[แปล] Mother of Learning ตอนที่ 5.2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[แปล] Mother of Learning

Ch.5.2 - เริ่มใหม่ (2/2)


"นายสาย"

โซเรียนมองใบหน้าเข้มงวดของอโคจาเงียบ ๆ เขารู้สึกดีใจที่ไม่ต้องรับมือกับละครโศกใดเพราะสายัณห์​แห่งความน่าสังเวชของเขาและเธอ – เกือบจะความยินดีด้วยความจริงที่ว่าเขาไม่ได้ตาย – แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยเรื่องการระเบิดลงของเธอในตอนนั้น เธอก็ไม่ได้ดูเหมือนว่าจะชอบพอในตัวเขานี่ ดังนั้นทำไมความเห็นของเขาถึงได้เข้าเป้าเธอขนาดนั้นกัน ?

"อะไร ?" เธอถาม และโซเรียนก็ตระหนักได้ว่าเขามองเธอนานไปหน่อยแล้ว อุ๊ปส์

"อโค ทำไมเธอต้องบอกฉันเรื่องนี้ ตอนที่ชั้นเรียนมากันยังไม่เกินครึ่งเล่า ?" เขาถาม

"เพราะว่าอย่างน้อยนายก็รับฟัง ไม่เหมือนพวกเขา" อโคจายอมรับ "นอกจากนั้น คนอย่างนายก็ควรจะเป็นตัวอย่างต่อนักเรียนคนอื่น ไม่ใช่ทำตัวเหมือนกับพวกเขา"

"คนอย่างฉัน ?" โซเรียนถาม

"เข้าไปข้างในได้แล้ว" เธอขัดอย่างหงุดหงิด

เขาถอนหายใจและเข้าไปข้างใน บางทีคงจะดีกว่าที่จะเรื่องมันไป – เขามีปัญหาอื่นที่ต้องรับมืออยู่แล้ว และถึงอย่างไรเธอก็ยึดกฎมากเกินสำหรับรสนิยมของเขา

เขาไม่รู้ว่าคาดหวังว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อเขาเดินเข้าสู่ชั้นเรียน ทุกคนจะหยุดจากสิ่งที่พวกเขาทำและมองมายังเขาล่ะมั้ง ? อย่างน้อยเขาก็มีเหตุผลที่จะรู้สึกเสียขวัญกับการเข้าร่วมชั้นเรียนครั้งแรกของปีการศึกษาเป็นครั้งที่สอง แต่แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ทำแบบนั้น มันไม่ใช่ครั้งที่สองสำหรับพวกเขา และไม่มีสิ่งผิดปกติที่เห็นได้ชัดเจนเกี่ยวกับเขาสำหรับพวกเขาให้สังเกตเห็น เขาระงับความวิตกกังวลของตัวเองและนั่งลงที่หลังชั้นเรียน ค่อย ๆ สแกนผู้มาใหม่เพื่อหาสัญญาณของแซค เขาแน่ใจว่าเด็กชายเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้สักทาง และเด็กชายผู้ลึกลับนี้ก็ปรากฏเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของโซเรียนที่จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

มีความวุ่นวายนิดหน่อยตอนที่เดรกอัคนีของไบรอัมส่งเสียงฟ่อดังและเริ่มไล่กวดเพื่อนข้างเคียงกับไบรอัมไปทั่วชั้นเรียนก่อนที่ไบรอัมจะสงบมันลง เห็นได้ชัดว่าสัตว์เลื้อยคลานเวทมนตร์ชอบเด็กชายผู้โชคร้ายไม่น้อยไปกว่าที่มันเคยทำกับโซเรียนเลย กรณีไหนก็ตาม อิลซ่าก็เข้ามาในทันใดหลังจากนั้นและเริ่มคาบเรียน

แซคไม่ปรากฏตัว

โซเรียนใช้เวลาทั้งคาบเรียนด้วยความงุนงง ตกใจกับการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์นี้ แซคหายหัวไปที่ไหน ? ทุกอย่างเกิดขึ้นแทบจะเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในความทรงจำจากอนาคตของเขา แต่การลาของแซคเป็นส่วนเบี่ยงเบน​หลักอย่างแรก นี่ก็ยืนยันได้อย่างแน่นหนาเลยว่าแซคเกี่ยวข้องกับเรื่องบ้าบอคอแตกนี้ในสักทางหนึ่ง ทว่ามันได้ส่งผลมายังโซเรียนในตอนนี้

การบรรยายนั้นน่ารำคาญยิ่งกว่าเดิมจากครั้งแรกที่เขาได้ฟัง เพราะว่าจากมุมมองของเขา เขาได้ผ่านส่วนของการทบทวนเหล่านี้มาเป็นแรมเดือนแล้ว โดยเฉพาะอิลซ่าที่ทำตามบทสักอย่าง เพราะว่าการบรรยายแทบจะเหมือนกับในความทรงจำของเขาเลย มีเพียงแค่​แซคไม่ได้อยู่เพื่อแข่งกับอโคจาตอบคำถามอิลซ่าในชั้นเรียน

ช่างน่าขันที่สิ่งต่าง ๆ ดูจะชัดเจนเมื่อนึกหวนกลับ แซคแสดงท่าทีแปลก ๆ มาตั้งแต่ต้น ในคาบเรียนแรกสุด แต่โซเรียนกลับไม่คิดอะไรเกี่ยวกับมัน แน่นอน การที่แซคอาสาตอบคำถามอาจารย์ เป็นอะไรที่แปลกแยกไปจากตัวตนของเขาสุด ๆ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อโดยสมบูรณ์ ถึงอย่างไรมันก็แค่ช่วงทบทวนบทเรียน และพวกเขาก็รู้สิ่งเหล่านี้เพื่อสอบผ่านใบรับรองกันอยู่แล้ว มันใช้เวลากว่าสองสัปดาห์ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มตระหนักถึงความเพิ่มพูนอย่างฉับพลันของแซค

มีคำถามมากมาย น้อยนิดคำตอบ เขาได้แต่หวังว่าแซคจะโผล่หัวมาในเร็ว ๆ นี้

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

แซคไม่ได้เข้าชั้นเรียนในวันนั้น หรือวันถัดไป หรือวันหลังจากนั้นอีก จนกระทั่งวันศุกร์ โซเรียนค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าเด็กชายจะไม่โผล่มาอีกแล้ว ตามคำบอกเล่าของเบนิเเสค แซคหายตัวไปเฉย ๆ จากคฤหาสน์ของตระกูลของเขาในวันเดียวกันกับที่โซเรียนขึ้นรถไฟมาซีโอเรีย และไม่มีใครเห็นเบาะแสเกี่ยวกับเขาเลยตั้งแต่นั้น โซเรียนไม่คิดว่าเขาจะสามารถกุเรื่องใด ๆ ต่อพนักงานสอบสวนที่ได้รับการว่าจ้างจากผู้คุ้มครองของเด็กชายโดยไม่คิดสิ่งใดได้ และเขาไม่ต้องการดึงดูดความสนใจของตัวเองด้วยการไปเที่ยวไถ่ถาม ดังนั้นจึงได้แต่เก็บงำปริศนาของแซคไว้ก่อนอย่างไม่เต็มใจนัก

อย่างน้อยงานที่โรงเรียนของเขาก็เป็นไปด้วยดี ต้องขอบคุณความรู้ที่มีมาก่อน เขาเอาชนะข้อสอบสุดตะลึงพรึงเพริดของโนร่า บูลมาได้และไม่ได้ต้องศึกษาวิชาใดจริง ๆ – ความสดชื่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เพียงพอให้เขาผ่านพ้นมันได้อย่างสบาย ๆ ครั้งหนึ่งคาบเรียนเขตอาคมของเขาเป็นอะไรที่บางทีก็สมควรเปลี่ยนจริง ๆ แต่สำหรับตอนนี้ เวลาว่างทั้งหมดที่เขามีเขาอยากจะพิจารณาว่าอะไรที่เขาควรทำเกี่ยวกับเทศกาลคิมหันตฤดูที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วและการโจมตีที่จะเกิดขึ้น

น่าเสียดาย ด้วยแซคที่ขาดเรียน โซเรียนจึงชนกับทางตันในเบาะแสทั้งหมดที่มี และตอนนี้ก็เสียซึ่งวิธีว่าจะดำเนินการเช่นไร

"เข้ามา"

โซเรียนเปิดประตูห้องทำงานของควิมและสบสายตาของควิมอย่างท้าทาย เขาค่อนข้างมั่นใจความถูกต้องของความทรงจำจาก 'อนาคต' ของเขาแล้วตอนนี้ การหายตัวไปอย่างลึกลับของแซคก็ทางหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงรู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นในการฝึกฝนอันขุ่นมัวนี้ เขาอยากจะชักจูงล้มโต๊ะการเข้าพบ แต่เขาก็รู้ดีว่าน้ำอดน้ำทนของเขาในการเผชิญหน้ากับการต่อต้านของชายคนนี้จะนำพาให้อิลซ่ารับเขาไปอยู่ใต้ปีกของหล่อนในที่สุด และนอกจากนั้น เขารู้สึกว่านั่นจะทำให้ควิมชื่นชอบนักล่ะหากเขาถอนตัว – โซเรียนมีความรู้สึกที่แตกต่างไปว่าชายคนนี้พยายามจะทำให้เขาลาออกไปตั้งแต่ครั้งล่าสุดแล้ว – และเขาก็ห่างไกลจากการอาฆาตที่จะทำแบบนั้น เขานั่งลงในทันใด ความรู้สึกผิดเล็ก ๆ ที่ชายคนนี้ไม่ตั้งแง่ถึงการกระทำหยาบคายของเขา

"โซเรียน คาซินสกี้ ?" ควิมถาม โซเรียนพยักหน้าและรับปากกาที่ชายคนนั้นโยนให้ในอากาศอย่างชำนาญ อย่างที่คาดเดาไว้อยู่แล้ว

"แสดงพื้นฐานสามประการให้ฉันดูสิ" ชายคนนั้นสั่ง ไม่มีเสี้ยวของความประหลาดในความสำเร็จของการรับประสาน

ในฉับพลันโดยปราศจากการหายใจลึก โซเรียนแบมือของเขา ปากกากระโจนออกจากฝ่ามือของเขาและลอยขึ้นในอากาศ

"ทำให้หมุน" ควิมกล่าว

โซเรียนเบิกตากว้าง เกิดอะไรขึ้นกับ 'เริ่มใหม่' ล่ะ ? ความพยายามในปัจจุบันของเขาไม่ได้เลวร้ายไปกว่าสิ่งที่เขาแสดงออกมาในช่วงสุดท้ายก่อนจะถึงงานเต้นรำมรณะนั่น และควิมก็ตอบสนองในคืนสุดท้ายนั้นเพียงแต่ 'เริ่มใหม่' เหมือนกับเวลาอื่น ๆ อะไรที่เปลี่ยนแปลงตอนนี้กัน ?

"คุณมีปัญหาทางการได้ยินรึไง ?" ควิมถาม "ทำให้มันหมุน !"

โซเรียนกะพริบตา ตระหนักในที่สุดว่าเขาควรจะจับจดกับปัจจุบันแทนที่จะเป็นความทรงจำของเขา "อะไรครับ ? คุณหมายความว่ายังไงที่ให้ 'มันหมุน' ? นั่นไม่ใช่ส่วนหนึ่ง​ของพื้นฐานสามประการนี่..."

ควิมถอนหายใจโศกสลดและค่อย ๆ นำปากกาอีกด้ามออกมาและลอยมันเหนือฝ่ามือของเขา แทนที่จะห้อยต่องแต่งบนอากาศเหมือนโซเรียน ปากกาของควิมหมุนเหมือนกับใบพัด

"ผม... ไม่มีความคิดเลยว่ามันทำอย่างไร" โซเรียนยอมรับ "พวกเราไม่เคยเรียนวิธีการทำแบบนั้นในวิชาเรียน"

"ใช่ มันเป็นอาชญากรรมว่าชั้นเรียนแย่ ๆ คือความล้มเหลวของนักเรียนของพวกเราได้อย่างไร" ควิมกล่าว "รูปแบบง่าย ๆ ของการฝึกลอยวัตถุไม่ควรจะอยู่เกินเลยความเข้าใจของผู้วิเศษที่ได้รับการรับรองแล้วเลย ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเราก็ควรจะแก้ไขข้อบกพร่องนี้ซะก่อนที่จะย้ายไปที่เรื่องอื่น"

โซเรียนถอนหายใจ ยอดเยี่ยม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไม่มีใครที่เชี่ยวชาญพื้นฐานสามประการมากพอต่อความชื่นชมของควิม หากเขายังคงจำกัดความของ 'ความเชื่ยวชาญ' แบบนั้น บางทีอาจมี 'การเปลี่ยนแปลงยิบย่อย' เป็นร้อยประการของพื้นฐานสามประการแต่ละอย่าง มากพอที่จะใช้เวลาเป็นทศวรรษที่จะเรียนพวกมันได้ทั้งหมด ดังนั้นก็ไม่ค่อยน่าแปลกใจหรอกที่จะไม่มีใครสามารถเข้าถึงพวกมันทั้งหมดได้ในเวลาแค่สองปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัดสินจากมาตรฐานในการติดป้าย 'เชี่ยวชาญ' ทักษะของควิม

"เอ้า" ควิมกระตุ้น "เริ่ม"

โซเรียนจดจ่อกับปากกาที่ลอยเหนือฝ่ามือของเขา พยายามคิดว่าทำแบบนั้นอย่างไร มันควรจะเป็นอะไรที่กล้วย ๆ เขาก็แค่ต้องตั้งจุดมั่นที่ตรงกลางของปากกาและผลักที่ส่วนท้าย ใช่ไหม ? อย่างน้อย ๆ นั่นก็เป็นความคิดแรกที่เข้ามาในหัว เขาเพียงจัดการให้ปากกาเคลื่อนเล็กน้อยตอนที่เขารู้สึกว่ามีวัตถุที่คุ้นเคยกระแทกเข้าที่หน้าผาก

โซเรียนเหลือบมองไปยังควิม สาบแช่งตัวเองที่ลืมเรื่องไอ้หินอ่อนเวรของหมอนี่เสียได้ ควิมเหลือบมองปากกาที่ยังคงอยู่เหนือฝ่ามือของโซเรียน

"คุณไม่เสียสมาธิ" ควิมตั้งข้อสังเกต "ดี"

"คุณปาหินอ่อนใส่ผม" โซเรียนฟ้องร้อง

"ฉันแค่เร่งคุณ" ควิมกล่าว ไม่รู้สึกรู้สา "คุณช้าเหลือเกิน คุณต้องเร็วกว่านี้ เร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้น ! เริ่มใหม่"

โซเรียนถอนหายใจและกลับมาทำหน้าที่ตัวเองต่อ ช่าย เป็นการฝึกฝนอันน่าคับข้องใจจริง ๆ

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

ระหว่างความไม่คุ้นเคยกับการฝึกและการขัดจังหวะอย่างต่อเนื่องของควิม โซเรียนได้เพียงจัดการให้ปากกาโคลงเคลงไปมาในช่วงสุดท้ายแล้ว ซึ่งมันก็... น่าสังเวชจริง ๆ ทักษะการก่อรูปที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างไปจากเพื่อนผู้วิเศษคนอื่น และเขาก็รู้สึกว่าเขาควรจะทำมันได้ดีกว่านี้ ถึงจะมีการพยายามรบกวนซ้ำ ๆ ของควิมก็เถอะ โชคดี มีหนังสือที่อธิบายการฝึกโดยละเอียดนั้นหาได้อย่างง่ายดายในหอสมุดวิทยาลัย ดังนั้นเขาก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่ำชองมันในสัปดาห์หน้า ก็นะ ไม่ใช่ช่ำชอง สิ – ไม่ใช่ในแบบที่ควิมอยากให้เขาเป็นแน่ – แต่อย่างน้อยเขาก็อยากจะรู้ในสิ่งที่จะต้องทำก่อนที่จะไปพบควิมในคราหน้า

แหงล่ะว่า ปกติแล้วเขาไม่เต็มใจที่จะใส่ใจในการฝึกก่อรูปมากมายนัก ทว่าเขาก็ต้องการสิ่งที่ทำให้หัวปั่น ตั้งแต่เริ่มต้น สถานการณ์ของการข้ามเวลาทั้งหมดมันไร้สาระเห็น ๆ ซึ่งเขาพบว่ามันง่ายที่จะสงบและรวบรวมไว้ บางส่วนของเขายังคงคาดว่าสิ่งทั้งหมดทั้งมวลคือฝันซ้อนฝันหรืออะไรสักอย่าง และเขาก็จะตื่นขึ้นในสักวันหนึ่งและจดจำอะไรไม่ได้เลย ส่วนนั้นได้กลายเป็นความตื่นตระหนกและไม่สบายใจด้วยเห็นได้ชัดเจนเลยว่าสถานการณ์ที่เขาเผชิญอยู่นี้เป็นความจริง อะไรคือสิ่งที่เขาควรจะทำกันเล่า ? ปริศนาการขาดเรียนของแซคยังถ่วงในใจเขา พัดกระพือความหวาดระแวงของเขาและทำให้เอึกอักที่จะบอกใครก็ตามเกี่ยวกับการรุกราน โซเรียนไม่ใช่คนเสียสละโดยพื้นฐานและก็ไม่ต้องการช่วยคนอื่นเพียงเพื่อผลักไสตัวเองไปสู่จุดจบ – เขาค่อนข้างแน่ใจว่าเขาตายในตอนท้ายของความทรงจำจากอนาคตของเขา – และเขาก็ไร้เจตนาที่จะถลุงมัน เขาได้พิจารณาถึงหน้าที่ทางจริยธรรมของตัวเองในการเตือนผู้คนเรื่องอันตรายที่จะคุกคามเมือง ทว่ามันไม่มีทางใดเลยที่จะทำได้โดยปราศจากการทำลายชีวิตหรือชื่อเสียงของเขาเอง

เป็นความคิดอย่างเรียบง่ายที่จะเตือนผู้คนให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ (และมั่นใจว่าอย่างน้อยที่สุดบางส่วนของพวกเขาจะได้รับการเตือนอย่างจริงจัง) และทำแบบซึ่ง ๆ หน้า เพราะการสื่อสารด้วยลายลักษณ์สามารถถูกละเลยไปได้ด้วยไม่ได้เป็นการโต้ตอบโดยส่วนตัว โชคร้ายที่แบบนั้นรังแต่จะเป็นการป้ายสีว่าเขาเป็นคนบ้า จนกว่าเขาจะได้รับการยืนยันด้วยการโจมตีจริง ๆ ถ้าหากว่ามันมีการโจมตีจริง นั่นก็คือ – จะเกิดอะไรขึ้นหากผู้สมรู้ร่วมคิดตัดสินใจล้มเลิกแผนการของพวกเขาและการรุกรานก็ไม่ได้เกิดขึ้นล่ะ ? อะไรจะเกิดหากไม่มีใครเชื่อเขาอย่างจริงจัง จนกระทั่งสายเกินไปแล้วและจากนั้นก็ตัดสินเปลี่ยนเขาให้เป็นแพะรับบาปเพื่อที่จะโยนความรับผิดชอบออกไปจากตัวพวกเขาเอง ? อะไรจะเกิดหากผู้คนที่เขาพยายามจะเตือน เป็นส่วนหนึ่งของการสมรู้ร่วมคิดและฆ่าเขาทิ้งก่อนที่เขาจะมีโอกาสบอกคนอื่นได้ ? ถ้าหาก ถ้าหาก... หนทางมากมายของสมมติฐาน และเขาก็แอบสงสัยว่าหากหนึ่งในนั้นคือความรับผิดชอบสำหรับการหายตัวไปของแซค

ด้วยผลของสิ่งคาดคะเนเหล่านี้ ความคิดที่จะอยู่อย่างนิรนามก็ดึงดูดเขาขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวันที่ผ่านพ้นไป ปัญหาก็คือการส่งข้อความไปยังคนหมู่มากโดยปราศจากการแกะร่องรอยกลับมายังคุณได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย เมื่อมีเวทมนตร์มาร่วมด้วย การพยากรณ์มิได้ไร้ประสิทธิภาพไปเสียทั้งหมด แต่โซเรียนก็มีความเข้าใจถึงข้อจำกัดในทางวิชาการของพวกเขา และการระแวดระวังของเขาบางทีก็ไม่อาจจะขัดขวางการค้นหาโดยนักพยากรณ์ผู้เก่งกาจได้

โซเรียนถอนหายใจและเริ่มต้นร่างแผนการเบื้องต้นในสมุดของเขา เมินเฉยต่อการบรรยายสุดกระตือรือร้นของอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ของเขาไปโดยสิ้นเชิง เขาคิดว่าใครที่ต้องติดต่อด้วย, อะไรที่ต้องใส่ในเนื้อหาจดหมาย และการทำให้แน่ใจว่าพวกเขาจะแกะรอยกลับมายังเขาไม่ได้ได้อย่างไร บางคราเขาก็สงสัยว่ารัฐบาลจะอนุมัติให้ผู้เขียนเผยแพร่กลวิธีในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากการบังคับใช้กฎหมายหรือ แต่เขาก็คงจะตรวจสอบหอสมุดเพื่อดูว่าพวกเขามีอะไรในหัวข้อนี้บ้าง เขาจดจ่ออยู่กับงานที่แต่งตั้งเอาเองจนแทบจะไม่ตระหนักเลยว่าคาบเรียนจบลง เขียนหนังสืออย่างรีบเร่งเกรี้ยวกราด ขณะที่ทุกคนไปรวมตัวกันและออกไปจากห้องเรียน เขาไม่ได้สังเกตเลยจริง ๆ ว่าเบนิเสคมองข้ามไหล่ของเขามา

"แกทำอะไรน่ะ ?"

โซเรียนตอบสนองด้วยการปิดสมุดของตัวเองในพลันที่เบนิเสคเริ่มพูดและมอบสายตารังเกียจให้เด็กชาย

"ไร้มารยาทเสียจริงที่มองข้ามไหล่คนอื่นนี่" โซเรียนตั้งข้อ

"พวกเราซี้กันไม่ใช่รึไง ?" เบนิเสคยิ้ม ลากเก้าอี้เสียงดังจากโต๊ะที่อยู่ใกล้แล้วจึงนั่งลงอีกด้านหนึ่งของโต๊ะโซเรียน "สบาย ๆ น่ะ ฉันไม่เห็นอะไรเลย"

"อย่าแม้แต่จะคิด" โซเรียนติ เบนิเสคเพียงยิ้มกว้างกว่าเดิม "แล้วแกต้องการอะไร ?"

"ก็แค่อยากคุยด้วยหน่อยน่ะ" เบนิเสคยักไหล่ "ปีนี้แกเก็บเนื้อเก็บตัวเสียจริง แกดูอึดอัดบนใบหน้าตลอดเวลา แล้วแกก็ยุ่งตลอดทั้งที่เพิ่งจะเริ่มเปิดเรียน ก็แค่อยากรู้ว่าอะไรที่มันรบกวนอยู่กันน่ะ ?"

โซเรียนถอนหายใจ "มันไม่ใช่อะไรที่แกช่วยฉันได้หรอกว่ะ เบน..."

เบนิเสคเค้นเสียงขัดข้อคำวิจารณ์ของเขาอย่างเห็นได้ชัด "แกหมายความว่ายังไงว่าฉันช่วยแกไม่ได้ !? ฉันคิดว่าแกก็รู้อยู่ว่าฉันเชี่ยวชาญปัญหาสาวน้อยจะตายไป"

คราวนี้เป็นตาโซเรียนที่เค้นเสียงในลำคอ "ปัญหาสาวน้อย !?"

"โอ้ ไม่เอาน่ะ" เบนิเสคหัวร่อ "วอกแวกกระวนกระวายตลอดเวลา ? เหม่อลอยกลางคาบเรียน ? วางแผนที่จะส่งจดหมายนิรนาม ? ชัดเจนเลยพวก ! สาวน้อยผู้โชคดีคนนั้นเป็นใครกันวะ ?"

"ไม่มี 'สาวน้อยผู้โชคดี' ทั้งนั้น" โซเรียนโอดครวญ "และฉันคิดว่าแกไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ?"

"ฟังนะ ฉันไม่คิดว่าการส่งจดหมายนิรนามจะเป็นความคิดที่ดีหรอกนะ" เบนิเสคกล่าว เมินเฉยต่อคำแย้งของเขาไปโดยสิ้นเชิง "นั่นน่ะ... เด็กปีหนึ่ง แกก็รู้ใช่ไหม ? แกควรจะเดินไปหาหล่อนและบอกว่าแกรู้สึกอย่างไรกับหล่อนเลย"

"ฉันไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนั้น" โซเรียนถอนหายใจ ลุกจากที่นั่ง

"เฮ้ ไม่เอาน่า..." เบนิเสคประท้วง ติดสอยห้อยตามหลังเขา "เพื่อน แกนี่มันขี้งอนจริง เคยมีใครบอกแกแบบนั้นบ้างไหม ? ฉันก็แค่..."

โซเรียนเมินเฉยเเขา เขาไม่ได้ต้องการสิ่งนี้ในเวลานี้เลยจริง ๆ

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

นึกย้อนกลับไปแล้ว โซเรียนควรจะรู้อยู่ว่าการละเลยเบนิเสคไปไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย มันใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันที่เกือบจะทั้งชั้นเรียน 'รู้' ว่าโซเรียนหลงรักใครบางคน และพวกเขาก็เอ็ดตะโรเสียงขรมซึ่งน่ารำคาญเป็นบ้า ไม่ต้องกล่าวถึงการกวนใจ ความไม่พอใจในข่าวลือของเขาเกือบจะเหือดแห้งไปแล้ว เมื่อเนโอลูเข้ามาหาเขาในวันหนึ่งและมอบรายชื่อสั้น ๆ ของ 'หนังสือที่เขาคิดว่าอาจเป็นประโยชน์' ให้ เขาแทบจะเผารายชื่อนั้นให้มอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรายชื่อพวกนั้นตกแต่งไปด้วยหัวใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นโหล แต่ในท้ายที่สุดความสงสัยโดยธรรมชาติของเขาก็ชนะ และเขาก็ไปยังหอสมุดเพื่อตรวจสอบพวกมัน เขาคิดว่าอย่างน้อยที่สุดเขาก็สามารถหัวเราะไปกับพวกมันได้ดี

แม้ว่าเขาจะได้ยิ่งกว่าการหัวเราะก็เถอะ – แทนที่จะเป็นคำแนะนำความรักโง่เง่าอย่างที่เขาคาดไว้ หนังสือที่เนโอลูแนะนำให้นั้นทั้งหมดเกี่ยวกับการทำให้แน่ใจว่าจดหมาย, ของขวัญ และอะไรก็ตามจะไม่ถูกย้อนรอยกลับมายังคุณด้วยการพยากรณ์หรือเวทมนตร์อื่น ๆ ได้ เห็นได้ชัดว่าถ้าคุณเรียกคำแนะนำอย่าง รักต้องห้าม : เผยปริศนาแห่งประกาศิตสีเลือด และวลีที่เกี่ยวพันกับคำแนะนำ คุณก็จะได้รับหัวข้อที่ผ่านการตรวจกรองตามปกติมาอยู่ในประเด็นนั้นด้วย

แหงล่ะว่าเขาไม่มีความคิดหรอกว่าจะเชื่อถือคำแนะนำของหนังสือพวกนี้จริง ๆ ได้ และบรรณารักษ์ก็มองเขาอย่างขบขันเมื่อเขายืมหนังสือพวกนั้น แต่เขาก็ยังยินดีที่ได้พบพวกมัน ถ้าหากว่าสิ่งทั้งหมดนี้เป็นไปด้วยดีในท้ายที่สุด เขาคงต้องทำอะไรดี ๆ สักอย่างให้เนโอลูบ้าง

ดังนั้นเมื่อเทศกาลคิมหันตฤดูใกล้เข้ามา โซเรียนจึงเตรียมพร้อมและวางแผนการ เขาซื้อกระดาษทั่วไปมาเป็นปึก, ปากกา และซองจดหมายในร้านค้าที่ดูมอซอและไม่ใส่ใจติดตามว่าลูกค้าของตัวเองซื้ออะไรไป เขาเขียนคำอย่างระมัดระวังไม่ให้เผยรายละเอียดส่วนตัวออกไป จนจุดที่เขาทำให้แน่ใจว่าไม่ได้แตะกระดาษด้วยมือเปล่า ๆ ของเขาเอง และไม่มีเหงื่อ, เส้นผม หรือเลือดเปอะที่ซอง เขาจงใจเขียนด้วยอักษรตามมาตรฐานเป็นทางการที่ดูไม่คล้ายกับลายมือปกติของเขา ทำลายปากกา กระดาษส่วนเกินและซองที่ไม่ได้ใช้ในตอนท้ายสุด

และจากนั้น สัปดาห์ก่อนงานเทศกาล เขาเสียบจดหมายในตู้ไปรษณีย์สาธารณะที่แตกต่างกันทั่วทั้งซีโอเรียและรอคอย

มันช่าง... สั่นประสาท หากจะให้พูด ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย จริง ๆ  – ไม่มีใครที่มาเผชิญหน้ากับเขาเรื่องของจดหมาย ซึ่งก็เป็นเรื่องดี แต่ทั้งไม่มีอะไรที่ผิดแผกไปจากปกติที่เกิดขึ้นสักนิดเลย ไม่มีใครเชื่อเขาเลยงั้นหรือ ? นี่เขาพลาดและจบลงด้วยการที่จดหมายไปไม่ถึงมือผู้รับที่เขาตั้งใจอย่างนั้นหรือ ? พวกเขาชาญฉลาดในปฏิกิริยาของตัวเองว่าจะไม่มีการรบกวนใด ๆ เกิดขึ้น อย่างนั้นหรือ ? การรอคอยแทบจะฆ่าเขา

ในที่สุด เขารอมาเพียงพอแล้ว ในเย็นก่อนงานเต้นรำ เขาตัดสินใจว่าเขาได้ทำทุกสิ่งที่ทำได้ไปแล้ว และขึ้นรถไฟเที่ยวแรกออกจากเมือง จดหมายของเขาอาจจะหรือไม่ประสบผล แต่จะอย่างไรเขาก็ไม่เป็นไรทั้งนั้น หากใครก็ตามถามถึง(ซึ่งเขาเดาว่าอาจมี) เขาจะใช้แผนการ 'อุบัติเหตุทางรสานยเวท' ของเขาจริง ๆ เขาพลาดในการทำน้ำยาและสูดดมสารพิษบางอย่างเข้าไป พอตอนที่ได้สติขึ้นมาเขาก็อยู่นอกซีโอเรียแล้ว ใช่ นั่นแหละเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ขณะที่รถไฟขับเคลื่อนออกจากซีโอเรียในกลางดึก โซเรียนระงับความวิตกกังวลของตัวเองและความรู้สึกผิดสำหรับการกระทำอันจิ๊บจ้อยในการเตือนผู้คนถึงการโจมตีที่ย่างกราย เขาจะทำอะไรได้บ้างกันล่ะ ? ไม่มีเลย นั่นแหละ ไม่มีสิ่งใดทั้งสิ้น

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็หลับลงด้วยความไม่สบายใจ เสียงดังเป็นจังหวะของรถไฟขับกล่อมเขา ภาพของเทห์วัตถุร่วงโรยและบรรดาโครงกระดูกในแสงสีเขียวหลอกหลอนเขาในนิทรา

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

ดวงตาของโซเรียนเปิดออกในทันใดที่มีอาการปวดอย่างรุนแรงเกิดขึ้นที่ท้องของเขา ทั่วทั้งสรรพางค์ชักเกร็ง โค้งตัวงอต่อวัตถุที่ร่วงหล่นใส่ และฉับพลันนั้นเขาก็ตื่นขึ้นเต็มตา ปราศจากร่องรอยของความง่วงงุนในหัวของเขา

"อรุณสวัสดิ์ พี่ชาย !" เสียงกระปรี้กระเปร่าที่น่ารำคาญดังมาจากเหนือร่างของเขา "เช้าแล้ว เช้าแล้ว เช้าแล้ว !"

เขาจ้องมองน้องสาวของตัวเองอย่างไม่เชื่อสายตา ปากของเขาอ้ากว้างและหุบเป็นครั้งคราว อะไร อีกแล้ว ?

"โอ้ แกต้องล้อฉันเล่นแน่ ๆ !" โซเรียนคำราม และคิริแอลก็รีบกระโจนออกจากตัวเองและหลบหนีอย่างหวาดผวา เห็นได้ชัดเลยว่าเธอคิดว่าเขาเดือดใส่เธอ "ไม่ใช่เธอ คิริ พี่... พี่แค่ฝันร้าย แค่นั้นเอง"

เขาไม่อยากจะเชื่อเลย มันเกิดขึ้นอีกแล้ว !? มันเรื่องบ้าอะไรกัน ? เขาดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุด เพราะมันก็หมายความว่าเขาไม่ได้... คุณก็รู้ ตาย แต่ตอนนี้เล่า ? มันช่างวิปริต ทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้นกับเขากัน ?

โอ้ และขณะที่เขากำลังคร่ำครวญกับชะตากรรมของตัวเองในใจ คิริแอลก็ทำตัวเป็นอุปสรรควิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำไปอีกแล้ว เฮงซวยฉิบเป๋ง !




NEKOPOST.NET