแบน เขาชี้ไปที่มัน ดอกตูมหลุดออกจากก้าน เหลือไว้เพียงก้านที่มีน้ำเลี้ยงสีเพลิงซึมออกมา มันดูเหมือนเลือดที่ซึมไปในดินโคลน

 

…………………………………………………………………….


ตอนที่ 1 แปลจากอังกฤษแล้วไปเทียบกับจีนทีหลังเพื่อความเร็ว สำนวนก็จะฝรั่งหน่อย ๆ

ขออธิบายระดับวิชาเล็กน้อยนะคะ ต่อไปก็มีอธิบายแต่จะเขียนตรงนี้ก่อนเลย

ก็คือแต่ละคนจะมีพลังวิญญาณ 6 แบบ ตามประสาทสัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง กาย และความคิด แต่ละพลังวิญญาณก็ฝึกวิชาได้ 6 ขั้น รวม 6*6 = 36 ขั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าถนัดด้านไหน หลังจากมีพลังไหนฝึกมาถึงขั้นหกก็จะมีการเชื่อมต่อ คำอธิบายคือ พลังวิญญาณที่มีถึงขั้นหกจะสามารถเชื่อมต่อกับพลังวิญญาณสูงสุด ชื่อว่า excellence soul ยังนึกคำไทยดี ๆ ไม่ออกก็เลยแปลเป็นความทรงจำไปก่อนนะคะ เพราะเป็นพลังวิญญาณที่สื่อถึงความทรงจำ (นึกภาพพลังความทรงจำอยู่ตรงกลางมีพลังวิญญาณอีกหกล้อมรอบ) ซึ่งยิ่งเชื่อมต่อหลายพลัง ยิ่งเก่งมาก เอาเป็นว่าสมมติมี 1 เชื่อมต่อ 2 คนมาสู้กับ 2 เชื่อมต่อคนเดียวจะสู้ไม่ได้เลยล่ะค่ะ




NEKOPOST.NET