[แปล] Mother of Learning ตอนที่ 3.2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[แปล] Mother of Learning

Ch.3.2 - ความจริงอันฝาดเฝื่อน (2/2)


"ทำไมพวกเราไม่แค่ร่ายคาถาใส่ตัวพวกเราเองตอนที่งานเต้นรำเริ่มล่ะ ?"

โซเรียนถอนหายใจยาว "แกไม่สามารถสร้างคาถาอัตตาจรใดก็ตามที่แกไม่รู้ว่ามันทำยังไงด้วยตัวเองได้ แกไม่รู้วิธีการเต้นรำฉันใด แกก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวใครก็ตามให้เต้นได้ ฉันนั้น นอกจากนั้น แกจะทำลายคาถายังไงกันตอนที่การเต้นรำจบลง หากแกไม่สามารถขยับแขนได้อย่างที่ต้องการ ? นี่มันไม่ใช่คาถาประเภทที่ควรร่ายใส่ตัวเองจริง ๆ หรอกน่ะ"

จริง ๆ แล้วมันก็ยังมีอีกสารพันปัญหาเกี่ยวกับความคิดนั้นที่โซเรียนพยายามใส่พวกมันทั้งหมดในคำพูด นี่คนเหล่านี้ได้คิดถึงคำถามที่พวกเขาถามออกมาทั้งหมดบ้างไหมเนี่ย ?

"แล้วเราต้องเรียนการเต้นรำนี่กี่ครั้ง ?"

"10" โซเรียนว่า ยับยั้งตัวเองจากการแผดร้อง

นั่นแหละ เสียงการร้องทุกข์ดังระงมหลังจากแถลงการณ์นั่น โชคดีที่อิลซ่าเข้าควบคุมการเรียนการสอน และสอนให้ทุกคนจับคู่กันและกระจายตัวไปทั้งห้องเพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่เพียงพอ โซเรียนรู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้วและสาปแช่งตัวเองจากการปล่อยให้อิลซ่าคุยกับเขาถึงเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าห้อง 6 จะมีพื้นที่กว้างขวางมากพอสมควร แต่ด้วยผู้คนจำนวนมากและความกดดันที่มองไม่เห็นซึ่งพวกเขาปลดปล่อยออกจะรุนแรงเป็นพิเศษในวันนี้

"แกเป็นอะไรไหม ?" เบนิเสคถาม วางมือบนไหล่ของโซเรียน

"ฉันไม่เป็นไร" โซเรียนตอบ ปัดมือของเขาออก เขาไม่ชอบถูกแตะเนื้อต้องตัวนัก "ฉันแค่ปวดหัวนิดหน่อย แกต้องการให้ช่วยอะไร ?"

"ม่ายอะ แค่ดูเหมือนแกต้องการเพื่อนฝูง ถึงได้ยืนโดดเดี่ยวในมุมเล็ก ๆ ของแกนี่" เบนิเสคกล่าว โซเรียนตัดสินใจที่จะไม่บอกเขาว่าที่เขามายืนที่เส้นข้างนี่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์พรรค์นั้น เบนิเสคไม่ใช่คนประเภทที่เข้าถึงความจำเป็นสำหรับที่ว่างพักหายใจหรอก "ว่ามาสิ ใครที่จะเป็นคู่ควงสำหรับการเต้นรำของแก ?"

โซเรียนระงับเสียงครวญ แหงล่ะว่าเบนิเสคอยากจะคุยกับเขาเกี่ยวกับมัน

ความสัมพันธ์ไม่ใช่อะไรที่โซเรียนคิดถึงบ่อยนัก โอกาสที่หนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นจะตกลงควงเขานั้นก็ขี้ปะติ๋ว ประการที่หนึ่ง อะไรอย่างความสัมพันธ์นั้นง่ายที่จะสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วโดยพวกที่เหลือของเพื่อนร่วมชั้น และการหยอกล้ออย่างไร้ปรานีที่เกิดขึ้นทำให้มีเพียงไม่กี่คู่ที่เหลือรอดเป็นระยะเวลายาวนานได้ ประการที่สองและบางทีก็คงจะเป็นข้อสำคัญมากด้วย เด็กหญิงวัยรุ่นต่างก็นิยมชายที่โตกว่า การควงชายที่เป็นรุ่นพี่โตกว่า 2 หรือ 3 ปีดูจะเป็นสถานะเชิงสัญลักษณ์สำหรับสาว ๆ และส่วนมากของพวกหล่อนจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างเสียงดังถึงประชากรผู้ชายที่อายุเท่ากันว่าหยาบคายและไม่รู้จักโต ตอนที่พวกเขาอยู่ปีหนึ่ง เด็กหญิงทั้งหมดต่างก็อยากควงกับปี 3 ตอนนี้ที่พวกเขาเป็นปีสามแล้ว เด็กหญิงทุกคนก็อยากจะควงกับเหล่าผู้สำเร็จการศึกษา เนื่องจากมีชายมากมายที่อยากจะเล่นด้วย แบบนั้นโอกาสที่สาว ๆ สักคนในชั้นเรียนของเขาจะให้เวลาทั้งวันให้เขานั้นมันขี้ปะติ๋วนัก

แล้วเด็กหญิงคนอื่นที่ไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเขาล่ะ ? สำหรับพวกหล่อนแล้วเขาไม่ใช่โซเรียน คาซินสกี้ แต่เป็น 'คนที่เป็นน้องชายของไดเมนและโฟรทอฟ คาซินสกี้' พวกหล่อนมีภาพถึงเขาแบบนั้น และเมื่อมันกลายเป็นว่าตัวจริงของเขาไม่ได้เข้าเค้ากับความคาดหวังของพวกหล่อนก็ย่อมกลายเป็นอารมณ์เสีย

นอกจากนั้น ไอ้พวกเรื่องโรแมนติกนี่มัน... ก็นะ

"ว่าไง ?" เบนิเสคกระตุ้น

"ฉันไม่ไป" โซเรียนพูด

"แกหมายความว่ายังไงที่ว่า 'ฉันไม่ไป' ?" เบนิเสคว่าอย่างสงสัย

"ก็อย่างที่ฉันบอก" โซเรียนว่า "ฉันจะโดดงานเต้นรำนี่ทั้งหมด เอาเป็นว่าฉันประสบอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการแปรธาตุและต้องอยู่แต่ในห้องในตอนเย็น"

บางทีมันก็ออกจะคร่ำครึไปหน่อย แต่ช่างประไร โซเรียนได้ค้นพบยาที่ออกจะยุ่งยากแล้ว สิ่งนี้จะทำให้คนคนหนึ่งเข้าสังคมและเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น – บางสิ่งที่มีเหตุผลครบถ้วนสำหรับเขาที่จะลองทำ – ซึ่งมันจะทำให้คนคนนั้นป่วยอย่างรุนแรงหากทำมันพลาดแต่มันไม่ได้ฆ่าเขาจริง ๆ ถ้าเขาทำอย่างถูกต้องให้ดูเหมือนเป็นความผิดพลาดโดยแท้แทนการหลีกเลี่ยงงานเต้นรำ

"โอ้ ไม่เอาน่า !" เบนิเสคประท้วง และโซเรียนก็หยิกเขาให้เบาเสียงตัวเองลง สิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการก็คือการที่อิลซ่าได้ยินเรื่องนี้เข้า "มันเป็นเทศกาลคิมหันตฤดูนะ ! เทศกาลฤดูร้อนสุดพิเศษที่การ... เรียบเรียง... ทั้งหมด..."

"การเรียงตัวในแนวระนาบ" โซเรียนเสริม

"อะไรก็ช่างเหอะ ประเด็นคือแกควรไป ทุก ๆ คนใครก็ตามก็ไปกันทั้งนั้น !"

"ฉันมันไร้ตัวตน"

เบนิเสคถอนหายใจ "ไม่ โซเรียน แกไม่ ดูสิ โซเรียน พวกเราต่างก็เป็นลูกพ่อค้านี่ใช่ไหม ?"

"ฉันไม่ชอบที่มันเป็นแบบนั้น" โซเรียนเตือน

เบนิเสคเมินเขา "ฉันรู้ว่าแกไม่ชอบฟังเรื่องนี้ แต่ว่า-"

"ไม่ อย่าเชียว"

"-แกมีหน้าที่ที่จะเป็นหน้าเป็นตาให้ครอบครัวแก พฤติกรรมของแกจะสะท้อนถึงพวกเขา แกก็รู้"

"มันไม่มีอะไรผิดเกี่ยวกับพฤติกรรมของฉัน" โซเรียนขบฟัน ตระหนักดีว่าเขาดึงดูดการจ้องมองของผู้คนที่อยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่ได้สนใจในขณะนี้แล้ว "แกจะไปไหนก็ไปตามที่แกต้องการ แต่ทิ้งฉันไว้ซะ ฉันไร้ตัวตน ก็แค่ลูกชายคนที่สามของครอบครัวพ่อค้าย่อย ๆ จากที่ไหนก็ไม่รู้ ผู้คนที่นี่ไม่มีใครที่จะมาห่าเหวอะไรกับฉัน พวกเขาไม่กระทั่งรู้ด้วยซ้ำว่าฉันเป็นใคร และฉันก็ชอบแบบนั้น"

"ตกลง ตกลง !" เบนิเสคประท้วง โบกไม้โบกมืออย่างเร็ว "เพื่อน แกนี่มันช่างตีโพยตีพาย..."

"ช่างฉัน" โซเรียนเย้ยหยัน "ปล่อยฉันไว้แล้วไปซะ"

ช่างกล้านัก ! หากจะมีใครสักคนที่ควรจะมองเห็นรอยประทับที่เขาละทิ้งผู้คน คนคนนั้นก็ควรเป็นเบนิเสค ! กาฝากไร้ความรับผิดชอบจะโดดมาอยู่ในกลุ่มระดับ 3 ได้อย่างไร หากไม่ใช่เป็นเพราะความช่วยเหลืออย่างทรงตัวของโซเรียน และนี่คือวิธีการตอบแทนของเขางั้นหรือ ? ทำไมเขาต้องคบกับไอ้หมอนั่นกันด้วย ?

เขาเย้ยหยัน พยายามสงบลง เทศกาลฤดูร้อนปัญญาอ่อนและการเต้นรำงี่เง่า เรื่องตลกก็คือคนส่วนมากไม่มีใครเลยที่เกลียดชังเรื่องเหล่านี้ โซเรียนไม่ได้แย่อย่างพวกเขาแน่ ๆ เขารู้วิธีการเต้นรำ เขารู้วิธีการทานโดยไม่ขายหน้าตัวเอง และเขาก็รู้วิธีการพูดกับผู้คนในงานพวกนี้ เขารู้เรื่องพวกนั้นทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะว่าพ่อแม่ของเขาเคยลากเขาไปกับพวกเขาด้วยเมื่อต้องไปงานพรรค์นี้ และพวกเขาก็ทำให้แน่ใจว่าเขารู้วิธีการปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง

แต่เขาเกลียดมัน เขาไม่มีคำพูดใดที่จะอธิบายว่าเหตุการณ์พวกนั้นมันทำให้เขาป่วยไข้แค่ไหน ทำไมเขาต้องถูกบังคับให้เข้าร่วมอะไรที่เขาเกลียดด้วยล่ะ ในเมื่อวิทยาลัยชัดเจนว่าไม่มีสิทธิ์เรียกร้องเรื่องนี้กับเขาได้เลย ?

ไม่เลย พวกเขาไม่มีสิทธิ์สักนิด

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

โซเรียนเคาะประตูห้องทำงานของอิลซ่าอย่างลังเล สงสัยว่าทำไมหล่อนถึงบอกให้เขามาที่นี่ มันไม่มีทางหรอกน่ะ...

"เชิญค่ะ"

โซเรียนเข้าไปด้านในและถูกบอกให้นั่งลงทันที ขณะที่อิลซ่านั่งอย่างสงบอยู่หลังโต๊ะทำงานของหล่อน ดื่มอะไรบางอย่างจากถ้วย คงจะเป็นน้ำชา หล่อนดูใจเย็นและสงบนิ่งแต่โซเรียนก็ตรวจจับได้ถึงคลื่นใต้น้ำของความไม่พอใจในท่าทางของหล่อน หืมม...

"เอาล่ะ โซเรียน" อิลซ่าเริ่ม "คุณทำได้ดีมากในชั้นเรียนของฉัน"

"เอ่อ ขอบคุณครับศาสตราจารย์" โซเรียนกล่าวอย่างระแวดระวัง "ผมพยายาม"

"อันที่จริง เราสามารถบอกได้เลยว่าคุณเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ดีที่สุดในกลุ่มของคุณ นักเรียนที่ฉันตั้งใจจะให้เข้ามาอยู่ภายใต้ปีกของฉันหลังจากที่เทศกาลทั้งหมดนี้สิ้นสุดลง เป็นตัวอย่างต่อทุก ๆ คน และเป็นเหมือนกับตัวแทนชั้นเรียนของคุณเหมือนกับที่มิสสโทรซเป็น"

โอ้ นี่มันแย่แล้ว

"ผมไม่-"

"ตื่นเต้นเรื่องงานเต้นรำวันเสาร์นี้งั้นสิ ?" อิลซ่าถาม ดูจะเปลี่ยนหัวข้อไป

"ครับ" โซเรียนโกหกอย่างลื่นไหล "มันฟังดูน่าสนุกมาก"

"ดีเลยค่ะ" อิลซ่าพูดอย่างมีความสุข "เพราะว่าฉันได้ยินมาว่าคุณวางแผนจะคว่ำบาตรงานนี้ มันออกจะไม่น่าประทับใจจริง ๆ ฉันพูดเลย ฉันเชื่อว่าฉันพูดค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าการเข้าร่วมเป็นภาคบังคับ"

บันทึกไว้เลย: หาอะไรสักอย่างที่สยดสยองใส่เบนิเสคซะ คาถาที่ทำให้ลิ้นของเป้าหมายรู้สึกอย่างกับถูกแผดเผาหรืออย่างอื่น... หรืออาจเป็นความเจ็บปวดเหน็บหนาวใส่ไข่มัน...

"ก็แค่ข่าวลือที่น่ารังเกียจเท่านั้นแหละครับศาสตราจารย์" โซเรียนพูดอย่างลื่นไหล "ผมไม่เคยฝันถึงความตั้งใจจะคว่ำบาตรงานเต้นรำเลย ถ้าผมไม่สามารถเข้าร่ว-"

"โซเรียน" อิลซ่าตัดบท

"ศาสตราจารย์ครับ ทำไมมันถึงได้สำคัญนักที่ผมต้องไปโผล่ที่นั่นด้วยล่ะ ?" โซเรียนถาม มีความฉุนเฉียวเล็กน้อยในน้ำเสียง เขารู้ว่ามันเป็นความคิดที่แย่ที่ระเบิดใส่อาจารย์ แต่ไอ้เรื่องทั้งหมดนี้มันทำให้เขารู้สึกแย่ ! "ผมป่วย คุณทราบไหมครับ ? ฝูงชนทำให้ผมปวดหัว"

หล่อนฮึดฮัด "พวกเขาก็ทำให้ฉันปวดหัวเหมือนกัน ถ้ามันจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ฉันให้ยาคุณสำหรับสิ่งนั้นได้ ความจริงก็คือฉันเป็นหนึ่งในผู้จัดงานเต้นรำนั้น และหากมีนักเรียนที่โดดจำนวนมาก ฉันก็จะจบลงด้วยการถูกกากบาทสีดำบนสถิติของฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใครสักคนที่โดดเด่นอย่างคุณไม่โผล่มาด้วย"

"ผม ? โดดเด่น !? ผมก็แค่นักเรียนทั่วไป !" โซเรียนประท้วง

"ไม่ใกล้เคียงกับทั่วไปอย่างที่คุณคิด" อิลซ่ากล่าว "การมาได้ไกลขนาดนี้ต้องมีทั้งสติปัญญาเป็นพิเศษและการอุทิศตน – โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่เกิดจากพลเรือนอย่างคุณ ผู้ที่ไม่เคยสัมผัสกับเวทมนตร์มาตลอดชีวิต ผู้คนจับตามองคนอย่างคุณ นอกจากนั้น ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าคุณเป็นน้องชายของไดเมน และพวกเราทั้งคู่ก็รู้ดีว่าเขามีชื่อเสียงแค่ไหน"

โซเรียนกัดริมฝีปากจนเป็นเส้นบาง โซเรียนแน่ใจว่าเหตุผลสุดท้ายนั่นคือทั้งหมดทั้งมวล และข้อโต้แย้งอื่น ๆ ทั้งหมดนั้นก็เป็นเพียงแค่ข้ออ้างและการพยายามทำให้เขารู้สึกดีแค่นั้น กระทั่งว่าพี่ชายของเขาอยู่บนคนละทวีปกันแล้ว โซเรียนก็ยังไม่อาจหลีกหนีภายใต้เงาของเขาได้

"คุณไม่ชอบถูกเปรียบเทียบกับเขา" หล่อนเดา

"ไม่ครับ" โซเรียนยอมรับด้วยน้ำเสียงละเลือน

"ทำไมกันล่ะ ?" หล่อนถามอย่างสงสัย

โซเรียนใคร่ครวญจะเลี่ยงคำถาม – ครอบครัวของเขาเป็นหัวข้อที่ฝาดเฝื่อนสำหรับเขา – แต่ก็ไร้สติเกินจะตัดสินใจด้วยความสัตย์ เขารู้ว่ามันทำอะไรได้ไม่มาก แต่เขาก็รู้สึกว่าอยากจะระบายในขณะนั้น

"ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำมักถูกเปรียบเทียบกับไดเมน และอย่างน้อยก็กับโฟรทอฟ มันเป็นแบบนั้นมาตลอดตั้งแต่ที่ผมเด็ก ก่อนที่ไดเมนจะกลายเป็นมีชื่อเสียง พ่อแม่ของผมไม่เคยละอายกับการเล่นกับลูกคนโปรด และตั้งแต่ที่พวกเขามักสนใจในความสำเร็จทางสังคม ผมก็มักถูกค้นพบว่าบกพร่อง ครอบครัวผมไม่ต้องการหนอนหนังสือเก็บเนื้อเก็บตัว และมันก็ชัดเจนแบบนั้นมาตลอดหลายปี จนกระทั่งไม่นานมานี้ พวกเขาที่เคยเมินเฉยผมโดยสิ้นเชิง และทำอย่างกับผมเป็นพี่เลี้ยงของน้องสาวมากกว่าจะเป็นลูกของพวกเขาเอง"

"แต่มีบางอย่างเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ที่ทำให้พวกเขาหันมาตระหนักถึงคุณ ?" อิลซ่าคาดการณ์

"เรื่องของโฟรทอฟ" โซเรียนคำราม "เขาทิ้งระเบิดการสอบหลายครั้งซึ่งมันเป็นการรับประกันจากเครือข่ายของพ่อ และยังแสดงให้เห็นเลยว่าตัวเขาไม่ได้มีความน่าเชื่อถือโดยทั่วไปเลย นั่นแหละปัญหา เพราะว่าเขาควรจะเป็นผู้สืบทอดธุรกิจของครอบครัวตัวสำรอง ในกรณีที่ไดเมนตายจากหนึ่งในการกระทำที่บ้าบิ่นของเขา ดังนั้นตอนนี้ผมถึงถูกนำตัวออกมาจากตู้ให้พวกเขาจัดเตรียมผมสำหรับบทบาทนั้นแทน"

"แต่คุณไม่อยากเป็นตัวสำรอง ?" หล่อนอนุมาน

"ผมไม่อยากข้องเกี่ยวกับการเมืองของครอบครัวคาซินสกี้ ถึงอย่างไรผมก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนั้นอยู่แล้ว ไม่เคยเลย อย่างดีที่สุด ผมก็เพียงรักษาความเกี่ยวข้องอย่างหลวม ๆ ผมซาบซึ้งนักล่ะที่พวกเขาให้อาหารและจ่ายค่าการศึกษาให้ผม และผมก็ยินดีที่จะคืนเงินให้กับพวกเขาสำหรับสิ่งเหล่านั้นเมื่อผมได้งานแล้ว แต่พวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องอะไรพรรค์นั้นกับผม ผมจะไม่รับฟัง ผมมีชีวิตและแผนการเป็นของผมเอง ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเล่นเป็นมือรองของพี่ชายและเสียเวลาไปกับงานทางสังคมอันจืดชืดที่ที่ผู้คนปั้นจิ้มปั้นเจ๋อใส่กันไม่จบไม่สิ้น"

เขาตัดสินใจหยุดแค่นี้ เพราะว่าเขาโกรธเกรี้ยวมากยิ่งกว่าตอนที่เริ่มอีก บวกกับ เขาสงสัยว่าอิลซ่าคงไม่ได้เห็นใจเขามากนัก ผู้คนส่วนมากมักคิดว่าเขาก็เพียงแต่เล่าเกินมากจริงไป พวกเขาไม่ใช่คนที่ต้องอยู่ร่วมกับเขานี่

เมื่อหล่อนตระหนักได้ว่าเขาไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว อิลซ่าพิงพนักและหายใจลึก "ฉันเห็นใจคุณนะ โซเรียน แต่ฉันเกรงว่าการเปรียบเทียบดังกล่าวนั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สำหรับสิ่งที่มีค่าที่สุด ฉันคิดว่าคุณหล่อหลอมตัวเองให้เป็นผู้วิเศษที่ดีด้วยตัวเอง ไม่ใช่ทุกคนที่อัจฉริยะได้อย่างไดเมน"

"ครับ" โซเรียนว่า ปฏิเสธที่จะมองหล่อน

หล่อนถอนหายใจ ยกมือไล้เส้นผมตัวเอง "คุณทำให้ฉันรู้สึกอย่างกับเป็นผู้ร้ายที่นี่ ปัญหาครอบครัวก็ทางหนึ่ง แต่ทำไมคุณต้องเป็นทุกข์เป็นร้อนด้วยเรื่องนี้กันล่ะ ? นี่มันงานเลี้ยงสังสรรค์ ฉันคิดว่าวัยรุ่นทุกคนชอบงานเลี้ยงทั้งนั้น คุณเป็นกังวลเรื่องการหาคู่เดทเหรอ ? ก็แค่ถามเด็กปีหนึ่งสักคน พวกเธอก็กระโจนเข้าหาโอกาสแล้ว – พวกเธอไม่สามารถเข้าร่วมได้อย่างน้อยก็ได้รับการเชิญจากรุ่นพี่ คุณก็รู้นี่ ?"

โซเรียนถอนหายใจออกมา เขาไม่ได้มองหาหนทางการค้นหาคู่ควง – เขาไม่ต้องเดาเลยว่าเพียงแต่หย่อนนามสกุลของเขาไปเขาจะตกได้เด็กปีหนึ่งสักคนที่ใจอ่อนสำหรับเย็นนั้น – เขามองหาทางอื่น ทางที่ดูเหมือนอิลซ่าจะไม่เต็มใจที่จะให้เขาด้วย

"ผมจะไม่เดท" โซเรียนบอกเธอ ลุกตัวขึ้นจากที่นั่ง "ผมจะไปงานเต้นรำ แต่ผมแน่ใจว่าการควงคู่เดทไม่ใช่การบังคับ โชคดีครับ"

เขาประหลาดในที่อิลซ่าไม่ได้พยายามแย้งเขาขณะที่เขาจากมา บางทีงานเต้นรำทั้งหมดนี้ก็คงไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้น

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

โซเรียนเดินผ่านทางเดินของอาคารที่อยู่อาศัยของเขาอย่างอิดโรย ไม่ได้เร่งรีบกลับไปที่ห้องของเขาเลยจริง ๆ เหล่าอาจารย์ได้งดเว้นจากการสั่งการบ้านที่สำคัญในช่วงสุดสัปดาห์ รู้ดีว่าทุกคนคงจะยุ่งกับงานเทศกาลคิมหันตฤดูเกินกว่าจะทำงานเสร็จ ปกติแล้วเวลาว่างเป็นเหมือนกับสิ่งประเสริฐซึ่งพระเจ้าประทานสำหรับโซเรียน ทว่าเพียงคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาต้องอดทนอดกลั้นในวันพรุ่งนี้ก็มากพอที่จะทำให้โซเรียนสูญเสียความตั้งใจสำหรับความสนุกใดก็ตามแล้ว ดังนั้นเขาจึงตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะกลับไปนอนสักพักเมื่อเขาถึงบ้านของตัวเอง

ขณะที่เข้ามายังอาคารที่อยู่อาศัยของเขา เขาก็ตั้งข้อสังเกตได้ว่ามีใครบางคนอยู่ในอารมณ์ของการเฉลิมฉลอง เพราะว่ากำแพงในรายทางที่เขาผ่านมาเต็มไปด้วยรอยแต้มสรรพสีด้วยเหลืองสดใส, สีเขียว และสีแดง

"โซเรียน ! ชายผู้ที่ฉันตามหา !"

โซเรียนสะดุดด้วยความตกใจกับเสียงที่ดังข้างหลังเขาและหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับชายที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว เขาถลึงตาใส่ไอ้งั่งที่ยิ้มกริ่มข้างหน้าเขา

"ทำไมแกถึงอยู่ที่นี่ โฟรทอฟ ?" เขาถาม

"อะไรกัน ฉันมาเยี่ยมน้องชายของฉันไม่ได้หรือไงกัน ?" เขาประท้วง "แกดีเกินกว่าจะไปไหนมาไหนกับพี่ชายแล้วหรือ ?"

"หยุดพล่ามซะ โฟรทอฟ แกไม่เคยมาหาฉันตอนที่แกอยากไปไหนกับใครสักคน แกต้องการความช่วยเหลืออะไรล่ะ ตอนนี้ ?"

"นั่นไม่จริงสักหน่อย" เขาเคือง "แกเป็นพี่น้องคนโปรดของฉันนะ รู้ไหม ?"

โซเรียนจ้องเขาอย่างไม่เกรงใจสักครู่หนึ่ง "ไดเมนไม่อยู่ที่นี่ ดังนั้นแกก็เลยมาหาฉัน งั้นสิ ?"

"ไดเมนมันไอ้เฮงซวย" โฟรทอฟขบฟัน "ตั้งแต่ที่มันมีชื่อเสียง มันก็ยุ่งเกินกว่าจะช่วยเหลือน้องชายของตัวเอง ฉันสาบานได้เลย ไอ้หมอนั่นคิดแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น"

"การเสแสร้งที่หน้าทนนี่ก็ไม่ได้ต่างกันหรอก" โซเรียนพึมพำ

"โทษที ฉันได้ยินไม่ชัด" โฟรทอฟว่า

"ไม่มีอะไร ๆ" โซเรียนโบกมือไม่ไยดี "แล้วปัญหาอะไรที่แกเจออยู่ล่ะ ?"

"เอ่อ ฉันสัญญากับเพื่อนไว้ว่าฉันจะสร้างน้ำยาต่อต้านผื่นให้หล่อน" โฟรทอฟพูดเสียงเจื่อน

"มันไม่มีหรอกไอ้น้ำยาต่อต้านผื่นทั้งนั้น" โซเรียนฉุนเฉียว "ถึงอย่างนั้นก็มียาบรรเทาผื่น ที่ใช้กับผิวหนังที่ได้รับผลกระทบโดยตรงแทนที่จะเป็นการดื่มแบบน้ำยา นี่แสดงให้เห็นได้เลยว่าหัวแกทึบแค่ไหนเมื่อเป็นเรื่องของรสายนเวท แกคิดห่าอะไรกันถึงไปสัญญากับเพื่อนแบบนั้น ?"

"ฉันพลาดผลักหล่อนตกลงไปในดงเครือไม้สีม่วงระหว่างวิชาการเอาตัวรอดในป่า" โฟรทอฟยอมรับ "ขอร้องล่ะ แกต้องช่วยฉันนะ ! ฉันจะหาแฟนสาวให้เองถ้าแกยอม !"

"ฉันไม่อยากได้แฟน !" โซเรียนกัดฟันอย่างหงุดหงิด อย่างน้อยโฟรทอฟคงจัดเตรียมแฟนทุกประเภทให้เขาหรอก "ดูนะ ทำไมแกต้องมารบกวนฉันด้วยเรื่องนี้กัน ? ก็แค่ไปหานักปรุงยาและซื้อมาซะ"

"มันเป็นเย็นวันศุกร์ ทุกร้านปิดหมดเพื่อเตรียมสำหรับการเฉลิมฉลองวันพรุ่งนี้"

"ถ้างั้นก็โชคร้ายนะ เพราะว่าฉันช่วยแกไม่ได้" โซเรียนกล่าว "สองปีแรกมันเป็นทฤษฎีและการทดลองแบบปลอดภัยทั้งหมด และฉันก็เพิ่งจะเริ่มปีสาม พวกเขาไม่เคยสอนจริงจังกับรสายนเวทในชั้นเรียนมากนัก"

ทั้งจริงและโกหกซึ่ง ๆ หน้า เขาอาจไม่ได้ทำอะไรมากนักกับการประสมแร่แปรธาตุในชั้นเรียน แต่เขาได้ศึกษาส่วนตัวในช่วงเวลาว่างของเขานิดหน่อย เขาสามารถทำยาถอนพิษสำหรับผื่นคันจากเครือไม้สีม่วงได้อย่างง่ายดาย แต่ทำไมเขาต้องเสียส่วนผสมการประสมแร่แปรธาตุราคาแพงของเขาไปด้วยล่ะ ?

"โอ้ พวก ไม่เอาน่า แกพูดได้ตั้ง 3 ภาษาและแกก็รู้การฝึกก่อรูปโง่เง่าที่พวกเขาให้เราเรียนทั้งหมด แต่แกทำอะไรที่เป็นกระทั่งพื้นฐานไม่ได้เนี่ยนะ ? แกทำห่าอะไรในห้องทั้งวันถ้าแกไม่ได้ศึกษาวิธีการทำพวกนั้น ?"

"แกพูดเองนะ !" โซเรียนกัดฟัน "แกชั้นปีสูงกว่าฉัน แกสิควรจะทำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยตัวเอง"

"เอะ แกก็รู้ฉันไม่เคยสนใจพวกการประสมแร่แปรธาตุ มันวุ่นวายและน่าเบื่อเกินไปสำหรับฉัน" โฟรทอฟว่าพร้อมสัญญาณไม่ไยดี "นอกจากนั้น ฉันทำไม่ได้กระทั่งซุปผักโดยไม่ทำลายล้างเครื่องครัวของแม่ แกอยากจะให้ฉันไปอยู่ใกล้ ๆ กับอุปกรณ์ประสมแร่จริง ๆ เรอะ ?"

ก็นะ เมื่อเขาพูดมาถึงตรงนี้...

"ฉันเหนื่อย" โซเรียนว่า "ฉันจะทำพรุ่งนี้"

"บ้ารึเปล่า !? พรุ่งนี้ก็สายไปแล้ว !"

"โอ้ ไม่เอาน่ะ มันใช่ว่าหล่อนจะตายเพราะผื่นห่านั่น !" โซเรียนหงุดหงิด

"ได้โปรด โซเรียน ฉันรู้ว่าแกไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้น แต่ว่าหล่อนชอบเด็กชายคนนี้และ-"

โซเรียนครวญและปัดเขาออก นี่เขารู้สิ่งที่ต้องการมากพอเกี่ยวกับ 'เหตุฉุกเฉิน' นี้แล้ว

"-และถ้าผื่นเพื่อนของฉันไม่ได้รับการแก้ไข จากนั้นหล่อนก็ไม่สามารถไปร่วมงานได้ และหล่อนจะไม่มีวันยกโทษให้ฉัน ! ขอร้องล่ะ ขอร้องล่ะ ขอร้องล่ะ-"

"หยุด"

"-ได้โปรด ได้โปรด ได้โปรด ได้โปรด-"

"ฉันบอกว่าหยุดซะ ! ฉันจะทำ ตกลงไหม ? ฉันจะทำไอ้ยาบรรเทาเวรนั่น แต่แกติดหนี้ฉันครั้งใหญ่สำหรับเรื่องนี้ ได้ยินไหม ?"

"ได้ !" เขาพูดอย่างเริงร่า "แกต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ?"

"พบฉันที่บ่อน้ำพุอีกราว ๆ 3 ชั่วโมง" โซเรียนถอนหายใจ

โซเรียนมองเขาที่จรลีจากไป บางทีเขาคงไม่คิดเปลี่ยนใจหรือเรียกร้องอะไรหนักหนาอีก เขาส่ายศีรษะและกลับไปยังห้องของเขาเพื่อนำสารละลายประสมแร่ที่จำเป็นออกมา วิทยาลัยมีห้องปฏิบัติการรสายนเวทให้นักเรียนใช้สำหรับธุระของตัวเองได้ แต่ว่าคุณต้องนำวัตถุดิบมาเอง โชคดี เขามีทุกอย่างที่เขาต้องการสำหรับงานนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว

ห้องปฏิบัติการนั้นว่างเปล่านอกไปจากเขา แต่นี่ไม่ใช่โดยปกติ ผู้คนส่วนใหญ่คงเตรียมตัวสำหรับงานเต้นรำวันพรุ่งและไม่น่าจะมาทำอะไรอย่างการฝึกประสมแร่สักอย่างในนาทีสุดท้าย โดยมิได้สะทกสะท้านกับความเงียบอย่างน่าขนลุกของห้องปฏิบัติการ โซเรียนกระจายสารละลายไปทั่วโต๊ะและจัดเพื่อทำงาน

ช่างแดกดันกัน ส่วนผสมหลักของยาบรรเทาผื่นนั้นก็คือพืชที่เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายนี้ – เครือไม้สีม่วง หรือให้แม่นยำมากขึ้นก็คือใบของมัน โซเรียนตากแห้งมันไว้ใต้แสงแดด และตอนนี้พวกมันก็เป็นเพียงผงแป้ง นี่เป็นส่วนที่น่ารำคาญที่สุดของกระบวนการ ด้วยใบของเครือไม้สีม่วงจะปล่อยฝุ่นควันระคายเคืองสู่อากาศ ถ้าพวกมันถูกบดโดยมนุษย์และสาก ตำราที่เขาเคยอ่านมีกลวิธีพิสดารมากมายในการรับมือมัน ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ราคาแพง แต่โซเรียนมีทางออกที่ง่ายกว่านั้นมาก : เขาห่อใบด้วยเศษผ้าชุ่มหมาด และจากนั้นก็ห่อทุกอย่างด้วยแผ่นหนัง และจากนั้นก็ตุบมันจนกระทั่งเขารู้สึกว่าไม่มีการต่อต้านแล้ว ฝุ่นระคายเคืองนั้นจะติดกับผ้าและใบก็ไร้ปัญหา

หลังจากผสมฝุ่นใบไม้ด้วยน้ำผึ้ง 10 หยดและน้ำโอเบลียเบอร์รี่อีกช้อน เขาก็นำพวกมันทั้งหมดไว้ใต้ไฟต่ำ กวนส่วนผสมจนกระทั่งสีสม่ำเสมอและเข้ากัน จากนั้นเขาก็ยกชามออกจากไฟและตั้งทิ้งไว้เพื่อรอให้มันเย็น

"เป็นงานที่น่าประทับใจมาก" เสียงที่ฟังคล้ายกับผู้หญิงดังข้างหลังเขา "การจัดการกับใบเครือไม้นั่นดีเลย ผมจะจำวิธีนี้บ้าง"

โซเรียนบอกถึงตัวเจ้าของเสียงได้เลย และเคลก็ไม่ใช่ผู้หญิงจริง ๆ ถึงจะมีข่าวลือที่น่ารังเกียจบ้างก็เถอะ เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับเด็กชายมอร์ล็อก ศึกษาเรือนผมสีขาวกระดูกของเขา และดวงตาสีฟ้าเข้มข้นสักประเดี๋ยวหนึ่งก่อนจะกลับมาตั้งใจทำความสะอาดอุปกรณ์ประสมแร่ที่เขาใช้ ไม่มีเหตุผลที่จะขัดขวางจากการใช้ห้องปฏิบัติการเพราะเขาล้มเหลวในการทำความสะอาดด้วยตัวเอง

เขาพยายามจะคิดวิธีการตอบสนองขณะที่เคลกำลังตรวจสอบยาบรรเทาด้วยแววตาเจนจัด เด็กชายค่อนข้างจะลึกลับที่เพิ่งเข้าร่วมกับกลุ่มของพวกเขาในปีนี้ด้วยการย้ายมาจากที่ที่มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทราบ และก็ไม่ได้ช่างเจรจานัก บวกกับ คุณก็รู้ เขาเป็นพวกมอร์ล็อก เด็กชายมาดูเขานานแค่ไหนแล้วกันนะ ? น่าเศร้า เขามัวแต่จดจ่อจนพลาดที่จะสนใจสภาพแวดล้อมของตัวเองตอนที่เขาทำงานกับอะไรสักอย่าง ดังนั้นเขาจึงบอกไม่ได้

"ไม่มีอะไรพิเศษ" โซเรียนตอบในที่สุด "งานของคุณเอง... ก็น่าประทับใจ ผมได้ยินอุปทานว่าคุณอยู่อีกระดับหนึ่งจากพวกเราที่เหลือเมื่อมันเป็นเรื่องของรสายนเวท เวลาที่ผ่านมาแม้แต่แซคก็ล้มคุณไม่ได้ ทั้งที่เขาดูจะเป็นที่หนึ่งของทุกอย่างในหลาย ๆ วันที่ผ่านมา"

เด็กชายผมขาวยิ้มอย่างอ่อนโยน "แซคไม่มีความหลงใหลในวิชา รสายนเวทต้องการความรู้สึกของช่างฝีมือและความอดทนเป็นอย่างมาก และไม่ว่าความรู้ของเขาจะกว้างขวางแค่ไหน แซคก็ไร้เชาว์เกี่ยวกับมัน คุณก็ด้วย ถ้าคุณฝึกในรสายนเวทมากพอ ๆ กับที่แซคทำ คุณจะก้าวข้ามเขาได้อย่างแน่นอน"

"อ้า งั้นคุณก็คิดว่าเขามีประสบการณ์มาก่อน ?" โซเรียนถามไถ่

"ผมไม่รู้จักเขาดีเท่ากับคุณและพวกเพื่อนคุณที่เหลือ ผมเพิ่งจะได้เข้ากับกลุ่มของพวกคุณเอง ถึงอย่างนั้น เพียงแค่ครั้งเดียวไม่ได้ทำให้มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ได้ ขณะที่แซคปรากฏอย่างเห็นได้ชัดตลอดเดือน เขาทำงานง่ายดายอย่างใครบางคนที่เคยประสมแร่มาเป็นปี ๆ"

"เหมือนคุณ" โซเรียนลอง

"เหมือนผม" เคลยืนยัน "ผมเกลียดที่จะเสียมารยาท แต่ว่าคุณเสร็จหรือยังน่ะครับ ? วันนี้ผมอยากจะทำอะไรสักอย่างสำหรับตัวเองหน่อยน่ะ"

โซเรียนขอโทษเด็กชายที่ยึดที่ไว้ ซึ่งเด็กมอร์ล็อกก็โบกมืออย่างอะไรที่ไม่สำคัญนัก และบอกลาเขา

ขณะที่เขาเดินออกมา โซเรียนก็คิดได้ว่าบางทีเขาควรจะทำยานอนหลับสักอย่างสำหรับตัวเองตอนที่ยังอยู่ที่นั่น – เขาจะได้พักผ่อนคืนนี้ให้เต็มที่ เพราะแน่ใจได้เลยว่าจะไม่มีเรื่องแบบนั้นในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน




NEKOPOST.NET