[แปล] Mother of Learning ตอนที่ 2.1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[แปล] Mother of Learning

Ch.2.1 - ปัญหาชีวิตนิด ๆ หน่อย ๆ (1/3)


ถึงแม้วิทยาลัยรักที่จะบอกว่าการที่พวกเขาเป็นสถาบันชั้นนำได้นั้นต้องขอบคุณเหล่าคณาจารย์ผู้มีคุณภาพอย่างยิ่งยวด แต่ความจริงแล้ว เหตุผลหลักสำหรับความยิ่งใหญ่ของพวกเขานั้นคือ หอสมุดต่างหากล่ะ ไม่ว่าจะเป็นจากการบริจาคของศิษย์เก่า, การจัดสรรงบประมาณอย่างใจกว้างโดยอดีตอาจารย์ใหญ่ทั้งหลาย, สำนวนของกฎหมายอาชญากรรมท้องถิ่น และอุบัติการณ์ทางประวัติศาสตร์โดยแท้ วิทยาลัยได้ก่อสร้างหอสมุดที่ปราศจากการทัดเทียบ คุณสามารถค้นหาสิ่งใดก็ตามที่คุณต้องการ โดยไม่ต้องคำนึงว่ามันเกี่ยวข้องกับหัวข้อของเวทมนตร์หรือไม่ – อย่างเช่น มันมีทั้งแผนกที่สงวนไว้สำหรับนิยายโรแมนซ์เร่าร้อน หอสมุดนั้นใหญ่โตมากจนอันที่จริงแล้วมันได้ขยายตัวลึกลงไปในอุโมงค์ใต้เมือง ชั้นล่าง ๆ หลาย ๆ ชั้นสามารถเข้าถึงได้แต่เพียงสมาคมผู้วิเศษเท่านั้น ดังนั้นจึงมีเพียงแต่ตอนนี้ที่โซเรียนได้รับอนุญาตให้เรียกดูเนื้อหาของพวกเขาได้ โชคดีที่หอสมุดเปิดในช่วงวันสุดสัปดาห์ ดังนั้นสิ่งแรกสุดที่โซเรียนทำเมื่อเขาตื่นก็คือการลงไปในส่วนลึกนั้นเพื่อดูว่าเขาได้พลาดสิ่งใดไปบ้างในช่วงสองปีที่ผ่านมาและบางทีอาจจะเติมเต็มหนังสือคาถาของเขาเองได้สักเล็กน้อย

เขาประหลาดใจอย่างมากด้วยจำนวนคาถาและคู่มือการฝึกที่มีให้สำหรับผู้วิเศษแวดวงที่หนึ่ง มันมีหนังสือและคาถามากมายเกินกว่าที่เขาจะชำนาญได้ในชาติเดียว คาถาส่วนใหญ่ต่างก็มีรูปแบบที่แตกต่างทั้งในระดับสถานการณ์และทั้งมากหรือน้อย ดังนั้นเขาไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องเรียนรู้พวกมันทั้งหมด แต่เขาก็มองเห็นได้เลยว่าสถานที่แห่งนี้จะทำให้เขายุ่งไปตลอดทั้งปีแน่ พวกมันส่วนใหญ่ดูง่ายดายอย่างน่าประหลาดใจและไม่ได้อันตรายเลย และเขาก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าทำไมพวกเขาถึงเก็บพวกมันในชั้นที่จำกัดแทนที่จะให้มันใช้ได้สำหรับทุกคน เขาน่าจะใช้มันได้ตั้งแต่ตอนอยู่ปีสองแล้ว

เขากำลังอยู่ในระหว่างการพยายามค้นหาเวทม่านพลังกันฝนที่วิทยาลัยผนวกเข้ากับรูปแบบเขตอาคมของตน ตอนที่เขาตระหนักได้ว่าเขาข้ามการทานมื้อเช้าไปและตอนนี้หิวอย่างร้ายกาจ และมันก็ผ่านพ้นช่วงสายมาแล้ว เขาตรวจสอบหนังสือทั้งสองเล่มเข้าเก็บในส่วนลึกของตู้นิรภัยในห้องของเขาอย่างอิดออดและออกมาหาอะไรบางอย่างกิน

ไม่มีห้องครัวในห้องของเขา น่าเสียดาย แต่วิทยาลัยก็มีโรงอาหารที่ยอดเยี่ยมบริการนักเรียน – อาหารที่พวกเขาเสนอมีราคาถูกอย่างน่าเหลือเชื่อว่าจะหาทานได้ แต่มันยังคงเป็นตัวเลือกหนึ่งในร้านอาหารมากมายที่อยู่ใกล้รั้วสถานศึกษาที่น่าสงสารสำหรับคนยากและนักเรียนรวย ๆ นั่นเป็นสาเหตุที่โซเรียนตระหนกนิดหน่อยเมื่อเขาเข้ามาในโรงอาหารและค้นพบว่าวิทยาลัยไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้น – โรงอาหารนั้นสว่างวิบวับ และทั้งโต๊ะรวมถึงเก้าอี้ก็เป็นใหม่เอี่ยม มันแปลกที่พบว่าสถานที่มัน...สะอาดสะอ้าน

เขาส่ายศีรษะ รีบรับจานทั้งสองวางบนถาดอาหารของเขา สังเกตอาหารที่ไม่ได้งกเนื้อสัตว์เลยและส่วนที่มีราคาแพงอื่น ๆ ในจานเองเช่นกัน และจากนั้นก็เริ่มมองดูเหล่านักเรียนที่ทานอาหารเพื่อหาคนที่คุ้นตา ชัดเจนว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นที่นี่ และเขาก็เกลียดที่ถูกทิ้งไว้นอกวงแบบนี้

"โซเรียน ! ทางนี้ !"

โชคดีจริง ๆ โซเรียนรีบตรงไปยังเด็กชายร่างท้วมที่โบกไม้โบกมือเรียกเขาให้ไปหา โซเรียนเรียนรู้มามากกว่าหนึ่งปีแล้ว ว่าเพื่อนร่วมชั้นผู้อุดมสมบูรณ์ของเขาเป็นขาเสือกเครือข่ายซุบซิบของวิทยาลัยชั้นดี ทั้งรู้เรื่องทุกอย่างและทุกคน หากจะมีใครสักคนที่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น คนคนนั้นย่อมต้องเป็น เบนิเสค แล้ว

"สวัสดี เบน" โซเรียนกล่าว "ฉันประหลาดใจจริงที่เห็นแกในซีโอเรียเร็วแบบนี้ แกไม่ได้มักจะมาด้วยรถไฟขบวนสุดท้ายหรอกเรอะ ?"

"ฉันสิที่ต้องถามแก !" เบนิเสคแทบจะตะโกน โซเรียนไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมเด็กชายต้องเสียงดังร่ำไป "ฉันมาที่นี่เร็วก็จริง แต่แกเพิ่งจะมาถึง !"

"แกกลับมาแค่สองวันก่อนชั้นเรียนจะเริ่ม เบน" โซเรียนว่า ฝืนทนที่จะกลอกตาใส่เขา มีเพียงเบนิเสคเท่านั้นแหละที่คิดว่าการมาถึงก่อนสองสามวันนั้นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่ต้องกล่าวถึง "นั่นไม่ได้เร็วเกินไปเลย และฉันก็เพิ่งกลับเมื่อวานนี้"

"อย่างนั้นเหรอ" เบนิเสคกล่าว "บ้าเอ๊ย ถ้าแกติดต่อฉัน พวกเราก็คงได้เดินทางด้วยกันหรืออะไรพรรค์นั้นแล้ว แกคงจะมาที่นี่แบบเบื่อแทบตายเพียงลำพังตลอดวันแหง ๆ"

"ก็ประมาณนั้น" โซเรียนเห็นด้วย ยิ้มอย่างสุภาพ

"แล้ว แกตื่นเต้นไหม ?" เบนิเสคถาม เปลี่ยนหัวข้อในทันทีทันใด

"เรื่องอะไร ?" โซเรียนถาม ตลกน่ะ นี่ไม่ใช่ว่าคิริแอลก็ถามคำถามเดียวกับเขาหรอกเรอะ ?

"การเริ่มชั้นปีใหม่ไงล่ะ ! พวกเราปีสามแล้ว นี่ล่ะช่วงเวลาของความสนุกที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น"

โซเรียนกะพริบตา ตามที่เขารู้ เบนิเสคเป็นหนึ่งในเหล่าผู้คนที่ไม่ได้กังวลใด ๆ เกี่ยวกับความสำเร็จในเวทศิลป์เลย เขาได้รับเป็นประกันในธุรกิจของครอบครัวแล้ว และก็อยู่ที่นี่เพียงเพื่อที่จะได้รับเกียรติจากการเป็นผู้วิเศษที่มีใบอนุญาต โซเรียนคาดเดาไว้ครึ่งหนึ่งว่าเขาคงจะดรอปทันทีที่ได้รับใบรับรอง แต่เขาก็ยังคงอยู่ที่นี่ ทั้งยังตื่นเต้นเหมือนกันโซเรียนสำหรับการเริ่มต้นหลงไปในความลึกลับอันจริงแท้ของเวทมนตร์ในที่สุด เขารู้สึกแย่จริง ๆ ที่ด่วนตัดสินคนรวดเร็วเกินไป เขาไม่ควรถือวิสาสะแบบนั้นเลยจริง ๆ

"โอ้ นั่น แน่นอนฉันตื่นเต้น คิดว่าฉันต้องยอมรับจริง ๆ ว่าฉันไม่เคยรู้เลยว่าแกสนใจในเรื่องการศึกษาของตัวเองด้วยแบบนี้"

"แกพูดเรื่องอะไร ?" เบนิเสคถาม มองเขาอย่างสงสัย "ผู้หญิงสิ เพื่อน ฉันพูดถึงผู้หญิง พวกรุ่นน้องนั้นรักรุ่นพี่อย่างพวกเรา ! พวกปีหนึ่งชุดใหม่จะคลั่งไคล้พวกเราแล้ว"

โซเรียนครวญ เขาควรจะรู้อยู่แล้ว

"เอาเถอะ" โซเรียนกล่าว ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว "ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกมักจะอยู่แวดวงการเสือกไปทั่ว-"

"ฉันเรียกมันว่าเป็นการรับฟังสถานะปัจจุบันของสิ่งต่าง ๆ ว่ะ" เบนิเสคตัดบท น้ำเสียงของเขาแสร้งแนะนำอย่างยโส

"ใช่ ทำไมวิทยาลัยถึงได้เป็นประกายไปทั้งหมดและสะอาดเอี่ยมอ่องในฉับพลันแบบนี้กัน ?"

เบนิเสคกะพริบตา "แกไม่รู้งั้นเหรอ ? โอ้ พวก ผู้คนพูดถึงเรื่องนี้กันเป็นเดือนแล้ว ! นี่แกอยู่อำเภอหลังเขาที่ไหนกัน โซเรียน ?"

"ซิรินเป็นหมู่บ้านที่ได้รับการสรรเสริญว่าไม่ได้อยู่ท่ามกลางที่ไหนสักแห่ง... อย่างที่แกเองก็รู้ดี" โซเรียนว่า "พูดมา"

"เทศกาลคิมหันตฤดูไงล่ะ" เบนิเสคว่า "ทั่วทั้งเมืองต่างก็เตรียมพร้อมสำหรับมัน ไม่ใช่เพียงแค่วิทยาลัย"

"แต่ว่ามันก็มีเทศกาลคิมหันตฤดูอยู่ทุกปีนี่" โซเรียนกล่าว อย่างสับสน

"ช่าย แต่ว่าปีนี้พิเศษ"

"พิเศษ ?" โซเรียนถาม "ยังไง ?"

"ฉันก็ไม่รู้ พวกโหราศาสตร์ห่าอะไรสักอย่างนั่น" เบนิเสคบ่นอู้อี้ โบกมือของเขาอย่างไม่ไยดี​ "ทำไมแล้วยังไงกันล่ะ ? มันก็แค่ข้ออ้างที่จะมีงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่กว่าปกตินั่นแหละ อย่าไปอ้าปากม้าที่ได้เป็นของขวัญหน่อยเลยน่ะ ฉันว่างั้นนะ"

"โหรา-" โซเรียนเปรยพร้อมเลิกคิ้ว เมื่อมีบางอย่างที่สะกิดใจเขา "เดี๋ยวนะ แกหมายถึงการเรียงตัวในวงโคจรแนวระนาบ ?"

"ช่าย นั่นล่ะ" เบนิเสคยืนยัน "แล้วยังไงกันล่ะ ?"

"แกพอจะมีเวลาสักชั่วโมงสองชั่วโมงไหม ?"

"คิด ๆ ดูแล้ว ฉันไม่อยากรู้แล้วว่ะ" เบนิเสครีบเปลี่ยนใจ หัวเราะเบา ๆ

โซเรียนทำฟึดฟัด กลัวง่ายเสียจริง ความจริงก็คือโซเรียนเองก็รู้เรื่องเกี่ยวกับการเรียงตัวในวงโคจรแนวระนาบนิดหน่อยเท่านั้น และบางทีก็คงพูดเกี่ยวกับได้ไม่เกิน 30 นาทีหรอก มันเป็นหัวข้อที่ถูกปิดบังไว้อย่างชัดเจน โซเรียนสงสัยว่าเบนิเสคคงกล่าวถูกต้อง และมันก็เพียงถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างสำหรับงานเลี้ยงครั้งยิ่งใหญ่

"แล้วแกทำอะไรมาบ้างล่ะช่วงหยุดฤดูร้อน ?" เบนิเสคถาม

โซเรียนครวญ "เบน แกทำอย่างกับแกเป็นอาจารย์วิชาวรรณกรรมสมัยประถมของฉันอย่างนั้นแหละ 'เอาล่ะ เด็ก ๆ สำหรับการบ้านของพวกเธอ เธอจะต้องแต่งเรียงความสั้น ๆ ว่าทำอะไรมาบ้างในช่วงวันหยุดฤดูร้อน'"

"ฉันก็แค่ทำเป็นมารยาทหรอกน่ะ" เบนิเสคกล่าวปกป้องตัวเอง "ไม่จำเป็นต้องมากัดฉันเพราะว่าแกใช้เวลาช่วงฤดูร้อนไปอย่างไร้ค่าหรอก"

"โอ้ แล้วแกใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพเลยงั้นสิ ?" โซเรียนท้าทาย

"ก็นะ ไม่ได้โดยสมัครใจหรอก" เบนิเสคยอมรับอย่างอิดโรย "พ่อตัดสินใจว่ามันถึงเวลาที่ฉันต้องเรียนรู้ความชำนาญของครอบครัว ดังนั้นฉันก็เลยใช้เวลาช่วงฤดูร้อนทั้งหมดไปกับการช่วยเหลือเขาและทำเป็นผู้ช่วยของเขา"

"โอ้"

"ช่าย" เบนิเสคเห็นด้วย เดาะลิ้นตัวเอง "เขายังให้ฉันเลือกวิชาการจัดการอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในวิชาเลือกอีกด้วย ฉันได้ยินมาว่ามันเป็นวิชาที่ยากด้วยสิ"

"อืม บอกไม่ได้หรอกนะว่าฤดูร้อนของฉันเครียดมากน่ะ ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านนิยายและหลีกเลี่ยงครอบครัว" โซเรียนยอมรับ "แม่พยายามจะโยนน้องสาวมาไว้กับฉันในปีนี้ แต่ฉันก็จัดการพูดกับหล่อนจนได้"

​"ฉันเข้าใจแกเลยว่ะ" เบนิเสคกล่าวทั้งตัวสั่น "ฉันก็มีน้องสาวสองคน และฉันคิดว่าฉันต้องตายห่าแน่ถ้าพวกหล่อนมาอยู่กับฉันที่นี่ พวกหล่อนทั้งคู่เป็นฝันร้ายอย่างแท้จริง ! ยังไงก็เถอะ แกเลือกอะไรเป็นวิชาเลือกล่ะ ?"

"วิศวกรรมศาสตร์, รสายนเวท และคณิตศาสตร์ขั้นสูง"

"เอ๋ !?" เบนิเสคหน้าซีด "เพื่อน แกจริงจังกับพวกนี้จริงดิ ? ฉันเดาว่าแกกำลังไล่ล่าจุดที่จะเป็นหนึ่งในผู้หล่อหลอมคาถางั้นสิ ?"

"ใช่" โซเรียนว่า

"ทำไมล่ะ ?" เบนิเสคถามอย่างไม่เชื่อสนิทใจ "การออกแบบอุปกรณ์เวทมนตร์... มันเป็นอาชีพที่ยากและเป็นที่ต้องการ แน่ใจได้เลยว่าพ่อแม่ของแกคงจะมีช่องทางให้แกได้จากธุรกิจของพวกเขา ?"

โซเรียนยิ้มกลับอย่างขึงขัง ใช่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพ่อแม่ของเขามีช่องทางสำหรับแผนการเพื่อเขาทั้งหมดไว้แล้ว

"ฉันกระหายที่จะออกจากถนนนั้นเต็มทน" โซเรียนตอบเขาอย่างสัตย์จริง

เบนิเสคเลิกคิ้วให้เขา แต่จากนั้นก็เพียงส่ายศีรษะตัวเองอย่างเศร้าสร้อย "ฉันคิดว่าแกมันบ้า แบบเฉพาะตัว แล้วแกเลือกใครเป็นที่ปรึกษาล่ะ ?"

"ฉันไม่ได้เลือก" โซเรียนเย้ยหยัน "วิทยาลัยระบุให้ฉันก่อนที่จะถึงตาฉันเลือกเสียอีก ฉันได้รับระบุ​ให้ควิมเป็นที่ปรึกษา​"

เบนิเสคทำช้อนของตัวเองหล่นทันทีด้วยสิ่งนี้ มองเขาอย่างตกใจ "ควิม !? แต่เขาคือฝันร้ายเลยนะ !"

"ฉันรู้" โซเรียนกล่าว ถอนหายใจยาวอย่างทุกข์ทน

"พระเจ้า เป็นฉันบางทีคงย้ายไปแล้วถ้าต้องอยู่กับไอ้เฮงซวยนั่น" เบนิเสคกล่าว "แกองอาจมากกว่าฉันจริง ๆ ว่ะ แน่ใจได้เลย"

"แล้วแกเลือกใครล่ะ ?" โซเรียนถามอย่างข้องใจ

"คาราบิเอร่า โอป" เบนิเสคกล่าว สดใสในทันใด

"โปรดอย่าบอกฉันนะว่าแกเลือกที่ปรึกษาของตัวเองโดยยืนพื้นจากหน้าตาน่ะ ?" โซเรียนขอร้อง

"ก็นะ ไม่ใช่แค่หน้าตาหรอกน่ะ" เบนิเสคกล่าวป้องกันตัว "พวกเขาบอกว่าหล่อนค่อนข้างใจกว้าง..."

"แกไม่ต้องการทำงานใด ๆ เพิ่มเติม" โซเรียนสันนิษฐาน

"ทั้งหมดนี่มันก็เหมือนกับวันหยุดพักของฉัน" เบนิเสคยอมรับอย่างอิดโรย "ฉันได้รับเลื่อนการจ้างงานกว่าสองปีและก็มีความสนุกบ้างในเวลานี้ แกเป็นวัยรุ่น​ได้แค่ครั้งเดียวนะรู้ไหม ?"

โซเรียนยักไหล่ โดยส่วนตัวแล้วเขาพบว่าการศึกษาเรื่องเวทมนตร์และรวบรวมความรู้โดยทั่วไปนั้นมันสนุกดีแล้วสำหรับเขา แต่ก็รู้ดีว่ามีเพียงน้อยคนที่จะเห็นด้วยกับเขา

"ฉันก็หวังว่างั้น" โซเรียนบอกปัด "แล้วมีอะไรอีกบ้างที่ทุกคนรู้กันแล้วฉันก็ควรจะรู้เรื่องด้วย ?"

เขาใช้เวลาอีกชั่วโมงหรือราว ๆ นั้นสนทนากับเบนิเสค หลากหลายหัวข้อ ที่น่าสนใจเป็นพิเศษที่ได้ฟังก็คือเพื่อนร่วมชั้นเรียนของพวกเขาคนไหนบ้างที่ได้ขึ้นชั้นปีนี้และใครที่ไม่ โซเรียนคิดว่าการสอบใบรับรองนั้นออกจะง่ายสักหน่อย ทว่าเขาคิดผิดจริง ๆ ด้วยจำนวนประมาณหนึ่งในสี่ของเพื่อนร่วมชั้นของเขาไม่ได้ผ่านมาด้วย เขาสังเกตเห็นว่านักเรียนที่สอบตกส่วนใหญ่เป็นคนที่เกิดจากพลเรือน แต่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติร้ายแรง – นักเรียนที่เกิดจากผู้วิเศษมีผู้ปกครองที่คอยสนับสนุนการเรียนเวทมนตร์และชื่อเสียงพอที่จะเอาตัวรอดได้ เขาประหลาดใจด้วยความปีติที่หนึ่งในไอ้สารเลวนั้นไม่ได้เข้าร่วมกับพวกเขาในปีนี้ – เห็นได้ชัดเลยว่า เวเยอร์ส โบราโนว่าสูญเสียการควบคุมอารมณ์ของตัวเองจากการได้ยินเรื่องวินัยของเขาและถูกไล่ออกจากวิทยาลัย เขาไม่ถูกคิดถึงแน่ ด้วยความสัตย์ เด็กคนนั้นเป็นภัยคุกคามและมันก็น่าละอายนักที่เขาไม่ถูกไล่ออกไปเร็วกว่านี้ โชคดี ดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ โดยเฉพาะหากคุณเป็นผู้สืบทอดตระกูลชนชั้นสูงโบราโนว่า

เขาจากมาเมื่อเบนิเสคเริ่มถกเรื่องข้อดีและข้อเสียของเด็กหญิงคนอื่น ๆ ในชั้นเรียนของพวกเขา เขาไม่ต้องการจะถูกลากเข้าสู่ประเด็นนี้ และกลับห้องของเขาเพื่ออ่านหนังสือสักเล่มให้จบ เพียงแต่เขาไม่ทันได้แม้แต่จะเปิดหน้าเลยเมื่อเขาถูกขัดขวางด้วยเสียงเคาะประตู มีน้อยคนจริง ๆ ที่จะสนใจติดตามเขาถึงห้อง ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่าใครกันก่อนที่จะเปิดประตู

"ไง เจ้าด้วง !"

โซเรียนมองไปยังเด็กหญิงที่ยิ้มกริ่มข้างหน้าเขา ใคร่ครวญว่าจะลงทัณฑ์กับการเรียกชื่อเล่นที่ดูถูกอย่างไรก่อนจะไล่เธอเข้ามาข้างใน ในอดีต เขาหลงชอบเธอ ชื่อเล่นนั้นเป็นอะไรที่เจ็บปวด... ตอนนี้มันก็เป็นเพียงความน่ารำคาญเล็กน้อย ไทเวนรีบวิ่งเข้าข้างในและกระโดดบนเตียงของเขาอย่างกับเด็กเล็ก ๆ จริง ๆ นะ เขาเคยเห็นอะไรในตัวเธอกัน ? นอกไปจากเด็กหญิงหน้าตาดีที่โตกว่า ผู้ซึ่งค่อนข้างดีกับเขาและมักจะสวมใส่ชุดที่พอดีตัว ก็แค่นั้น

"ฉันคิดว่าเธอเรียนจบแล้ว" เขากล่าว

"ใช่" เธอตอบ หยิบเอาหนังสือคาถาที่เขายืมมาจากหอสมุดมาไว้บนตักดูหน้าหนังสือ มองดูว่าเธอยึดเตียงเขาไปแล้วอย่างไร เขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา "แต่นายก็รู้นี่ว่าเป็นยังไง – มีผู้วิเศษอายุน้อยมากมายเสมอมา และไม่มีผู้ที่เชี่ยวชาญมากพอที่จะอยู่ด้วยปีกของพวกเขาเอง ฉันทำงานในฐานะอาจารย์ผู้ช่วยของนีรธัค ถ้านายต้องการการต่อสู้ที่ไม่ใช้เวทมนตร์ นายมาหาฉันได้ตลอดเวลาเลย !"

"ช่าย ใช่" โซเรียนทำฟึดฟัด "นีรธัคติดบัญชีดำฉันไว้ล่วงหน้าแล้วล่ะ ในกรณีที่ฉันเกิดมีความคิดแบบนั้น"

"จริงเหรอ !?"

"ช่าย อย่างกับว่าฉันจะลงทะเบียนวิชาพรรค์นั้นอย่างงั้นแหละ" โซเรียนกล่าว ยกเว้นว่าบางทีอาจจะไปดูไทเวนเหงื่อแตกและลอยตัวในชุดรัดรูปที่เธอมักสวมเมื่อใดก็ตามที่เธอฝึก

"น่าสงสาร" เธอพูด ดูเหมือนจะจดจ่อกับหนังสือของเขา "นายควรจะเพิ่มกล้ามเนื้อบ้างจริง ๆ นะ สักวันน่ะ ผู้หญิงชอบผู้ชายที่ออกกำลังกายนะ"

"ฉันไม่สนหรอกว่าพวกผู้หญิงจะชอบอะไร" โซเรียนกล่าวอย่างฉุนเฉียว เธอเริ่มจะฟังดูเหมือนเป็นแม่ของเขาแล้ว "แล้วเธอมาที่นี่ทำไมกัน ?"

"โอ้ ใจเย็นเถอะ มันก็แค่ความคิดน่ะ" เธอกล่าวพร้อมกับถอนหายใจเกินจริง "พวกผู้ชายและอัตตาอันบอบบางของพวกเขา"

"ไทเวน ฉันชอบเธออยู่หรอก แต่เธอกำลังเหยียบบนน้ำแข็งแผ่นบางนั่น" โซเรียนเตือน

"ฉันมาที่นี่เพื่อถามถ้านายจะเข้าร่วมกับฉันและคนอื่นอีกสองคนไปทำงานในวันพรุ่งนี้" เธอกล่าว โยนหนังสือไปข้าง ๆ และเข้าสู่เรื่องที่เธอมาในที่สุด

"งาน ?" โซเรียนกล่าวอย่างสงสัย

"ช่าย ก็นะ มันเหมือนกับเป็นภารกิจมากกว่า นายรู้ว่ามีคนติดประกาศงานเหล่านั้นบนป้ายกระดานขนาดใหญ่ภายในอาคารบริหารใช่ไหม ?"

โซเรียนพยักหน้า เมื่อไรก็ตามที่ผู้วิเศษในเมืองต้องการจ่ายราคาพูด เขาจะติด 'การเสนองาน' สำหรับนักเรียนที่สนใจ การจ่ายเงินนั่นน่าสังเวชจริง ๆ แต่พวกนักเรียนก็จะได้รับ 'คะแนน' จากการทำสิ่งนี้ ดังนั้นทุกคนจึงเก็บแต้มพวกมัน ผู้คนส่วนมากจะไม่เริ่มทำจนกว่าพวกเขาจะปีสี่ อย่างน้อยก็ตอนที่พวกเขาต้องการเงินจริง ๆ และโซเรียนก็ตั้งใจจะปฏิบัติตามธรรมเนียมนี้

"มันมีของดีอยู่น่ะ" ไทเวนว่า "อันที่จริง มันก็แค่การหาของง่าย ๆ และนำกลับมาในอุโมงค์ใต้เมืองที่-"

"ท่อระบายน้ำ !?" โซเรียนถามอย่างไม่อยากเชื่อ ตัดบทเธอ "เธออยากให้ฉันไปที่ท่อระบายน้ำ ?"

"มันเป็นประสบการณ์ที่ดีนะ !" ไทเวนประท้วง

"ไม่" โซเรียนกล่าว กอดอกตัวเอง "ไม่มีทาง"

"โอ้ ไม่เอาน่า เจ้าด้วง ฉันขอร้องล่ะ !" ไทเวนคร่ำครวญ "พวกเรารับงานไม่ได้จนกว่าจะหาสมาชิกคนที่สี่ได้ ! มันจะฆ่านายรึไงกันที่เสียสละเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเพื่อนเก่าของนายน่ะ ?"

"เป็นไปได้เลย !" โซเรียนว่า

"นายมีคนอื่นอีกสามคนที่จะปกป้องนาย !" เธอรับปาก "พวกเราไปที่นั่นเป็นร้อย ๆ ครั้งแล้ว และไม่มีอันตรายอะไรเลยจริง ๆ ข้างล่างนั้น – ข่าวลือก็แค่เกินจริงมากไปน่ะ"

โซเรียนทำฟึดฟัดและมองออกไป แม้ว่าพวกเขาจะทำให้เขาปลอดภัยจริง ๆ แต่มันก็ยังต้องผ่านอุโมงค์ที่เหม็นอย่างหายนะร่วมกับคนสามคนที่เขาไม่ได้รู้จักด้วย และก็อาจมีใครสักคนที่ไม่พอใจที่ต้องพาเขาไปด้วยเพื่อผลประโยชน์ของความเป็นระเบียบ

นอกจากนั้น เขายังคงไม่ให้อภัยเธอสำหรับเดทจอมปลอมที่เธอชวนเขา เธอคงไม่รู้หรอกว่าเขาชอบเธอแล้วในเวลานั้น แต่มันยังคงเป็นสิ่งที่ไม่รู้สึกรู้สาใดกับสิ่งที่เธอทำในเย็นวันนั้น

มิหนำซ้ำ เขาคงรู้สึกยินดีที่จะช่วยเธอนิดหน่อยถ้าเธอหยุดเรียกเขาว่า 'ด้วง' มันไม่ได้ใกล้เคียงกับความน่ารักเท่าที่เธอคิดเลย

"ได้ มาเดิมพันกันไหมล่ะ ?" เธอลอง

"ไม่" โซเรียนปฏิเสธทันที

เธอร้องปรามาส "นายไม่แม้แต่จะฟังฉันเลย !"

"เธออยากสู้" โซเรียนว่า "เธอมักจะอยากต่อสู้"

"แล้วไงล่ะ ?" เธอบุ้ยปาก "นายไม่กล้าล่ะสิ ? นายยอมรับนายแพ้ผู้หญิง ?"

"แน่นอน" โซเรียนตอบหน้าตาย ทั้งพ่อและแม่ของไทเวนเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ และพวกเขาก็สอนวิธีการต่อสู้กับเธอตั้งแต่ที่เธอเดินได้ โซเรียนอยู่ได้ไม่ถึงห้าวินาทีในการสู้แบบตัวต่อตัวกับเธอหรอก

นรกสิ เขาเดาว่าใครคนอื่นในโรงเรียนก็ดีกว่านี้ทั้งนั้น

ไทเวนโบกมือในอากาศท่าทางผิดหวังและล้มลงกับเตียงของเขาอย่างรวดเร็ว และชั่วขณะที่โซเรียนคิดว่าเธอยอมรับความพ่ายแพ้แล้วจริง ๆ เธอก็ลุกขึ้นนั่งและขัดขาของตัวเองจนนั่งอยู่ท่าขัดสมาธิ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอมองความรู้สึกแย่ให้กับโซเรียน

"แล้ว" เธอเริ่มเริงร่า "นายเป็นยังไงบ้างล่ะ ?"

โซเรียนถอนหายใจ นี่ไม่ใช่วิธีการที่เขาตั้งใจใช้ในช่วงวันสุดสัปดาห์เลย

 
✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧



NEKOPOST.NET