[แปล] Mother of Learning ตอนที่ 6.1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[แปล] Mother of Learning

Ch.6.1 - ความฝักใฝ่และการพยายามอีกครั้ง (1/2)


โซเรียนจ้องมองทุ่งหญ้าไม่มีสิ้นสุดอันพร่าเลือนผ่านหน้า ความเงียบงันของห้องโดยสารที่ว่างเปล่าเพียงถูกขัดด้วยเสียงดังเป็นจังหวะของเครื่องจักรรถไฟ เขาดูสงบและผ่อนคลาย ทว่ามันก็เป็นเพียงสิ่งลวงหลอกและไม่มีอะไรมากกว่านั้น

หน้ากากแห่งความอดกลั้นของเขาอาจดูโง่เขลา ขณะที่รอบตัวไม่มีใครเลยที่จะตัดสินเขาได้ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านพ้น โซเรียนก็พบว่าการแสดงออกว่าสงบภายนอกนั้นช่วยให้เขาบรรลุความสงบภายในได้ง่ายดายยิ่งกว่า ในยามนี้เขาต้องการการช่วยเหลือให้บรรลุความสงบภายใน เพราะว่าเขาเริ่มจะตื่นตระหนกราวกับไก่ไร้หัว

ทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ? ครั้งแรกที่มันเกิดขึ้น เขาตายแหงแก๋ด้วยความรับผิดชอบของลิช คาถาที่ต้องอาคมใส่เขาและจากนั้นเขาก็ตื่นขึ้นมาในอดีต เป็นเหตุเป็นผล แน่นอนว่าคราวนี้เขาไม่ได้โดนคาถาลึกลับแต่อย่างใด – นอกเสียจากว่าใครบางคนแอบเข้ามาในห้องโดยสารรถไฟขณะที่เขานอนหลับ ซึ่งเขาพบว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ ไม่เลย เขาเพียงแค่งีบหลับ และตื่นขึ้นในอดีตอีกครั้ง ราวกับว่าเป็นสิ่งปกติที่สุดในโลก

จากนั้นอีกครั้ง มันก็ได้ขับเน้นบางสิ่งที่รบกวนเขามาตลอดจนบัดนี้ ทั้งหมดทั้งมวล เหตุใดลิชต้องร่ายคาถาท่องเวลาใส่เขาด้วยเล่า ? มันดูจะไม่เป็นประโยชน์ต่อแผนการ 'รุกรานลับ' แต่ประการใด การท่องเวลาดูจะมีเจตนาและความซับซ้อนจนเป็นผลกระทบข้างเคียง และเขายังสงสัยอย่างจริงจังว่าลิชอาจใช้คาถาที่มันเองก็ไม่เข้าใจ แม้แต่มือใหม่อย่างเขาก็ยังรู้ดีว่ามันเป็นความคิดที่เลวร้ายนักในการใช้คาถาที่คุณไม่เข้าใจในสภาพแวดล้อมที่ไม่อาจควบคุมได้ และเจ้าอันเดด นักร่ายคาถาก็ไม่น่าถึงระดับที่มันเต็มใจที่จะทำอะไรบางอย่างอันโง่เขลา เพื่อให้ไอ้เด็กเปรตสองหน่อได้ประโยชน์ที่จะทำให้มันพ่ายแพ้ไปอยู่แล้ว ไม่สิ คำอธิบายง่าย ๆ เลยก็คือ : ลิชไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบสำหรับปัญหาการท่องเวลาของเขา มันเคยพยายามจะฆ่าพวกเขาจริง ๆ 'พวกเขา' พหูพจน์ เพราะว่าแซคเองก็เป็นเป้าหมาย อย่างเดียวกับที่แซคเก่งฉกาจอย่างน่าตกใจในทุกคาบเรียนของเขาในฉับพลัน อย่างเดียวกับที่แซคระเหระหนไปรอบ ๆ เมืองพร้อมติดอาวุธอันน่าเกรงขามด้วยเวทยุทธ์ที่ควรจะเหนือขั้นเกินกว่านักเรียนวิทยาลัยคนใดก็ตาม อย่างเดียวกับที่แซคให้ความเห็นพิลึกกึกกือมาตลอดเดือน...

บางที คงเป็นแซค ไม่ใช่ลิช ที่เป็นผู้ร่ายคาถาท่องกาลเวลา ?

หากแซคเป็นนักท่องกาลเวลาก็จะอธิบายความสามารถมากมายและการพัฒนาด้านวิชาการที่ไม่อาจอธิบายของเขาได้อย่างดี ตั้งแต่ที่วิธีการท่องกาลเวลานี้ดูจะเพียงแค่ส่งจิตของบุคคลไปยังร่างที่อ่อนเยาว์กว่าของเขา เขาสามารถมีอายุมากมายได้โดยพลการ และสิ่งที่โซเรียนจดจำได้จากความคิดเห็นต่าง ๆ ของแซคก็ทำให้เขาเชื่อว่าเด็กชายใช้ชีวิตผ่านกาลเวลาเหล่านี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ผู้วิเศษผู้มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานและรู้การณ์ล่วงหน้า ไม่ต้องสงสัยเลยหลักสูตรปี 3 จะง่ายดายจนน่าหัวร่อเพียงใด

ถึงแม้ว่าแซคเป็นผู้ที่ร่ายคาถาท่องเวลา แต่ก็ยังเหลือคำถามที่ว่าทำไมโซเรียนถึงถูกส่งกลับมาด้วย คงง่ายที่จะบอกได้ว่าเป็นอุบัติเหตุ – เขารู้ว่าการจับตัวผู้วิเศษขณะที่พวกเขากำลังอยู่ในกระบวนการร่ายคาถาเทเลพอร์ตจะทำให้เขาติดสอยห้อยตามไปด้วย และพวกเขาก็กำลังต่อสู้กันพัลวัน – ทว่านั่นก็ไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดโซเรียนจึงย้อนซ้ำรอยเดือนนี้เป็นครั้งที่สอง แซคขาดเรียนไปตลอดทั้งเดือน และก็ไม่มีโอกาสใดที่จะร่ายคาถาอะไรก็ตามใส่โซเรียน

เขาไม่รู้ว่าจะคิดอะไรได้อีก ได้แต่หวังว่าแซคจะโผล่มาให้ซักถามในรอบนี้

"ขณะนี้ สถานีโครซ่า" เสียงประกาศดังสะท้อนจากลำโพงเสียงแตกส่งเสียงรบกวนทุกสิ่งชั่วครู่หนึ่ง "ย้ำอีกครั้ง ขณะนี้ สถานีโครซ่า ขอบคุณครับ"

อะไร ถึงนี่แล้วเหรอ ? เหลือบมองผ่านหน้าต่างออกไปเผยให้เห็นแผ่นป้ายสีขาวที่คุ้นเคยยืนยันการมาถึงสู่ศูนย์กลางการค้าขาย เขาแทบจะถูกล่อลวงให้ลงจากรถไฟและใช้เวลาทั้งเดือนอย่างโง่งมและพยายามลืมเรื่องธุระการท่องกาลเวลาทั้งหมดเสียให้สิ้น ทว่าก็รีบลืม ๆ มันไป การปัดเป่าช่วงเวลาแรกเริ่มของชั้นปีการศึกษาแบบนั้นออกจะขาดความรับผิดชอบและทำลายตัวเองจริง ๆ ต่อให้ต้องผ่านพ้นอีกเดือนของการเรียนที่เหมือนเดิมใด ๆ ก็ตาม นอกไปจากความน่าสนใจ มันมีความเป็นไปได้ที่เขาจะถูกตีกลับสู่อดีตเป็นครั้งที่สาม แหงล่ะ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะวางใจ ถึงอย่างไรมันไม่มีทางที่คาถาจะส่งเขาวนกลับเรื่อยไปอยู่แล้ว – ไม่ช้าก็เร็วจะถึงจุดที่หมดสิ้นมานา บางทีคงเร็ว ๆ นี้ เพราะว่าการท่องเวลาควรจะค่อนข้างเป็นงานระดับสูง

...ใช่ไหม ?

"อืม..."

โซเรียนหลุดออกจากภวังค์และสังเกตเห็นเด็กชายที่มองในห้องโดยสารของเขาในที่สุด เขาขมวดคิ้ว เขาเลือกห้องโดยสารนี้ก็เนื่องจากมันว่างในตอน...ความพยายามครั้งที่สองของเขา หลังจากที่เขาทอดทิ้งแม่สาวเสื้อคอเต่าสีเขียวให้กับชะตากรรมเสียงคิกคักของหล่อน เขาจึงมาที่นี่เพื่อความสงบสุขสักหน่อย ดังนั้นจึงตัดสินในเชิงรุกและมาสู่ที่นี่ตั้งแต่เริ่มต้น เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย เขาคิดว่าการปรากฏตัวของเขาคงดึงดูดเด็กชายคนนี้ – คนบางจำพวกก็ชอบคบค้าสมาคม และหลีกเลี่ยงที่นั่งว่างเปล่า

"ครับ ?" โซเรียนกล่าวอย่างสุภาพ หวังว่าเด็กชายเพียงแค่ต้องการถามอะไรบางอย่างกับเขาแทนที่จะพยายามหาที่นั่ง

เขาพลาด

"คุณจะว่าอะไรไหมครับ หากผมจะขอนั่งที่นี่ ?"

"ไม่เลยครับ เชิญ" โซเรียนกล่าว มอบรอยยิ้มฝืดฝืนให้เด็กชาย บ้าเอ๊ย

เด็กชายยิ้มสดใสให้เขาและรีบลากข้าวของของเขาเข้ามา สัมภาระมหาศาล

"ปีหนึ่งสินะ ?" โซเรียนถามอย่างอดไม่ได้เลยจริง ๆ แผนการโดยมากของเขาคือทำเป็นนิ่งเงียบและทำเด็กชายหวาดหวั่นจนต้องเผ่นไปจากที่ว่าง โอ้ ให้ตายสิ

"ครับ" เด็กชายเห็นด้วย "คุณทราบได้ยังไง ?"

"สัมภาระของคุณ" โซเรียนตั้งข้อสังเกต "คุณรู้รึเปล่าว่าพื้นที่ของวิทยาลัยค่อนข้างห่างจากสถานีรถไฟหลักไกลโข ? แขนของคุณจะแทบหลุดแน่เมื่อไปถึงที่นั่น"

เด็กชายกะพริบตา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้เลย "เอ่อ มันคงไม่แย่ขนาดนั้นหรอกมั้งครับ ?"

โซเรียนยักไหล่ "คุณคงต้องหวังว่าฝนจะไม่ตก"

"ฮ่า ๆ" เด็กชายหัวเราะแห้ง "ผมแน่ใจว่าผมไม่ได้ดวงตกขนาดนั้น"

โซเรียนยิ้มหยัน อ้า ประโยชน์จากการรู้ล่วงหน้า หรือย้อนหลังกันนะ ? ภาษาไม่ได้ออกแบบมาเผื่อถึงความเป็นไปได้ของการท่องกาลเวลาเสียเลย

"อ้า ! ผมยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลย !" เด็กชายโพล่งขึ้นมาปุบปับ "ผม เบิร์น ไอวาริน ครับ"

"โซเรียน คาซินสกี้"

ดวงตาของเด็กชายฉายขึ้นในทันที "เหมือนกับ-"

"เหมือนกับไดเมน คาซินสกี้ ครับ" โซเรียนกล่าว ทันใดนั้นการมองหน้าต่างก็ดูจะน่าสนใจขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ

เด็กชายมองเขาอย่างคาดหวัง แต่ถ้าเขาคาดหวังจะได้รายละเอียดเพิ่มเติมจากโซเรียนในประเด็นนี้ล่ะก็ เขาคงจะต้องผิดหวังอย่างมากแล้ว สิ่งสุดท้ายที่โซเรียนอยากทำก็คือการพูดถึงพี่ชายคนโตของเขาเอง

"ถ้างั้น เอ่อ คุณเกี่ยวพันกับไดเมน คาซินสกี้ หรือว่านามสกุลของคุณแค่เหมือนกันโดยบังเอิญน่ะครับ ?" เด็กชายถามหลังจากหยุดนิ่งไปนาน

โซเรียนทำทีว่าไม่ได้ยิน และดึงสมุดของตัวเองออกมาจากที่นั่งข้างเคียง แล้วศึกษาอย่างตั้งใจ มันแทบจะว่างเปล่า ตั้งแต่ที่บันทึกก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการรุกรานและปริศนาของ 'ความทรงจำอนาคต' ของเขาจากไปแล้ว สูญหายไปในอนาคตที่เขาถูกละทิ้งไว้ มันก็ไม่ได้เป็นความสูญเสียมากนัก เพราะว่าบันทึกพวกนั้นส่วนมากก็ไม่มีราคาใด – การคาดการณ์ที่กลวงเปล่าและนำไปสู่ทางตันที่ไม่ได้พาเขาให้เข้าใกล้กับการไขปริศนานี้เลย เขายังคงเขียนสิ่งเล็กน้อยที่จำได้จากบันทึกก่อนหน้านี้ อย่างคาถาอาคมที่ลิชร่ายก่อนจะฆ่าเขา ใช่ แซคอาจมีส่วนรับผิดชอบสำหรับเรื่องนี้ แต่เขาก็ยังคงไม่แน่ใจ...

หลังจากตัดสินใจเงียบงันให้ทิ้งไว้แต่ความอึดอัดใจประเดี๋ยวหนึ่ง โซเรียนก็ละจากสมุดของเขาเพื่อจดจ้องอย่างงุนงงไปยังเด็กชายผู้รอคอย

"หือ ? คุณพูดอะไรรึเปล่าน่ะ ?" โซเรียนแสร้งทำขมวดคิ้วราวกับว่าเขาไม่ได้คำถามนั้นจริง ๆ

"เอ้อ ช่างเถอะครับ" เด็กชายเปลี่ยนใจ "มันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก"

โซเรียนมอบรอยยิ้มชาญฉลาดให้เด็กชาย อย่างน้อยเขาก็รู้ดีถึงคำใบ้

เขาพูดกับเด็กชายสักพักหนึ่ง ส่วนใหญ่ก็เพียงตอบคำถามเด็กชายเกี่ยวกับหลักสูตรชั้นปีที่หนึ่ง ก่อนที่จะเบื่อหน่ายกับมันและเริ่มเบนความสนใจมายังสมุดของเขาอีกครั้ง หวังว่าจะมีคำบอกใบ้สักอย่าง

"ว่าแต่ว่ามีอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมุดนั่นงั้นหรือครับ ?" เขาถาม ไม่สนใจเรื่องความไม่สนจะดำเนินการสนทนาต่อของโซเรียนหรือไม่ก็จงใจเมินเฉย "อย่าบอกนะว่าคุณเริ่มศึกษาเองแล้วน่ะ ?"

"เปล่า มันก็แค่บันทึกการค้นคว้าส่วนตัวบางอย่างน่ะ" โซเรียนว่า "มันเป็นไปไม่ดีนัก ดังนั้นผมเลยคับข้องใจกับมันนิดหน่อย ใจผมเลยลอยไปด้วยมัน" โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทางเลือกคือการต้องพูดคุยกับเด็กปีหนึ่งที่สอดรู้สอดเห็นมากเกินไป

"ที่หอสมุดวิทยาลัย-"

"นั่นเป็นสิ่งแรกที่ผมทำ" โซเรียนถอนหายใจ "ผมไม่ได้โง่หรอกน่ะ ?"

เด็กชายกลอกตาใส่เขา "คุณค้นหาหนังสือด้วยตัวเองหรือว่าถามบรรณารักษ์ให้ช่วยคุณกันล่ะ ? แม่ของผมทำงานเป็นบรรณารักษ์ และพวกเขาก็มีคาถาพยากรณ์พิเศษที่ทำให้พวกเขาค้นหาสิ่งต่าง ๆ ที่คุณต้องงมหานานโขได้ในอึดใจเดียว ถ้าคุณค้นหาจากชื่อหัวข้อหรือใช้คำคร่าว ๆ เท่านั้น"

โซเรียนอ้าปากก่อนที่หุบลง ถามบรรณารักษ์ให้ช่วยน่ะหรือ ? ได้ บางทีเขาก็โง่จริง

"อ่า... มันไม่ใช่หัวข้อที่ผมต้องการรบกวนบรรณารักษ์เลยจริง ๆ" โซเรียนพยายาม ซึ่งนั่นก็เป็นความจริง แต่เขารู้ว่าเขาก็คงต้องจบลงด้วยการลองดูสักตั้ง "บางทีผมอาจสามารถหาคาถาของพวกเขาจากในกรุเก็บคาถาได้ ? แต่ ไม่เลย ถ้าพวกเขามีคาถาอะไรอย่างอื่นที่คล้ายคาถาพยากรณ์ที่พวกเขาใช้อย่างแม่นยำและทำนายผลลัพธ์ที่เป็นปัญหาได้ ไม่สิ การร่ายพวกมัน..."

"คุณสามารถไปทำงานที่ห้องสมุดได้ตลอด" เด็กชายเสนอ "หากหอสมุดวิทยาลัยเป็นอะไรที่เหมือนกับที่ที่แม่ของผมทำล่ะก็ พวกเขามักหมดหวังสำหรับการให้ความช่วยเหลือทั้งปวง พวกเขาจะสอนบรรดาลูกจ้างถึงวิธีการใช้คาถาที่จำเป็นพวกนั้นอยู่แล้ว"

"จริงเหรอ ?" โซเรียนถาม ค่อนข้างทึ่งกับความคิด

"คุ้มค่าที่จะลองครับ" เขากล่าว พลางยักไหล่

ส่วนที่เหลือของการโดยสารรถไฟ โซเรียนหยุดพยายามหลบเลี่ยงการสนทนา เบิร์นได้รับความนับถือจากเขาแล้วอย่างแน่นอน

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

"แน่นอน ! พวกเรามักต้องการความช่วยเหลืออยู่แล้ว !"

อ่า... ช่างง่ายดาย

"พวกเราจ่ายให้คุณได้ไม่มากนัก เข้าใจไว้ด้วยล่ะ – เจ้าโนมอนาถาของอาจารย์ใหญ่ตัดงบประมาณพวกเราอีกแล้ว ! – แต่พวกเราก็ยืดหยุ่นเรื่องเวลางานและมีบรรยากาศแบบค่อนข้างเป็นกันเองที่นี่ล่ะนะ..."

โซเรียนรออย่างอดทนต่อบรรณารักษ์ให้คลายเดือด หล่อนแรกดูเป็นหญิงวัยกลางคนที่ถ่อมตัว แต่เมื่อหล่อนเริ่มพูดจาเขาก็ตระหนักได้ว่าภาพลักษณ์ของหล่อนช่างลวงหลอก – หล่อนร่าเริงและมีพลังงานมากล้นอย่างที่ไม่อาจพรรณนาได้เกี่ยวกับหล่อน เพียงแค่ยืนอยู่รอบ ๆ หล่อนก็ทำเอาโซเรียนรู้สึกถึงความกดดันอย่างเดียวกับที่เขารู้สึกเมื่อชะงักอยู่ท่ามกลางฝูงชน และเขาก็ถูกครอบงำด้วยสัญชาตญาณของตัวเองให้ถดถอยกลับราวกับต้องเปลวไฟ

"ผมเดาว่าคุณคงไม่มีข้อเสนองานมากนักสินะครับ ?" โซเรียนลอง "ทำไมกันล่ะ ? ไม่ใช่ว่าผู้คนควรจะสู้ปากกัดตีนถีบกันเพื่อจะทำงานในสถานที่เช่นนี้กันหรอกหรือครับ ? มันเป็นหอสมุดที่ค่อนข้างมีชื่อเลยนี่"

หล่อนฟึดฟัด และโซเรียนก็สาบานได้เลยว่าเขารู้สึกถึงการเย้ยหยันและสัมผัสของความขมขื่นในเสียงที่ดูจะไร้อารมณ์นั่น "กฎระเบียบของวิทยาลัยต้องการให้เราจัดจ้างลูกจ้างที่เป็นผู้วิเศษแวดวงที่หนึ่งหรือขึ้นไปเท่านั้น พวกบัณฑิตมีตัวเลือกที่จ่ายดีกว่าและงามกว่าที่นี่นัก" หล่อนโบกมือตัวเองไปยังแถวหรือชั้นหนังสือรอบ ๆ พวกเขา "พวกเราต้องลดระดับมาจ้างนักเรียน ผู้ที่..."

หล่อนหยุดและกะพริบตาปุบปับ ราวกับจดจำบางสิ่งได้ "แต่ยังไงก็ช่างเถอะ พอได้แล้วล่ะ !" หล่อนว่า ตบมือของตัวเองและยิ้มกว้างแก่เขา "ตั้งแต่วันนี้ไป เธอจะเป็นหนึ่งในผู้ช่วยหอสมุด ยินดีด้วย ! ถ้าเธอมีคำถามอะไรก็ตาม ฉันก็ยินดีที่จะตอบพวกมัน"

มันคงมีเพียงพลังยอดมนุษย์เท่านั้นที่จะหยุดไม่ให้โซเรียนจากการกลอกตาใส่หล่อนได้ เขาไม่เคยตกลงอะไรด้วยเลยสักอย่าง เพียงแค่ไถ่ถามถึงความเป็นไปได้ในการจ้างงาน... และหล่อนก็รู้ดีอย่างไม่ต้องเดาเลย แต่ โอ้ เอาเถอะ เขากำลังต้องการงาน และไม่ใช่เพียงเพราะว่าเขาหวังจะได้เรียนรู้คาถาใหม่เจ๋ง ๆ สักอย่างและแปลอาคมของลิชได้เท่านั้น – เขาสงสัยว่าพนักงานหอสมุดต้องมีส่วนเข้าถึงส่วนต่าง ๆ ของหอสมุดที่ปกติแล้วหวงห้ามเขาในฐานะผู้วิเศษแวดวงที่หนึ่งไว้ และมันก็ช่างยั่วยวนเหลือเกินที่จะผ่านมันเข้าไป

"คำถามแรก" โซเรียนกล่าว "ผมต้องมาทำงานบ่อยแค่ไหนครับ ?"

หล่อนกะพริบตา ประหลาดใจชั่ววูบหนึ่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหล่อนคาดเดาว่าเขาจะทักท้วงความอวดดีของหล่อน "อ่า... ตอนที่เธอสามารถมาได้ ? ระหว่างคาบเรียน และต้องการเวลาเรียนและภาระผูกพันอื่น ๆ นักเรียนของพวกเราส่วนใหญ่จ้างงานสักครั้งหรือสองครั้งต่อสัปดาห์ เธอสามารถจัดสรรเวลามาได้เท่าไหร่กันล่ะ ?"

"วิชาเรียนตอนนี้ค่อนข้างง่าย" โซเรียนว่า "พวกเราส่วนใหญ่จะทบทวนบทเรียนตอนปีสองของเรา ซึ่งผมก็รู้เรื่องพวกนั้นอยู่แล้วอย่างกับหลังฝ่ามือตัวเอง จัดสรรเวลาหนึ่งวันสำหรับเรื่องที่ไม่คาดคิด ผมสามารถมาที่นี่ได้ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ วันสุดสัปดาห์ของผมเองก็ค่อนข้างว่างเช่นกัน ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ"

โซเรียนตำหนิตัวเองในใจที่พูดออกไปแบบนั้น – ชั้นเรียนยังไม่แม้แต่จะเริ่มด้วยซ้ำ แล้วเขาจะรู้ว่ามันจะประกอบด้วยอะไรได้อย่างไรกันเล่า ? โชคดีที่บรรณารักษ์ไม่ถามเขาถึงมัน แทนที่ด้วยดวงตาอันเจิดจ้าขึ้นมาในพลันของหล่อนเมื่อได้ยินสิ่งนี้ และหล่อนก็เริ่มตะโกน

"ไอเบอรี่ !" หล่อนตะโกน "ฉันมีเพื่อนร่วมงานใหม่สำหรับเธอ !"

เด็กหญิงสวมแว่นตาแบกหนังสือในอ้อมแขนโผล่ออกมาจากห้องเล็กที่ติดกับโต๊ะประชาสัมพันธ์เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น โอ้ นั่นคือเด็กหญิงเสื้อคอเต่าสีเขียว(ที่กระทั่งตอนนี้หล่อนก็ยังใส่อยู่)ผู้ที่เขาเคยแบ่งที่นั่งโดยสารด้วยกัน...

...นอกเสียแต่ว่าครั้งนี้เขาเลือกที่นั่งด้านอื่นของรถไฟ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยพบกันบนรถไฟ โอ้ เอาเถอะ ถึงอย่างไรบางทีก็คงไม่ได้สำคัญอยู่แล้ว

"เอาล่ะ ฉันเชื่อว่าการแนะนำตัวเล็กน้อยนั้นสำคัญนะ" บรรณารักษ์ว่า "ฉัน คิริธิชลิ โคริโซวา หนื่งในบรรณารักษ์ประจำจำนวนนิดหน่อยของที่นี่ ส่วนสาวน้อยน่ารักคนนี้" หล่อนผายไปยังเด็กหญิงเสื้อคอเต่า ผู้ที่เขินอาจจากการเยินยอและเปลี่ยนเป็นอิหลักอิเหลื่อ กำกองหนังสือในอ้อมแขนของเธอแน่น "ผึ้งน้อยขยันขันแข็งของพวกเรา ไอเบอรี่ แอมเบอร์คอมบ์ ไอเบอรี่ได้ทำงานที่นี่ตั้งแต่ปีที่แล้ว และฉันก็ไม่รู้เลยว่าฉันจะทำยังไงหากขาดเธอ ไอเบอรี่ นี่ โซเรียน คาซินสกี้"

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมาทันใด "คาซินสกี้ ? ที่เป็น..."

"เป็น น้องชายของไดเมน คาซินสกี้" โซเรียนกล่าว อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเล็กน้อย

"เอ่อ..."

"อันที่จริง ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าเธอหมายถึงพี่ชายอีกคนของเธอนะ" คิริธิชลิกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เธออยู่ชั้นเดียวกับโฟรทอฟ และคลั่งไคล้เขาสักหน่อย..."

เธอและเด็กหญิงคนอื่นอีกเป็นโหล โฟรทอฟไม่เคยขาดแคลนผู้หญิงที่ทุ่มตัวเองเข้าใส่เขาหรอก

"มิสโคริโซวาคะ !" ไอเบอรี่ประท้วง

"โอ้ แจ่มใสหน่อยน่ะ" คิรริธิชลิว่า "ถึงอย่างไร โซเรียนก็จะมาทำงานกับพวกเราค่อนข้างหนักสำหรับอนาคตอันใกล้ แสดงให้เขาดูหน่อยสิว่าต้องทำอะไรบ้าง"

และก็เป็นแบบนั้น เขาได้รับว่าจ้างให้ทำงานหอสมุด มีแต่เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าจะคุ้มเสียหรือไม่

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

เช่นเดียวกับครั้งล่าสุด แซคไม่มาที่ชั้นเรียน โซเรียนคาดเดาไว้กึ่งหนึ่งอยู่แล้ว แต่ก็น่าหงุดหงิดใจเพราะมันไม่น้อยเลย มันหล่อหลอมความกังขาของโซเรียนว่าแซคมีส่วนเกี่ยวข้องในความยุ่งเหยิงนี้อย่างหนักแน่น แต่การขาดเรียนของเด็กชายก็ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับโซเรียนที่จะยืนยันเกี่ยวกับมัน เขาควรจะทำอะไรในตอนนี้กันเล่า ?

สำหรับเรื่องนั้น ทั้งหมดทั้งมวลเขาควรจะทำอะไรได้บ้างล่ะ ? ครั้งสุดท้ายเขาปฏิบัติการด้วยความเชื่อมั่นว่าหากเขาไม่ทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการรุกราน ก็ไม่มีใครทำอะไรได้อีกแล้ว ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครเลยที่มีความทรงจำประหลาดจากอนาคตอย่างเช่นเขาอีก หากการคิดคะเนของเขาถูกต้อง แซคอาจเดินทางข้ามกาลเวลาเพื่อหยุดยั้งการรุกรานโดยเฉพาะ – จะมีเหตุผลอื่นใดที่จะเขามักทำในช่วงเวลานี้อีกกัน ? นอกไปจาก เขาเดินทางไปในเมืองระหว่างการโจมตี และปลิดชีพผู้โจมตี ดังนั้นทั้งหมดเหล่านี้ มันก็คงเป็นเพียงงานของผู้วิเศษนักท่องกาลเวลาผู้มีประสบการณ์ และเขาก็เพียงพลัดหลงเข้ามาด้วย

ปัญหาของความคิดนั้นท้ายที่สุดมันก็เป็นเพียงแค่การคาดเดาของเขา และไม่มีความคิดเลยว่าถูกต้องหรือไม่ เขาอาจจะชี้ชะตาตัวเองและเมืองด้วยความเฉื่อยชา อาศัยเด็กชายผู้ค่อนข้างเปิดเผยที่ไม่ได้สร้างแรงบันดาลมากมายนักให้เชื่อมั่นในตัวเขา แซคย้ำเตือนเขาถึงพี่ชายของเขามากเกินไป และนอกไปจากนั้น ไม่ใช่ว่าแซคก็แพ้พ่ายต่อลิชหรอกหรือ ? ช่าย

ด้วยไม่ทราบกลวิธีที่จะไขปริศนาอันปรากฏแก่เขา หรือกระทั่งที่ใดให้เริ่มต้น โซเรียนก็โยนตัวเองเข้าใส่การบ้านและงานของเขาที่หอสมุด แน่นอน ต้องขอบคุณสำหรับการผ่านพ้นสิ่งเหล่านี้มาเป็นครั้งที่สาม ปัญหาเพียงหนึ่งเดียวที่เขามีกับงานที่โรงเรียนก็คือการยืนกรานอย่างน่าขัดเคืองของควิมกับการฝึกหมุนควงปั่นปากกาของเขา(ที่โซเรียนตั้งชื่อให้ด้วยรัก)อันน่าชัง และเขายังต้องทำมันซ้ำแล้วซ้ำอีกและซ้ำอีกครั้ง ในอีกด้านหนึ่ง เวลาของเขาที่หอสมุดก็... น่าสนใจ ถึงจะไม่ใช่ในทางที่เขาหวังว่าจะเป็นจริง ๆ ก็ตาม

เขายังไม่ได้เรียนคาถาใดทั้งสิ้น ถึงเขาจะสงสัยว่าคงเป็นเพราะว่ามันมีสิ่งหลากหลายที่เขาต้องเรียนรู้ก่อนที่คิริธิชลิและไอเบอรี่จะตัดสินใจลงทุนต่อความพยายามของเขา เอาง่าย ๆ เลย เขาไม่มีดีเด่นักในงานของเขา มันดูจะเป็นงานธรรมดา ๆ ในการสับหนังสือจำนวนหนึ่งไปรอบ ๆ และทำให้ยิ่งยุ่งเหยิงด้วยระเบียบการต่าง ๆ ของหอสมุดและแผนผังของการจัดหมวดหมู่หนังสือที่สำคัญทั้งหมด โซเรียนหวังว่าจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถพื้นฐานในหน้าที่ของเขาก่อนที่จะถามถึงสิ่งที่ต้องการ ทว่ามันเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์และเขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่ามันจะเวลาอย่างน้อยสักสองถึงสามเดือนกว่าที่เขาจะไปถึงระดับนั้น และเขาก็ไม่ต้องการแบบนั้น เทศกาลคิมหันตฤดูกำลังใกล้เข้ามาแล้ว

นั่นเป็นเหตุผลที่เขาเข้าประชิดมุมคิริธิชลิ หลังจากที่หล่อนเพิกเฉยเขาเป็นวัน ๆ เพื่อถามหล่อนเกี่ยวกับหนังสือพยากรณ์ที่ปรารถนา ไอเบอรี่ทำอืดอาด แสร้งทำเป็นยุ่งเพื่อที่จะแอบฟัง เธอเป็นพวกจมูกยาวเสียเหลือเกินสำหรับเด็กหญิงขี้อายพรรค์นั้น

"เอาล่ะ ผมมีบางสิ่งที่อยากจะขอความกรุณาเล็กน้อยจากคุณครับ" โซเรียนเริ่ม

"ว่ามาเลย" คิริธิชลิกล่าว "เธอช่วยพวกเรามากเลย ฉันจะยินดีที่จะช่วยเหลือมาก หากฉันช่วยได้ มันไม่บ่อยนักหรอกที่พวกเราจะมีคนทำงานที่สามารถแบบนี้"

"เอ๋ !?" โซเรียนชะงัก "สามารถ ? ผมแทบจะไม่รู้เรื่องเลยว่าผมทำอะไร – หากไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือของคุณและไอเบอรี่ล่ะก็ ผมก็คงจะวนไปเวียนมาอย่างกับไก่ไร้หัวแล้ว"

"นั่นแหละสาเหตุที่ฉันจับเธอให้คู่กับไอเบอรี่ – เพื่อเรียนรู้ และหนุ่มน้อย เธอเรียนรู้ได้เร็วมาก ! เร็วมากยิ่งกว่าที่ฉันเป็นตอนที่ฉันเริ่มงานนี้ครั้งแรกเสียอีก นั่นแน่ใจได้เลย ด้วยความสัตย์ ฉันมักจะให้เพียงอะไรที่ง่ายดายที่สุดและน่าเบื่อที่สุดแก่พวกพนักงานนักเรียน แต่เพราะว่าเธอทุ่มเทมากกว่าพวกเขา ฉันจึงให้สิ่งที่สูงกว่าอีกขั้นแก่เธอ"

"อ้า" โซเรียนเอ่ยหลังจากเงียบไประยะหนึ่ง "ช่างยกยอปอปั้น" และเขาก็เป็นแบบนั้นจริง "อย่างไรก็ตาม ผมสงสัยเกี่ยวกับการพยากรณ์ค้นหาหนังสือน่ะครับ ผมกำลังค้นหาหัวข้อบางอย่างที่มันค่อนข้างจะไม่ชัดเจนนัก และผมไม่ค้นพบเลยว่าจะหามันได้ที่ไหน"

"อ้า !" คิริธิชลิร้อง ตบหน้าผากของตัวเอง "ฉันลืมเรื่องนั้นไปได้ยังไง !? แน่นอน ฉันจะสอนเธอเอง พวกเราสอนเรื่องนั้นกับคนงานระยะยาวของเราทุกคน พวกมันออกจะเป็นเล่ห์กลเล็กน้อยในการใช้งาน ดังนั้นมันจะใช้เวลาสักหน่อยในการเรียนรู้วิธีใช้อย่างถูกต้อง ไอเบอรี่จะแสดงให้เธอดูว่าทำอย่างไร ถึงอย่างไรเธอก็สามารถถามฉันได้เสมอว่ากำลังมองหาอะไรอยู่นะ และฉันก็จะทำอย่างดีที่สุดที่จะช่วยเหลือเธอเอง ฉันรู้จักหอสมุดนี้ราวกับฝ่ามือหลังของฉันเองเลยนะ รู้ไหม ?"

โซเรียนพิจารณาข้อดีที่จะแสดงคำร่ายอาคมของลิชให้หล่อนดู เพราะเขาคะเนว่ามันเป็นบางอย่างที่อาจทำให้เขามีปัญหามากมายเมื่อถามถึงมัน ทว่าก็ไม่เห็นหนทางอื่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการเรียนวิธีใช้พวกคาถาพยากรณ์เหล่านั้นต้องใช้เวลาแรมเดือน – หลายเดือนที่เขาไม่มีเวลาพอ เขานำสมุดของตัวเองออกมาและฉีกหน้าที่เกี่ยวข้อง ส่งให้กับหล่อน

คิริธิชลิโก่งคิ้วของหล่อนให้กับข้อความ และไอเบอรี่ก็ยอมแพ้ที่จะทำเป็นไม่สนใจและเหลือบมองข้ามไหล่ของหล่อนเพื่อดูว่ามีอะไรสำคัญบนกระดาษ

"มันเป็นภาษาที่ไม่รู้จัก" โซเรียนแจกแจง "ผมไม่รู้กระทั่งว่าเป็นภาษาไหนเลยจริง ๆ"

"ฮืม เขี้ยวลากดิน" คิริธิชลิตั้งข้อ "การหาอ้างอิงแบบลายลักษณ์อักษรจากข้อความออกเสียงสัทลักษณ์ที่เธอไม่แม้แต่เข้าใจ นี่เป็นเรื่องยากเชียว ต่อให้ใช้การพยากรณ์ก็เถอะ เธอควรจะหาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาให้ช่วยเหลือนะ ถ้ามันสำคัญน่ะ"

"เธอควรลองถามซีโนมีร์" ไอเบอรี่สอดแทรก

"อาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ของเราน่ะหรือ ?" โซเรียนถามอย่างเหลือเชื่อ

"เขายังสอนภาษาศาสตร์ด้วย" ไอเบอรี่กล่าว "เขารู้หลายภาษา พูดได้ 37 ภาษา"

"โว้ว"

"ช่าย" ไอเบอรี่ยืนยัน "อย่างน้อย ๆ เขาก็ควรจะรู้ว่ามันเป็นภาษาอะไร ต่อให้อ่านมันไม่ได้ก็เถอะ เขาค่อนข้างจะเป็นประโยชน์ถ้าเธอเข้าหาเขาดี ๆ ฉันเดาว่าเขาจะตอบแทนเธอดีแน่"

น่าสนใจ

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

"อ้า มิสเตอร์คาซินสกี้ ฉันช่วยอะไรเธอได้บ้างล่ะ ?"

ซีโนมีร์ โอลไกนั้นแก่ชรา แก่หงำเหงือก เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีฟ้า – เสื้อคลุมจริง ๆ เหมือนกับพ่อมดโบราณ – และหนวดเคราสีขาวที่ปลูกปั้นอย่างพิถีพิถัน แม้อายุของเขาจะมากโข แต่เขาก็ยังเคลื่อนไหวคล่องแคล่วปรูดปราดและดวงตาอันเฉียบแหลมที่ผู้คนจำนวนกว่าครึ่งในวัยของเขาสูญเสียไป โซเรียนไม่ได้เลือกภาษาศาสตร์เป็นวิชาเลือก แต่เขาก็รู้จากวิชาประวัติศาสตร์ของเขาดีว่าซีโนมีร์ใส่ใจเกี่ยวกับวิชาของเขามากพอ ๆ กับที่โนร่า บูลเป็น เรื่องอักษรและคณิตศาสตร์ – แม้ว่าอย่างน้อย ๆ เขาก็เข้าใจดีว่านักเรียนส่วนมากไม่ร่วมกระตือรือร้นในวิชาของเขาเลยก็เถอะ

"ผมได้รับการบอกมาน่ะครับว่าคุณสามารถช่วยผมได้เกี่ยวกับการแปลภาษาบางอย่าง" โซเรียนกล่าว "ผมมีบันทึกที่ค่อนข้างจะไม่เป็นชิ้นเป็นอันนักของภาษาที่ไม่รู้จักในรูปแบบสัทลักษณ์ และผมก็หวังว่าอย่างน้อยคุณจะบอกผมได้ว่ามันเป็นภาษาใดกัน มันไม่เหมือนกับภาษาไหนที่ผมเคยพบเห็นเลยจนกระทั่งตอนนี้"

ซีโนมีร์เงยหน้าขึ้นมองความเห็นคลุมเครือของภาษาที่ไม่รู้จักและรับแผ่นกระดาษคำร่ายของลิชจากมือของโซเรียนอย่างระมัดระวัง ดวงตาของเขาแทบจะเบิกกว้างหลังจากนั้นไม่กี่วินาที

"เธอได้เจ้านี่มาจากที่ไหน ?" เขาถามเสียงเบา

โซเรียนพิจารณาข้างในใจว่าต้องทำอะไรและจากนั้นก็ตัดสินใจวัดความจริง

"ไม่นานมานี้ ผมถูกใครบางคนโจมตี พวกเขาใช้คาถานั้นร่ายมนตรา ผมเพียงต้องการทราบว่ามันคืออะไร"

ซีโนมีร์สูดลมหายใจลึกและพิงพนัก "เธอโชคดีที่ไม่ถูกมันเข้า มันเป็นคาถาเวทวิญญาณสักประเภท"

"เวทวิญญาณ ?"

"เนโครแมนซี"

โซเรียนกะพริบตา เนโครแมนซี ? อ่า มันก็เข้าท่าสำหรับลิชที่จะใช้คาถาประเภทนั้น แต่ว่าเวทแห่งความตายเกี่ยวอะไรกับการท่องเวลาล่ะ ? ไม่เลย นี่ค่อนข้างจะยืนยันได้ว่าแซคคือตัวการหลักในสถานการณ์ของเขา

"เอ่อ เดี๋ยวนะครับ แล้วมันเป็นภาษาอะไรกันน่ะครับ ?" โซเรียนถาม

"หืม ? โอ้ ! ใช่ ภาษา... มันเป็นภาษามาจาราโบราณ ใช้พูดกันในหลากหลายวัฒนธรรมที่ใช้ร่วมกันในทวีปมีอาซิน่ากับไอโคเซียน ก่อนที่พวกเขาจะมีชื่อเสียง ซากปรักหักพังมากมายในโคธจารึกไว้ด้วยภาษานี้ และน่าเสียดาย มันเป็นภาษาที่ถูกใช้กันในพิธีกรรมอันดำมืดที่สุดและอาคมแห่งความตายเป็นกฎเกณฑ์ ฉันเกรงว่าเธอจะไม่ค้นพบหนังสือใดที่จัดไว้อย่างเปิดเผยในสาธารณะเกี่ยวกับมันหรอกนะ แต่กลับมาที่เรื่องของผู้โจมตีสิ นี่มันเป็นเวทมนตร์ที่ดำมืดที่สุดที่พวกเขาใช้ และคงไม่ได้มาดีแน่ถ้าพวกเขาโยนคาถาพรรค์นี้ใส่นักเรียนวิทยาลัย"

ตัดสินจากที่เขาไม่อาจเปลี่ยนใจได้อีกแล้วในตอนนี้ ถึงกระนั้นโซเรียนก็ตัดสินใจไม่เอ่ยถึงการท่องกาลเวลาและสร้างเรื่องขึ้นมา เขาบอกกับซีโนมีร์ว่าเขาได้ยินแผนการที่จะบุกรุกเมืองในช่วงเทศกาลคิมหันตฤดู ตอนแรกเขาเมินเฉยมันไปด้วยคิดว่าเป็นการล้อกันเล่นสักประเภทเพราะมันช่างไร้สาระอย่างน่าขัน ทว่าเมื่อร่างทั้งสองอันคลุมเครือสังเกตเห็นเขาที่แอบฟังเข้าและเริ่มร่ายคาถาที่เขาไม่อาจระบุได้ใส่ ความกังวลของเขาก็งอกเงย ซีโนมีร์พาตัวเองให้จริงจังมากกว่าที่โซเรียนคิดว่าเขาจะเป็น และบอกเขาให้กลับบ้านไป แล้วทิ้งทุกอย่างให้เขาจัดการเอง

หะ เป็นไปด้วยดีอย่างน่าประหลาดใจ – อย่างน้อยซีโนมีร์ก็ไม่ได้ลากเขาไปสถานีตำรวจเพื่อให้ปากคำในทันที ถึงเขาจะสงสัยว่ามันคงเป็นแบบนั้นในอนาคตอันใกล้นี้ก็เถอะ เขาเดินกระวนกระวายรอบ ๆ ห้องของตัวเอง ไม่สามารถนอนหลับได้ลงและพ่ายแพ้ต่อความหวาดหวั่นของการตรวจสอบที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเป็นเรื่องฉลาดหรือไม่ เขาก็ได้กระทำลงไปแล้ว และตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงรอคอยและดูว่าผลของการตัดสินใจของเขาจะเป็นเช่นไร สำหรับเขาเองและสำหรับทุกคน

เสียงเคาะประตูขัดแทรกเขา เสียงเคาะดังและหนักแน่นอันกินเวลาเพียงหนึ่งหรือสองวินาที – ไม่เหมือนกับเสียงเคาะของใครที่เขารู้จักโดยสิ้นเชิง

"มาแล้ว !" โซเรียนร้อง สงสัยว่าคงเป็นใครบางคนที่มาเพื่อคุยกับเขาเกี่ยวกับเรื่องที่เขาบอกซีโนมีร์ "ผมช่วยอะไร- อึ่ก !"

โซเรียนมองใบมีดที่ปักคาอกของเขาอย่างโง่งม ปากของเขาอ้าเพื่อแผดร้องอย่างไร้เสียง เขามีเวลาเพียงพอจะมองผู้โจมตี – ร่างเตี้ยในชุดสีดำหลวมโคล่งและหน้ากากสีขาวไร้ใบหน้า – ก่อนที่ใบมีดจะถูกชักกระชากออกจากร่างของเขาอย่างเจ็บสาหัสสากรรจ์ และจากนั้นก็เสียบแทงเข้าโพรงหน้าอกของเขาอีกครั้งในทันที อีกครั้งและอีกครั้งและอีกครั้ง...

เมื่อความมืดเข้าครอบงำทัศนวิสัย เขายินดีที่กำลังจะตายแล้วจริง ๆ การถูกแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าใส่อก ช่างเจ็บบรม

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧




NEKOPOST.NET