[แปล] Mother of Learning ตอนที่ 7.1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[แปล] Mother of Learning

Ch.7.1 - ช่องว่างกับการเสแสร้ง (1/2)


ตอนแรก โซเรียนไม่แม้แต่สังเกตเห็นเขาซึ่งก็น่าสนใจในตัวมันเอง ตั้งแต่ที่แซคไม่ได้เป็นคนจะมองข้ามไปได้ง่าย ๆ เลย เด็กชายรักที่จะเป็นที่สนใจและดูเหมือนจะมีปัญหากับการนั่งนิ่งและเงียบ บางอย่างที่ยังคงสอดคล้องกันกระทั่งหลังจากที่แซคกลายเป็นนักท่องกาลเวลาพิลึกกึกกือสักอย่าง อย่างไรก็ตาม วันนี้เสียงดังและฮึกเหิมเช่นปกติของเด็กชายกลับกลายเป็นความเงียบสงัดน่าขนลุก นอกจากนั้นเขายังทิ้งที่นั่งทุกทีของเขาที่หลังห้องเรียนมาสู่ที่นั่งใกล้ ๆ กับด้านหน้าแทน หากพฤติกรรมที่หลุดบุคลิคของเขาไม่ได้ทำให้ผู้คนเหลือบมองเขาบ่อยครั้งนัก โซเรียนก็คงจะมองข้ามเขาไปแล้ว

เขายังคงตกใจกับการได้เห็นเด็กชายในชั้นเรียนในที่สุด ขณะที่เขาได้หยุดการแกะรอยเขาไปแล้ว เขายืนอย่างไอ้งั่งที่กลางห้องเรียน จากนั้นหลังจากคิดชั่วครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มมุ่งหน้าตรงไปยังตัวการในสถานการณ์ของเขาเอง

สัญชาตญาณแรกของเขาคือการรีบพุ่งไปยังเด็กชายและลากเขาไปสักมุมที่ถูกลืมเพื่อทำทุกอย่างให้ชัดเจน ทว่าภาพลักษณ์ที่ข่มกลั้นของแซคทำให้เขาต้องหยุด ผิวของแซคซีดเผือดและไร้เลือด ทั้งเขายังหายใจสั้นและเร็วเกินไปเล็กน้อยสำหรับคนสุขภาพดี เขาดูป่วย คิดเกี่ยวกับมันอย่างระแวดระวังสักหน่อยแล้ว การเข้าบุกทะลวงเด็กชายตรง ๆ คงจะประมาทไปหน่อยและเป็นไปได้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เขาพ่ายแพ้ลิชไปก็ทางหนึ่ง แต่แซคก็ยังมีพลังมากกว่าโซเรียนมหาศาล และโซเรียนก็ไม่มีความคิดเลยว่าเด็กชายจะแสดงท่าทีอย่างไร หากเขารู้ว่ามีใครอีกคนหนึ่งติดอยู่ในการผจญภัยท่องกาลเวลาของเขาด้วย ถึงอย่างไร เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับเด็กชายในไม่ช้าก็เร็ว ดังนั้นเขาจึงมีเจตนาอย่างเต็มเปี่ยมในการติดต่อกับเด็กชายไว้เป็นอย่างน้อย เขาไล้สายตามองหน้าห้องเรียน มองหาที่นั่งว่างใกล้กันกับแซคที่จะทำให้เขาได้ทำการศึกษาเด็กชายในระหว่างการบรรยาย

เขาไม่ต้องลำบากลำบนมองหาเลย – แซคนั่งใกล้กับไบรอัม และทุกที่นั่งรอบ ๆ ไบรอัมก็ว่างเปล่า สาเหตุก็ง่ายที่จะทำนาย : ผู้คนล้วนอึกอักที่จะเข้าใกล้กับเจ้าเดรกอัคนีที่ดูเกรี้ยวโกรธซึ่งเขาถืออยู่ สำหรับใครบางคนที่มีความรู้ของอนาคต โซเรียนรู้ดีว่าความกลัวของพวกเขาสมเหตุสมผลแล้ว ขณะที่เจ้าเดรกอัคนีหนุ่มไม่ได้จุดไฟใส่ใครก็ตาม (และบางครั้งโซเรียนก็สงสัยว่าคงต้องขอบคุณความอ่อนวัยและการไร้ความสามารถของเดรก แทนที่จะบอกว่ามันรู้จักยับยั้งชั่งใจ) แต่มันก็ไม่ลังเลที่จะกัดหรือข่วน และยากที่จะบอกว่าอะไรที่ทำให้มันทำแบบนั้น โชคดีที่ดูเหมือนว่าความอดทนของโซเรียนจะดีกว่าผู้คนส่วนใหญ่ ดังนั้นเขาจึงพรวดพราดในที่นั่งถัดจากไบรอัมง่าย ๆ สยบเสียงขู่ฟ่อของเจ้ากิ้งก่าด้วยการเหลือบมองอย่างรำคาญ เขามองยังดวงตาเสี้ยวสีเหลืองของเดรกอัคนี จนกระทั่งเจ้าสัตว์เลื้อยคลานหันหัวของมันไปและปล่อยเขาไว้ตามลำพัง

"ว้าว นายสยบเขาได้ในทันทีเลย" ไบรอัมตั้งข้อสังเกต "ฉันหวังว่าฉันจะควบคุมเขาได้ง่าย ๆ แบบนั้นบ้างนะ"

เดรกอัคนีตะครุบขากรรไกรของมันในอากาศเบื้องหน้าใบหน้าของไบรอัม ทำให้เด็กชายสะดุ้งโหยง ไบรอัมขุ่นเคืองอย่างหงุดหงิดและเห็นได้ชัดเลยว่าได้แต่ช่างประเด็นนั้นไป ไม่ใช่ครั้งแรกที่โซเรียนนึกสงสัยว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้ฉลาดเท่าไรจริง ๆ

จากนั้น เขาทำตัวอย่างดีที่สุดให้เป็นธรรมชาติ โซเรียนหันไปทางแซคที่นั่งห่างจากเขานิดหน่อย

"นายดูโคตรแย่เลย" โซเรียนตั้งข้อสังเกต

แซคโอดครวญและฝังใบหน้าของตัวเองในมือของเขา "ฉันรู้สึกโคตรแย่เลย" เขาครวญคราง "ไอ้ซากกระดูกนั่นทำบ้าอะไรกับฉันวะเนี่ย ?"

หัวใจของโซเรียนเต้นรัวขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความคิดเห็นของแซคจะถูกมองว่าเป็นการใช้อุปมาอุปไมยแปลกประหลาด แต่สำหรับโซเรียนแล้ว มันยืนยันได้เลยว่าแซคเป็นนักท่องกาลเเวลา ไม่มีจุดที่ต้องเดาเลยว่าใคร หรือว่า 'ซากกระดูก' ลึกลับนั่นคืออะไรกัน

ตอนนี้... เขาควรจะทำให้แซคพูดให้มากยิ่งขึ้นโดยไม่เปิดเผยว่าเขารู้อะไรมากกว่าที่ควรจะเป็นได้อย่างไรกันล่ะ ?

"ซากกระดูก ?" โซเรียนถาม ด้วยน้ำเสียงฉงน

แซคอ้าปากเพื่อตอบสนอง แต่อิลซ่าก็เลือกเวลาเดินเข้ามาในห้องเรียนตรงเผง และแซคก็วางหัวข้อนั้นลง

โซเรียนต้องระงับตัวเองจากการเหลือบมองไปยังอิลซ่าขณะที่หล่อนยิ้มให้เขา เจ้าหล่อนจะรออีกสักสองสามนาทีไม่ได้เลยหรืออย่างไรเนี่ย ?

โดยเมินเฉยและไม่สนใจคำบ่นอุบในใจของโซเรียน อิลซ่ารับรายชื่อนักเรียนที่มาจากอโคจาและเริ่มแนะนำตัวเองกับวิชาเรียน มันไม่มีอะไรที่โซเรียนไม่เคยได้ยินในแปดครั้งมาก่อน ดังนั้นเขาจึงเมินหล่อนเป็นส่วนใหญ่ จับตามองแซคและวางแผนว่าจะกลั่นเอาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการท่องเวลามาจากเขาได้อย่างไร

ทันใดนั้นเขาตระหนักว่าอิลซ่าหยุดพูดลงและมองมาทางเขา หลังจากชั่วประเดี๋ยวหนึ่งเขาก็ตระหนักได้ว่าหล่อนมองแซค

"มิสเตอร์โนเวด้า คุณดูไม่สบายเลยนะคะ ช่วยบอกฉันทีนะว่าคุณไม่ได้มาเข้าชั้นเรียนของฉันทั้งที่ยังเมาค้างอยู่น่ะ"

ห้องเรียนระเบิดเสียงหัวเราะและแซคก็สะดุ้งหนี คงเพราะเสียงที่ดังรบกวนเขาในสภาพเช่นนี้ หรือไม่ก็เป็นเพราะเขาตระหนักถึงคลื่นใต้น้ำหรือความยุ่งยากในคำถามของอิลซ่า ไม่ว่าจะทางไหนเขาก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

"ไม่ใช่เมาค้างหรอกครับ" แซคท้วง "ผมแค่ตื่นขึ้นมาทั้งแบบนี้เลย ผมสาบานได้"

"และคุณก็คิดว่าการมายังห้องเรียนทั้งแบบนี้เป็นความคิดที่ดี... ทำไมล่ะ ?" อิลซ่ากระทุ้ง

"เอ้อ... ผมมิได้คิดว่ามันเป็นนานเท่านี้เลยจริง ๆ ผมคะเนว่ามันคงจะหายไปเองในสักชั่วโมงหรือสองชั่วโมง" แซคกล่าวเสียงเจื่อน

โซเรียนขมวดคิ้ว หากการเจ็บป่วยเป็นผลมาจากคาถาที่ลิชเล็งมายังพวกเขาในเย็นวันนั้น (และแซคก็ดูเหมือนจะคิดแบบนั้น ในความเห็นที่บ่งชี้ก่อนหน้านี้) นั่นก็หมายความว่าแซคประสบผลจากมันสำหรับ 8 เดือนที่ผ่านมาหรือราว ๆ นั้นที่แซคได้ขาดเรียนไปอย่างยาวนาน ทำไมแซคถึงคาดหวังว่าอาการที่ร้ายแรงแบบนั้นจะผ่านพ้นไป 'ภายในหนึ่งหรือสองชั่วโมง' กันเล่า ?

ทำไมถึงไม่มีคำตอบง่าย ๆ ในเรื่องทั้งหมดนี้บ้างเลยนะ ?

"แต่มันก็ไม่" อิลซ่าสรุป "ขณะที่ฉันยกย่องในความทุ่มเทให้กับการศึกษาของคุณ" โซเรียนได้ยินอโคจาทำฮึดฮัดอย่างชัดเจนเป็นเสียงพื้นหลัง "ฉันต้องยืนยันให้คุณกลับบ้านซะ หรือจะดีกว่าหากจะไปพบผู้บำบัด คุณดูเหมือนกับจะล้มฟุบลงไปได้ทุกเมื่อเลย"

ก่อนที่แซคจะพูดอะไรก็ตาม โซเรียนก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง

"ผมพาเขากลับบ้านเองครับ อาจารย์" เขากล่าว แซคส่งสายตาประหลาดใจมายังเขา และอิลซ่าเพียงพยักหน้าและไล่พวกเขาออกไป

โซเรียนหยิบกระเป๋าของตัวเองและออกมาพร้อมกับลากแซค ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับตัวเอง เขาได้ข้ออ้างอย่างถูกต้องในการพูดคุยกับแซคเป็นการส่วนตัวและได้รับอนุญาตให้โดดคาบเรียนที่เขาเข้ามากว่า 8 ครั้งแล้วจนตอนนี้ ชัยชนะจะสมบูรณ์แบบมากไปกว่านี้ได้อีกหรือ ?

"นายไม่ต้องทำแบบนี้เลยนะรู้ไหม ?" แซคตั้งข้อสังเกต ติดตามอยู่ข้างหลังเขา "ฉันกลับบ้านด้วยตัวเองได้หรอก ฉันไม่ได้ป่วยขนาดนั้น"

"แต่ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น ฉันก็ต้องนั่งแกร่วไปอีก 2 ชั่วโมงของการทบทวนน่าเบื่อนั่นน่ะสิ" โซเรียนย้อน

แซคหัวเราะ แต่เสียงหัวเราะของเขาก็สะดุดลงอย่างรวดเร็วแทนที่ด้วยเสียงไออย่างเจ็บปวด

"ไอ้เวรตะไล" เขาส่งเสียงฮืดฮาด "มันเล่นงานฉันซะเอาเรื่องจริง"

"นายพูดถึงใครน่ะ ?" โซเรียนกระตุ้น

"ไม่สำคัญหรอกน่ะ" แซคพึมพำ เขาสูดลมหายใจลึกและจ้องโซเรียนอย่างพิจารณา "เฮ้ อยากไปที่โรงอาหารแล้วหาอะไรสักอย่างกินกันไหม ?"

"นายคิดว่ากระเพาะนายรับได้เหรอ ?" โซเรียนถาม

"แน่นอน" แซคพยักหน้า "ฉันหิว !"

โซเรียนยักไหล่และวาดมือให้แซคนำทาง

นั่นเป็นเรื่องที่ว่าโซเรียนค้นพบว่าตัวเองปันโต๊ะกับตัวการของปัญหาการท่องเวลาของเขาได้อย่างไร เขาพยายามคิดการเปิดสนทนาที่เขาต้องการกับเด็กชาย หรือว่าเขาควรจะรอสักวันสองวันให้แซคเคยชินกับตัวตนของเขาเองดีล่ะ ? อืมม...

"นายรู้ไหม ฉันว่าสถานการณ์ทั้งหมดนี้มันน่าขันชะมัด" แซคพูด ทั้งยังเต็มปาก ตักเส้นเข้าปากตัวเอง และพยายามพูดในเวลาเดียวกัน นี่สิที่น่าตลก แม่ของเขามักจะยืนกรานว่าเขาควรจะทำตัวให้ 'เหมือนชนชั้นสูง' หล่อนต้องหัวใจวายแน่ ถ้าเขาเลียนแบบมารยาทการกินของแซคน่ะ "พ่อนักเรียนคนดีอย่างนาย โดดเรียนมากินมื้อเที่ยงกับคนพาล... โลกนี้มันเป็นอะไรกันไปเนี่ย ? แม่ของนายจะพูดยังไง ถ้าหล่อนได้มาเห็นนายตอนนี้น่ะ ?"

"ประการที่หนึ่ง ฉันไม่ได้โดดเรียน – ฉันพานายกลับบ้าน" โซเรียนบ่งชี้ เมินเฉยเสียงฮึดฮัดจากแซค "พวกเราก็แค่หยุดสำหรับการทานอาหารเพื่อที่นายจะไม่เป็นลมจากความหิวก่อนที่พวกเราจะไปถึง" อีกเสียงดังฮึดฮัด "และแม่ของฉันก็จะตาเป็นประกายไปทั้งหมดแน่ ว่าใครกันที่ฉันได้ทานอาหารกลางวันด้วยและหลงลืมว่าฉันควรจะอยู่ในห้องเรียนไปในพลัน"

"อ้า การไต่เต้าทางสังคม" แซคว่า สีหน้าบูดบึ้งบนใบหน้าของเขา "ไม่ต้องพูดมากกว่านี้เลย อย่างน้อยนายก็เป็นผู้ชาย ดังนั้นหล่อนก็ไม่พยายามจับคู่พวกเราหรอก"

"อ่า ฉันมีน้องสาวอายุ 9 ขวบนะ...."

"อย่าริอ่านเชียว" แซคเตือน

"ได้" โซเรียนยินยอม ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้ต้องการให้ดำเนินไปในทิศทางนั้นอยู่แล้ว "แล้ว นายจะบอกฉันได้ยังว่าใครมากวนนายหรือว่าอะไร ?"

"นายหนวกหูมากกว่าที่ฉันจำได้อีกนะ" แซคพูดอย่างขุ่นเคือง "อะไรที่นายคิดว่าใครมากวนฉันกัน ?"

"ความเห็นของนายชัดเจนไม่ได้อ้อมค้อมเท่าที่นายคิดว่ามันเป็นหรอกน่ะ" โซเรียนกล่าว

"อะไรก็ช่าง" แซคหยัน "ฉันแค่สูดควันประหลาดสักอย่างเข้าไป ตอนที่ฉันกำลังง่วนอยู่กับรสายนเวทของฉันเมื่อวาน ก็แค่นั้น"

อ้า ข้ออ้าง 'อุบัติเหตุทางรสายนเวท' อันน่าเชื่อถือ ช่างคร่ำครึ แต่ก็ยังมีประสิทธิภาพ โซเรียนเองก็ใช้มันสองสามครั้งสำหรับตัวเอง ในกรณีไหนก็ช่าง เขาจะไม่ปล่อยไปง่าย ๆ แน่ เขาตัดสินใจเสี่ยงและพยายามยั่วยุปฏิกิริยาจากเด็กชาย

"งั้นคงเป็นควันที่ประหลาดจริง ๆ – ผลพวงนี่มันดูอย่างกับเป็นผลจากเวทวิญญาณงั้นแหละ" โซเรียนใคร่ครวญเสียงดัง

โซเรียนคาดหวังท่าทางสักอย่างจากแซค แต่สิ่งที่เขาได้รับนั่นออกจะหนักแน่นยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้ แซคลุกตัวขึ้นจากที่นั่งของเขาในทันที ดวงตาเบิกกว้างในการเข้าใจอย่างแท้จริง "แน่นอน ! นั่นแหละสาเหตุที่ฉันยังคงทุกข์ทนกับผลกระทบอยู่ กระทั่งหลังจากการคืนกลับแล้ว ! ไอ้ระยำนั่นตั้งเป้าให้ทุกสิ่งหวนส่งกลับ – ยังวิญญาณของฉัน !"

ความเงียบกริบในโรงอาหารขณะที่ทุกคนมองมายังเด็กบ้าที่ตะโกนไร้สาระในโถงอาหารที่พลุกพล่าน แซคค่อย ๆ ลดมือของตัวเองลง (เขาได้โบกไม้โบกมือร่ายอย่างรุนแรงในระหว่างการปราศรัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขา) และพูดขอโทษอู้อี้เสียงเบาสำหรับคนอื่น แต่โซเรียนได้ยิน เสียงหัวเราะกระจัดกระจายในหมู่นักเรียนสักครู่หนึ่งก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ

"เอ้อ..." แซคเปรย "บางทีพวกเราควรจะไปว่ากันต่อที่บ่อน้ำพุ เป็นไง ?"

"ไม่รู้สิ" โซเรียนตั้งข้อสังเกตอย่างระวัง "ถ้านายตั้งใจจะเสียงดังขนาดนี้ ฉันไม่คิดว่ามันจะช่วยได้นักหรอกน่ะ"

"โอ้ ฮ่า ๆ" แซคงึมงำ "ฉันก็แค่ตื่นเต้นนิดหน่อยน่ะ... ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นไอ้ก้อนน้ำแข็งอย่างนายหรอกนะ โซเรียน"

"ก้อนน้ำแข็ง ?" โซเรียนถาม มีคลื่นใต้น้ำของคำเตือนในน้ำเสียงของเขา

แต่แซคเก็บข้างของไปแล้ว และโซเรียนก็ไม่อาจทำอะไรได้นอกไปจากฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ และติดตามหลังเขาไป แซคยังคงระเบิดใส่เล็กน้อยกับสองสามคำถามของเขา ดังนั้นมันก็ไม่ใช่ความทรงจำของเขาหรือกระทั่งจิตของเขาที่ถูกส่งกลับ – แต่เป็นวิญญาณของเขา นั่นก็อธิบายได้ว่าทำไมทักษะคาถาและการก่อรูปของเขาจึงไม่จากหายไปทุกครั้งที่เขาเริ่มต้นใหม่ มันเป็นความรู้โดยสามัญว่าเวทมนตร์ผูกพันธะกับวิญญาณอย่างแน่นหนา ถึงแม้จะไม่มีใครรู้กลไกที่แน่นอนของปฏิสัมพันธ์ของพวกมันเลยก็ตาม

เมื่อพวกเขามาถึงยังน้ำพุ แซคดูเหมือนจะอยู่ในอารมณ์ครุ่นคิด โซเรียนจึงใช้เวลาสักครู่หนึ่งในการศึกษาปลาหลากสีสรรซึ่งแหวกว่ายในอ่างน้ำพุ  เขารู้สึกเห็นใจสิ่งน่าเวทนาเหล่านี้ เพราะพวกมันคงอยู่ได้ไม่นานนัก สำหรับหลายปีดีดักที่บ่อน้ำพุอยู่ในสภาพทรุดโทรม และมันก็เพียงเพราะเทศกาลคิมหันตฤดูอันอลังการกว่าปกติ มันจึงได้รับการซ่อมแซม วิทยาลัยจะยังคงดูแลรักษามันต่อไปหลังผ่านพ้นช่วงนั้นแล้วหรือ ?  ไม่อยู่แล้ว และมันก็มีโอกาสน้อยนักแหละที่จะมีสภาพดีเพียงพอให้พวกปลามีชีวิตรอด วันที่เหลือของพวกมันถูกนับไว้แล้ว

"โซเรียน..." แซคกระตุ้น

"หืม ?"

"บอกฉันสิ... นายรู้อะไรเกี่ยวกับการท่องเวลาบ้าง ?"

โซเรียนกะพริบตา อ่า ตรงจังแฮะ

"การท่องเวลา ?" โซเรียนถามด้วยความสนเท่ห์เท่าที่จะแสร้งทำได้ "ก็ไม่มาก ฉันเดาว่างั้นนะ มีอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นกันล่ะ ?"

"เออะ ก็นะ..." แซคพูดจาอึกอัก เกาคางของตัวเองอย่างประหม่า "บางทีนายอาจคิดว่าฉันบ้า แต่ว่าฉันเป็นนักท่องกาลเวลาแบบนั้นแหละ"

ว้าว แซคไม่คิดจะเก็บงำอะไรเลยจริง ๆ รึไง ?

"นายก็ดูไม่แก่นี่" โซเรียนตั้งข้อสังเกต "ถ้านายมาจากอนาคต มันก็คงไม่ได้ไกลกันมากนัก"

"ไม่ ไม่ใช่ มันเหมือนกับว่า... โลกทั้งโลกรีเซ็ตตัวเองในคืนของงานเทศกาลคิมหันตฤดู และฉันเป็นเพียงแค่คนเดียวที่จำได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"

เป็นวิธีการอธิบายที่น่าสนใจทีเดียว แม้ว่าความคิดที่ว่าคาถามีผลกระทบกับโลกทั้งใบจะไร้สาระยิ่งกว่าความคิดที่ว่าเป็นการทำงานของเวทท่องกาลเวลาก็เถอะ

"ฉันอยู่ในเดือนนี้... พระเจ้า อย่างน้อยก็ 200 ครั้งแล้ว" แซคกล่าวต่อ "อันที่จริง ฉันก็เริ่มจะนับไม่ได้แล้ว"

"เดี๋ยวนะ นายพูดอย่างกับว่านายหยุดมันไม่ได้งั้นแหละ" โซเรียนกล่าว อดไม่ได้ที่จะหลุดความตื่นตระหนกในน้ำเสียงของเขาเล็กน้อย โชคดีที่แซคเห็นจะกระวนกระวายเกินกว่าจะสังเกตเห็น

"แบบนั้นแหละ ฉันไม่รู้ว่าจะหยุดมันได้ยังไง !" แซคตะโกนก่อนที่จะตระหนักได้ว่าเขากำลังทำอะไรและเงียบเสียงลงเพื่อให้ดึงดูดความสนใจที่ไม่ได้ต้องการ "ฉันโดนคาถาโจมตีใส่ในการคืนกลับก่อนหน้านี้ แล้วผลกระทบของมันก็ไม่หายไปเลย ตอนที่ฉันกลับคืนมาในอดีต"

โซเรียนขมวดคิ้ว 'การคืนกลับก่อนหน้า ?' แล้วอีก 7 ครั้งที่เหลือล่ะ ? นี่แซคได้ข้ามพวกมันไปหรือว่าเขาเพียงแค่จำพวกมันไม่ได้ ? เรื่องที่เกิดขึ้นกับโซเรียนหลังจากผลคาถาของลิชอาจจะรุนแรงเสียยิ่งกว่าสิ่งที่ตอนนี้เขากำลังมองหาอยู่ –  ถ้าหากว่าแซคใช้เวลาในการเริ่มต้นใหม่ทั้ง 7 ครั้งที่ผ่านมาในสภาพโคม่าล่ะ ? ถึงนั่นจะมีคำถามตามมาว่าทำไมผู้คุ้มครองของเขาถึงรายงานว่าเขาหายตัวไปแทนที่จะเรียกตัวผู้บำบัดมาก็เถอะ

"ฉันเดาว่ามันคงเป็นคาถาเวทวิญญาณอย่างที่นายว่าจริง ๆ" แซคกล่าวต่อ "นับแต่นี้ไปฉันต้องระวังพวกนั้นไว้แล้ว ยังไงก็เถอะ ตอนแรกฉันคิดว่ามันก็แค่เจ็บปวดออด ๆ แอด ๆ ที่เดี๋ยวก็ผ่านไป และฉันก็คิดถูกแล้วล่ะ ฉันรู้สึกดีขึ้นกว่าที่เป็นเมื่อเช้าแล้ว แต่มันก็แค่ว่าไม่ใช่ร่างกายของฉันที่ได้รับผลกระทบหรอก – หัวฉันก็ไม่เข้าที่เข้าทางเสียเลยตั้งแต่ตื่น"

โอ้ อย่านะ...

"ฉันจำไม่ได้แล้วว่าฉันเริ่มต้นอยู่ในวังวนเวลานี้ได้ยังไง" แซคสรุป ยืนยันความหวาดกลัวของโซเรียน "หรือว่าฉันเป็นคนเริ่มมันเองตั้งแต่แรกกัน ความจำของฉันมันว่างเปล่าไปหมดเลยในตอนนี้ ฉันหวังว่ามันจะกลับมานะ แต่..."

โซเรียนมองยังเด็กชาย สีหน้าแข็งทื่อ โดยทั่วไปแล้วพวกเขาทั้งคู่เงียบกริบ

แซคดูเหมือนจะตีความท่าทีจริงจังของโซเรียนแปลกแยกออกไปเล็กน้อย

"นายไม่เชื่อฉัน" เขาสรุป

"มันค่อนข้างเกินจริง" โซเรียนพูด ถ้าเขาไม่ได้มาอยู่เห็นเช่นนี้ เขาไม่เชื่อแน่ ไม่เลย "แต่ฉันค่อนข้างเป็นคนใจกว้าง ตอนนี้มาลองทำทีว่านายพูดถูกต้องก็แล้วกัน มีอะไรเกิดขึ้นกับฉันบ้างล่ะ ?"

แซคโก่งคิ้วตัวเองยังเขา เห็นได้ชัดว่ากังขากับอะไรสักอย่าง

"หือ" เขาเอ่ย "นายแตกต่างไปจากตัวนายคนอื่นจริง ๆ นะ"

"ตัวฉันคนอื่น ?" โซเรียนถามอย่างสงสัย

"ช่าย" แซคพยักหน้า "ความทรงจำของฉันอาจจะกลวงไปบ้าง แต่ฉันจำนายได้แน่ ๆ ส่วนใหญ่ก็เพราะว่านายมักจะตายตั้งแต่การเริ่มต้นการโจมตี..."

แซคพูดงึมงำประโยคสุดท้ายเสียงเบา บางทีคงคิดว่าไม่อยากพูดแต่ก็ทำไปแล้ว โซเรียนแสร้งทำว่าเขาไม่ได้ยิน

"นายแตกต่างไปจากที่นายเคยเป็น" แซคว่า "นายขี้หงุดหงิดกว่านี้ และมักจะง่วนกับอะไรสักอย่างหรืออื่น ๆ นายไม่เคยเชื่อฉันเลยตอนที่ฉันพยายามบอกนายเกี่ยวกับการท่องเวลาทั้งหมด – นายคิดว่าฉันพยายามแหย่นายเล่น"

ก็นะ... เรื่องพรรค์นั้นมันฟังเหมือนกับเป็นอะไรที่พวกพี่ชายของเขาพยายามหลอกเขาเป๊ะ และแซคก็มีหลายสิ่งอย่างที่เหมือนกับสองคนนั้นอยู่แล้ว

"นายเปลี่ยนไป" แซคสรุป "นายใจเย็นขึ้น ปล่อยวางขึ้น ฉันเดาว่างั้นนะ"

โซเรียนขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่าบุคลิกของตัวเองเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนั้น แต่เขายอมรับว่ามันยากที่จะไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อต้องอยู่ในอะไรแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่าเป็นเวลามากกว่า 8 เดือนแล้วที่ผ่านพ้น ตั้งแต่ที่โซเรียนเริ่มต้นใหม่ครั้งแรก

"แล้ว เดี๋ยวนะ... ทำไมฉันถึงเปลี่ยนล่ะ ?" โซเรียนถาม "นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าโลกทั้งใบมันรีเซ็ตตัวเองน่ะ ?"

"ไม่รู้สิ" แซคยักไหล่ จากนั้นก็มองเขาอย่างใคร่ครวญ "คิด ๆ ดูแล้ว นายเองก็เป็นเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ?"

โซเรียนมองเขาอย่างงุนงง เขาไม่ได้ติดกับง่ายดายปานนั้น

"ไม่เลย แหงล่ะ นายจำไม่ได้" แซคถอนหายใจ "อย่างน้อยนายรู้สึกมีอะไรแตกต่างไปเมื่อเร็ว ๆ นี้บ้างไหมล่ะ ?"

"คิดดูแล้วก็... ใช่" โซเรียนยืนยัน "ฉันเลือกวิชาเลือกที่แตกต่างไปจากที่ฉันตั้งใจไว้  แบบไม่มีเหตุที่ดีเลยจริง ๆ และฉันก็ทำสิ่งที่แตกต่างไปหลายอย่างตั้งแต่ที่มาถึงซีโอเรีย"

แรงจูงใจของโซเรียนที่พูดแบบนั้นมีสองอย่าง ประการแรก เขาอยากเห็นว่าแซคจะมีท่าทีอย่างไรกับความคิดที่ว่ามีอีกคนที่สมบุกสมบันในวังวนเวลาร่วมกับเขา ประการที่สอง เขาอยากวางพื้นฐานที่อธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงมีท่าทีที่แตกต่างกันในทุก ๆ การเริ่มต้นใหม่ ในกรณีที่เขาตัดสินใจว่าจะไม่บอกแซคเกี่ยวกับตัวเขาเอง

เขาประหลาดใจที่แซคยินดีที่จะเชื่อเขา เห็นได้ชัดเลยว่ากระทั่งหลังจากใช้เวลามาทั้งหมด (เกือบ ๆ 17 ปี ถ้าเชื่อที่เด็กชายบอก) แซคไม่ได้พัฒนาความสามารถในการอ่านใจคนอย่างมีประสิทธิภาพเลย หรือไม่ก็เพราะว่าโซเรียนเป็นนักแสดงที่ดีจริง ๆ

"แปลก" นั่นคือทั้งหมดที่แซคเอ่ย

"ช่าย" โซเรียนเห็นด้วย "แล้ว... มีคำแนะนำอะไรที่นักท่องเวลาจะบอกกับปุถุชนเช่นฉันได้บ้างล่ะ ? คาถาลับสุดเจ๋งเป้งไรงี้ ?"

"เอาตามตรงนะ คาถาส่วนใหญ่ที่ฉันรู้ก็มีแต่เวทยุทธ์" แซคยอมรับ "ฉันถนัดเรื่องเวทยุทธ์จริง ๆ ที่มันดีก็เพราะว่าฉันอยากจะทำให้มันดี มันมี... บางอย่างที่ฉันพยายามจะหยุดยั้ง"

"บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับคู่ปรับลึกลับที่ป่วนหัวนายน่ะเหรอ ?" โซเรียนพยายาม เขาอยากเข้าเรื่องการรุกรานในบทสนทนาจริง ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะโยงมันได้อย่างไร "อย่างน้อย นายจำได้รึเปล่าว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ?"

"เออะ" แซคฮึดฮัด "ส่วนใหญ่ ฉันจำได้ชัดเจนเลยว่านายอยู่ที่นั่น แต่นายตายตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการต่อสู้ – อย่าเคืองกันน่ะ โซเรียน แต่นายไม่ได้เป็นนักต่อสู้เอาเสียเลย – และจากนั้นฉันก็บุกทะลวงอย่างโง่ ๆ คิดว่าตัวเองคงกระพัน"

"ทำไมนายถึงคิดแบบนั้นล่ะ ?" โซเรียนถามด้วยความงุนงงโดยแท้ "ฉันหมายถึง ที่ว่านายคงกระพันน่ะ คงไม่ใช่ว่านายโอหังฉกาจฉกรรจ์เพราะรับรู้ว่านายหนังเหนียวหรอกนะ ?"

"นายรู้ไหมว่าฉันตายในการคืนกลับพวกนี้มากี่ครั้งแล้ว ?" แซคประท้วง "ความทรงจำของฉันอาจพลาดไปอีก แต่มันมหาศาล นายไม่ได้คิดจริงเอาจังกับมันตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว และมันไม่ใช่ว่าฉันพูดเหลวไหล – ฉันก็แค่ต้องระวังเรื่องของเนโครแมนซีในครั้งหน้า ใช่ไหมล่ะ ?"

"ไม่ใช่แค่เวทแห่งความตาย" โซเรียนตอบพร้อมถอนหายใจหนัก "เวทจิตเองก็ต้องกังวลด้วยเหมือนกัน นอกเหนือไปจากความเป็นไปได้ที่เห็นได้ชัดถึงการลงเอยด้วยการครอบงำจิต นายยังสามารถจบลงด้วยการมีที่ว่างจำนวนมากขึ้นในความทรงจำ – นายอาจจะกลายเป็นความคิดกลวงเปล่าไปทั้งหมด จากนั้นก็เป็นไปได้ที่จะมีเกส[1]บีบบังคับนายซึ่งผูกพันธะกับดวงวิญญาณเท่าที่ฉันรู้ ถ้านายเลินเล่อเกินไป สิ่งมีชีวิตบางอย่าง เช่น ภูตสางกินวิญญาณ – นั่นก็เป็นอีกอย่างที่ต้องกังวล และยังมีสองสามวิธีในการปิดผนึกความสามารถทางเวทมนตร์ของผู้วิเศษ ที่จะอยู่กับนายต่อไปกระทั่งนาย... 'คืนกลับ'"

แซคเงียบ แต่โซเรียนสาบานได้เลยว่าเขาถอดสีขึ้นขณะที่ฟังโซเรียนพูด

"และนั่นก็แค่สองสามอย่างที่ฉันนึกออก" โซเรียนจบ "ฉันแค่นักเรียนวิทยาลัย และไม่รู้อะไรทั้งนั้น มันชัดเจนเลยว่าพว- เอ้อ นายไม่ได้อยู่ยงคงกระพัน เข้าใจไหม ?"

โซเรียนกลืนน้ำลายอึก เกือบไปแล้ว มันโชคดีที่แซคไม่ได้นึกถึงเลย เพราะว่าสถานการณ์มันกลับกลาย เขาเรียกแซคเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก

"ว้าว นายฟังเหมือนค่อนข้างจะใส่ใจเชียว" แซคเอ่ยในที่สุดพร้อมกับซิกซี้อย่างประหม่า "นายเชื่อแล้วจริง ๆ ว่าฉันเป็นนักท่องกาลเวลา น่ะเรอะ ?"

โซเรียนยักไหล่ "ฉันไม่ได้เชื่ออย่างสมบูรณ์หรอก แต่มันไม่ใช่สิ่งคุ้มค่าที่จะขัดแย้งในความเห็นของฉันน่ะ ถ้านายบอกว่านายเป็นนักท่องกาลเวลา ถ้างั้นพวกเขาก็จะทำทีว่านายเป็นนักท่องกาลเวลาแล้วกัน"

ใช่ จนกว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้นสำหรับบุคลิคของแซค และเข้าใจว่าอะไรที่ต้องรับมือด้วยกับวังวนเวลา เขาก็จะเสแสร้งไว้ซะ

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

[1] Geas – คำสาปหรือคำบัญญัติประเภทหนึ่งตามตำนานของไอริช



NEKOPOST.NET