[แปล] Mother of Learning ตอนที่ 1.1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[แปล] Mother of Learning

Ch.1.1 - อรุณสวัสดิ์พี่ชาย (1/2)


Arc 1

 

ดวงตาของโซเรียนเปิดออกในทันใดที่มีอาการปวดอย่างรุนแรงเกิดขึ้นบนท้องของเขา ทั่วทั้งสรรพางค์ชักเกร็ง โค้งตัวงอต่อวัตถุที่ร่วงหล่นใส่ และทันใดนั้นเขาก็ตื่นขึ้นเต็มตา ปราศจากร่องรอยของความง่วงงุนในหัวของเขา
 
"อรุณสวัสดิ์ พี่ชาย !" เสียงกระปี้กระเปร่าที่น่ารำคาญดังมาจากเหนือร่างของเขา "เช้าแล้ว เช้าแล้ว เช้าแล้ว !"
 
โซเรียนเหลือบมองยังน้องสาวของเขา แต่เธอเพียงแต่ฉีกยิ้มจนแก้มปริกลับให้ ยังคงเหยียดตัวบนท้องของเขา เธอร้องฮัมอย่างพึงพอใจโดยแท้ เตะเท้าเล่นในอากาศขณะที่เธอศึกษาแผนที่โลกขนาดยักษ์ของโซเรียนที่ติดกับผนังถัดไปจากเตียงของเขา หรือไม่ก็แสร้งทำเป็นศึกษาอยู่ – โซเรียนมองออกเลยว่าเธอเหลือบมองเขาอย่าง​ตั้งใจด้วยหางตาเพื่อดูปฏิกิริยา
 
นี่แหละคือผลลัพธ์สำหรับการที่ไม่ลงสลักประตูและติดตั้งแนวป้องกัน​แบบพื้นฐาน​ไว้ที่เตียง
 
"ลุก" เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงสงบเท่าที่จะรวบรวมได้
 
"แม่บอกให้มาปลุกพี่" เธอบอกตามหลักความเป็นจริง แต่นั่นไม่ได้เป็นประสงค์ของเธอหรอก
 
"แม่ไม่ได้หมายถึงแบบนี้แน่" โซเรียนโอดครวญ กลืนความขุ่นเคืองและอดทนรอจนกว่าเธอจะเผลอปลดการระวังตัว คาดเดาได้เลย คิริแอลเริ่มตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดหลังจากทำทีเป็นไม่สนใจไยดีได้ไม่กี่นาที ก่อนที่เธอจะทันปะทุ โซเรียนก็รีบคว้าขาของเธอและหน้าอกและพลิกตัวเธอลงกับขอบเตียง เธอตกลงบนพื้นด้วยเสียงตุบและส่งเสียงร้องแหยอย่างเจ็บช้ำ จากนั้นโซเรียนก็รีบกระโดดเท้าของเขาเพื่อตอบสนองต่อความรุนแรงใดก็ตามที่เธออาจตอบโต้ใส่อย่างรวดเร็ว เขาเหลือบมองลงไปยังเธอพร้อมฟึดฟัดอย่างเย้ยหยัน "พี่จะจำสิ่งนี้ไว้ในคราหน้าที่ถูกเรียกให้ปลุกเธอ"
 
"อย่างกับจะมีโอกาสงั้นแหละ" เธอโต้กลับอย่างดุเดือด "พี่หลับอุตุยิ่งกว่าหนูซะอีก"
 
โซเรียนเพียงถอนหายใจในความพ่ายแพ้ ให้ตายเถอะยัยปิศาจ​น้อยนี่ แต่ที่เธอว่ามานั่นก็ถูกต้องแล้ว
 
"แล้ว....." เธอเริ่มกระโดดเท้าตัวเองไปมาอย่างตื่นเต้น "พี่ตื่นเต้นไหม ?"
 
โซเรียนมองเธอชั่วประเดี๋ยวหนึ่งขณะที่เธอเด้งตัวไปรอบ ๆ ห้องของเขาอย่างกับลิงดื่มกาเฟอีน บางทีเขาก็หวังว่าตัวเองจะมีพลังงานไร้ที่สิ้นสุดแบบนั้นของเธอบ้าง แต่ก็เพียงแค่บ้างก็พอนะ
 
"เรื่องอะไร ?" โซเรียนถามอย่างไร้เดียงสา แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เขารู้ดีว่าเธอหมายถึงอะไร แหงล่ะ ทว่าการไถ่ถามอย่างชัดถ้อยชัดคำเป็นประจำนั่นเป็นหนทางรวดเร็วที่สุดสำหรับการสร้างความผิดหวังให้กับน้องสาวของเขาให้ปล่อยวางบทสนทนาที่เขาไม่ได้ต้องการ
 
"กลับวิทยาลัยไงล่ะ !" เธอโอดครวญ ตระหนักดีถึงสิ่งที่เขากำลังทำ เขาคงจะต้องหาวิธีการใหม่ ๆ มาซะแล้วสิ "เรียนเวทมนตร์ พี่แสดงเวทมนตร์ให้หนูดูสักหน่อยได้ไหม ?"
 
โซเรียนทอดถอนหายใจยาว คิริเอลมักทำกับเขาอย่างเป็นเพื่อนเล่นของเธอ แม้ว่าเขาจะทำอย่างดีที่สุดแล้วที่จะกระตุ้น แต่ปกติแล้วเธอก็ยังคงอยู่ในขอบเขตของบางอย่างที่ไม่อาจบอกได้ แม้ว่าปีนี้เป็นไปไม่ได้สำหรับเธออย่างแท้จริง และแม่เองก็ไม่เห็นด้วยทั้งหมดกับคำแก้ตัวของเขาที่ควบคุมเธอ ทั้งหมดที่เขาทำก็คือเอาแต่อ่านหนังสือตลอดวัน หล่อนว่า ดังนั้นมันก็ใช่ว่าเขากำลังทำอะไรที่มันสำคัญเลย...... ต้องขอบคุณวันหยุดฤดูร้อนที่สิ้นสุดแล้วและเขาก็จะไปจากพวกเขาทั้งหมดในที่สุด
 
"คิริ พี่ต้องจัดกระเป๋า ทำไมเธอไม่ใช้โอกาสนี้ไปปรามโฟรทอฟล่ะ"
 
เธอขุ่นเคืองเขาอย่างไม่มีความสุขเป็นครั้งที่สองจากนั้นก็กระฉับกระเฉงขึ้นมา อย่างกับว่าเพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้และวิ่งแจ้นออกไปจากห้อง ดวงตาของโซเรียนเบิกกว้างเมื่อเขาตระหนักได้ว่าเธอคิดจะทำอะไรมันก็สายไปแล้ว
 
"ไม่นะ !" เขาโหวกเหวกขณะวิ่งไล่หลังเธอ มีเพียงประตูห้องน้ำที่ปิดปังเข้าใส่ใบหน้าของเขา เขาโขกประตูด้วยความหงุดหงิด "บ้าเอ๊ย คิริ ! เธอมีเวลาทั้งหมดในโลกที่จะเข้าห้องน้ำก่อนที่พี่จะตื่น !"
 
"ลำบากหน่อยนะ" นั่นเป็นเพียงคำตอบของเธอ
 
หลังจากก่นสาปแช่งนิดหน่อยใส่ประตู โซเรียนก็เดินปึงปังกลับห้องของเขาเพื่อแต่งตัว หล่อนจะอยู่ในนั้นทั้งชาติ เขาแน่ใจ ถ้าเพียงเพื่อกวนประสาทเขา
 
เปลี่ยนชุดนอนของเขาและสวมแว่นตาอย่างรวดเร็ว โซเรียนใช้เวลาเพียงประเดี๋ยวเดียวมองไปรอบห้องของเขา เขาพอใจที่คิริแอลไม่ได้โฉลบผ่านข้าวของของเขาก่อนที่จะมาปลุกเขา เธอเป็นพวกมีความคิดอันเลือนรางเรื่องความเป็นส่วนตัว(ของคนอื่น)นักแหละ​
 
มันไม่ได้เป็นเวลานานนักสำหรับโซเรียนในการเก็บกระเป๋า – ด้วยความสัตย์ เขาไม่เคยแก้ห่อออกมาจริง ๆ ด้วยซ้ำ และพร้อมจะกลับไปสู่ซีโอเรียตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว ถ้าแม่อนุญาต เขาเพียงเก็บอุปกรณ์การเรียนของเขาเมื่อตระหนักด้วยความขุ่นเคืองได้ว่าตำราบางเล่มของเขาหายไป เขาสามารถลองใช้คาถาระบุตำแหน่งได้ แต่เขาก็มั่นใจว่าเขารู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหน – คิริแอลมีนิสัยชอบหยิบพวกมันไปห้องของเธอ แม้ว่าโซเรียนจะบอกเธอให้เอานิ้วมือเหนียว ๆ ของเธอออกไปห่างพวกมันเท่าไหร่ก็ตาม ใช้ลางสังหรณ์ เขาตรวจสอบอุปกรณ์เครื่อง​เขียนอีกครั้งจนแน่ใจพอว่าพวกมันหมดเกลี้ยงแล้ว
 
มันมักจะเป็นเช่นนี้ – ทุก ๆ ครั้งที่เขากลับบ้าน คิริแอลจะปล้นอุปกรณ์ของเรียนของเขาไป ช่างเรื่องปัญหาทางจริยธรรมที่เกิดโดยสัญชาตญาณในการบุกรุกเข้าห้องของพี่ชายตัวเองเพื่อขโมยข้าวของของเขาไปก่อน นี่เธอทำเรื่องบ้าอะไรกับพวกดินสอและยางลบกันเนี่ย ? ครั้งนี้เขาได้ซื้อมาเป็นพิเศษด้วยเรื่องของน้องสาวโดยเฉพาะ แต่มันก็ยังไม่เพียงพอ – เขาไม่ค้นพบยางลบสักก้อนในโต๊ะหนังสือตัวเอง และเขาได้ซื้อพวกมันมาเป็นมัดก่อนที่จะกลับบ้าน ทำไมคิริแอลถึงไม่บอกกับแม่ง่าย ๆ ว่าให้ซื้อหนังสือสักเล่มและปากกาให้เธอกันนะ นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ชัดเจนสำหรับโซเรียนเลย หล่อนเป็นน้องเล็กสุด และเป็นเพียงลูกสาวคนเดียว ดังนั้นแม่จึงมีความสุขตลอดเวลาที่ได้เอาอกเอาใจเธอ – ตุ๊กตาที่เธอบอกให้แม่ซื้อให้มีราคาแพงยิ่งกว่าหนังสือเล่มสองเล่มและดินสอสักกำถึงห้าเท่า
 
ไม่ว่าจะกรณีไหน ขณะที่โซเรียนไม่เพ้อฝันว่าจะได้เจอเหล่าอุปกรณ์เครื่องเขียนของเขาอีกครั้งแล้ว เขาก็ยังต้องการตำราพวกนั้นจริง ๆ ด้วยความคิดนั้น เขาตรงไปยังห้องของน้องสาว เพิกเฉยก่อนคำเตือน 'ระวัง !' บนประตู และเจอตำราที่หายไปของเขาในที่ที่ปกติของพวกมันอย่างรวดเร็ว – ถูกซ่อนไว้อย่างน่าอัศจรรย์ใจใต้เตียง เบื้องหลังเหล่าสัตว์สต๊าฟจำนวนหนึ่งที่ตั้งไว้
 
การเก็บของของเขาเสร็จสิ้น เขาลงบันไดเพื่อกินอะไรสักอย่างและดูว่าแม่ต้องการอะไรจากเขา
 
แม้ว่าครอบครัวของเขาจะคิดว่าเขาเพียงชอบนอนหลับ แต่อันที่จริงแล้วโซเรียนมีเหตุผลสำหรับการลุกขึ้นมาสายแบบนี้ นั่นหมายความว่าเขาจะได้กินอาหารของตัวเองอย่างสงบสุข ขณะที่ทุกคนได้ทานมื้อเช้าของพวกเขากันไปแล้วทั้งหมดในยามนั้น สิ่งเล็กน้อยที่น่ารำคาญยิ่งกว่าสิ่งใดก็คือการที่ใครสักคนพยายามเริ่มต้นพูดคุยในขณะที่เขารับประทานอาหาร และนั่นก็เป็นเวลาที่ครอบครัวที่เหลือของเขาช่างจ้ออย่างถึงที่สุด โชคร้ายที่วันนี้แม่ไม่เต็มใจที่จะรอเขาอีก และรีบจู่โจมเขาทันทีที่หล่อนเห็นเขาลงมา เขายังลงบันไดไม่ถึงขั้นสุดท้ายเลยด้วยซ้ำและหล่อนก็ค้นพบอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเขาที่หล่อนไม่ชอบใจนัก
 
"ลูกคงจะไม่ได้ตั้งใจออกไปในสภาพแบบนี้ใช่ไหม ?" หล่อนถาม
 
"แบบนี้ทำไมเหรอครับ ?" โซเรียนถามกลับ เขาสวมชุดสีน้ำตาลดาษ ๆ ที่แตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ นิดหน่อยเวลาที่พวกเขาเข้าไปในเมือง มันก็ดูไม่มีปัญหาอะไรสำหรับเขา
 
"ลูกออกไปแบบนี้ไม่ได้" แม่ของเขากล่าวพร้อมกับถอนหายใจยาว "ลูกจะคิดยังไงกับสิ่งที่ผู้คนจะพูดคุยกันตอนที่พวกเขาเห็นลูกแต่งตัวแบบนั้น ?"
 
"ก็ไม่อะไรนี่ครับ ?" โซเรียนพยายามตอบ
 
"โซเรียน อย่าให้มันยุ่งยากนัก" หล่อนตำหนิเขา "ครอบครัวของเราเป็นหนึ่งในเสาหลักของเมืองนี้ พวกเราอยู่ภายใต้การจับตามองทุกครั้งที่ออกจากบ้าน แม่รู้ว่าลูกไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอก แต่ภาพพจน์นั้นสำคัญต่อผู้คนจำนวนมาก ลูกจำเป็นต้องเข้าใจว่าลูกไม่ได้เป็นชาวเกาะ และลูกก็ไม่สามารถตัดสินใจอย่างกับว่าลูกอยู่คนเดียวในโลกนี้ได้ ลูกเป็นสมาขิกของครอบครัว และการกระทำของลูกย่อมสะท้อนถึงชื่อเสียงของพวกเรา แม่จะไม่ยอมให้ลูกทำให้ขายหน้าด้วยการดูอย่างกับพวกคนงานทั่วไปแบบนี้แน่ กลับไปที่ห้องและใส่ชุดที่เหมาะสมกว่านี้ซะ"
 
โซเรียนยับยั้งตัวเองจากการกลอกตานานพอที่จะหันหลังตัวเองให้กับหล่อน บางทีความรู้สึกผิดจากการเดินทางของหล่อนคงจะมีประสิทธิภาพมากพอด้วยนี่เป็นครั้งแรกที่หล่อนพยายามทำแบบนี้กับเขา เอาเถอะ มันก็ไม่คุ้มค่าที่จะโต้เถียงด้วย ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเป็นชุดที่มีราคาหน่อย มันเป็นอะไรที่ออกจะมากเกินไปเมื่อพิจารณาว่าเขาจะต้องใช้เวลาตลอดทั้งวันในรถไฟ แต่แม่ก็พยักหน้ายินยอมเมื่อหล่อนเห็นเขาลงมาจากบันได หล่อนให้เขาหมุนตัวและทำท่าทางอย่างกับโชว์ละครสัตว์สักพักหนึ่งก่อนที่จะบอกว่า 'ก็พอใช้ได้' เขาไปยังห้องครัว และสิ่งที่รบกวนเขา แม่ก็ติดตามหลังเขามา ดูเหมือนว่าการทานอาหารวันนี้จะไร้ความสงบสุขแล้ว
 
ต้องขอบคุณที่พ่ออยู่ระหว่างหนึ่งใน 'การเดินทางติดต่อทางธุรกิจ' ดังนั้นจึงไม่ได้อยู่กับเขาด้วยวันนี้
 
เขาเข้าห้องครัวและขมวดคิ้วเมื่อเห็นชามโจ๊กรอเขาบนโต๊ะอยู่ก่อนแล้ว ทุกทีเขาจะทำมื้อเช้าเองและเขาก็ชอบแบบนั้นด้วย แต่เขารู้ดีว่าแม่ของเขาไม่เคยยอมรับสิ่งนั้น นี่เป็นความคิดของหล่อนเชิงสันติ นั่นก็หมายความว่าหล่อนกำลังจะถามอะไรบางอย่างกับเขาซึ่งเขาไม่ชอบมันแน่
 
"แม่คิดว่าแม่ควรจะเตรียมอะไรสักอย่างให้ลูกในวันนี้ และแม่รู้ว่าลูกชอบทานโจ๊กเสมอ" หล่อนกล่าว โซเรียนระงับจากการกล่าวอ้างว่าเขาไม่ชอบมันแล้วตั้งแต่ที่เขาอายุแปดขวบ "ลูกหลับนานกว่าที่แม่คิดว่าลูกควรเป็นนะ มันคงจะเย็นหมดแล้วตอนที่แม่รอลูกน่ะ"
 
โซเรียนกลอกตาตัวเองและร่ายคาถาปรับ 'น้ำร้อน' ให้กับโจ๊กเล็กน้อย ซึ่งทำให้มันกลับคืนอุณหภูมิที่พอดีได้ในทันทีทันใด
 
เขาทานอาหารเช้าของตัวเองเงียบ ๆ ขณะที่แม่พูดคุยกับเขาเกี่ยวกับข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับพืชพรรณของหนึ่งในผู้จำหน่ายของพวกเขา กระโดดข้ามหัวข้ออะไรก็ตามไปมาตราบเท่าที่หล่อนจะต้องการ เขาปรับแก้ให้หล่อนอย่างง่าย ๆ มันเป็นการฝึกทักษะการเอาตัวรอดสำหรับเด็กทุกคนในครอบครัวคาซินสกี ขณะที่ทั้งแม่และพ่อต่างก็มีแนวโน้มที่จะสาธยายยืดเยื้อในทุก ๆ เรื่องเท่าที่จะคิดได้ แต่มันก็น่าสงสัยจริง ๆ สำหรับโซเรียนที่เป็นแกะดำของครอบครัว ดังนั้นเรื่องเหล่านี้จึงต้องอาศัยการเออออตามน้ำบ่อยกว่าที่ควรเป็น ต้องขอบคุณที่แม่ของเขาไม่ได้คิดอะไรถึงความเงียบของเขา เพราะว่าโซเรียนมักจะเงียบเท่าที่จะเป็นไปได้ภายในครอบครัวอยู่แล้ว – เขาเรียนรู้มาหลายปีแล้วว่านี่เป็นทางที่ง่ายที่สุดที่จะอยู่ร่วมกับพวกเขา
 
"แม่ครับ" เขาพูดแทรกหล่อน "ผมตื่นเพราะว่าคิริกระโดดใส่ผม ผมไม่มีโอกาสเข้าห้องอาบน้ำ แล้วตอนนี้แม่ก็ยังรบกวนขณะที่ผมทานอาหาร ช่วยหยุดก่อนหรือรอสักสองนาทีจนกว่าผมจะทานเสร็จด้วยเถอะครับ"
 
"น้องทำแบบนั้นอีกแล้วเหรอ ?" แม่ของเขาถาม มีความบันเทิงในน้ำเสียงโดยแท้
 
โซเรียนลูบตาตัวเอง ไม่พูดไม่จา ก่อนที่จะแอบเก็บแอปเปิลจากชามบนโต๊ะไปตอนที่แม่ไม่ได้มอง มันมีสิ่งน่ารำคาญมากมายที่คิริแอลทำอีกครั้งและอีกครั้ง ทว่าการร้องทุกข์เกี่ยวกับมันต่อแม่ของเขานั้นมีแต่เสียเวลา ไม่มีใครเลยในครอบครัวนี้ที่อยู่ข้างเดียวกับเขา
 
"โอ้ อย่าเป็นแบบนั้นน่ะ" แม่ของเขากล่าว เมื่อสังเกตเห็นท่าทางที่ต่ำยิ่งกว่าความพึงพอใจของตัวเขา "น้องก็แค่เบื่อและเล่นกับลูก ลูกน่ะจริงจังมากจนเกินไป เหมือนกับพ่อไม่มีผิด"
 
"ผมไม่มีอะไรเหมือนพ่อทั้งนั้น !" โซเรียนยืนกราน ขึ้นน้ำเสียงของเขาและเหลือบมองหล่อน นี่แหละเป็นเหตุผลที่เขาเกลียดที่จะทานอาหารร่วมกับผู้อื่น เขากุลีกุจอกลับมาทานอาหารเช้าใหม่ให้เสร็จอย่างรวดเร็วเท่าที่จะสามารถทำได้
 
"แน่นอนว่าลูกไม่" แม่เอ่ยบางเบาราวกับอากาศ ก่อนที่จะเปลี่ยนหัวข้อในทันที "อันที่จริง นี่มันทำให้แม่นึกอะไรขึ้นมาได้ พ่อของลูกกับแม่จะไปที่โคธเพื่อเยี่ยมไดเมน"
 
โซเรียนเอาช้อนเข้าปากตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองออกความเห็นหยามเหยียด เอะอะอะไรก็ไดเมน นั่นนี่ก็ไดเมน เป็นเวลานานมาแล้วตั้งแต่ที่โซเรียนนึกสงสัยว่าทำไมพ่อแม่ของเขาถึงมีลูกคนอื่น ๆ อีกตั้งสามคน ในเมื่อพวกเขานั้นชัดเจนว่ารักลูกชายคนโตมากแค่ไหน จริง ๆ นะ ข้ามไปทวีปอื่นเพียงเพื่อเยี่ยมเขาเนี่ยนะ ? อะไรล่ะนั่น พวกเขาจะตายรึยังไงถ้าไม่ได้พบเขาสักปีนึงน่ะ ?
 
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมกันล่ะ ?" โซเรียนถาม
 
"มันจะเป็นการไปเยี่ยมที่ยืดเวลาสักหน่อย" หล่อนกล่าว "พวกเราจะอยู่ที่นั่นประมาณหกเดือน ส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาในการเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ลูกและโฟรทอฟจะอยู่ที่วิทยาลัย แน่นอน แต่แม่เป็นห่วงเกี่ยวกับคิริแอล น้องอายุแค่เก้าขวบและแม่ไม่สบายใจที่จะนำเธอไปกับพวกเรา"
 
โซเรียนหน้าซีด ไล่ทันในที่สุดว่าหล่อนต้องการอะไรจากเขา นรกสิ ไม่นะ
 
"แม่ครับ ผมอายุ 15" เขาทักท้วง
 
"แล้วยังไงล่ะ ?" หล่อนว่า "พ่อของลูกกับแม่แต่งงานกันแล้วตอนที่พวกเราอายุพอ ๆ กับลูก"
 
"เวลามันเปลี่ยนไปแล้ว นอกจากนั้น ผมใช้เวลาส่วนมากที่วิทยาลัย" โซเรียนตอบ "ทำไมแม่ไม่ถามโฟรทอฟให้ดูแลเธอล่ะ ? เขาโตกว่าตั้งปีนึงและเขาก็มีห้องชุดเป็นของตัวเอง"
 
"โฟรทอฟอยู่ปีสี่แล้ว" แม่ของเขาตอบเสียงแข็ง "เขาจะจบการศึกษาในปีนี้ ดังนั้นเขาต้องทุ่มเทกับผลการเรียนของเขา"
 
"แม่หมายความว่าเขาตอบว่าไม่" โซเรียนสรุปเสียงดัง
 
"และนอกจากนั้น......" หล่อนกล่าวต่อไป เพิกเฉยความเห็นของเขา "แม่แน่ใจว่าลูกรู้ดีว่าโฟรทอฟมีความรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหนในตอนนี้ แม่ไม่คิดว่าเขาเหมาะสมที่จะดูแลเด็กหญิงเลย"
 
"แล้วมันความผิดของใครกันล่ะ ?" โซเรียนคำรามเงียบ ๆ วางช้อนของเขาลงเสียงดังและผลักจานออกไปจากตัว บางทีที่โฟรทอฟเป็นคนขาดความรับผิดชอบ ก็เป็นเพราะว่าเขารู้ดีว่าแม่และพ่อจะผลักดันความรับผิดของของตัวเขามาให้แก่โซเรียน หากเขาทำทีเป็นไอ้ทึ่มได้นานพอ นั่นหล่อนไม่รู้เลยหรือยังไง ? ทำไมมักเป็นเขาที่ต้องรับมือยัยปิศาจน้อยนั่นด้วย ? เอาเถอะ เขาจะไม่ยอมถูกส่งขึ้นอานม้าทั้งอย่างนี้แน่ ! ถ้าโฟรทอฟดีเกินกว่าจะดูแลคิริแอล แล้วโซเรียนเล่า !
 
แถม แม่นกกะปูดน้อยต้องปูดรายงานทุกเรื่องที่เขาทำลับหลังแม่โดยไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เรื่องดีเกี่ยวกับการที่โรงเรียนอยู่ไกลบ้านนั่นก็คือการที่เขาสามารถทำอะไรก็ตามแต่ที่เขาต้องการโดยครอบครัวของเขาไม่ทันล่วงรู้ และก็ไม่มีทางเลยที่เขาจะยอมแพ้ในเรื่องนี้ อันที่จริงนี่มันก็คงเป็นแผนการซ่อนเร้นโดยแม่ของเขาในการส่งสายมาจับตามองเขา ดังนั้นหล่อนจึงสาธยายเรื่องเกี่ยวกับเกียรติและมารยาทที่เหมาะสมกับเขามากมายนัก
 
"ผมไม่คิดว่าผมจะเหมาะสมกับเรื่องนี้เหมือนกัน" โซเรียนกล่าวต่อด้วยเสียงดังขึ้นเล็กน้อย "แม่เพิ่งจะบอกเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ว่าผมทำขายหน้าต่อครอบครัว พวกเราคงไม่ต้องการให้คิริน้อยไขว้เขวไปด้วยกิริยาที่ไม่ไยดีอะไรของผมไม่ใช่หรอกเหรอครับ ?"
 
"แม่ไม่ได้-"
 
"ไม่ !" โซเรียนตะโกน
 
"โอ้ แล้วแต่ลูกเลย" หล่อนเคืองด้วยต้องยอมจำนน "แต่จริง ๆ นะ แม่ไม่ได้แนะนำให้-"
 
"คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ ?" คิริแอลพูดขึ้นจากข้างหลังของเขา
 
"เรากำลังคุยกันว่าเธอมันเป็นยัยเด็กเวรมากแค่ไหน" โซเรียนตอบกลับไปในทันที
 
"นั่นไม่ใช่สักหน่อย !"
 
โซเรียนเพียงกลอกตาและลุกจากที่นั่งของเขา ตั้งใจจะเข้าห้องน้ำ และค้นพบน้องสาวที่เดือดดาลปิดเส้นทางของเขาไว้ ตอนนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตู
 
"ผมรู้แล้ว !" โซเรียนรีบพูด รู้ดีว่าแม่จะต้องสั่งให้หนึ่งในพวกเขาไปเปิดประตูและคิริแอลจะไม่กระดิกไปจากจุดที่เธออยู่ในเร็ว ๆ นี้แน่ - เธอจะดื้อดึงมากเมื่อยามที่เธอต้องการ
 
นั่นเป็นเรื่องที่ว่าโซเรียนพบว่าตัวเขากำลังจ้องมองสตรีสวมแว่นตาในชุดกระโปรงที่ดูหรูหราสีกากีและถือหนังสือเล่มหนาในมือของหล่อนได้อย่างไร
 
สตรีผู้​นั้น​เหลือบประเมินเขา จัดแว่นตาของหล่อน "โซเรียน คาซินสกี ?"
 
"เอ่อ ครับ ?" เขาตอบ ไม่แน่ใจว่าจะแสดงท่าทีต่อสถานการณ์นี้อย่างไร
 
"ฉัน อิลซ่า ซิเลตี้ จากราชวิทยาลัยเวทศิลป์ซีโอเรีย ฉันมาที่นี่เพื่อหารือเกี่ยวกับผลการรับรองของคุณค่ะ"
 
ใบหน้าของโซเรียนถอดสี พวกเขาส่งผู้วิเศษตัวจริงมาคุยกับเขา !? เขาต้องรับรองอะไรกัน !? แม่จะต้องกระชากหนังเขาทั้งเป็นแน่ !
 
"คุณไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ มิสเตอร์คาซินสกี" หล่อนว่า ยิ้มอย่างขบขัน "วิทยาลัยมักส่งตัวแทนมาพบนักเรียนชั้นปีที่สามเพื่อหารือเรื่องต่าง ๆ ที่สนใจอยู่แล้ว ฉันสารภาพเลยว่าฉันควรจะมาพบคุณเร็วกว่านี้ แต่ว่าปีนี้ฉันออกจะยุ่งสักหน่อย ฉันต้องขอโทษคุณด้วยค่ะ"
 
โซเรียนจ้องมองหล่อนสักสองสามวินาที
 
"ฉันเข้าไปได้ไหมคะ ?"
 
"หา ? โอ้ !" โซเรียนกล่าว "ยกโทษให้กับความหยาบคายของผมด้วยครับ มิสซิเลตี้ เชิญ เชิญครับ"
 
"ขอบคุณค่ะ" หล่อนยอมรับอย่างสุภาพ ก้าวเข้ามาในบ้าน
 
หลังจากรีบแนะนำตัวกับแม่ของเขาและน้องสาว อิลซ่าถามเขาหากเขามีสักที่ไหนที่พวกเขาจะสามารถหารือเรื่องโรงเรียนเป็นการส่วนตัวได้บ้าง แม่รีบตัดสินใจว่าหล่อนจะไปตลาดและนำคิริแอลไปกับหล่อนด้วย ทิ้งเขาไว้เพียงลำพังในบ้านกับผู้วิเศษ ผู้ที่กระจายเอกสารต่าง ๆ ไปทั่วโต๊ะครัว
 
"เอาล่ะค่ะ โซเรียน" หล่อนเริ่ม "คุณคงทราบแล้วว่าคุณผ่านการรับรอง"
 
"ครับ ผมได้รับหนังสือแจ้งแล้ว" โซเรียนตอบ "ที่ซิรินไม่มีหอคอยผู้วิเศษ ดังนั้นผมจึงต้องไปรับเหรียญตราตอนที่ผมกลับไปซีโอเรีย"
 
อิลซ่ายื่นม้วนกระดาษปิดผนึกให้เขา โซเรียนตรวจสอบม้วนกระดาษนั้นไม่กี่วินาทีและจากนั้นก็พยายามแก้ผนึกเพื่อที่เขาจะได้อ่านมัน น่าเสียดาย ผนึกนั้นยากมากที่จะทำลาย นี่มันไม่ปกติเสียเลย
 
เขาขมวดคิ้ว อิลซ่าคงไม่มอบม้วนกระดาษให้แก่เขาแบบนี้ หากหล่อนไม่คิดว่าเขาจะสามารถเปิดมันออกได้ นี่เป็นการทดสอบบางอย่าง ? เขาไม่ได้เป็นผู้ที่พิเศษสุด ๆ ดังนั้นสิ่งนี้ก็คงจะเป็นอะไรที่ง่ายดายนัก ทักษะใดกันเล่าที่ผู้วิเศษมือใหม่ทุกคนสามารถใช้การได้...
 
โอ้ เขาแทบจะกลอกตาตัวเองเมื่อเขาตระหนักได้แล้วว่าทั้งหมดนี้คือเรื่องอะไร เขาปรับมานาบางส่วนในผนึกและมันก็ปริแตกครึ่งหนึ่งทันท่วงที ยินยอมให้โซเรียนแก้ม้วนกระดาษในที่สุด มันถูกเขียนด้วยอักษรวิจิตรอย่างประณีตและปรากฏหลักฐานบางอย่างถึงตัวตนของเขาในฐานะผู้วิเศษแวดวงที่หนึ่ง เขาเหลือบมองกลับไปยังอิลซ่าผู้ที่พยักหน้ายืนยัน ยืนยันต่อโซเรียนว่าเขาผ่านการทดสอบบางอย่างแล้ว
 
"จริง ๆ แล้วคุณไม่ต้องไปรับเหรียญตราของคุณหรอกค่ะจนกว่าคุณจะจบการศึกษา" หล่อนกล่าว "เหรียญตรานั้นมีราคาสูงและไม่มีใครที่จะรบกวนคุณเกี่ยวกับมันหรอก จนกว่าคุณจะวางแผนเปิดร้านค้าหรือไม่ก็ขายความเชี่ยวชาญด้าน​เวทมนตร์ของคุณเอง ถ้าพวกเขารบกวนคุณไม่ว่าจะด้วยเรื่องใดก็ตาม เพียงแค่แนะนำพวกเขาต่อวิทยาลัยและพวกเราจะสะสางสิ่งเหล่านั้นเองค่ะ"
 
โซเรียนยักไหล่ ในขณะที่เขาตั้งใจจะหลุดพ้นจากครอบครัวของเขาเอง เขาก็อยากจะรอจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา และซึ่งมันก็คืออีกสองปีข้างหน้า เขาจะยอมเคลื่อนไหวตามหล่อนต่อไปก่อน
 
"ดีแล้วค่ะ เช่นนั้น บันทึกบอกว่าคุณอาศัยอยู่ในบ้านของวิทยาลัยสำหรับสองปีที่ผ่านมา ฉันคิดว่าคุณคงตั้งใจจะอยู่ต่อ ?"
 
โซเรียนพยักหน้าและหล่อนก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าของตัวเองและยื่นกุญแจประหลาดให้กับเขาแทน โซเรียนรู้ดีว่าการทำงานของระบบกุญแจนั้นเป็นอย่างไร และสามารถสะเดาะมันได้ด้วยเวลาที่เพียงพอ ทว่าเขาไม่สามารถคิดได้เลยว่ากุญแจดอกนี้มันทำงานอย่างไร – มันไม่มี 'ฟัน' ที่พอดีกับภายในของแม่กุญแจ ด้วยลางสังหรณ์ เขาปรับมานาบางอย่างในตัวมันและเส้นสีทองจาง ๆ ก็สว่างตัดกับพื้นผิวโลหะ เขามองไปยังอิลซ่าตั้งคำถามเงียบงัน
 
"บ้านสำหรับชั้นปีที่สามนั้นแตกต่างไปจากที่คุณเคยอยู่​" หล่อนบอกเขา "ตามที่คุณทราบ ตอนนี้คุณได้รับการรับรองเป็นผู้วิเศษแวดวงที่หนึ่งแล้ว วิทยาลัยได้รับอนุญาตให้สอนคาถาสำหรับขั้นแรกขึ้นไปกับคุณ เพราะว่าคุณต้องจัดการกับวัสดุที่ละเอียดอ่อน การรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้นจึงจำเป็น ดังนั้นคุณจะต้องย้ายไปอยู่ในอาคารที่แตกต่าง ตัวล็อกประตูของคุณคือกุญแจซึ่งใช้มานาของคุณเอง ดังนั้นคุณต้องปรับมานาส่วนตัวบางส่วนลงในกุญแจเหมือนกับที่คุณทำเมื่อสักครู่ก่อนที่มันจะปลดล็อก"
 
"อ้า" โซเรียนร้อง เขาหมุนกุญแจในมือของตัวเอง สงสัยว่ามันรับมานาของเขาต่างลายเซ็นได้อย่างไร นี่คงต้องค้นคว้าเอาทีหลัง เขาหวังอย่างนั้น
 
"ตามปกติแล้วฉันต้องอธิบายคุณถึงรายละเอียดว่าอะไรคือความหมายของการเป็นนักเรียนชั้นปีที่สามของวิทยาลัยเวทซีโอเรีย แต่ฉันได้ยินว่าคุณมีรถไฟที่กำลังจะออกเดินทางในเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นทำไมพวกเราไม่เข้าสู่เหตุผลหลักที่ฉันมาที่นี่เลยล่ะ: ที่ปรึกษาและวิชาเลือกของคุณ คุณสามารถถามฉันอะไรก็ได้ที่ต้องการทราบแต่นี้ไป"
 
โซเรียนหูผึ่ง​กับเรื่องนี้ โดยเฉพาะการกล่าวถึง 'ที่ปรึกษา' ชั้นปีที่สามแต่ละคนจะมีที่ปรึกษาที่พวกเขาจะได้พบปะสัปดาห์ละครั้ง ผู้ที่สนับสนุนการสอนนักเรียนในทางที่เป็นไปไม่ได้เลยในรูปแบบชั้นเรียนมาตรฐาน และนอกไปจากนั้นก็ยังช่วยให้พวกเขาบรรลุศักยภาพสูงสุดของพวกเขาเองได้อีกด้วย การเลือกที่ปรึกษาอาจสร้างหรือทำลายอาชีพจอมเวทของใครสักคนไปได้เลย และโซเรียนก็รู้ดีว่าเขาต้องเลือกอย่างระมัดระวัง โชคดี เขาเคยถามไถ่ไปทั่วในหมู่นักเรียนที่โตกว่าเพื่อค้นหาว่าใครที่ดีและใครที่แย่ ดังนั้นเขาคิดว่าอย่างน้อยเขาก็สามารถอยู่ในส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยได้บ้าง
 
"แล้วผมเลือกที่ปรึกษาได้จากอะไรบ้างครับ ?" โซเรียนถาม
 
"อ่า อันที่จริง ฉันเกรงว่าคุณจะไม่สามารถเลือกได้" อิลซ่ากล่าวอย่างเสียใจ "อย่างที่ฉันบอกไว้ ว่าฉันควรจะมาพบคุณเร็วกว่านี้ น่าเสียดาย แต่ว่าที่ปรึกษาทั้งหมดนอกไปจากคนหนึ่งนั้นมีโควต้านักเรียนของพวกเขาเต็มกันหมดแล้ว"
 
โซเรียนรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้... "แล้วที่ปรึกษาคนนั้นคือ ?"
 
"ควิม เชา ค่ะ"
 
โซเรียนโอดครวญ ฝังใบหน้าตัวเองในฝ่ามือ ในหมู่อาจารย์ทั้งหมด ควิมเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในฐานะที่ปรึกษาที่แย่ที่สุดเท่าที่คุณจะรับได้ นี่มันต้องเป็นเขาจริง ๆ หรือนี่ ?
 
"มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอก​ค่ะ​" อิลซ่ารับประกันให้เขา "ข่าวลือส่วนมากนั้นก็พูดเกินจริงและกระจายโดยเหล่านักเรียนที่ไม่เต็มใจจะทำงานประเภทของศาสตราจารย์ควิมที่ต้องมีภาระติดพัน ฉันแน่ใจว่านักเรียนที่มีพรสวรรค์ ขยันขันแข็งอย่างคุณจะไม่มีปัญหากับเขา"
 
โซเรียนทำฟึดฟัด "ผมไม่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนที่ปรึกษาเป็นคนอื่นสินะครับ ?"
 
"ไม่เลยจริง ๆ ค่ะ ในปีที่ผ่านมาพวกเรามีอัตราการสอบผ่านที่ดีมาก และที่ปรึกษาทั้งหมดก็ล้นมือไปด้วยนักเรียนที่มีอยู่ ศาสตราจารย์ควิมมีภาระน้อยที่สุดแล้วในหมู่ที่ปรึกษาคนอื่น ๆ"
 
"บ้าจริง ผมล่ะสงสัยว่าทำไมกัน" โซเรียนพึมพำ "ตกลงครับ ไม่เป็นไร แล้วเรื่องวิชาเลือกล่ะครับ ?"
 
อิลซ่ายื่นม้วนกระดาษอีกม้วนให้เขา ครั้งนี้ไม่ได้ปิดผนึกไว้ ภายในระบุรายชื่อชั้นเรียนวิชาเลือกทั้งหมดที่นำเสนอโดยวิทยาลัย มันยาวมาก ยาวมาก ๆ คุณสามารถลงทะเบียนเพื่อฝึกอะไรก็ได้​ แม้แต่สิ่งที่ไม่ได้มีเกี่ยวข้องโดยธรรมชาติของเวทมนตร์เลย: อาทิ คณิตศาสตร์ขั้นสูง, วรรณกรรมคลาสสิค และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มันเป็นเช่นที่คาดหวังจริง ๆ ตั้งแต่ที่เวทมนตร์ดั้งเดิมของไอโคเซียนมักจะเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาอื่น ๆ อย่างไม่มีข้อผูกมัดใด
 
"คุณสามารถเลือกได้ถึงห้าวิชา แต่ต้องไม่ต่ำกว่าสามวิชาเลือกในปีนี้ มันจะสะดวกสำหรับพวกเรามากถ้าคุณทำมันเลยในตอนนี้ ดังนั้นพวกเราก็จะสามารถจัดตารางเวลาภายในสัปดาห์ก่อนที่ชั้นเรียนจะเริ่ม อย่าถูกข่มโดยจำนวนรายชื่อของมัน แม้ว่าคุณจะเลือกอะไรบางอย่างที่มันไม่ได้ดึงดูดใจเลย คุณก็ยังสามารถเปลี่ยนเป็นวิชาเลือกอื่นได้ในช่วงเดือนแรกของการเรียน"
 
โซเรียนขมวดคิ้ว มันมีวิชาเลือกจำนวนมากและเขาก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งไหนคือสิ่งที่เขาต้องการ เขาเพิ่งจะได้รับความอยุติธรรมในส่วนของที่ปรึกษา ดังนั้นเขาจึงไม่อาจจะทำลายส่วนนี้ได้ นี่มันต้องใช้เวลาสักพัก
 
"ได้โปรดอย่าเข้าใจผิดไปเลยนะครับ มิสซิเลตี้ แต่คุณจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าพวกเราจะพักกันสักครู่หนึ่งก่อนที่จะดำเนินการเรื่องนี้กันต่อ ?"
 
"ไม่เลยค่ะ" หล่อนตอบ "เกิดอะไรขึ้นหรือคะ ?"
 
"มิได้ครับ" โซเรียนรับปาก "มันก็เพียงแค่ผมต้องเข้าห้องน้ำจริง ๆ"
 
บางทีนี่ไม่ใช่ทางที่ดีในการสร้างความประทับใจแรกเลย คิริแอลจะต้องถูกเอาคืนสำหรับที่ทำให้เขาตกอยู่ในที่นั่งแบบนี้แน่
 
✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧



NEKOPOST.NET