[แปล] Mother of Learning ตอนที่ 4.1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[แปล] Mother of Learning

Ch.4.1 - สะเก็ดดาว (1/2)


"มาแล้ว ๆ" โซเรียนโอดครวญ ปึงปังตรงไปยังประตู จริง ๆ นะ ไอ้การเคาะอย่างบ้าคลั่งนี้มันอะไรกัน ? ใครที่เข้าตาจนจนต้องมาถึงห้องของเขา ? เขาเปิดสลักประตูและพบว่าตัวเองมองใบหน้าที่ไม่พอใจของอโคจา "อโค ? เธอมาทำอะไรที่นี่ ?"
 
"ฉันสิที่ควรถามนาย" เธอกล่าว "ทำไมนายยังอยู่บ้านอีก ? งานเต้นรำจะ-"
 
"อีกสองชั่วโมง" โซเรียนแทรก "ฉันสามารถไปถึงโถงเต้นรำได้ภายใน 10 นาที"
 
"จริง ๆ เลยนะ โซเรียน ทำไมนายมักจะต้องรอจนชั่วขณะสุดท้ายเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับเรื่องไหน ๆ ก็ตาม ? นายไม่ตระหนักเลยเหรอว่านายกำลังทำตัวอย่างที่ไม่ดี ?"
 
"เวลาเป็นสิ่งมีค่า" โซเรียนกล่าว "และฉันจะทวนคำถาม : ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่ ? ฉันไม่คิดว่ามันเป็นนิสัยปกติของเธอที่มาตามผู้คนตอนที่พวกเขาไม่ได้รีบพอสำหรับรสนิยมของเธอหรอกนะ"
 
"มิสซิเลตีบอกให้ฉันมารับนาย" อโคจายอมรับ
 
โซเรียนกะพริบตา ดูเหมือนว่าอิลซ่าจะต้องการทำให้แน่ใจว่าเขาไม่ 'ลืม' เฮอะ ถึงความคิดนั้นจะจุดประกายขึ้นมา แต่เขาก็รู้หรอกว่ามันไม่มีวันได้เกิด
 
"เธอยังบอกอีกด้วยว่านายหาคู่ควงไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นฉันสำหรับเย็นนี้" อโคจาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ทันใดนั้นกรอบประตูก็ดูจะน่าสนใจพอให้จ้องมอง
 
โซเรียนทำหน้าบึ้ง  'ผมปฏิเสธที่จะควงคู่เดท' กลายเป็น 'หาคู่ควงไม่ได้' ได้ยังไงกัน ? อย่างกับว่าอิลซ่ามีแนวโน้มว่าจะ 'แปล' คำพูดของเขาไปเป็นอะไรก็ตามแต่ที่มันสะดวกสำหรับวัตถุประสงค์ของหล่อน เหมือนกับแม่ของเขา ทั้งคู่ท่าจะเข้าขากันได้ดี โซเรียนสันนิษฐานว่าอาจเป็นไปได้
 
"ยังไงก็เถอะ แต่งตัวซะ แล้วพวกเราจะไปกันได้แล้ว" เธอกล่าว ฟื้นความมั่นใจของตัวเองในทันที "นายอาจจะไม่เป็นไรที่ตัดเรื่องพวกนี้ไป แต่ฉันไม่"
 
โซเรียนมองเธออีกวินาทีเต็ม พยายามตัดสินใจว่าจะทำอะไร ใจอยากจะปิดประตูใส่หน้าหล่อนและปฏิเสธที่จะเข้าร่วมเรื่องชวนหัวนี้ แต่เขาก็คิดว่ามันไม่ใช่ความผิดของอโคจาเลยที่ถูกผูกติดกับเรื่องนี้ มีความเป็นไปได้ทั้งหมดว่าเธอมีแผนการที่น่ารื่นรมย์ยิ่งกว่าสำหรับเย็นนี้มากกว่าการคลุกคลีกับเด็กชายบูดบึ้งผู้ไม่เต็มใจ เขาไล่เธอเข้ามาในห้องและเข้าห้องน้ำเพื่อแต่งตัว
 
เขาอัศจรรย์กับทักษะการจัดการของอิลซ่าจริง ๆ – ถ้ามันเป็นเพียงแค่เขา เขาคงจะแต่งตัวแบบสบาย ๆ ใช้เวลาอยู่เพียงนิดหน่อยก่อนจะกลับ และหลีกเลี่ยงผู้คนเหมือนเป็นโรคระบาดไปตลอดทั้งเย็น แล้วตอนนี้เล่า ? เขาไม่ต้องการทำลายช่วงเวลาเย็นของอโคจา นั่นก็หมายความว่าอย่างน้อยเขาก็ต้องพยายาม ใช่เลย อิลซ่าและแม่ของเขาเหมือนกันอย่างกับแกะ...
 
การเดินสู่โถงเต้นรำนั้นเงียบกริบ โซเรียนปฏิเสธที่จะเริ่มต้นสนทนา แม้ว่าจะรู้สึกได้ว่าอโคจาอึดอัดเงียบ ๆ ความเงียบนั้นเหมาะกับเขาแล้ว และเขาก็รู้ว่าเขาจะผาสุกกับสิ่งต่าง ๆ น้อยมากในเย็นนี้ เขาควรจะมีความสุขกับความสงบขณะที่มันยังมีอยู่
 
ไม่นานนัก – อย่างที่เขาบอกไว้ โถงที่วิทยาลัยจัดงานนี้มันใช้เวลาสัก 10 นาทีจากอาคารที่อยู่อาศัยของเขา ชั่วขณะที่พวกเขาเข้าไปใกล้ พวกเขาก็ได้รับการทักทายด้วยสายตาของฝูงชนขนาดใหญ่หน้าทางเข้า เต็มไปด้วยนักเรียนที่ตื่นเต้นซึ่งเข้าร่วมการสนทนาอย่างมีชีวิตชีวา
 
โซเรียนหน้าซีดเล็กน้อยเมื่อเห็นฝูงชนหนาแน่น – รู้สึกปวดหัวจากการแค่ได้เห็นพวกเขา
 
น่าเศร้า ไม่ว่าเขาจะวิงวอนอโคจาอย่างไร เธอก็ปฏิเสธที่จะปล่อยให้พวกเขารออยู่นอกการชุมนุมจนกว่าจะเริ่มต้นการเต้นรำ เป็นการแก้แค้น โซเรียนจึงทำทีพลัดหลงกับอโคจาโดย 'อุบัติเหตุ' เมื่อพวกเขาเข้าไปข้างในและทำตัวเองให้หลงไปในฝูงชน เขาหัวเราะคิกกับตัวเอง สงสัยว่าอโคจาจะใช้เวลาสักแค่ไหนกว่าจะพบเขา เขาคงจะตกใจหากมันใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะว่าเขาช่ำชองในการหลบหลีกการสังเกตของคนแบบเจาะจงที่งานเลี้ยงโดยปราศจากการดึงดูดความสนใจจากคนอื่น ๆ นักล่ะ
 
สำหรับสิ่งที่ควรเป็นงานเต้นรำในโรงเรียนแบบธรรมดา ๆ ตลอดทั้งงานนั้นฟู่ฟ่าอย่างน่าประหลาดใจ โต๊ะที่ล้นไปด้วยอาหาร โดยมากของมันผิดธรรมดาสุด ๆ ที่โซเรียนไม่อาจระบุได้เลย และห้องโถงก็ตกแต่งไปด้วยภาพวาดชั้นเลิศและงานสลักมีชีวิตชีวาซึ่งเรียงรายไปตามจุดที่ตั้งไว้ นรกสิ แม้กระทั่งผ้าปูโต๊ะก็เต็มไปด้วยลูกไม้อันซับซ้อนและนุ่มอย่างที่คงจะทำจากอะไรสักอย่างที่แพงหูฉี่
 
เพื่อนนักเรียนจำนวนมากของเขาอ้าปากกว้างกับสภาพแวดล้อมของตัวเอง และแม้แต่โซเรียน ผู้ที่เคยมางานประเภทนี้หลายต่อหลายครั้งมาก่อนก็ยังตื่นตระหนกนิดหน่อย จากนั้นเขาก็ยักไหล่และทำอย่างดีที่สุดในการกลืนไปในฝูงชนเพื่อให้อโคจาหาเขาไม่พบ
 
เขาลดเลี้ยวผ่านโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหาร สุ่มหยิบจานเป็นครั้งคราวเมื่อเห็นอะไรที่น่าสนใจ สังเกตการณ์คนอื่น ๆ และหลีกเลี่ยงการสังเกตเห็นจากใครก็ตามแต่ที่มีแนวโน้มว่าจะเข้ามาเริ่มสนทนากับเขาอย่างรอบคอบ เขาเห็นได้เลยว่าทำไมอิลซ่าถึงมุ่งมั่นที่จะให้ทุกอย่างของงานเต้นรำดำเนินไปอย่างราบรื่น – ค่าใช้จ่ายของสิ่งนี้ก็ส่วนหนึ่ง แต่มันไม่ใช่แค่นักเรียนที่อยู่ที่นี่ นอกจากนั้นยังมีตัวแทนจากสมาคม, ตระกูล, แวดวงสังคม และองค์กรต่าง ๆ อีกด้วย และไม่ใช่เพียงแค่จากพันธมิตร แต่ยังจากต่างแดน แม้แต่ทวีปอื่น คณะผู้แทนขนาดเล็กจากฮซาน และสตรีผิวดำในเครื่องแต่งกายสีสันสดใส โซเรียนสงสัยที่ดูไม่มีใครสังเกตเห็นหล่อนในตอนนี้เลย เขาสงสัยนักแหละว่างานเต้นรำนี้จริง ๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่ ตั้งแต่ที่ผู้คนเหล่านั้นไม่ได้มาที่นี่สำหรับงานเต้นรำของโรงเรียนทั่วไปหรอก ก่อนที่เขาจะตัดสินใจว่าไม่ได้สนใจจริง ๆ ผู้คนเหล่านี้ต่างก็อยู่อาศัยในโลกของพวกเขาเอง และมีมาตรฐานของ 'ความสำคัญ' ที่แตกต่างไปจากปุถุชนเช่นเขา
 
ชั่วโมงต่อมา การเต้นรำแรกกำลังจะเริ่มต้นและโซเรียนก็นำทางตัวเองไปพบอโคจา เธอเดือดมากและไม่ปรากฏความเชื่อถือเลยเมื่อเขาบอกว่าเขาหลงจริง ๆ และหาเธอไม่พบจนกระทั่งตอนนี้ แต่เธอก็จัดการควบคุมตัวเองจากการระเบิดใส่ เขานำเธอไปยังลานเต้นรำและไม่ตอบโต้เมื่อเธอเหยียบนิ้วเท้าของเขา 'โดยอุบัติเหตุ' ถึงสองสามครั้ง
 
"ผู้คนถามหานาย" เธอพูดในที่สุด เหนื่อยกับการเหยียบนิ้วเท้าเขาสักพักหนึ่ง
 
"ฉันก็อยู่รอบ ๆ นี้แหละ" โซเรียนตอบด้วยรอยยิ้มเย้ยเล็กน้อย "สิ่งที่พวกเขาทำทั้งหมดก็คือการมองยังฉัน"
 
"ไม่มีเหตุผลเลยว่าทำไมตอนนี้นายหาพวกเขาไม่พบ" อโคจาตั้งข้อสังเกต
 
"แต่อโค พวกเรากำลังเต้นรำกัน ไม่มีทางหรอกที่ฉันจะทิ้งเด็กสาวสวยอย่างเธอเพื่ออะไรก็ตาม ฉันปล่อยเธอไว้นานเกินไปแล้ว" โซเรียนกล่าว ไม่มีร่องรอยของการเย้ยหยันในน้ำเสียงของเขา มันเป็นทักษะที่ฝึกฝนมา
 
เธอเหลือบมองเขา แต่โซเรียนมองออกว่าเธอชอบคำชม
 
น่าเสียดายที่นั่นไม่ได้หยุดเธอจากการลากเขาไปพบปะกลุ่มคนหลังจากนั้น โซเรียนเกลียดการต้องแสดงตัวแบบนี้ แต่เขาก็สงสัยว่าอโคจาคงทำภายใต้คำสั่งจากอิลซ่า ดังนั้นเขาก็ไม่ตำหนิเธอหรอก เขาประหลาดใจที่การถ่วงเวลาของเขาทำได้นานพอจริง ๆ โซเรียนค้นพบว่าตัวเองจดจำบางใบหน้า, ชื่อ และตำแหน่ง ถึงจะไม่ค่อยสนใจนักก็เถอะ มันเป็นสัญชาตญาณ และเขาแม้กระทั่งทำมันทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ – เป็นมรดกอันล้มเหลวของครอบครัวของเขาที่เปลี่ยนเขาให้เป็นเยี่ยงสัตว์
 
"คาซินสกี ? โอ้ คุณอาจบังเอิญเกี่ยวข้องกับ-"
 
"ไดเมนและโฟรทอฟ คาซินสกี ใช่ครับ" โซเรียนกล่าว ทำอย่างดีที่สุดในการซ่อนความขุ่นเคืองในน้ำเสียงของเขา
 
"โอ้ ตายจริง โชคดีอะไรอย่างนี้" หล่อนว่า "ฉันต้องบอกเลยค่ะว่าพี่ชายของคุณไม่ได้เลวร้ายนักกับไวโอลิน" หล่อนชี้ตรงไปยังเวที ที่ชมรมดนตรีของวิทยาลัย – ซึ่งโฟรทอฟเป็นสมาชิก – กำลังเล่นเพลงช้าและค่อนข้างเบา แม้ว่าโดยทางการแล้วเขาก็เป็นเพียงหนึ่งในสมาชิกวงออร์เคสตร้าเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ แต่โฟรตอฟชัดเจนว่าเป็นนักดนตรีที่โดดเด่นที่สุด ดึงดูดสายตาและความเห็นอย่างมากกับการปรากฏตัวของเขา "คุณเล่นเครื่องดนตรีอะไรหรือคะ ?"
 
"ไม่เลยครับ" โซเรียนตอบหน้าตาย ครอบครัวของเขาพยายามสอนวิธีการเล่นเครื่องดนตรีกับเขาตั้งแต่ที่มันเป็นสิ่งตามสมัยนิยมในหมู่คนรวม (และพวกที่ทำทีว่าเป็นแบบนั้น) แต่ก็ถูกทำลายด้วยความจริงที่ว่าโซเรียนแทบจะแยกแยะเสียงสูงต่ำไม่ได้ เขาไม่มีความสามารถในการดนตรีทั้งสิ้น ว่ากันตามจริงเลย เขาเองก็ไม่ได้สนใจมันเลยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถแสดงความสนใจมันได้ในเวลาที่ต้องทำสุภาพก็เถอะ มันเป็นหนึ่งในความผิดหวังอันใหญ่ของแม่ที่เขาไม่มีพรสวรรค์ในด้านนี้เลย เพราะว่าไดเมนและโฟรทอฟทั้งคู่ต่างก็ค่อนข้างดีในดนตรี ไดเมนเล่นเปียโนและโฟรทอฟเล่นไวโอลิน พวกเขาอาจจะไม่ได้อัจฉริยะในสิ่งเหล่านั้น แต่พวกเขาก็มีทักษะเพียงพอที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้คนในงานเลี้ยงแบบนี้บ่อยครั้ง "ผมไม่มีหูสำหรับศาสตร์การดนตรีนักหรอกครับ ไม่เหมือนกับพวกพี่ชายของผม โดยส่วนตัวแล้ว ผมใคร่สนใจว่าวงออร์เคสตร้านั้นเติมเต็มเสียงดนตรีไปทั่วทั้งห้องโถง ที่ทุกคนได้รับฟังมันในระดับที่เหมาะสมไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลจากที่พวกเขานั่งบนเวทีได้อย่างไร มากกว่าครับ"
 
น่าเศร้า ไม่มีผู้หญิงหรือใครสักคนที่รวมกันอยู่รอบพวกเขาสามารถตอบคำถามนั้นได้เลย – เด่นชัดว่าไม่มีใครสังเกตถึงมันเลยด้วยซ้ำจนกระทั่งเขาเอ่ยถึง ด้วยความจริงนั้น โซเรียนมีความเห็นที่แตกต่าง ผู้คนรู้สึกว่ามันเป็นรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้องและเขาประหลาดที่กล่าวถึงเรื่องนี้ เหอะ – ไม่มีความชื่นชมในเวทมนตร์จากผู้คนเหล่านี้ ทำไมพวกเขาถึงมาร่วมงานเต้นรำที่วิทยาลัยผู้วิเศษกันนะ ?
 
ต้องขอบคุณอโคจาที่ตัดสินใจเมตตากับเขาในจุดนี้ และนำพวกเขาไปยังโต๊ะใกล้ ๆ เพื่อรับอะไรสักอย่างที่โดดเด่นมาทาน นักเรียนคนอื่น ๆ สองสามคนจากชั้นเรียนของเขามาเข้าร่วมด้วยและสนทนาแบบไม่เป็นทางการที่คุ้นเคยกับพวกเขา โซเรียนไม่ได้มีส่วนร่วมมากมายนัก ตั้งแต่ที่พบว่าบทสนทนาส่วนใหญ่ไร้จุดหมายไร้สาระซึ่งไม่น่าสนใจสำหรับเขา เขายังคงพยักหน้าและหัวเราะบางครา แต่แน่นอนก็เพื่อปัดความเห็นเกี่ยวกับเขาที่ว่า 'เงียบเกินไป' และจำเป็นต้อง 'ร่าเริง' ออกไป
 
เขากำลังหั่นชิ้นเค้กที่อยู่เบื้องหน้าตอนที่อโคจาสั่นเขาด้วยเข่าของเธอ เขาเหลือบมองไปยังเธอด้วยคำถามที่ไร้เสียง
 
"ส้อมผิดแล้ว" เธอพึมพำ
 
โซเรียนมองลงไปยังส้อมในมือของเขา และตระหนักได้ว่าเขาควรจะใช้ส้อมอันที่เล็กกว่านี้ในการตักของหวาน เขายักไหล่และหั่นเค้กด้วยส้อมใหญ่ในมือต่อไป
 
"ฉันรู้" เขาพึมพำกลับ
 
ดูเหมือนนั่นจะเป็นฟางเส้นสุดท้าย
 
"โซเรียน" เธอพูดโพล่ง น้ำเสียงมีความวิงวอนในนั้น "ทำไมนายจะต้องทำให้มันยากหนักหนา ? มันก็แค่คืนเดียว ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่นายต้องการให้เป็นคู่เดท..."
 
"ไม่ใช่แบบนั้น" โซเรียนแทรกเธอ "มันไม่ใช่ว่าฉันอยากจะเดท เลย ฉันกะมาตัวคนเดียวอยู่แล้ว"
 
เธอจ้องเขาด้วยความตระหนก อย่างกับอารมณ์ความรู้สึกถูกบดขยี้ และโซเรียนก็ไม่เข้าใจว่าทำไม
 
"น-นายอยากจะมาคนเดียวมากกว่ามากับฉ-ฉัน ?" เธอถาม
 
โอ้ ฉิบหาย
 
ตลอดเวลามาเขาคิดว่าอโคจาถูกผูกให้จับตาเขาไว้ แต่ถ้าหากว่าเธออยากมากับเขาล่ะ ? นั่นมัน...
 
เธอหนีไปก่อนที่เขาจะคิดออกว่าควรพูดอะไร
 
เขาปฏิญาณภายใต้ลมหายใจของตัวเองและฝังหน้าในมือของเขา นี่แหละเหตุว่าทำไมเขาถึงเกลียดงานประเภทนี้
 
✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧
 
ชั่วโมงถัดมา เขาค่อนข้างมั่นใจว่าอโคจาไม่อยู่ในโถงเต้นรำและเธอก็คงไม่กลับมาอีก เขาไม่อยากจะไล่ตามเธอผ่านถนนกลางค่ำกลางคืนจริง ๆ ดังนั้นเขาจึงละเว้นจากการตามไปข้างนอก นอกจากนั้น อะไรที่เขาควรจะพูดกับเธอกันล่ะ ? เขาไม่รู้กระทั่งว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เขาคิดจะกลับบ้านของตัวเอง แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ไต่ขึ้นมาบนหลังคาของโถงเต้นรำและสังเกตการณ์หมู่ดาว ถึงอย่างไรคืนนี้เขาก็คงไม่ได้นอนหลับมากนัก
 
เพื่อให้จิตของเขาปลอดโปร่ง เขานึกชื่อดาวและกลุ่มดาวทั้งหมดที่เขาเห็นเงียบ ๆ เพราะความสนใจของเขาในหัวข้อนี้ตอนยังเด็กและวิชาดาราศาสตร์ที่พวกเขาเรียนตอนปีหนึ่งที่วิทยาลัย เขาจึงพอจะรู้จักบ้าง ดังนั้นแล้วมันก็เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็มก่อนที่เขาจะหมดสิ้นเทห์ฟ้าที่จะเรียกและพรรณนา
 
วันจันทร์จะต้องอึดอัดแน่ โซเรียนไม่ต้องเดาเลยว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเขาจะถูกได้ยินและมันจะกลายเป็นประเด็นสนทนาอีกหลายสัปดาห์ที่จะมาถึง พิจารณาจากที่อโคจาออกจะเป็นสัตว์เลี้ยงของอาจารย์ในวิชาส่วนใหญ่ พวกอาจารย์จะต้องตัดสินให้ชีวิตของเขานั้นลำบากลำบนยิ่งกว่าเดิมในวันที่จะมาถึงแหง
 
แม่งเอ๊ย
 
เสียงของดอกไม้ไฟทำให้เขาหลุดออกจากความคิด มันเป็นเวลาเที่ยงคืนพอดี และเทศกาลก็ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ โซเรียนผ่อนคลายเล็กน้อยขณะที่เขามองดูดอกไม้ไฟต่าง ๆ ผลิบานตัดกับท้องฟ้าราตรี แต่ละลูกแตกตัวของมันเองในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ช่างสวยงามนัก พวกมันส่วนใหญ่แสงมอดจางหายไปอย่างรวดเร็วหลังจากการปะทุ ทว่ายังคงมีสองสามลูกที่สว่างจ้าคงเส้นคงวา เหมือนเป็นพลุแฟลร์เสียมากกว่า พวกมันโค้งผ่านท้องฟ้าก่อนจะลดลงและร่วงหล่นกลับสู่โลกประหนึ่งดาวตก เขาขมวดคิ้ว แปลก พวกมันควรจะปะทุตอนนี้ไม่ใช่เหรอ ?
 
พลุแฟลร์ที่ร่วงหล่นใกล้เขาที่สุดปะทะเข้าใส่อาคารที่อยู่อาศัยใกล้กับวิทยาลัยและระเบิด ระเบิดนั้นเสียงดังมากและสว่างมากจนโซเรียนหูดับตาบอดไปชั่วขณะ ก้าวพลาดถอยกลับและล้มลงกับเข่าของเขาเองขณะที่ทั่วทั้งอาคารสั่นไหวใต้เท้า
 
ทัศนวิสัยของเขากะพริบปริบ หูของเขายังคงกังวานจากเสียงของระเบิด โซเรียนตะเกียกตะกายกลับด้วยเท้าของเขา จ้องมองไปยังจุดที่ครั้งหนึ่งเคยตั้งอาคารที่อยู่อาศัยอัตคัด อาคารแทบทั้งหมดกองเป็นชั้นเดียวกับพื้นดินอย่างแท้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ติดไฟได้ในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ระเบิดนั้นลุกไหม้ และเปลวเพลิงรูปทรงประหลาดก็อุบัติขึ้นจากใจกลางของการทำลายล้าง
 
เดี๋ยวก่อนนะ... นั่นมันอาคารที่อยู่อาศัยของเขา !
 
เขาทรุดตัวลงกับเข่าอีกครั้งขณะที่ความหมายโดยนัยของสิ่งนี้ซัดเข้าใส่ หากเขาเลือกที่จะอยู่ที่ห้องของตัวเองอย่างแผนการดั้งเดิมที่วางไว้ ตอนนี้เขาก็คงจะตายไปแล้ว มันเป็นความคิดที่เย็นเยือก แต่นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกัน !? นั่นมันไม่ใช่ดอกไม้ไฟ แน่ใจได้เลย ! มันทั้งดูและฟังคล้ายจะเป็นคาถาปืนใหญ่ขั้นสูง
 
มันยากที่จะบอกได้อย่างง่ายดายด้วยผลของการได้ยินของเขาได้รับการกระทบกระเทือน แต่เขาก็สังเกตได้ถึงเสียงเลือนรางของการเฉลิมฉลองนั้นยุติลง มองข้ามไปยังเมือง เขาสังเกตเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับอาคารที่อยู่อาศัยนั้นไม่ใช่ปรากฏการณ์เอกเทศ – หากแต่เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่พลุแฟลร์พุ่งใส่ ทิ้งหายนะที่มันปลุกขึ้นมา เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการไตร่ตรองสิ่งนี้ก่อนที่เขาจะตระหนักถึงพลุแฟลร์อีกชุดที่จุดขึ้นสู่ท้องฟ้าจากที่ห่างไกล การโจมตีอย่างชัดเจนนี้ไม่ได้สวมหน้ากากเป็นดอกไม้ไฟอีก ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดเลยว่าพวกมันคือคาถาปืนใหญ่ พวกเขาอยู่ภายใต้การถูกโจมตี
 
ขณะที่พลุแฟลร์เริ่มร่วงหล่นกลับสู่ผิวโลก โซเรียนเริ่มตื่นตัว เขาควรจะทำห่าอะไรดี !? การวิ่งหนีนั้นไร้ความหมายเพราะเขาไม่รู้ว่าอะไรที่พลุนั่นเล็งเป้าไว้ และเป็นไปได้เลยที่เขาจะวิ่งตรงเข้าสู่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหากเขาวิ่งหน้ามืดตามัว เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมเขาจะต้องทำอะไรด้วยล่ะ ? ในอาคารมีผู้วิเศษผู้มีศักยภาพเป็นโขยง และเขาควรจะไปแจ้งพวกเขาเท่านั้นและให้พวกเขารับมือมัน เขารีบลงไปยังโถงเต้นรำ
 
เขาเกือบจะตกบันไดตอนที่วิ่งเข้าหาอิลซ่าและไครอน
 
"โซเรียน ! คุณมาทำอะไรตรงนี้ ?" หล่อนถาม
 
"เอ่อ ผมแค่ไปสูดอากาศบริสุทธิ์" โซเรียนพูดอึกอัก "แต่ว่านั่นมันไม่ใช่เรื่องสำคัญในตอนนี้นะครับ !"
 
"ข้าเห็นด้วย" ไครอนกล่าว "ไอ้หนู อะไรระเบิด ? อย่าบอกข้านะว่านี่เป็นสิ่งที่แกทำ ?"
 
"ไม่เลยครับ" โซเรียนกล่าว "พลุแฟลร์สักประเภทตกใส่เมืองทั้งหมด ทำลายทุกสิ่งเมื่อมันซัดเข้าใส่ ดูคล้ายจะเป็นคาถาปืนใหญ่ที่มีพลังมากเลยครับ"
 
อิลซ่าและไครอนแลกเปลี่ยนจ้องมองระหว่างกันก่อนที่จะกลับมายังเขา
 
"ไปเข้าร่วมกับอโคจาและคนอื่น ๆ ในโถงเต้นรำ" อิลซ่าบอก "พวกเราจะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นและเทเลพอร์ตทุกคนไปยังที่หลบซ่อนหากจำเป็น"
 
ทั้งสองผลักผ่านเขาไปและรีบขึ้นหลังคา ทิ้งโซเรียนให้โซเซไปในโถงเต้นรำด้วยความงงงวย อโคจา... อโคจาไม่ได้อยู่ในโถงเต้นรำ เธอออกไปแล้ว เป็นเพราะเขา เธออยู่ข้างนอก แม้แต่อาจตายไปแล้ว...
 
เขาส่ายศีรษะตัวเองและขับไล่ความคิดนั่นในหัว หยิบเอาเข็มทิศพยากรณ์ขึ้นมาและรีบร่ายคาถาพยากรณ์เพื่อหาตัวเธอ เขาไม่แน่ใจว่ามันใช้การได้ เพราะว่าคาถาที่เขาสามารถใช้ได้นั้นค้นหาได้เพียงคนที่คุณ 'ใกล้ชิด' ด้วย – กล่าวคือ เพื่อนและครอบครัว โชคดีที่ดูเหมือนว่าการเป็นเพื่อนร่วมห้องกับเธอจะเพียงพอที่จะเชื่อมโยงให้คาถาทำงาน
 
เขาสูดลมหายใจลึกเพื่อรวบรวมความกล้า เขามีแนวโน้มว่าจะถูกฆ่า แต่... ก็นะ มันก็เป็นความผิดของเขาเอง เขาไม่คิดว่าเขาจะสามารถใช้ชีวิตต่อได้ หากอโคจาจบลงด้วยความตายเพราะเขา
 
เหมือนกับผีที่ไร้ตัวตน เขาโซเซไประหว่างนักเรียนที่ปั่นป่วนและผู้ทรงเกียรติจากต่างแดน ถูกเมินเฉยและไม่เกะกะ จนกระทั่งเขาใกล้จะถึงทางออก เขาหลุดออกมาจากอาคารและจากนั้นก็บุกวิ่งไปในทิศทางที่ถูกระบุโดยเข็มทิศพยากรณ์ของเขา
 
✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧



NEKOPOST.NET