[แปล] Mother of Learning ตอนที่ 3.1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[แปล] Mother of Learning

Ch.3.1 - ความจริงอันฝาดเฝื่อน (1/2)


ถ้ามีใครถามโซเรียนว่าตอนสิ้นสุดสัปดาห์แรกเขาคิดว่าวิชาอะไรที่น่าจะมีปัญหาด้วยที่สุด เขาคงตอบว่าวิชาคาถาบัญญัติและคณิตศาสตร์ขั้นสูง บางทีก็คงเวทยุทธ์ด้วย แต่ 2 สัปดาห์ต่อมา เขาบอกได้อย่างเต็มปากเลยว่าคำตอบคือ 'เขตอาคม'
 
เขตอาคม ศิลปะการคุ้มกันด้วยเวทมนตร์ เป็นเขตอาคมที่ซับซ้อนอย่างน่าประหลาดใจ คุณต้องคำนึงถึงสิ่งที่พยายามปกป้องว่ามันทำจากอะไร มีมิติและรูปทรงอย่างไร เขตอาคมจะตอบสนองกับเวทมนตร์ที่ดำรงอยู่แล้วได้อย่างไร หรือคุณก็เพียงแค่ตบวัตถุประสงค์ดาษ ๆ นั่นไปซะ แล้วร่ายเขตอาคมใส่เป้าหมายหวังว่ามันจะได้ผล แต่ศาสตราจารย์จะให้คุณตกแน่สำหรับคำตอบนั้น ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ตัวเลือกในชั้นเรียน
 
แต่ด้วยความซับซ้อนเหล่านี้ การเรียนก็ควรจะง่ายดายหรืออย่างน้อยก็ไม่ชวนสับสนแบบนี้ – โซเรียนเป็นคนอดทนที่มีระเบียบเมื่อมันเป็นเรื่องของผู้วิเศษสายประดิษฐ์ และด้วยการทำงานอย่างหนักผ่านผู้กระทำผิดนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าการใช้เขตอาคมด้วยผลลัพธ์ที่เหมาะสม ปัญหาก็คืออาจารย์ของพวกเขา หญิงสาวเข้มงวดด้วยทรงผมสั้นทั้งหมดและไถหัวตัวเองด้วยนั้น ไม่รู้วิธีการสอนเลย สักนิดเดียว โอ้ หล่อนชัดเจนนักล่ะว่ารู้เรื่องวิชาเรียนเป็นอย่างดี ทว่าหล่อนไม่รู้วิธีการแปลความรู้เหล่านั้นมาสู่การสอนบรรยายที่เหมาะสมได้ หล่อนละเลยสิ่งต่าง ๆ หลายอย่างไปจากการบรรยายของหล่อน เห็นได้ชัดเจนเลยว่าหล่อนไม่ได้ตระหนักเลยเพราะพวกมันแจ่มแจ้งสำหรับหล่อน แต่ไม่ชัดแจ้งเลยสำหรับนักเรียนของหล่อน ตำราที่หล่อนกำหนดสำหรับชั้นเรียนเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน และยิ่งอ่านก็เหมือนจะเป็นคู่มือสำหรับผู้กางเขตอาคมมืออาชีพมากกว่าจะเป็นตำราเรียน
 
คำถามที่ 6 : _คุณได้รับมอบหมายให้สร้างด่านหน้าวิจัยบนบ่อมานาเข้มข้นขั้นที่หนึ่งในบริเวณภูเขาสูงซาโรเคียน สิ่งก่อสร้างนี้มีไว้เพื่อรองรับเจ้าหน้าที่ 4 นายในระยะเวลาหนึ่ง และผู้สำรวจได้แสดงความกังวลเรื่องการปรากฏตัวของกลุ่มหมาป่าเหมันต์และการบุกรุกของแตนนักเจาะในบริเวณใกล้เคียง คุณมีงบประมาณ 25,000 เหรียญ และสมมติว่าคุณเป็นนักกางเขตอาคมที่ได้รับการรับรองเป็นแวดวงที่สอง
 
สมมติว่ามีเพียงมานาสกัดจากบ่อมานาที่เตรียมพร้อมสำหรับเป็นพลังให้การกางเขตอาคม การรวมกันของเขตอาคมแบบใดบ้างที่คุณรู้สึกว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับด่านหน้านี้ ? จงอธิบายเหตุผลประกอบ
 
จงวาดแผนผังชั้นพื้นฐานของด่านหน้าและอธิบายวิธีการจัดห้องที่วางแผนไว้และรูปทรงของตัวสิ่งก่อสร้างที่มีประสิทธิผลต่อเขตอาคม
 
คุณคิดเรื่องปัญหาการบุกรุกของแตนนักเจาะนี้ จะแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดโดยการกางเขตอาคมเพื่อไล่แมลง หรือว่าโดยการเลือกวัสดุก่อสร้างอย่างรอบคอบ ? จงอธิบายเหตุผลประกอบ
 
สมมติว่าคุณรับการมอบหมายให้ทำไม่ใช่เพียงแค่หนึ่ง แต่เป็น 5 ด่านหน้า โดยใช้งบประมาณเท่าเดิม สิ่งนี้จะเปลี่ยนคำตอบของคุณในคำถามข้อ 'a' อย่างไรบ้าง คุณเชื่อว่ามันดีกว่าที่จะสร้างเขตอาคมเหมือนกันทั้ง 5 ด่านหน้า หรือคุณรู้สึกว่าบางส่วนควรแตกต่างระหว่างพวกมันตามลำดับ ? จงอธิบายทั้งข้อดีและข้อเสียของทั้งสอง
 
โซเรียนขยี้ตาตัวเองอย่างขัดข้องใจ เขาจะไปรู้คำตอบพวกนี้ได้อย่างไรกัน ? เขาไม่ได้เลือกสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นวิชาเลือกและก็ไม่ทราบว่าคุณต้องนำมันมาใช้ในการเรียนเขตอาคมด้วย ไม่ต้องพูดถึงคำถามที่สมมติว่าพวกเขารู้ราคาตลาดในการซื้อวัสดุที่จำเป็น หรือว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่าบริเวณภูเขาซาโรเคียนอยู่ที่ไหน โซเรียนค่อนข้างดีในภูมิศาสตร์ และเขาก็ไม่มีความคิดเลย ถึงจะพิจารณาจากการปรากฎตัวของอสุรกายอย่างหมาป่าเหมันต์ และเขาคะเนว่ามันคงเป็นที่ไหนสักแห่งทางป่าตอนเหนือ
 
อย่างน้อยที่สุดเขาก็รู้ว่าจะตอบคำถามย่อยข้อ 'c' อย่างไร คำตอบที่ถูกต้องก็คือเขตอาคมอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าด่านหน้าจะทำจากอะไรที่ตัวอ่อนแตนนักเจาะกินไม่ได้ แต่มันก็ยังเป็นสถานที่เหมาะแก่การทำรัง พิจารณาจากว่าหนอนแมลงเหล่านี้อาศัยในพื้นดินอย่างไร คุณก็คงไม่อยากให้มันอาศัยที่ไหนก็ตามใกล้ ๆ อยู่แล้ว ตามทฤษฎี ตัวเลือก 'เลือกวัสดุอย่างรอบคอบ' จะไม่เสียมานาหรืออีกนัยหนึ่งก็คือการไม่ต้องกางเขตอาคมกันไล่แมลง แต่ทว่าเขตอาคมเหล่านั้นใช้มานาเพียงเล็กน้อยมากในการใช้งานมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีประเด็นหลักคือแตนนักเจาะ
 
ความคิดของเขาถูกรบกวนด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของผู้หญิงจากข้างหลังห้องเรียน โซเรียนไม่แม้แต่จะหันไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น – แซคได้สร้างความเพลิดเพลินให้กับนักเรียนรอบตัวเขาอีกครั้งแล้ว เขาปรารถนานักล่ะว่าอาจารย์จะลงโทษหมอนั่นจากการรบกวนที่เขาทำ โดนเฉพาะในระหว่างการสอบ แต่แซคออกจะเป็นที่รักของสตรีเข้มงวดนั้นสักหน่อย เพราะว่าเขาเป็นนักเรียนเพียงคนเดียวที่ได้แต้มจากการสอบของหล่อน ไม่ต้องเดาเลยว่าหมอนี่ทำข้อสอบของเขาเสร็จแล้ว 100% ที่ซึ่ง ว่ากันตามตรงแล้ว มันออกจะไม่สมเหตุสมผลสักนิด – ในช่วงสองปีแรกของพวกเขา แซคเป็นนักเรียนที่อยู่ในค่าเฉลี่ยระดับล่าง ผู้โดดเด่นเพราะเสน่ห์ของเขาเองมากกว่าพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ อันที่จริงก็ออกจะเป็นประเภทที่เหมือนเป็นภาคดีกว่าของโฟรทอฟ  แต่ปีนี้เขาได้เต็มทุกอย่าง ทุก ๆ อย่าง เขามั่งมีไปด้วยความรู้และจรรยาบรรณในการทำงานที่เขาไม่เคยมีมาก่อนในตอนท้ายของปีสอง ไกลเกินกว่าจะบอกได้ว่าเขาได้รับสิ่งเหล่านั้นมาตามการไหลทางของเวลาปกติ
 
คนคนหนึ่งจะดีขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงฤดูร้อนเดียวได้อย่างไรกัน ?
 
15 นาทีต่อมาเขาโยนดินสอลงกับโต๊ะ เรียกได้ว่าเลิกแล้ว เขาเติมคำตอบเพียง 8 คำถามจากสิบ และเขาก็ไม่แน่ใจด้วยว่าทั้ง 8 ข้อนั้นจะถูกต้องหรือไม่ แต่มันก็ต้องทำ เขาคงจะต้องจัดเวลาสักสองสามวันสำหรับการศึกษาวิชาเขตอาคมด้วยตัวเอง เพราะว่าการบรรยายให้ความรู้สึกที่ได้น้อยลงและน้อยลงเท่าจำนวนวันที่ผ่านไป นักเรียนคนอื่นที่ยังอยู่ในห้องเรียนนานพอ ๆ กับเขาคือ อโคจา และเธอก็วางกระดาษของตัวเองลงในไม่กี่วินาทีหลังจากที่เขาทำและติดตามเขามาข้างนอก แน่นอนว่าเขาและเธออยู่ในห้องเรียนนานด้วยเหตุผลที่แตกต่าง เขาอยู่เพื่อจะเกลาส่วนที่หลงประเด็นออกไป เธออยู่เพราะเธอเป็นพวกบ้าความสมบูรณ์แบบ ผู้ซึ่งต้องการตรวจสอบทุก ๆ อย่างสามรอบก่อนที่จะแน่ใจว่าเธอไม่ได้ลืมสิ่งใดไปทั้งนั้น
 
"โซเรียน เดี๋ยวก่อน !"
 
โซเรียนเดินช้าลงและยินยอมให้อโคจาเดินไล่เขาทัน เด็กหญิงเป็นคนที่น่าเหลืออดในบางครั้ง แต่โดยรวมเธอก็เป็นคนดีและเขาไม่ต้องการเบาะแว้งกับเธอเพียงเพราะว่าการสอบไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาต้องการ
 
"นายคิดว่าเมื่อตะกี้นี้เป็นยังไง ?" เธอถาม
 
"แย่" เขาตอบ ไม่เห็นว่าทำไมต้องโกหก
 
"ช่าย ฉันด้วย"
 
โซเรียนกลอกตา นิยามของ 'แย่' ของเขาและเธอนั้นแตกต่างกันโดยแท้
 
"เนโอลูเสร็จตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก" อโคจากล่าวหลังจากเงียบสักพักหนึ่ง "พนันได้เลยว่าหล่อนจะได้คะแนนเต็มอีกครั้ง"
 
"อโค..." โซเรียนถอนหายใจ
 
"ฉันรู้ดีว่าทุกคนคิดว่าฉันอิจฉา แต่ว่านี่มันไม่ปกติ !" อโคจากล่าวอย่างสงบ ทว่าน้ำเสียงนั้นกระวนกระวาย "ฉันฉลาดพอและฉันก็ศึกษาตลอดเวลาและฉันก็ยังคงมีปัญหาเรื่องหลักสูตรของโรงเรียน และพวกเราทั้งคู่ต่างก็อยู่ชั้นเดียวกับเนโอลูมาตั้งแต่สองปีแรก และหล่อนก็ไม่เคยเก่งแบบนี้ แล้ว... แล้วตอนนี้เหล่อนเอาชนะฉันในทุก ๆ รายวิชา !"
 
"แบบเดียวกับแซค" โซเรียนว่า
 
"อย่างเดียวกับแซคจริง ๆ !" เธอเห็นด้วย "พวกเขาไปไหนมาไหนด้วยกัน พวกเขาสองคนและผู้หญิงอีกคนที่ฉันไม่รู้จัก มันอย่างกับว่า... อย่างกับว่าพวกเขาอยู่ในโลกส่วนตัวเล็ก ๆ ของพวกเขา"
 
"หรืออย่างกับพวกเขาเป็นคู่รัก" โซเรียนว่า ก่อนจะขมวดคิ้ว "หรือสามเส้า ? คำเรียกสำหรับความสัมพันธ์รักใคร่ระหว่างคน 3 คนเรียกว่าอะไรนะ ?"
 
อโคจาเย้ยหยัน "อะไรก็ช่าง ประเด็นอยู่ที่พวกเขาทั้งสามคนไม่ได้ทำอะไรเลยนอกไปจากการใช้เวลาอย่างไร้ค่าด้วยกันและไม่ถูกกับพวกอาจารย์และไม่ว่าจะอย่างไรก็ได้คะแนนเต็ม พวกเขาปฏิเสธแม้กระทั่งโอกาสที่จะได้ย้ายโอนไปกลุ่มชั้นหนึ่ง นายเชื่อไหมล่ะ !?"
 
"เธอขยันกับเรื่องนี้เกินไปแล้ว" โซเรียนเตือน
 
"นายไม่รู้สึกสงสัยว่าพวกเขาทำได้ยังไงหรือไงกัน ?" อโคจาถาม
 
"แน่นอน ฉันเป็น" โซเรียนหยัน "ยากที่จะไม่ แต่ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ ? นอกไปจากนั้นแซคก็ไม่เคยทำอะไรไม่ดีกับฉัน ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้เขาเพียงเพราะว่าเขาเพิ่งค้นพบมหัศจรรย์ภายในของตัวเองแบบปุบปับหรอกน่ะ"
 
โซเรียนรู้สึกได้ว่าเบนิเสคมาเข้าร่วมกับพวกเขาทันควัน เพียงแต่โผล่อยู่หลังมุมเพื่อเดินเคียงข้างไปกับพวกเขา บางทีโซเรียนก็สงสัยจริง ๆ เด็กชายร่างท้วมคนนี้คงดมกลิ่นการนินทาได้
 
"ฉันรู้นะว่าแกหมายถึงอะไร" เบนิเสคกล่าว "ฉันเองก็คิดเสมอว่าแซคไม่ได้ดีเด่อะไรสักอย่าง แกก็รู้ เหมือนฉันไง ?"
 
"ฮ่า ก็นะ มันไม่มีทางหรอกที่เขาจะดีได้แบบนี้ในทุก ๆ อย่างภายในวันหยุดฤดูร้อนเดียว" โซเรียนว่า "ฉันเดาว่าเขาคงถอดขนแกะที่ตำตาพวกเรามาตลอดออกไป"
 
"พวก นั่นมันปัญญาอ่อนน่ะ" เบนิเสคกล่าว "ถ้าฉันเก่งปานนี้ ฉันคงทำให้แน่ใจแล้วว่าทุกคนจะรับรู้ถึงมัน"
 
"ฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะแกล้งไร้ทักษะมากว่าสองปี" อโคจาขุ่นเคือง "เขาคงจะพลาดเป็นครั้งคราวแล้ว"
 
"ก็นะ ถ้างั้นแล้วอะไรกันล่ะ ?" โซเรียนถาม เขาระงับการร่ายรายชื่อสักวิธีการที่คลุมเครือไปมากกว่านี้ อย่างการเติบโตอย่างรวดเร็วนั้นก็สามารถทำได้ด้วยเวทมนตร์ แต่เพราะว่าส่วนมากของพวกมันเป็นอาชญากรรมและเขาก็แน่ใจว่าวิทยาลัยได้ตรวจสอบแซคให้มั่นใจแล้วว่าเขาไม่ได้ถูกสวมรอยหรือว่าถูกผีผู้วิเศษที่ตายมานานแล้วเข้าสิง
 
"บางทีเขาอาจรู้คำตอบล่วงหน้า" เธอแนะนำ
 
"ถ้าเพียงเขาเป็นนักพยากรณ์" เบนิเสคกล่าว "บูลให้เขาสอบการพยากรณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตอนที่เธอกลับบ้านไปก่อนแล้ว และเขาก็ตอบรัวอย่างกับสวาปามตำราลงไป"
 
การสนทนาสิ้นสุดลงเมื่อทั้งสามเข้าสู่คาบเรียนรสายนเวท ที่ห้องปฏิบัติการประสมแร่ขนาดใหญ่ยิ่งกว่าห้องเรียนทั่วไป มันมีโต๊ะ 20 โต๊ะ แต่ละโต๊ะก็เต็มไปด้วยภาชนะต่าง ๆ และอุปกรณ์อื่น ๆ ส่วนผสมทั้งหมดสำหรับบทเรียนวันนี้ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมเสร็จสรรพเบื้องหน้าพวกเขา ถึงแม้จะมีบ้างที่ต้องเตรียมการมาเองเพิ่มเติมก่อนที่พวกเขาจะสามารถนำมาใช้ในกระบวนการเรียนรู้ในวันนั้นได้ – อย่างเช่น เขาค่อนข้างแน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ให้ใส่จิ้งหรีดถ้ำมีชีวิตลงไปในสารละลายเดือด
 
รสายนเวท ก็เหมือนกับเขตอาคม เป็นศิลปะที่ซับซ้อน ทว่าอาจารย์นักรสายนเวทของพวกเขาก็รู้สิ่งนี้และหล่อนก็รู้วิธีการสอน ดังนั้นโซเรียนจึงไม่มีปัญหาใดในการเรียน โดยหลักการแล้วพวกเขาจะทำงานกันเป็นกลุ่ม 2 หรือ 3 คนเพราะว่าโต๊ะและอุปกรณ์มีไม่เพียงพอ แต่โซเรียนมักจับคู่กับเบนิเสคซึ่งก็เท่ากับการฝึกทำงานเพียงลำพัง ปัญหาก็มีแค่การให้เบนิเสคหุบปากและเลิกก่อกวนเขาในระหว่างเรียนสักที
 
"เฮ้ โซเรียน" เบนิเสคกระซิบที่ก็ไม่ค่อยจะเบานัก "ฉันไม่ยักรู้เลยจนกระทั่งตอนนี้ แต่ว่าอาจารย์ของพวกเราเร่าร้อนทีเดียวนี่ !"
 
โซเรียนกัดฟันตัวเอง ไอ้งั่งบัดซบนี่เก็บเสียงตัวเองไม่เป็นเสียเลยหากชีวิตของเขาไม่อยู่บนเส้นด้าย มันไม่มีทางเลยที่หล่อนจะไม่ได้ยิน
 
"เบนิเสค" เขากระซิบกลับไปยังเพื่อนร่วมห้องของเขา "ฉันจำเป็นต้องได้คะแนนที่ดีในวิชารสายนเวทเพื่อคว้าอาชีพในฝันของฉันตอนที่ฉันจบการศึกษา ถ้าแกทำมันพังต่อฉัน ฉันจะไม่พูดกับแกอีก"
 
เบนิเสคคร่ำครวญอย่างขัดขืนก่อนจะกลับมาทำตาหวาน โซเรียนตั้งสมาธิไปที่การบดเปลือกแตนนักเจาะเพื่อเป็นพลังที่จำเป็นสำหรับการทำกาวที่พวกเขากำลังทำกันโดยเฉพาะ
 
ยอมรับได้เลยว่า แอซลิน มาริวอสกีดูดีอย่างน่าประหลาดใจสำหรับสตรีวัย 50 บางทีคงเป็นการเสริมความงามอะไรสักอย่าง – แต่ถึงอย่างไร หล่อนก็คืออาจารย์วิชารสายนเวทของพวกเขา บางทีแม้แต่ยาอายุวัฒนะก็คงถูกต้อง ถึงมันจะหายากจริง ๆ และมักจะไม่สมบูรณ์แบบในบางแง่ก็เถอะ
 
"ฉันไม่เห็นเลยว่าทำไมแกถึงชอบวิชานี้นักหนา" เบนิเสคโอดครวญ "ฉันไม่แม้แต่จะแน่ใจด้วยซ้ำว่าจะเรียกมันว่าเป็นเวทมนตร์ แกไม่ต้องใช้มานาสำหรับมัน ทั้งหมดมันคือการค้นหาสมุนไพรนั่นนี่ ตัดรากออกให้ถูกวิธีแบบนั้น... อย่างกับทำอาหาร นรกเถอะ ทั้งหมดนี่ เพื่อให้พวกเรามาทำกาว แกควรจะปล่อยเรื่องนี้ไปให้พวกผู้หญิงแทน"
 
"เบนิเสค..."
 
"ก็มันจริงนี่ !" เขาประท้วง "แม้แต่อาจารย์เองก็ยังเป็นผู้หญิงเลย ผู้หญิงเซ็กซี่ด้วย ฉันเคยอ่านมาที่ไหนสักแห่งว่าการประสมแร่แปรธาตุนี่มีร่องรอยย้อนกลับไปถึงรากเหง้าของแม่มด ไม่ว่าจะเป็นยาเสน่ห์หรืออะไรก็ตาม แม้แต่ตอนนี้ตระกูลนักรสายนเวทที่ยอดเยี่ยมเองก็สืบเชื้อสายมาจากแม่มด ฉันเดาว่าแกคงไม่รู้เรื่องนี้ล่ะมั้ง ?"
 
ไอ้ความจริงพวกนั้นเขารู้อยู่แล้ว อันที่จริง เขาเองก็ได้รับการสอนเรื่องการประสมแร่แปรธาตุ​โดยแม่มดโบราณผู้​สัตย์ซื่อต่อพระเจ้าก่อนที่เขาจะเข้าวิทยาลัยเสียอีก หล่อนเป็นพวกคร่ำครึนัก ความจริงก็คือหล่อนเย้ยหยันนักล่ะกับชื่อ 'รสายนเวท' และอ้างถึงทักษะการ 'สร้างยา' ของหล่อนอย่างเคร่งครัด
 
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการให้ผู้คนรับรู้หรอก ด้วยเหตุผลหลากหลายประการ
 
"ถ้าแกไม่หุบปากซะตอนนี้ฉันจะไม่ให้แกจับคู่กับฉันอีก" โซเรียนบอกเขาอย่างจริงจัง
 
"เฮ้ !" เบนิเสคประท้วง "แล้วใครจะช่วยฉันทำเรื่องพวกนี้กันล่ะ ? ฉันไม่ถนัดเรื่องนี้หรอกนะ !"
 
"ฉันไม่รู้" โซเรียนพูดอย่างใสซื่อ "บางทีแกน่าจะหาผู้หญิงสักคนมาช่วยนะ"
 
โชคดีที่ตอนนี้อาจารย์ง่วนอยู่กับการป้อยอผลงานชิ้นเอกล่าสุดของแซคเกินกว่าจะสนใจโต๊ะของโซเรียน – ถึงแม้ว่าเด็กชายจะทำน้ำยาเสริมประสิทธิภาพที่นอกเหนือไปจากส่วนผสมที่มีให้ และเห็นได้ชัดว่ามันน่าประทับใจมาก แอซลิสไม่ได้ใส่ใจเลยว่าแซคได้ละเลยต่อการมอบหมายให้ทำกาวเวทมนตร์โดยสิ้นเชิง ทั้งยังเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่เขาทำ
 
โซเรียนส่ายศีรษะและพยายามจดจ่อกับงานของตัวเอง เขาสงสัยว่าเขาจะได้รับปฏิกิริยาเดียวกันบ้างไหมหากเขาทำแบบนั้นบ้าง หรือเขาอาจถูกปรามาสว่าสู่รู้ มีไม่กี่ครั้งที่โซเรียนพยายามจะให้พวกอาจารย์ว้าวใส่บ้างจากการทำงานบนพื้นฐานของตัวเองและไม่ถูกหาว่าอวดดี แต่เพราะความเย่อหยิ่งก็ขจัดมันไป มันเป็นเพราะว่าแซคเป็นผู้สืบทอดตระกูลชนชั้นสูงโนเวดารึเปล่านะ ? หรือมีอย่างอื่นอีก ?
 
ในชั่วขณะที่รู้สึกเช่นนั้น เขาก็เข้าใจแล้วจริง ๆ ว่าอโคจารู้สึกกับเรื่องทั้งหมดนี้อย่างไร
 
✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧
 
"และนั่นก็เป็นการสรุปบทเรียนในวันนี้" อิลซ่ากล่าว "อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คุณจะจากไป ฉันมีเรื่องที่ต้องประกาศ อย่างที่คุณบางคนทราบ เรื่องการจัดประเพณีของวิทยาลัยอย่างการเต้นรำในคืนก่อนงานเทศกาลคิมหันตฤดู ปีนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น การเต้นรำจะจัดในห้องโถงทางเข้าวันเสาร์หน้า สำหรับใครก็ตามที่ไม่ทราบ แต่การเข้าร่วมงานในปีนี้คือการบังคับ"
 
โซเรียนโอดครวญ ฟุบหน้าผากกับโต๊ะเบื้องหน้าเขา ทำให้ทุกคนให้ห้องเรียนหัวเราะคิกคัก อิลซ่าเมินเฉยท่าทีของเขา
 
"สำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่าเต้นรำอย่างไร การสอนเต้นรำจะจัดขึ้นทุกวันเวลา 8 นาฬิกาให้ห้องหมายเลข 6 สำหรับผู้ที่รู้ว่าเต้นรำอย่างไรก็ยังคงต้องมาอย่างน้อยสักครั้งเพื่อพิสูจน์ – ฉันจะไม่ยอมคุณทำให้ฉันขายหน้าในราตรีของการเต้นรำ อย่าพลาดเชียว มิสสโทรซ มิสเตอร์คาซินสกี ช่วยอยู่ต่อหลังเลิกคาบด้วยค่ะ"
 
"โอ้ ยอดเยี่ยม" โซเรียนงึมงำ บางทีเขาควรจะยับยั้งตัวเองจากการออกตัวแรงต่อคำแถลงไว้ ตามตรงเลย เขาตั้งใจจะโดดการเต้นรำ ไม่ว่ามันจะบังคับแค่ไหนก็เถอะ อิลซ่าตระหนักได้งั้นหรือ ? ไม่เลย เขามองไม่เห็นความไม่พอใจในท่าทางของหล่อน และเขาก็ค่อนข้างแน่ใจว่าหล่อนคงไม่ชอบใจแน่หากสัมผัสถึงแผนการของเขาได้
 
"เอาล่ะ..." อิลซ่าเริ่ม เมื่อเขาและอโคจาเป็นนักเรียนสองคนที่เหลืออยู่ "ฉันสันนิษฐานว่าคุณสองคนรู้จักวิธีการเต้นรำ ?"
 
"แน่นอนครับ" โซเรียนกล่าว
 
"อืมม..." อโคจาลุกลี้ลุกลน "หนูทำมันได้ไม่ดีนัก"
 
"ไม่เป็นไร" อิลซ่าว่า "พวกเราจะขจัดช่องว่างใด ๆ ที่จะง่ายพอสำหรับคุณ เหตุผลที่ฉันบอกคุณให้อยู่ต่อ นั่นก็เพราะว่าฉันต้องการให้คุณช่วยค่ะในบทเรียนการเต้นรำค่ะ"
 
โซเรียนพิจารณาว่าจะปฏิเสธทันที – มันไม่ใช่เรื่องที่เขาอยากจะใช้เวลาของตัวเองด้วยเลย – ทว่าเขาก็คิดว่านี่อาจจะเป็นพระคุณที่ทำให้อิลซ่ายกโทษให้กับการละเมิดของเขาสักอย่างสองอย่าง เช่นว่า การไม่ต้องเข้าร่วมในงานเต้นรำภาคบังคับ ? อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะสามารถเสนอข้อตกลงเบื้องต้นของเขา อโคจาก็ตัดสินแทนเขาไปแล้ว
 
"พวกเราช่วยได้อย่างไรบ้างคะ ?" เธอว่า มีความยินดีอย่างชัดเจนที่พวกเขาได้รับ 'เกียรติ' นี้ โซเรียนเลิกคิ้วกับที่เธอทึกทักว่าพูดเผื่อเขาด้วย แต่ก็ช่างมันไปก่อนเถอะ
 
"พวกเรามีเวลาเพียงแค่ 5 วันเพื่อสอนทุกคนถึงวิธีการเต้นรำ" อิลซ่ากล่าว "นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าพวกเราต้องใช้เวทมนตร์ช่วย"
 
"คาถาอัตตาจร ?" โซเรียนเดา
 
"ใช่" อิลซ่ากล่าว จากนั้นก็รีบอธิบายเพื่อประโยชน์ต่ออโคจา "เป็นคาถาที่จะนำแขนขาและร่างกายของผู้คนโดยไม่ว่าจะเป็นการเต้นรำแบบไหน มันไม่เหมาะจริง ๆ สำหรับใช้ทดแทนทักษะการเต้นรำ แต่ถ้าคุณฝึกฝนการเต้นรำขณะที่อยู่ภายใต้มนตร์สะกดคุณก็จะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วมากกว่าคุณจะทำเอง"
 
"มันทำงานยังไงกันคะ ?" อโคจาถามอย่างสงสัย
 
"คาถาจะเคลื่อนไหวเธอไปรอบ ๆ เหมือนกับหุ่นเชิดขึงเชือกจนกว่าเธอจะเรียนรู้วิธีการเคลื่อนไหวไปพร้อมกับมัน มันก็จะสร้างความรู้สึกที่มีอะไรบางอย่างคอยกระตุกเธอไปเรื่อย ๆ น่ะ" โซเรียนว่า "แล้วในท้ายที่สุดเธอก็ไม่จำเป็นต้องใช้คาถาเพื่อให้เต้นรำได้ถูกต้องแล้ว"
 
"อย่างนี้เอง คุณมีประสบการณ์ส่วนตัวกับวิธีนี้เอง" อิลซ่าพูดทั้งรอยยิ้ม
 
โซเรียนระงับการทำหน้านิ่วคิ้วขมวด การอยู่ภายใต้การคาถาสะกดโดยไดเมนเป็นหนึ่งในแผลเก่าวัยเด็กของเขา มันไม่ใช่เรื่องสนุกใด ๆ ทั้งสิ้น
 
"ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณตั้งใจจะให้นักเรียนมีตัวเลือกที่จะปฏิเสธ" โซเรียนพูด
 
"แน่นอนค่ะ" อิลซ่าเห็นด้วย "ถึงแม้ว่าเหล่าผู้ที่ปฏิเสธวิธีการนี้จะต้องเข้าร่วมอย่างน้อย 3 ครั้งแทนที่จะเป็น 1 ดังนั้นฉันคาดหวังมากว่าตัวเลือกนี้จะถูกเลือกแทนที่จะเป็นแบบดั้งเดิม ดีร้าย ฉันก็อยากให้คุณทั้งสองช่วยฉันร่ายคาถาให้ทุกคนในระหว่างบทเรียน ฉันคาดว่าฉันคงต้องคลายคาถาและร่ายใหม่หลายรอบ และฉันก็ต้องการความช่วยเหลือ"
 
"แล้วทำไมคุณถึงเจาะจงเลือกพวกเราล่ะครับ ?" โซเรียนถาม
 
"คุณทั้งสองควบคุมเวทมนตร์ของคุณได้ดี และคุณก็ดูจะมีความรับผิดชอบพอที่จะได้รับการสอนคาถา ถึงอย่างไรคาถาอัตตาจรที่ร่ายใส่ผู้ที่เป็นเป้าหมายคือสิ่งที่จำกัดไว้ และมันก็ไม่ใช่สิ่งธรรมดาที่พร้อมสำหรับนักเรียนเลย"
 
หือ ถ้างั้นไดเมนมีมันได้ยังไงกันล่ะ ? ตั้งแต่ชั้นปีที่สองของเขาไม่น้อยไปกว่านั้นเลยนี่ ?
 
เอาเถอะ อะไรก็ช่าง อย่างน้อยการได้รู้วิธีการร่ายคาถาก็จะทำให้อะไรง่ายยิ่งขึ้นในการโต้กลับในอนาคต
 
"มีอะไรอีกไหม ?" อิลซ่าถาม "ดีมากค่ะ ถ้างั้น มาที่ห้องทำงานของฉันหลังจากคาบสุดท้ายและฉันจะติดตั้งหุ่นจำนวนหนึ่งเพื่อที่คุณจะได้ฝึกมันก่อนจะใช้เคลื่อนไหวผู้คน การควบคุมที่แย่ คาถานั้นจะอึดอัดเป็นอย่างมาก พวกเราไม่ต้องการมอบบาดแผลใจให้ใครทั้งนั้น"
 
โซเรียนหรี่ตา ไม่เลย ไดเมนไม่แม้แต่จะทำแบบนั้น... โอ้ ใครกันที่เขาหยอกเล่นด้วยล่ะ ? แน่นอนว่าเป็นตัวเขาเอง การฝึกคาถาพรรค์นั้นกับน้องชายคนเล็กของตัวเองมันถูกต้องตามวิถีของไดเมนแล้ว
 
"มิสสโทรซ คุณกลับได้แล้วค่ะ – ฉันมีอะไรอย่างอื่นที่ต้องคุยเกี่ยวกับมิสเตอร์คาซินสกี"
 
โซเรียนส่ายศีรษะปัดความคิดและตั้งสมาธิที่อิลซ่า ผู้ที่เริ่มต้นพูดทันทีที่อโคกาไป
 
"เอาล่ะ โซเรียน" หล่อนพูดด้วยรอยยิ้มจาง ๆ "กับที่ปรึกษาของคุณเป็นอย่างไรบ้างคะ ?"
 
"เขาให้ผมทำแต่พื้นฐานสามประการ" โซเรียนบอกหล่อนเสียงเรียบ "พวกเรายังคงฝึกซ้อมการลอยวัตถุ"
 
ใช่ กระทั่งหลังจาก 4 สัปดาห์ ควิมยังคงให้เขาลอยปากกาอีกครั้งและอีกครั้ง เริ่มใหม่ เริ่มใหม่ เริ่มใหม่ เพียงสิ่งเดียวที่โซเรียนเรียนรู้ในส่วนเหล่านั้นทั้งหมดก็คือวิธีการหลบหินอ่อนที่ควิมยังคงปาใส่เขา ไอ้เฮงซวยนั่นดูจะไม่มีวันสิ้นสุดกับสิ่งเหล่านั้น
 
"ใช่ ศาสตราจารย์ควิมชอบให้นักเรียนของเขาเข้าใจในพื้นฐานอย่างหนักแน่นก่อนที่จะย้ายไปหัวข้อที่สูงกว่า" อิลซ่าเห็นด้วย
 
แบบนั้นหรือไม่เขาก็เกลียดนักเรียนของเขาเอง โซเรียนคิดว่าทฤษฎีของเขาเองมีความเป็นไปได้มาก
 
"เอาเถอะ ฉันเพียงแต่อยากจะบอกคุณว่าคุณอาจจะสามารถเปลี่ยนที่ปรึกษาได้เร็ว ๆ นี้" อิลซ่ากล่าว "หนึ่งในนักเรียนของฉันจะดรอปหลังจากงานเทศกาลคิมหันตฤดู และฉันก็จะมีที่ว่าง เว้นเสียแต่ว่าจะมีอะไรบางอย่าง ที่คุณแทบจะแน่ใจได้เลยว่าจะเป็นคนที่ฉันเลือก ก็นั่นแหละ ถ้าคุณสนใจที่จะย้ายจริง ๆ ล่ะก็"
 
"แน่นอนครับ ผมสนใจ !" โซเรียนแทบจะตะโกน มากพอทำให้อิลซ่าขบขัน เขาขมวดคิ้วสักครู่หนึ่ง "เว้นเสียแต่คุณคงไม่วางแผนจะปาก้อนหินใส่ผม ? นั่นมันเป็นวิธีการฝึกแบบมาตรฐานอะไรรึเปล่าครับ ?"
 
"เปล่าค่ะ" อิลซ่าหัวเราะคิก "ควิมนั้นออกจะพิเศษ เอาเถอะ ฉันแค่อยากเห็นว่าคุณจะรู้สึกยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนจะมีอะไรเกิดขึ้น ขอให้โชคดีค่ะ"
 
เพียงหลังจากที่เขาออกมาจากห้องเรียนที่เขาตระหนักได้ว่าความก้าวหน้านี้มีความทับซ้อนกับแผนการโดดงานเต้นรำของเขาอย่างมาก เขาไม่อาจจะก่อเรื่องต่อ(ว่าที่)ที่ปรึกษาคนใหม่ของเขามากเกินไป ไม่เช่นนั้นเขาก็จะติดแหง็กกับควิมไปตลอดการศึกษาที่เหลือของเขา
 
ไม่เลวเลยนี่ศาสตราจารย์ ไม่เลวเลย
 
✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧



NEKOPOST.NET