[แปล] Mother of Learning ตอนที่ 6.2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[แปล] Mother of Learning

Ch.6.2 - ความฝักใฝ่และการพยายามอีกครั้ง (2/2)


ดวงตาของโซเรียนเปิดออกในทันใดที่มีอาการปวดอย่างรุนแรงเกิดขึ้นที่ท้องของเขา ทั่วทั้งสรรพางค์ชักเกร็ง โค้งตัวงอต่อวัตถุที่ร่วงหล่นใส่ และฉับพลันนั้นเขาตื่นขึ้นเต็มตา ปราศจากร่องรอยของความง่วงงุนในหัวของเขา

"อรุณส-!"

คิริแอลตัดเสียงไปขณะที่โซเรียนลุกขึ้นตรง เบิกตากว้างอย่างหวาดผวา ไล่จับลมหายใจ เขาถูกฆ่า ! พวกมันฆ่าเขา ! เขาบอกใครบางคนเกี่ยวกับการโจมตีและเขาก็ถูกฆ่าทันทีในตอนเย็น ! พวกมันค้นพบอย่างรวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร !? ซีโนมีร์เป็นหนึ่งในขบวนการหรือพวกมันได้รับรายงานเป็นอย่างดี !?

"ฝันร้ายเหรอ ?" คิริแอลถาม

โซเรียนสูดลมหายใจลึก ละเลยต่อความเจ็บปวดในหน้าอกที่หลอกหลอนเขาอยู่ "ใช่ ฝันร้ายชัด ๆ"

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

โซเรียนรู้ว่าเขาควรจะตั้งใจฟังว่าอิลซ่าพูดอะไร แต่สำหรับชีวิตเขาตอนนี้ ความคิดของเขาไม่อาจหยุดกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลย นึกย้อนกลับไปแล้ว เขาก็ไม่ควรประหลาดใจนักที่เหตุการณ์กลับกลายเป็นแบบนั้น – การรุกรานระดับนั้นไม่อาจเก็บงำเป็นความลับโดยปราศจากการช่วยเหลือใหญ่โตจากภายในได้เลย ดังนั้นก็แน่นอนว่าพวกมันค้นพบว่าใครบางคนกำลังลั่นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับพวกมัน ! และนอกจากนั้น ถ้าการหยุดยั้งการรุกรานนั้นแก้ไขอย่างง่ายดายด้วยอาศัยแจ้งต่อผู้บังคับใช้กฎหมาย แน่ใจได้เลยว่าแซคจะทำมันไปเรียบร้อยแล้ว และโซเรียนก็คงไม่ต้องมาย้อนรอยเดือนนี้เป็นครั้งที่สามหรอก

แม้ว่าเขาจะเริ่มต้นพัฒนาความเคารพในสุขภาพสำหรับ...การตั้งต้นใหม่เหล่านี้ แต่นี่ก็เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาตายและเพียงผ่านเดือนนี้หนที่สาม เขาดูมีแนวโน้มที่จะตายเรื่อยไป ไม่ใช่ว่าแซคเคยพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเขาที่มักจะถูกเป่าเป็นจุณตั้งแต่การระดมยิงแรกเริ่ม นอกจากหมอนั่นจะทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับมันหรอกหรือ ?

เขาดึงตัวเองกลับสู่โลกความจริง เมื่อตระหนักว่าอิลซ่าหยุดพูดและจ้องมองเขาอย่างตั้งใจ เขามอบสายตาเป็นคำถามแก่หล่อน

"คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ ?" หล่อนถาม และโซเรียนก็สังเกตเห็นการเหลือบมองมายังมือของเขา ทำไมหล่อนถึง-

โอ้

มือเขาสั่นกึก เขาคงจะหน้าซีดด้วยเช่นกัน หากผิวที่มือของเขาแสดงออกปานนี้ เขาถูมือของตัวเองเข้าด้วยกันประเดี๋ยวหนึ่งและจากนั้นก็กำเป็นกำปั้นเพื่อยึดควบคุมพวกมันไว้

"ก็ไม่เชิงหรอกครับ" โซเรียนยอมรับ "แต่ผมไม่เป็นไร คุณไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกครับ"

หล่อนมองเขาระยะเวลาหนึ่งและจากนั้นก็พยักหน้า

"ดีค่ะ" หล่อนกล่าว "คุณอยากให้ฉันเทเลพอร์ตคุณไปที่วิทยาลัยไหมคะ ? ฉันไม่คิดว่าการโดยสารรถไฟในสภาพนี้จะเป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับคุณเลย"

โซเรียนกะพริบตา เสียซึ่งคำพูดจะเอื้อนเอ่ย เขารังเกียจการเดินทางทางรถไฟในเวลาทองเป็นที่สุด ดังนั้นข้อเสนอเช่นนี้ราวกับสิ่งประทานจากพระเจ้าแล้ว แต่...ทำไมล่ะ ?

"ผมไม่อยากจะรบกวนคุณหรอกนะครับ..." เขาลอง

"อย่ากังวลเลยค่ะ ถึงอย่างไรฉันเองก็ต้องไปอยู่แล้ว" หล่อนว่า "อย่างน้อย ๆ ก็เป็นสิ่งที่ฉันจะสามารถทำได้สำหรับการมาหาคุณสายและทำให้ตัวเลือกของที่ปรึกษาของคุณต้องเสียไป"

อ่า นั่นจริงทีเดียว ควิมเป็นที่ปรึกษาที่เลวร้าย ไร้ประโยชน์โดยแท้

โซเรียนขอตัวไปบอกแม่ว่าเขาจะไปแล้ว – ซึ่งใช้เวลานานมากในความคิดของเขา เพราะว่าแม่ไม่หยุดที่จะกระหน่ำคำถามเขาเกี่ยวกับการเทเลพอร์ตเลย ด้วยความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเขา – ก่อนที่จะหยิบสัมภาระของเขาและติดตามอิลซ่ามาข้างนอก เขาตื่นเต้นเล็กน้อยจริง ๆ เพราะว่าเขาไม่เคยเทเลพอร์ตมาก่อน เขาคงจะตื่นเต้นยิ่งกว่านี้ แต่ความทรงจำของการถูกแทงตายยังคงเป็นความน่าอึดอัดที่สดใหม่ หน่วงความกระตือรือร้นสักอย่างของเขา

"พร้อมนะคะ ?" หล่อนถาม

เขาพยักหน้า

"อย่ากังวลไปค่ะ ข่าวลือเกี่ยวกับความอันตรายของการเทเลพอร์ตส่วนใหญ่ก็เกินจริงทั้งนั้น" อิลซ่ากล่าว "คุณไม่สามารถกักวัตถุทึบให้ติดอยู่ภายในได้ – คาถาไม่ได้ทำงานแบบนั้น – และถ้ามีอะไรบางอย่างผิดพลาด ฉันก็ทราบในทันท่วงทีและสลายคาถาก่อนที่มิติจะฉีกพวกเราออกจากกัน"

โซเรียนทำหน้ามุ่ย เขารู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่เห็นประโยชน์ที่จะบอกไป – หล่อนได้ยินการแลกเปลี่ยนสนทนากับแม่อย่างไม่ต้องสงสัย

อิลซ่าเริ่มร่ายคาถาและโซเรียนก็ยืนตัวตรง ไม่ต้องการพลาด-

โลกกระเพื่อมเป็นระลอก จากนั้นก็เปลี่ยนผัน ทันใดนั้นพวกเขาทั้งคู่ยืนในห้องกลมที่มีแสงสว่างเพียงพอ วงเวทขนาดใหญ่แกะสลักในพื้นหินอ่อนที่พวกเขายืนอยู่ ไม่มีอาการเวียนศีรษะ ไม่มีประกายแสงวิบวับ ไม่มีอะไรเลย – ออกจะน่าผิดหวัง เขาศึกษาห้องที่พวกเขาอยู่ใกล้ ๆ พยายามทำความเข้าใจว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน

"นี่คือจุดเปลี่ยนเส้นทางการเทเลพอร์ตค่ะ" อิลซ่าว่า "เขตอาคมของวิทยาลัยจะสับเปลี่ยนทุก ๆ การเทเลพอร์ตมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แน่นอนว่าเป็นที่เข้าใจกันว่าคุณจะต้องป้อนข้อมูลอย่างถูกต้องและมีเอกสารอนุญาตเพียงพอที่จะเทเลพอร์ตได้" หล่อนจับสายตามองทะลุปรุโปร่งมายังเขา "การเทเลพอร์ตในพื้นที่เขตอาคมเป็นเพียงแค่หนึ่งในอันตรายมากมายของคาถา อย่าคิดลองมันด้วยตัวของคุณเองเชียวนะคะ"

"เอ่อ... ผมค่อนข้างแน่ใจว่าการเทเลพอร์ตมันห่างไกลเหนือระดับการเข้าถึงของผมนะครับ" โซเรียนบ่งชี้

หล่อนยักไหล่ "นักเรียนบางคนก็สามารถฟื้นฟูคาถาได้หลังจากที่ได้เห็นมันในทางปฏิบัติเพียงแค่ครั้งเดียว เมื่อคุณรู้คำร่ายมนตร์และการร่ายท่าทาง 80% ของพวกมันก็พร้อมสรรพสำหรับคุณแล้ว"

โซเรียนกะพริบตา ทำไมเขาไม่เคยคิดเรื่องนั้นมาจนกระทั่งตอนนี้เลยนะ ?

"คุณจะกรุณาร่ายคาถานั้นอีกครั้งได้ไหมครับ ?" เขาถามอย่างใสซื่อ "เพื่อผลประโยชน์ทางการศึกษาอันกวดขัน คุณก็ทราบ..."

หล่อนหัวเราะ "ไม่ค่ะ ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ฉันเดาว่าคุณคงมีมานาสำรองเพียงพอที่จะคาถานั้นเพียงแค่ครั้งเดียวแหละ"

ด้วยความจริงตรงจุดนั้น มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นสักนิด เขาไม่ได้ใส่ใจหรอกว่ามันอันตรายแค่ไหน เขาจะเรียนคาถาเทเลพอร์ตให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย เขาเพียงจะถากเวลาทั้งวันของการโดยสารรถไฟจากการเดินทางของเขาได้ในบัดดล – เพียงความสามารถในการทำสิ่งประเภทนั้นได้ก็ค่อนข้างคุ้มค่ามากจากปัญหานานัปประการที่ได้รับแล้ว เขาถอนหายใจและปล่อยอิลซ่าให้ไปจัดการอุปกรณ์ของหล่อนเพื่อเข้าไป

"ฉันจะต้องคุ้นเคยกับการเดินทางประเภทนี้" โซเรียนพึมพำกับตัวเองขณะที่เขาปลดล็อกประตูสู่ห้องของเขาเองและวางสัมภาระของเขาบนพื้นอย่างโล่งอก "แย่จริง ที่ฉันไม่เคยทำท่าทีกลัดกลุ้มจอมปลอมได้เพียงพอ หรือไม่ฉันก็น่าจะโน้มน้าวใจอิลซ่าให้พาฉันมาด้วยในทุก ๆ ครั้งของการเริ่มต้นใหม่"

เขานิ่งงันกลางคัน เขาไม่ควรจะคิดแบบนั้น นั่นเป็นความคิดที่อันตรายนัก ไม่มีหลักฐานหรอกว่าการเริ่มต้นใหม่จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ความจริงก็คือ ทุกสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับเวทมนตร์บอกเขาว่ามันไม่อาจเป็นจริงได้ – คาถาใดก็ตามที่ต้องใส่เขาจะหมดสิ้นมานาในที่สุดเมื่อถึงเวลา และจากนั้นก็จะไม่มีการเริ่มต้นใหม่ ไม่มีโอกาสที่สอง... ไม่กลับมาจากความตาย เขาควรจะปฏิบัติอย่างหากนี่เป็นครั้งสุดท้าย เพราะมันควรจะต้องเป็นเช่นนั้น

แม้เขาจะต้องยอมรับ แม้ว่ามันจะลงเอยด้วยการที่เขาถูกแทงตาย แต่การเริ่มใหม่คราวก่อนก็ไม่ได้เป็นมหันตภัยโดยสิ้นเชิง – อย่างน้อยเขาก็มีทั้งหมดที่ยืนยันได้ว่าเป็นแซค ไม่ใช่ลิช ที่ต้องรับผิดชอบสำหรับเรื่องนี้ แทนที่จะไปค้นคว้าภาษาที่ไม่รู้จักและการท่องกาลเวลา มันอาจจะฉลาดกว่าที่จะค้นหาว่าแซคหายหัวไปที่ไหนตลอดเวลาที่ผ่านมา

แต่ไม่ใช่สำหรับตอนนี้ เขาควรจะพักสักเล็กน้อย หลังจากที่ถูกนำกลับมาจากความตาย

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

เขาควรจะรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ได้ง่ายดายเลยจริง ๆ ชั่วขณะที่เขาพยายามแกะรอยแซค เขาก็ฉุกคิดได้ว่าทำไมเขาถึงไม่ทำมันในการเริ่มต้นใหม่ครั้งแรกของเขา แซคไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้สืบทอดตระกูลชนชั้นสูงโนเวด้าเท่านั้น – เขายังเป็นสมาชิกตระกูลเพียงหนึ่งเดียวที่มีชีวิตอยู่ สมาชิกครอบครัวที่เหลือของเขาต่างถูกสังหารสิ้นในสงครามการแตกหัก แซคจะได้รับสืบทอดอาณาจักรทางการเงินอันใหญ่โตและมรดกหลายชั่วอายุคนของเหล่าผู้วิเศษ เมื่อเขาถึงวัย ดังนั้นทุกสิ่งเกี่ยวกับเขาจะถูกพินิจพิเคราะห์อย่างใกล้ชิดโดยกลุ่มบุคคลที่สนใจจำนวนมากมาย ฉะนั้นการหายตัวไปของเขาจึงเป็นเรื่องใหญ่โต และผู้คนจำนวนมากก็ต้องการทราบว่าเขาไปที่ไหน โซเรียนเป็นเพียงหนึ่งในผู้คนเหล่านั้น และหากผู้คนเหล่านั้น(และคนที่เขาว่าจ้าง)ไม่อาจแกะรอยได้ เขาก็มีโอกาสอันน้อยนิดที่จะทำได้แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องพูดเลยว่า ตัวเขาไปที่ไหนไม่ได้ทั้งนั้น เหมือนกับที่เขาสงสัย แม่สองสาวที่แซคไปไหนมาไหนด้วยในระหว่างเดือนดั้งเดิมของโซเรียนนั้นไม่มีความพิเศษใดเลย เมื่อปราศจากผู้สืบทอดแห่งโนเวด้าคอยช่วยเหลือและไปไหนมาไหนกับพวกหล่อน (และการถามไถ่ผู้คนเกี่ยวกับพวกหล่อนก็นำไปสู่ข่าวลือที่น่าค่อนข้างรำคาญแพร่สะพัด ด้วยความสัตย์ ผู้ชายจะถามเรื่องเด็กผู้หญิงโดยทุกคนไม่คิดว่าเขาสนใจรักใคร่เธอไม่ได้เลยรึไง ?) บ้านของเขาปิดผนึกด้วยเขตอาคมที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง, ผู้คุ้มครองตามกฎหมายของเขาเข้าถึงได้ยาก และหากเขามีเพื่อนสนิทใกล้ชิดก็ไม่ได้เป็นในหมู่เพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขา โซเรียนไม่ใช่นักสืบ และไม่มีความคิดเลยว่าจะต้องหาจากอะไร และพิจารณาจากการที่บรรดานักสืบมืออาชีพทั้งหลายที่คว้าน้ำเหลวมา(และยังคงคว้าน้ำเหลวอยู่)ในการแกะรอยเด็กชาย เขาคิดว่ามันก็คงช่วยไม่ได้ ต่อให้เขาจะรู้เรื่องสักอย่างหรือสองอย่างเกี่ยวกับการแกะรอยผู้คนก็เถอะ

แรมเดือนผันผ่านทีละน้อย เทศกาลคิมหันตฤดูก็มาถึง และโซเรียนก็ขึ้นรถไฟออกจากซีโอเรียอีกครั้ง ตื่นตัวและเฝ้าระวังขณะที่ค่ำคืนดึกขึ้นและเวลาเดินต่อไป ครั้งนี้เขานำนาฬิกาพกติดตัวมาด้วย และยังคงเหลือบมองมันทุกโมงยาม อธิษฐานอย่างเงียบงันว่าเขาจะไม่ต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หากแต่ต้องการรู้จริง ๆ ว่าจะถูกส่งย้อนกลับไปในเวลาใดในกรณีที่มันเกิดขึ้นอีก พอแน่ใจได้เลย การสวดภาวนาของเขาไม่ได้รับการตอบรับ สักแห่งหนหนึ่งราวสองนาทีหลังผ่านพ้นเที่ยงคืน เขาก็ดับวูบและตื่นขึ้นโดยมีคิริอยู่บนตัวเขา กล่าวคำปรารถนาดียามเช้าแก่เขา

บางทีเขาน่าจะยอมรับกับตัวเองในเวลานั้นและที่นั่น ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนฉลาดพอสมควรและไม่หลอกตัวเอง แทนที่จะต้องพบเจอการเริ่มต้นใหม่อีกกว่า 4 ครา ก่อนที่เขาจะยอมรับในสถานการณ์ของตัวเองได้ : เขาติดอยู่ในบ่วงวังวนเวลาสักอย่าง และมันท่าจะไม่สิ้นสุดในเร็ววัน

เขาไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้อย่างไร บางทีคาถาการขับเคลื่อนด้วยมานาสำรองที่ดูจะไม่มีวันเหน็ดเหนื่อยของแซค แทนที่จะจำกัดจำนวนในชั่วขณะที่ร่ายคาถา บางทีมันอาจเป็นหนึ่งในเวทมนตร์ค้ำจุนตัวมันเองอันหายาก ฉิบหายสิ บางทีมันอาจถึงใจกลางโลกและดึงพลังมาจากมังกรเบื้องล่างด้วยซ้ำ ! มันไม่สำคัญหรอกว่าทำได้อย่างไร หากมันเป็นไปแล้ว

แต่เมื่อนึกหวนกลับ – ในยามนั้นเขาเพียงปฏิเสธที่จะยอมรับมันและแทนที่ด้วยการพยายามใช้ชีวิตเฉกเช่นปกติที่เขาเป็น มันค่อนข้างน่าเบื่อ ใช่ แต่อะไรจะเกิดเล่าหากการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้เป็นจุดสิ้นสุดแล้ว ? การเริ่มต้นใหม่ที่ซึ่งเป็นผลที่ตามมาจากตัวเลือกของเขาอาจไม่จางหายไปหลังผ่านพ้นยามเที่ยงคืนของราตรีแห่งการเฉลิมฉลอง (เขาตรวจสอบแล้วและ ใช่ มันสอดคล้องกันทั้งสี่ครั้งของการเริ่มต้นใหม่)

เขาผ่านพ้นมันมาทั้งแบบนั้น - ถึงแม้ว่าจะไม่ได้นิยมชมชอบเลยก็เถอะ นอกไปจากการรุกรานนิดหน่อย เดือนที่ผ่านพ้นก็น่าเบื่อหน่ายมาตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว และเขาใช้ชีวิตผ่านมาถึง 8 ครั้งแล้วในตอนนี้ เขารู้จักหลักสูตรเดือนแรกมากพอที่ตอนนี้เข้าใกล้การได้แต้มเต็มในทุกวิชา แม้แต่วิชาเขตอาคม ขณะที่เขาค้นพบว่า มันมีผลเล็ก ๆ น้อย ๆ กับผู้คนที่ปฏิบัติต่อเขา เขาเป็นที่รู้จักถึงความสามารถ และเกรดของเขาก็มักอยู่ในเกณฑ์ดี ดังนั้นผู้คนจึงไม่ได้ประหลาดใจจริง ๆ หากเขาจะได้เต็มในการสอบทั้งหมด หรือว่าดำเนินการยิงเวทขีปนาวุธได้อย่างง่ายดายสมบูรณ์แบบในคาบเรียนเวทยุทธ์ครั้งแรกของพวกเขา มันก็อยู่ในขอบเขตความคาดหวังของผู้คน ซึ่งแตกต่างไปจากการก้าวข้ามอย่างปุบปับของแซค มีเพียงแค่ควิมและอโคจา ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงในการตอบสนองกับการพัฒนาของเขา อโคจาตอนนี้น่ารำคาญขึ้นกว่าสองเท่า เห็นได้ชัดเลยว่าเธอค้นพบคอเดียวกัน และมักยืนกรานว่าพวกเขาต้องตรวจสอบงานซึ่งกันและกันและถามขอความช่วยเหลือจากเขาในสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ โซเรียนคิดว่าเธอจะอิจฉาริษยาที่เขาแย่งคะแนนของเธอไป แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยสนใจนักเมื่อมันเป็นเขา ตรงกันข้ามกับกรณีของแซคหรือเนโอลู ส่วนควิมใช้คะแนนอันยอดเยี่ยมของเขาเป็นข้อบ่งชี้ว่าเขาควรจะมีมาตรฐานที่สูงยิ่งขึ้น อย่างเช่น ไม่เพียงแค่เขายังควงปากกาได้ไม่ดีเพียงพอที่จะข้ามไปเรื่องอื่น เขายังถูกลดขั้นกลับไปสู่การฝึกฝนลอยวัตถุทั่วไป ด้วยความสัตย์ทั้งมวล โซเรียนไม่ได้ถูกกวนโอ๊ยอย่างยิ่งยวดจากเรื่องนั้นหรอก – แม้ว่าเขาจะฝึกฝนการควงปากกาจนช่ำชองเพื่อความพึงพอใจของควิมก็เถอะ ไม่ต้องเดาเลยว่าเขาไม่ได้รับอะไรมากไปกว่าการฝึกการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยแบบอื่นของพื้นฐานสามประการ

ฉะนั้นแล้ว ทั้งหมดทั้งมวล เป็นการผ่านพ้นอีกเดือนอันแสนน่าเบื่อก็เป็นเช่นนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ในครั้งนี้เขาเลือกวิชาเลือกที่แตกต่างไป – ดาราศาสตร์, สถาปัตยกรรมศาสตร์ และภูมิศาสตร์ของการไหลบ่ามานาโลก – และตั้งใจแน่วแน่ว่าจะลดระดับคะแนนตัวเองให้กลับคืนสู่ปกติ ดังนั้นควิมและอโคจาจะได้ทำตัวเหมือนเดิม แบบที่พอทนได้ เขายังตั้งใจว่าจะโดดเหล่าโครงงานการบ้านที่ผลาญเวลานิดหน่อย ไปตั้งอกตั้งใจในการศึกษาส่วนตัวของตนเอง และเจียดส่วนเงินออมจำนวนพอตัวของเขามาใช้จ่ายในอุปกรณ์รสายนเวท หากการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เขาก็คงจะเข้าตาจนแล้วจริงจัง แต่มันก็ไม่ได้เป็นวันโลกาวินาศ และเขาก็ยังข้องใจว่าการชะงักงันหลังการตื่นขึ้นของการรุกรานได้หลอมข้อกังวลตามปกติมากมายไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย

จากนั้นเขาก็เดินเข้าสู่วิชาสารัตถะบริกรรมในวันแรกเริ่มของการเรียน และตระหนักได้ว่าแผนการของเขาคงต้องมีการปรับใหม่

แซคกลับมาสู่ห้องเรียนแล้วในที่สุด




NEKOPOST.NET