[แปล] Mother of Learning ตอนที่ 1.2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[แปล] Mother of Learning

Ch.1.2 - อรุณสวัสดิ์พี่ชาย (2/2)


โซเรียนเดินตามครอบครัวของเขาด้วยความเงียบงันขณะที่พวกเขาเข้าไปในสถานีรถไฟซิริน เมินเฉยการทักทายอันฮึกเหิมของโฟรทอฟจาก'เพื่อน'บางคนของเขา เขาตรวจตราฝูงชนบนสถานีรถไฟเพื่อหาใบหน้าที่คุ้นเคยสักหน้า แต่ก็อย่างที่เดาได้ว่าไม่มีเลย เขาไม่ได้รู้จักผู้คนจำนวนมากในบ้านเกิดของเขาทั้งหมดจริง ๆ แบบที่พ่อแม่ของเขาชอบย้ำเตือน เขารู้สึกถึงสายตาของแม่ตัวเองที่มา ขณะที่เขาไม่ประสบผลสำเร็จในการค้นหาม้านั่งว่างสักตัว แต่เขาก็ปฏิเสธที่จะมองกลับไปยังหล่อน – หล่อนจะถือเอาเองว่านั่นเป็นคำอนุญาตให้เริ่มต้นการสนทนา และเขาก็ยังรู้ดีอยู่แล้วว่าหล่อนจะพูดว่าอะไร

'ทำไมลูกไม่ได้ร่วมกับโฟรทอฟและเพื่อนของเขาล่ะ โซเรียน ?'

ก็เพราะว่าพวกเขาเป็นพวกลาโง่วัยกำดัดเหมือนกับโฟรทอฟยังไงล่ะ

เขาถอนหายใจ มองไปยังรางรถไฟที่ว่างเปล่าอย่างรำคาญ รถไฟมาสาย เขาไม่สนใจหรอกที่ต้องรอคอย ทว่าการรอคอยท่ามกลางฝูงชน คือความทรมานอย่างบริสุทธิ์โดยแท้ ครอบครัวของเขาไม่เคยเข้าใจหรอก แต่โซเรียนเกลียดฝูงชน มันไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้แต่อย่างใด แต่จริง ๆ นะ – ยิ่งมีการรวมตัวขนาดใหญ่ของผู้คนด้วยเรื่องอะไรก็ตามอย่างเห็นได้ชัดเจนนั้นรังแต่จะถ่วงน้ำหนักใส่เขามากเท่านั้นในทันที เวลาโดยมากนั้นช่างน่ารำคาญ แต่มันก็พอจะใช้การได้บ้าง – อย่างพ่อแม่เลิกพาเขาไปที่โบสถ์เมื่อพวกเขาตระหนักได้ว่าการลากเขาไปในห้องโถงเล็ก ๆ ที่เต็มไปผู้คนนั้น ผลลัพธ์ก็คืออาการเวียนศีรษะและเป็นลมในไม่กี่นาทีต่อมา โชคดีที่สถานีรถไฟในตอนนี้ฝูงชนไม่ได้มากพอที่จะทำให้อาการแบบนั้นกำเริบ ทว่าโซเรียนก็รู้ดีว่าการเปิดรับเป็นเวลานาน ๆ จะต้องจ่ายอะไรไปบ้าง เขาหวังว่ารถไฟจะไม่ใช้เวลานานเกินไป เพราะว่าเขาไม่ชอบใช้เวลาที่เหลืออยู่ของวันไปด้วยอาการปวดหัว

เสียงหัวเราะดังลั่นของโฟรทอฟดึงเขาออกมาจากการรำพึงอย่างหดหู่ พี่ชายของเขาไม่มีปัญหาอย่างนี้ นั่นมั่นใจได้เลย เหมือนกับทุกที เขาร่าเริง เป็นกันเอง และมีรอยยิ้มที่จุดประกายแก่โลกได้ ผู้คนรอบข้างเขานั้นชัดเจนว่าหลงเสน่ห์ของเขา และเขาก็โดดเด่นในหมู่พวกเขาตั้งแต่การเหลือบมองครั้งแรก แทนที่จะมีกำแพงบาง ๆ เหมือนกับที่โซเรียนมี เขากลับมีตัวตนแบบนั้นรอบกาย เขาเหมือนกับไดเมนในแบบนั้น เพียงแต่ไดเมนมีทักษะในการผลักดันเสน่ห์ของเขาเอง

เขาเย้ยหยัน สั่นศีรษะของตัวเอง โซเรียนไม่ทราบแน่ชัดว่าโฟรทอฟได้รับการยอมรับจากสถาบันหัวกะทิอย่างวิทยาลัยเวทซีโอเรียได้อย่างไร แต่เขาสันนิษฐานอย่างมั่นใจได้เลยว่าพ่อคงไปหยอดน้ำมันนิด ๆ หน่อย ๆ ให้โฟรทอฟได้เข้าเรียน มันไม่ใช่ว่าโฟรทอฟโง่หรอก แต่ขี้เกียจมากเกินไปและแทบจะไม่สามารถตั้งสมาธิกับงานได้เลย ไม่ว่ามันจะสำคัญสักแน่ไหน ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ที่รู้เรื่องนี้แน่นอน – เด็กชายผู้มีเสน่ห์เหลือร้าย และเชี่ยวชาญในการกวาดความบกพร่องของตัวเองไว้ใต้พรม

พ่อของเขามักพูดตลกว่าโฟรทอฟและโซเรียนต่างก็มีครึ่งหนึ่งของไดเมนในตัว: โฟรทอฟมีเสน่ห์ของเขา และโซเรียนมีความรอบรู้ของเขา

โซเรียนไม่เคยชอบเซ้นส์เรื่องอารมณ์ขันของพ่อตัวเองเลย

เสียงนกหวีดดังในอากาศ และรถไฟก็เข้าสู่สถานีพร้อมเสียงแหลมสูงจากล้อโลหะที่จอดกับรางรถไฟ รถไฟต้นแบบนั้นเป็นเครื่องจักรไอน้ำที่จะปล่อยควันกระจายไปทั่วและใช้ปริมาณถ่านหินไม่บริสุทธิ์จำนวนมาก ทว่าเจ้าสิ่งนี้ใช้พลังงานจากกลไกเทคโน-มาจิคใหม่ล่าสุดที่ใช้มานาตกผลึกแทนที่ สะอาดกว่า ถูกกว่า และการบำรุงรักษาที่น้อยลง โซเรียนรู้สึกถึงมานาที่แผ่ออกมาจากรถไฟขณะที่เขาเดินเข้าไปใกล้ได้ ถึงแม้ว่าความสามารถในการสัมผัสเวทมนตร์ของเขาจะยังไม่พัฒนามากพอที่เขาจะบอกรายละเอียดต่าง ๆ ได้ก็เถอะ เขามักจะอยากมองห้องเครื่องของสิ่งนี้ให้ทั่ว ทว่าก็ไม่เคยหาวิธีการดีพอจะเข้าใกล้ห้องผู้ควบคุมรถไฟได้เลย

แต่นั่นก็เป็นความคิดสำหรับวันหลัง เขามอบคำบอกลากับแม่และคิริแอลคร่าว ๆ และขึ้นรถไฟเพื่อหาที่นั่งของตัวเอง เขาตั้งใจเลือกห้องโดยสารที่ว่างซึ่งหาได้ง่ายอย่างน่าประหลาดใจ เห็นได้ชัดเลยว่า ถึงแม้จะมีกลุ่มคนชุมนุมกัน แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่โดยสารรถไฟขบวนนี้

ห้านาทีต่อมา รถไฟก็ส่งเสียงหวีดแหลมสูงอีกครั้ง และเริ่มต้นสู่การเดินทางอันยาวนานไปยังซีโอเรีย

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

มีเสียงแหลมแสบแก้วหูดัง ตามด้วยเสียงกระดิ่ง

"ขณะนี้ จอดที่สถานีในโครซ่า" เสียงที่ดังแยกกันดังสะท้อน เสียงแหลมดังขึ้นอีกครั้ง "ย้ำอีกครั้ง ตอนนี้สถานีโครซ่า ขอบคุณครับ"

เสียงประกาศดังอีกครั้งสุดท้ายก่อนจะเงียบลง

โซเรียนถอนหายใจยาวอย่างขุ่นเคืองและเปิดตาของเขา เขาเกลียดรถไฟ น่าเบื่อ ความร้อน และเสียงที่ดังกังวานทำให้เขาง่วงงุน แต่ทุกครั้งที่เขาหลับลงในที่สุด ก็จะถูกปลุกอย่างหยาบคายด้วยเสียงประกาศของสถานี นั่นเป็นจุดประสงค์หลักของผู้ประกาศ – เพื่อปลุกผู้โดยสารที่อาจนอนหลับจนเลยจุดหมายของพวกเขา – ไม่ใช่สำหรับโซเรียน แต่ก็น่ารำคาญเพราะมันไม่ใช่น้อย

เขามองผ่านหน้าต่าง เห็นเพียงสถานีรถไฟเหมือนกับที่อื่น ๆ ความจริงแล้ว มันเหมือนกับที่ผ่านมาทั้งห้าสถานีเป๊ะ ข้างล่างของเส้นขอบสีฟ้าบนป้ายสีขาวบอกว่า 'โครซ่า' เห็นได้ชัดเลยว่าคนสร้างสถานีจบงานด้วยรูปแบบหน้าตาแบบนี้มานาน มองดูชานชาลาที่พวกเขาหยุด เขามองเห็นฝูงชนจำนวนมากที่รอขึ้นรถไฟ โครซ่าเป็นศูนย์กลางทางการค้าหลัก และมีตระกูลพ่อค้าวาณิชย์หน้าใหม่จำนวนมากอาศัยอยู่ที่นี่ เพื่อส่งลูกหลานของพวกเขาสู่วิทยาลัยซีโอเรียอันมีเกียรติ เพื่อเป็นผู้วิเศษและคลุกคลีกับบรรดาลูกหลานของผู้มีอิทธิพลอื่น ๆ โซเรียนค้นพบว่าตัวเขาปรารถนาว่าจะไม่มีเพื่อนนักเรียนของเขามาเข้าร่วมในห้องโดยสารของเขา แต่เขาก็รู้ดีว่ามันก็เป็นเพียงแค่เรื่องเพ้อฝัน – จะมีพวกนั้นจำนวนมากมายและห้องโดยสารของเขาเองก็ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิงนอกเหนือไปจากเขา ทั้งหมดที่เขาจะทำได้ก็คือการทำให้ตัวเองสบายที่สุดในที่นั่งของตัวเองและหลับตาอีกครั้ง

บุคคลแรกที่เข้ามาร่วมในบริเวณของเขานั้นเป็นเด็กหญิงตัวอวบสวมแว่นในเสื้อคอเต่าสีเขียว เธอมองเขาอย่างรวบรัดและเริ่มอ่านหนังสือเงียบ ๆ โซเรียนปลาบปลื้มมากกับเพื่อนร่วมเดินทางที่ยอมรับได้แบบนี้ ทว่าไม่นานพอ กลุ่มผู้หญิงคนอื่นอีกสี่คนก็เข้ามาและนั่งในที่นั่งสำหรับสี่ที่แก่พวกเธอเอง ผู้มาใหม่นั้นเสียงดังมากและมีแนวโน้มที่จะหัวเราะคิกคัก และโซเรียนก็ถูกกระตุ้นให้ลุกขึ้น หาที่ว่างใหม่สำหรับตัวเอง เขาใช้เวลาที่เหลือของการเดินทางสลับไปมาระหว่างมองผ่านหน้าต่างไปยังท้องทุ่งไร้ที่สิ้นสุดที่พวกเขาผ่าน และแลกเปลี่ยนสายตานึกรำคาญกับเด็กหญิงเสื้อคอเต่าสีเขียวที่ดูคล้ายจะถูกรบกวนโดยการหยอกล้อเล่นของพวกเด็กผู้หญิงเหมือนกัน

เขารู้ดีว่าพวกเขาเข้าใกล้ซีโอเรียแล้ว เมื่อเขามองเห็นต้นไม้บนเส้นขอบฟ้า มันมีเพียงแค่เมืองเดียวบนทางเส้นนี้ที่อยู่ใกล้กับป่าใหญ่ทางตอนเหนือ และรถไฟก็หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สถานที่ที่ไม่เป็นที่นิยมนั่นนัก โซเรียนหยิบกระเป๋าของเขาและไปยืนที่ทางออก ความคิดที่ว่าจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ออกไป และหลีกเลี่ยงการเบียดเสียดที่เกิดขี้นเสมอเมื่อพวกเขาไปถึงซีโอเรีย ทว่าเขาช้าเกินไป – มีฝูงชนออที่ทางออกแล้วตอนที่เขาไปถึง เขาพิงหน้าต่างใกล้ ๆ และรอคอย ฟังเสียงบทสนทนาระหว่างนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งสามคนที่อยู่ข้างเขา ผู้ที่พูดคุยอย่างตื่นเต้นเรื่องที่พวกเขากำลังจะได้เริ่มเรียนการใช้เวทมนตร์อย่างไร เด็กน้อย พวกนายจะต้องผิดหวังแน่ – การเรียนปีแรกนั้นเป็นทฤษฎี, การฝึกสมาธิ และการเรียนวิธีการเข้าถึงมานาอย่างสม่ำเสมอทั้งหมด

"นี่ คุณน่ะ ! คุณเป็นหนึ่งในรุ่นพี่ไม่ใช่เหรอคะ ?"

โซเรียนมองไปยังเด็กหญิงที่พูดกับเขาและระงับการโอดครวญอย่างขุ่นเคืองไว้ เขาโคตรไม่อยากพูดคุยกับคนเหล่านี้เลย เขาอยู่ในรถไฟมาตั้งแต่เช้าตรู่ แม่ก็บ่นอย่างฉุนเฉียวเพราะว่าเขาไม่ได้เสนออะไรสักอย่างให้อิลซ่าดื่มตอนที่หล่อนเข้ามาในบ้าน และเขาก็ไม่มีอารมณ์จะทำสิ่งใดทั้งนั้น

"ผมคิดว่าคุณสามารถบอกได้เลยสิ" เขาตอบอย่างระมัดระวัง

"คุณแสดงเวทมนตร์อะไรก็ได้ให้พวกเราดูได้ไหมคะ ?" เธอถามอย่างกระตือรือร้น

"ไม่ครับ" โซเรียนตอบเสียงเรียบ เขาไม่แม้แต่จะโกหก "รถไฟมีเขตอาคมที่ทำให้รูปทรงของมานายุ่งเหยิง พวกเขาจะมีปัญหาได้ถ้าผู้คนเริ่มจุดไฟและทำลายห้องโดยสาร"

"โอ้" เด็กหญิงร้อง ชัดเจนว่าผิดหวัง เธอขมวดคิ้วราวกับพยายามจะนึกอะไรบางอย่าง "รูปทรงของมานา ?" เธอถามอย่างระแวดระวัง

โซเรียนเลิกคิ้ว "คุณไม่รู้ว่ามานาคืออะไรงั้นเหรอ ?" เธอเป็นเด็กปีหนึ่ง ใช่ แต่ว่ามันเป็นความรู้ระดับประถมแล้ว ใคร ๆ ที่ผ่านโรงเรียนประถมมาก็ควรจะรู้เรื่องพวกนี้มากพอ

"เวทมนตร์น่ะเหรอคะ ?" เธอพยายามอย่างกระท่อนกระแท่น

"อั่ก" โซเรียนโอดครวญ "พวกอาจารย์คงสอบตกกันหมดเพราะเธอแน่ ๆ ไม่ มันไม่ใช่เวทมนตร์ มันเป็นพลังเวทมนตร์ - พลังงาน พลังที่ผู้วิเศษก่อรูปเพื่อให้เวทมนตร์สัมฤทธิผล ผมเดาว่าเธอต้องเรียนเกี่ยวกับมันให้มาก จุดพื้นฐานเลยก็คือ: ไร้มานาก็ไร้ซึ่งเวทมนตร์ และผมไม่สามารถใช้มานาอะไรได้ทั้งนั้นในตอนนี้"

นี่มันชักนอกเรื่องออกไปแล้ว แต่อะไรก็ช่างเถอะ มันไม่มีทางที่เขาจะสาธยายเรื่องนั่นนี่ให้กับคนแปลกหน้าหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ที่เธอควรจะรู้เรื่องเหล่านี้ไว้อยู่ก่อนแล้ว

"เอ่อ ตกลงค่ะ ขอโทษที่รบกวนคุณด้วยค่ะ"

ด้วยเสียงร้องแหลมดังลั่นและควันที่พวยพุ่ง รถไฟก็หยุดลงที่สถานีรถไฟซีโอเรีย และโซเรียนก็รีบออกมาเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ผลักพวกปีหนึ่งที่ยังยืนมองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขา

สถานีรถไฟซีโอเรียนั้นใหญ่มหึมา ความจริงที่เห็นได้ชัดเจนด้วยข้อเท็จจริงที่มันถูกปิดล้อมทำให้ดูราวกับเป็นอุโมงค์ขนาดยักษ์ อันที่จริงแล้วสถานีโดยรวมนั้นใหญ่ยิ่งกว่านี้นัก เพราะว่ามันยังมีอีกมากกว่าสี่ 'อุโมงค์' เหมือนกับเจ้านี่ บวกกับสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย มันไม่มีที่ไหนในโลกที่เหมือนกับที่นี่ได้เลย และแทบทุกผู้คนต่างก็ตะลึงงันในครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นมัน โซเรียนเองก็เช่นกัน เมื่อครั้งที่เขามาที่นี่ครั้งแรก ความรู้สึกเวียนศีรษะแผ่ซ่านขึ้นมาด้วยจำนวนของผู้คนที่เดินผ่านสถานีนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นผู้โดยสายที่เข้าหรือออกจากซีโอเรีย, พนักงานตรวจสอบรถไฟและขนสัมภาระ, เด็กส่งหนังสือพิมพ์ที่ตะโกนพาดหัวข่าว หรือคนไร้บ้านที่ร้องขอโอกาสสักอย่าง ตราบเท่าที่เขารู้ การไหลของผู้คนไม่เคยลดลงเลยจริง ๆ แม้แต่เวลากลางคืน และนี่ก็เป็นวันที่ยุ่งเหยิงอย่างเป็นปกติ

เขามองไปยังนาฬิกาเรือนยักษ์ที่แขวนจากเพดานและค้นพบว่าเขายังพอมีเวลา เขาซื้อขนมปังสำหรับตัวเองจากร้านขายขนมปังใกล้ ๆ และตั้งลำดับสำหรับจัตุรัสกลางซีโอเรีย ตั้งใจกินอาหารที่ได้มาใหม่ขณะที่นั่งอยู่ริมขอบบ่อน้ำพุ มันเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการผ่อนคลายนัก

ซีโอเรียเป็นเมืองประหลาด มันเป็นหนึ่งในเมืองที่พัฒนาที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งแรกมองก็ดูพิลึกพิลั่น ขณะที่ซีโอเรียเป็นสถานที่อยู่ใกล้กับอันตรายจากสัตว์ป่าอสุรกายที่รบกวนและไม่ได้อยู่ในแหล่งทางการค้าที่นิยม อะไรที่ทำให้มันมีชื่อเสียงโด่งดังได้นั้น กลับเป็นหลุมวงกลมขนาดใหญ่ที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของเมือง – บางทีมันอาจเป็นทางเข้าดันเจี้ยนที่โดดเด่นที่สุดและมีมานาเป็นที่รู้จักกันดีถึงระดับ 9 มานาจำนวนมหาศาลที่พวยพุ่งจากใต้พิภพ สิ่งนี้เป็นจุดดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานได้สำหรับผู้วิเศษ การรวมตัวกันของเหล่าผู้วิเศษจำนวนมากได้สถาปนาซีโอเรียขึ้นมา ไม่เหมือนกับเมืองอื่น ๆ ในทวีป ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมของผู้คนที่อยู่อาศัย และที่เห็นได้ชัดเจนก็คือสถาปัตกรรมของเมืองเอง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างที่อื่นต่างถูกสร้างไว้ที่นี่  และมันก็สร้างแรงบันดาลใจได้ดีถ้าคุณสามารถหาจุดดี ๆ เพื่อชมเมืองได้

เขาตัวค้างแข็งในเส้นทางเมื่อสังเกตเห็นหนูจำนวนเป็นฝูงจ้องมองมาจากใต้บันไดที่เขากำลังจะลงไป พฤติกรรมของมันประหลาดพอ ทว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นจริง ๆ เมื่อสังเกตเห็นหัวของพวกมัน นี่มัน....สมองของพวกมันเปิดออกมาเลยนี่ !? เขากลืนน้ำลายเหนียวและชักเท้ากลับ ค่อย ๆ ถอยห่างจากบันไดก่อนที่จะหันไปรอบ ๆ และโกยแน่บอย่างรวดเร็ว เขาไม่แน่ใจว่ามันคือตัวอะไร แต่พวกมันต้องไม่ใช่หนูทั่วไปแน่ ๆ

เขาคิดว่าเขาไม่ควรจะตื่นตกใจเท่านี้เลย ถึงอย่างไร – สถานที่อย่างซีโอเรียนั้นก็ดึงดูดไม่เพียงแต่ผู้วิเศษ – สิ่งมีชีวิตเวทมนตร์ทุกสายพันธุ์ที่ค้นพบได้ที่นี่เองก็ยากจะต้านทาน เขารู้สึกยินดีที่หนูพวกนั้นไม่ได้ไล่ล่าเขา เพราะว่าเขาไม่รู้คาถาต่อสู้อะไรเลย เพียงหนึ่งเดียวที่เขาพอจะทราบที่เคยใช้ในสถานการณ์เช่นนั้นก็คือคาถา 'ขู่ขวัญสัตว์' และเขาก็ไม่มีความคิดเลยว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรหากว่าใช้มันกับสิ่งมีชีวิตที่ชัดเจนว่าเป็นสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์

อาจจะหวาดหวั่นไปบ้าง แต่เขาก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงบ่อน้ำพุ เขาพยายามหลีกเลี่ยงฝูงหนูด้วยการผ่านสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ ทว่าวันนี้โชคไม่อยู่ข้างเขาเลย เขาวิ่งรี่มาเจอะกับเด็กหญิงตัวน้อยที่ร้องไห้บนสะพานที่เขาต้องข้ามไป และมันต้องใช้เวลากว่าห้านาทีกว่าที่เขาจะทำให้เธอสงบลงพอจะพบว่าเกิดอะไรขึ้น เขาคิดว่าเขาน่าจะผลักเธอไปข้าง ๆ และปล่อยให้เธอร้องไห้ไป แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้เป็นพวกใจไม้ไสระกำ

"จ-จักร จ-จักรยาน !" เธอพูดโพล่งในที่สุด สะอึกอย่างแรก "มัน ล-หล่น !" เธอคร่ำครวญ

โซเรียนกะพริบตา พยายามตีความว่าเธอพยายามจะบอกอะไรกับเขา เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย เด็กหญิงชี้ตรงไปยังลำธารที่ไหลผ่านใต้สะพาน โซเรียนมองลงไปยังขอบสะพานและ แน่ใจได้เ มันมีจักรยานเด็กที่จมลงไปในน้ำโคลนครึ่งหนึ่ง

"หา" โซเรียนว่า "เกิดขึ้นได้ยังไงล่ะนั่น ?"

"มันหล่น !" เด็กหญิงย้ำดูอย่างกับว่าเธอจะร้องไห้อีกครั้งแล้ว

"ได้ ได้ อย่าร้องอีก ฉันจะเก็บให้ตกลงนะ ?" โซเรียนกล่าว จับจ้องพิจารณาจักรยาน

"คุณจะเลอะเทอะเอานะคะ" เธอเตือนเบา ๆ โซเรียนบอกได้จากน้ำเสียงของเธอเลยว่า ไม่ว่าอย่างไรเธอก็คาดหวังว่าเขาจะนำมันมาให้เธอ

"อย่ากังวลไป ฉันไม่คิดจะลุยโคลนพวกนั้นไปแน่" โซเรียนบอก "ดูล่ะ"

เขาทำสัญญาณนิดหน่อยและร่ายคาถา 'วัตถุล่องลอย' ทำให้จักรยานเหวี่ยงตัวขึ้นจากน้ำและลอยในอากาศ จักรยานนั้นหนักกว่าวัตถุที่เขามักใช้ฝึกฝนและเขาก็ลอยจักรยานนั่นสูงกว่าที่เคยทำ แต่มันก็ไม่ได้เกินขอบเขตความสามารถของเขา เขาคว้าเบาะจักรยานไว้เมื่อมันมาใกล้พอและวางบนสะพาน

"เอ้า" โซเรียนว่า "มันเลอะโคลนและเปียกน้ำไปหมด แต่ฉันช่วยไม่ได้หรอกนะ ฉันไม่รู้คาถาทำความสะอาดอะไรเลย"

"ค-ค่ะ" เธอพยักหน้าเชื่องช้า คว้าจักรยานหมับอย่างกับว่ามันจะบินหายไปจากมือถ้าเธอปล่อยมันไว้

เขารับคำร่ำลาของเธอและจากมา การตัดสินใจว่าจะใช้เวลาพักผ่อนกายาที่บ่อน้ำพุไม่มีความหมายอีกแล้ว อากาศดูจะย่ำแย่อย่างรวดเร็ว – เมฆมืดอันเป็นลางร้ายตัดผ่านเส้นขอบฟ้า แจ้งถึงการมาของห่าฝน เขาตัดสินใจเข้าร่วมกับกลุ่มนักเรียนที่เดินลัดเลาะตรงไปยังวิทยาลัยง่าย ๆ และไปพร้อมกับพวกเขา

มันเป็นเส้นทางระยะไกลจากสถานีรถไฟถึงวิทยาลัย ด้วยสถานีนั้นตั้งบนชานเมืองและวิทยาลัยอยู่ถัดไปจากหลุมยักษ์ ขึ้นอยู่กับศักยภาพของคุณเองและสัมภาระที่แบกมาด้วย คุณจะถึงที่นั่นในสักชั่วโมงหรือสองชั่วโมง โซเรียนไม่ได้เหมาะสมนัก ด้วยร่างกายผอมแห้งของเขาและเป็นพวกเก็บตัว ทว่าเขาก็ได้จัดสัมภาระเบา ๆ ไว้อยู่แล้วสำหรับการเดินทางนี้ เขาเข้าร่วมกับขบวนนักเรียนที่ยังคงไหลบ่าออกมาจากสถานีรถไฟอย่างต่อเนื่องในทิศทางไปสู่วิทยาลัย เมินเฉยต่อพวกปีหนึ่งที่กระเสือกกระสนต่อสัมภาระที่นำมามากเกินไปเป็นครั้งคราว เขาเห็นใจเพราะว่าพวกพี่ชายสารเลวของเขาไม่เตือนให้เขานำสัมภาระไปให้น้อยที่สุดและเขาก็เป็นเหมือนกับพวกเขาในครั้งแรกที่เขามาถึงสถานีรถไฟ แต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่เขาจะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้

การคุกคามของฝนผนวกกับโชคร้าย เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาเมื่อเข้าใกล้พื้นที่ของวิทยาลัย เขาวาดมานาที่ห้อมล้อมซึ่งแผ่กระจายมาจากหลุมยักษ์ เติมเต็มมานาที่เขาใช้ไปกับการลอยจักรยานของเด็กหญิงคนนั้น วิทยาลัยผู้วิเศษส่วนมากมักก่อตั้งเหนือบ่อมานาเพื่อรับผลประโยชน์เช่นนี้เอง – บริเวณที่ซึ่งมีมานาห้อมล้อมระดับสูงนี่เป็นสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้วิเศษไร้ประสบการณ์ในการฝึกฝนการร่ายคาถาของพวกเขาแล้ว ด้วยทุกครั้งที่พวกเขาหมดสิ้นมานา พวกเขาก็สามารถฟื้นฟูมานาธรรมชาติได้ด้วยการเติมเต็มมานาที่ได้รับจากสภาพแวดล้อม

โซเรียนนำแอปเปิลที่เขายังใส่ไว้ในกระเป๋าออกมาและลอยมันบนฝ่ามือ มันไม่ได้เป็นคาถาจริง ๆ แต่เป็นการถ่ายเทของมานาดิบจำนวนมาก – การฝึกก่อรูปมานานั้นจะช่วยให้ผู้วิเศษเพิ่มพูนความสามารถของพวกเขาในการควบคุมและสั่งการพลังงานเวทมนตร์ได้ดียิ่งขึ้น มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายดาย ทว่าต้องใช้เวลากว่าสองปีก่อนที่โซเรียนจะเชี่ยวชาญ บางทีเขาก็สงสัยว่าหากครอบครัวของเขากล่าวถูกต้องและเขานั้นก็จดจ่อกับการเรียนของตัวเองมากไปจริง ๆ และเขารู้ดีถึงความจริงที่ว่าเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาส่วนใหญ่แทบจะไม่ให้ความสำคัญกับการควบคุมเวทมนตร์ของตน และมันก็ไม่ปรากฎว่าจะเป็นสิ่งขัดขวางพวกเขามากมายนัก

เขาปลดปล่อยมานาที่ก่อยึดแอปเปิลไว้ในอากาศและปล่อยให้มันตกลงบนฝ่ามือ ปรารถนาว่าจะมีคาถาป้องกันฝนอะไรสักอย่าง – ด้วยหยาดฝนเม็ดแรกเริ่มโปรยลงมาแล้ว สิ่งนั้น หรือร่ม อะไรก็ได้ทั้งนั้น ยกเว้นแต่ว่าร่มไม่จำเป็นต่อการฝึกมาหลายปีแล้ว

"เวทมนตร์ก็ไร้ค่าในเวลาแบบนี้สิน่ะ" โซเรียนกล่าวอย่างหดหู่

เขาหายใจเข้าลึกและเริ่มออกวิ่ง

 

✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧

 

"เหอะ งั้นนั่นก็คือคาถาป้องกันฝนสินะ" โซเรียนพึมพำขณะที่มองหยาดฝนกระจายออกจากม่านพลังที่มองไม่เห็นข้างหน้าเขา เขายื่นมือไปยังขอบของม่านพลังและก็ผ่านไปได้อย่างไม่มีสิ่งใดกีดขวาง เขาดึงมือที่เปียกกลับเข้ามาในม่านพลังอย่างปลอดภัยและมองไปตามเขตอาคมเท่าที่สายตาของเขาจะสามารถมองเห็น จากสิ่งที่เขาสามารถบอกได้ ม่านพลังนี่ครอบคลุมทั่ววิทยาลัยทั้งหมด (ซึ่งไม่ใช่เล็ก ๆ ด้วยวิทยาลัยนั้นกว้างขวางมาก) ในฟองอากาศที่ป้องกันฝน – และเพียงแค่ฝนเท่านั้น - จากการเจาะผ่านเข้ามา เห็นได้ชัดว่าวิทยาลัยได้ปรับปรุงบำรุงรักษาอีกครั้ง เพราะว่าพวกเขาไม่มีระบบนี้ด้วยในครั้งล่าสุดที่ฝนตก

เขายักไหล่ หันไปรอบ ๆ และตรงไปยังอาคารบริหารงานของวิทยาลัยต่อไป โชคไม่ดีที่ม่านพลังนั่นไม่ได้ทำให้คุณตัวแห้งด้วยตอนที่ผ่านมันเข้ามา เพราะว่าเขายังคงเปียกโชก ต้องขอบคุณที่กระเป๋าของเขากันน้ำ ดังนั้นเสื้อผ้าและตำราเรียนของเขาจึงไม่ตกอยู่ในอันตรายที่จะย่อยสลายแต่อย่างใด ชะลอตัวเดินเล่นไปอย่างเชื่องช้า เขาศึกษาหมู่อาคารที่สร้างเป็นวิทยาลัย ไม่ใช่เพียงพื้นที่เท่านั้นที่ได้รับการปรับปรุง แต่สถานที่ทั้งหมดดูจะ...สวยงามยิ่งขึ้นจากที่เคยขาดพวกมัน ทุก ๆ อาคารทาสีสดใส ถนนอิฐเก่าถูกแทนที่ด้วยความสดใสมากกว่าเดิม เนินดอกไม้นั้นเบ่งบานและบ่อน้ำพุเล็กที่ไม่ได้ใช้การมาเป็นปีก็ใช้งานได้แล้ว

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย" เขาพึมพำ

หลังจากใช้เวลาไม่กี่นาทีในการใคร่ครวญ เขาก็ตัดสินใจว่าเขาไม่ได้สนใจมากมายนัก เขาจะค้นพบเองในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ก็หลังจากนี้ ถ้าหากมันเป็นอะไรก็ตามที่สำคัญ

อาคารบริหารนั้นคาดเดาได้เลยว่าปราศจากนักเรียนเป็นส่วนใหญ่ พวกเขาส่วนมากนั้นเข้ากำบังจากฝนแทนที่จะฝ่ามันเช่นโซเรียน ทั้งพวกเขาเหล่านั้นก็ยังไม่ค่อยได้อยู่อาศัยในที่ของวิทยาลัยบ่อยนักและก็ไม่มีเหตุผลกลใดที่จะต้องมาที่นี่ในวันนี้ นี่มันยอดเยี่ยมกว่าที่โซเรียนกังวลเสียอีก นั่นก็หมายความว่าเขาจะเสร็จการที่นี่ได้อย่างรวดเร็ว

'รวดเร็ว' กลับกลายเป็นชั่วระยะเวลาหนึ่ง – มันใช้เวลากว่าสองชั่วโมงในการถกเถียงกับเด็กสาวที่ทำงานที่โต๊ะบริหารก่อนที่เขาจะได้รับการดูแลเอกสารที่จำเป็นทั้งหมด เขาถามถึงตารางเรียนของเขา ทว่าถูกบอกว่ามันยังไม่เสร็จสิ้นและเขาจะต้องรอจนกว่าจะถึงเช้าวันจันทร์ คิดดูแล้ว อิลซ่าเองก็ได้กล่าวอ้างถึงสิ่งนี้เหมือนกัน ก่อนที่เขาจะจากไป เด็กสาวได้มอบหนังสือกฎระเบียบแก่เขาที่นักเรียนชั้นปีที่สามจะต้องทำความคุ้นเคยกับมันก่อนที่จะส่งเขากลับ โซเรียนเปิดหน้ากระดาษหนังสือกฎระเบียบอย่างเกียจคร้านขณะที่ค้นหาห้อง 115 ก่อนที่จะโยนมันลงในที่ว่างสักช่องในกระเป๋าของเขา และไม่เคยดูมันอีกครั้งเลย

ที่อยู่อาศัยที่วิทยาลัยจัดเตรียมให้นั้นน่าสะพรึงกลัวจริง ๆ และโซเรียนก็มีประสบการณ์ที่ไม่น่าพึงใจอย่างมากกับมัน แต่มันไม่เสียค่าใช้จ่ายและห้องชุดก็มีราคาแพงมากในซีโอเรีย แม้แต่ลูกหลานชนชั้นสูงเองก็มักจะอาศัยในพื้นที่ของวิทยาลัยมากกว่าในห้องชุดของพวกเขา ดังนั้นเขาจะกล่าวโทษใครได้กันเล่า ? นอกไปจากนั้น การอาศัยอยู่ใกล้กับโถงบรรยายเองก็ตัดเรื่องเวลาในการเดินทางทุกเช้าและการที่เขาอยู่ใกล้กับหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในเมือง นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีของมันทั้งนั้น

หนึ่งชั่วโมงต่อมา เขายิ้มให้กับตัวเองขณะที่เขาเข้ามาในห้องพักที่ค่อนข้างกว้างขวาง เขายิ่งพึงพอใจเมื่อพบว่าเขามีห้องน้ำเป็นของตัวเองด้วย พร้อมกับแผงฝักบัว ไม่ใช่น้อย ๆ เลย ! มันเป็นความยินดียิ่งกับการเปลี่ยนจากห้องคับแคบที่แบ่งกับรูมเมทผู้ไร้ความเกรงใจและการแบ่งปันห้องน้ำสาธารณะกับคนทั้งชั้น สำหรับเครื่องเรือน ห้องมีเตียง, ตู้เสื้อผ้า, ชุดลิ้นชัก, โต๊ะทำงาน และเก้านี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่โซเรียนต้องการจริง ๆ

โซเรียนวางสัมภาระของตัวเองลงบนพื้น เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชื้นก่อนจะล้มตัวลงบนเตียงอย่างโล่งใจ เขามีเวลากว่าสองวันก่อนที่ชั้นเรียนจะเริ่ม ดังนั้นเขาจึงตัดสินเลื่อนการแกะกระเป๋าออกไปจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ เขายังคงนอนนิ่งบนเตียง ประหลาดใจชั่วประเดี๋ยวหนึ่งว่าทำไมไม่ได้ยินเสียงฝนกระทบหน้าต่างกระจกที่อยู่ถัดไปจากเตียงของ ก่อนที่จะนึกเรื่องม่านพลังกันฝนได้

"ฉันต้องศึกษาดูว่ามันร่ายยังไง" เขาพึมพำ

การรวบรวมคาถาของเขามีขีดจำกัดอย่างมากในเวลานี้ มันประกอบด้วยคาถาง่าย ๆ สัก 20 คาถา แต่เขาวางแผนว่าเขาจะแก้ไขมันในปีนี้ ในฐานะที่ได้รับรองการเป็นผู้วิเศษแวดวงที่หนึ่งแล้ว เขาจะเข้าถึงส่วนของหอสมุดวิทยาลัยที่เขาไม่เคยได้รับอนุญาตมาก่อน และเขาวางแผนที่จะเข้าถึงคาถาพวกนั้นที่อยู่ข้างใน นอกไปจากนั้น ชั้นเรียนปีนี้ก็เน้นการฝึกปฏิบัติการร่ายคาถามากยิ่งขึ้นอยู่แล้ว ตอนนี้พวกเขาจะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าพวกเขามีความสามารถ ดังนั้นเขาควรจะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่น่าสนใจจำนวนมากในชั้นเรียนเช่นกัน

ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอันยาวนาน โซเรียนปิดเปลือกตาของเขาลง ตั้งใจว่าจะนอนหลับสักงีบ แต่เขาไม่ตื่นขึ้นอีกเลยจนกระทั่งเช้าของวันถัดมา




NEKOPOST.NET