Magical Girl Raising Project Arc 1.5 : Snow White Raising Project ตอนที่ 6 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Magical Girl Raising Project Arc 1.5 : Snow White Raising Project

Ch.6 - Arc 1.5 - ตอนที่ 6 [จบภาค]


จะว่าไป สโนไวท์นี่ก็ค่อยๆเรียนรู้ทีละเล็กละน้อยจากริปเปิลนี่นะ

เรียนรู้ทุกๆอย่างที่ได้รับมา

 

แม้ทักษะการต่อสู้นั้นยังไม่เปลี่ยน

แต่ความคิดของเธอก็เฉียบคมขึ้น

และความคิดหนึ่งก็นำตัวเธอไปยังจุดหมาย

 

สโนไวท์จดโน๊ตทุกอย่างที่ฉันสอนเธอไป

ในวันๆหนึ่งของเธอนั้น เธอจินตนาการ คิด และเชื่อมั่น

 

ไม่ใช่แค่ 1 2 หรือ 3 ชั่วโมง

แต่เป็นทุกๆวัน

 

เวลาปกติที่เธอควรจะนอนหลับ

เธอใช้มันเพื่อการฝึกฝนเมจิคัลเกิร์ล

เธอไม่ทำอะไรของมนุษย์ที่ไม่จำเป็น

 

เมจิคัลเกิร์ลนั่นมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งอยู่เสมอ

 

หลังจากกลับมาที่บ้าน เธอก็ครุ่นคิด

หลังจากงานของเมจิคัลเกิร์ลเสร็จสิ้น เธอก็ครุ่นคิด

หลังจากทานข้าวเช้า เธอก็ครุ่นคิด

เธอคิดเรื่องต่อสู้ตลอดเวลาในใจของเธอ

 

ความรู้สึกที่กำลังจะแข็งแกร่งขึ้นเป็นความรู้สึกที่น่าตื้นเต้นที่สุดบนโลกใบนี้

ฉันรู้เพราะฉันเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน

 

เหมือนเธอจะดูสนุกสนานดีนะ

 

สำหรับริปเปิลนั้น เธอเองคงรู้สึกสับสน

เพราะสโนไวท์นั้นเป็นคนที่เธอควรจะปกป้อง

ไม่เคยคิดเลยว่าสโนไวท์จะกลายมาเป็นคู่ซ้อมของตัวเอง

 

เธอหยิ่งก็จริง แต่ก็ไม่เป็นไรถ้าสโนไวท์ไม่คิดมาก

บางทีพวกเธอคงสนิทกันอยู่แล้ว

 

แต่เมื่อริปเปิลสับสนเมื่อไหร่ รูปแบบการสอนของเธอนั้นก็เปลี่ยนไป

 

ไม่เหมือนกับการที่เธอพูดคุยกับเด็ก

แต่เหมือนกับครูที่สอนนักเรียนมากกว่า

 

แต่ถ้าเปรียบเทียบแบบนั้น

ก็เท่ากับบทเรียนที่สอนนั้นก็เหมือนกับสิ่งที่เด็กอนุบาลเรียน

ง่ายๆ แต่ดีพอสำหรับสำหรับสโนไวท์

 

ตอนนี้ก็ไม่เป็นอะไรหรอก

เมจิคัลเกิร์ลนั้นแตกต่างกับมนุษย์

แม้จะเป็นเรื่องแค่เตะก็ตาม มันอาจจะกินเวลาของมนุษย์ไปหลายปี

ถ้าเป็นเมจิคัลเกิร์ลล่ะก็เรียนรู้ได้เร็วกว่านั้นมาก

 

ตอนแรก

ฉันคิดว่าริปเปิลนั้นไม่ได้อยากให้สโนไวท์แข็งแกร่งขึ้น

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่

 

เหมือนเธอจะรู้สึกดีที่เห็นสโนไวท์มีความสุข

บางทีฉันคงคิดถูกนะ

 

ฉันเปิดแฟ้มออกมา
เพิ่มภาพใหม่ๆลงไปในคอลเลคชั่น

แล้วฉันก็ใส่โน๊ตสั้นๆลงไป

 

“คงต้องบำรุงเส้นผมของเด็กคนนี้อีกหน่อยนะ”

 

ฉันใส่โน๊ตไปแบบนั้น

มองไปที่สโนไวท์ใน ‘ร่างสมบูรณ์’

มันขาดอะไรไปกันนะ?

 

ผมอันสลวย นุ่มนิ่ม สีทอง ที่พันอยู่รอบนิ้วของฉัน

มันทำให้คิดอะไรได้บางอย่าง

 

ใช่แล้ว

 

ระยะและพลังโจมตีของเธอนั่นเอง

 

ไม่ว่าเธอจะฝึกแค่ไหน

เธอก็ยังก้าวข้ามไปไม่ได้

ตัวสโนไวท์ไม่ได้จินตนาการไปในทางนั้นสินะ

 

ฉันวางแฟ้มลงบนโต๊ะและหยิบเมจิคัลโฟนขึ้นมา

ฉันยังมีสิ่งที่ไม่แน่ใจที่อยู่ในการทดสอบของแครนเบอร์รี่อยู่

 

ฉันรอจนกระทั่งพวกเธอฝึกซ้อมกันเสร็จแล้ว

จนกระทั่งทั้งสองแยกย้ายกัน ฉันก็ติดต่อไปหาริปเปิล

 

“สวัสดี ริปเปิลใช่ไหม? นี่เฟรเดริก้าเองนะ

พอดีมีอะไรอยากจะถามซักหน่อยน่ะ

เธอพอจะตอบได้รึเปล่า?”

 

“...ได้”

 

“ตอนที่อยูในการทดสอบของแครนเบอร์รี่

พวกเธอมีไอเทมเวทมนต์ของดินแดนเวทย์มนต์ใช่ไหม?

ฉันคิดว่ามันเป็นกระเป๋ากับพวกอาวุธนี่? พวกนั้นไปอยู่ไหนหมดล่ะ?”

 

“พวกเราเก็บไว้…

พวกเรา…

ชั้นกับสโนไวท์…

ใช่…

...เก็บมันไว้”

 

คำพูดของเธอขาดๆหายๆ แถมยังพูดติดๆขัดๆ

เห็นได้ชัดว่าเธอไม่อยากบอกฉัน

 

บางที เธอคงไม่อยากจะจดจำความทรงจำในตอนนั้น

 

“เธอเก็บมันไว้อยู่สินะ

ฉันคิดว่ามันคือ… กระเป๋า 4 มิติ, ผ้าคลุมล่องหน,  ยารักษา, อุ้งเท้ากระต่าย แล้วก็อาวุธ

ทั้งหมด 5 ชิ้นใช่ไหม?”

 

“ใช่...”

 

“บอกได้ไหมว่าอะไรอยู่ที่ใครน่ะ?”

 

“ชั้น...มีกระเป๋า อาวุธ แล้วก็ผ้าคลุม

ส่วนสโนไวท์มีอุ้งเท้ากระต่าย…

เรื่องก็ยานั้น...ชั้นคิดว่าชั้นกินไปหมดแล้ว

คงไม่มีเหลืออีก”

 

งั้นเหรอ ริปเปิลมีไอเทมอยู่เยอะสิเนี่ย

 

“เธอเก็บไว้เป็นกองกลางงั้นสินะ?”

 

“...ใช่”

 

“งั้นเธอสองคนยืมไอเทมระหว่างกันด้วยใช่ไหม?”

 

“...ถามทำไมเนี่ย?”

 

“ถ้าสโนไวท์อยากสู้ล่ะก็

เธอเรียนรู้วิธีใช้ของพวกนั้นไว้ดีกว่าไม่ใช่เหรอ?”

 

“งั้นคุณก็ไม่ได้ค้านเรื่องที่สโนไวท์อยากสู้น่ะสิ?”

 

ด้วยโทนเสียงแบบนี้

ก็ยิ่งชัดเจนว่าเธอไม่ได้อยากให้สโนไวท์ต่อสู้

ถึงเธอจะยิ้มตอนฝึกกับสโนไวท์ก็ตาม

 

พวกเธอเป็นเพื่อนกัน

ดังนั้นก็เป็นเรื่องปกติของเพื่อนที่จะเห็นเพื่อนมีความสุข

แต่เนื้อแท้ของเธอไม่ได้เปลี่ยนไป

 

ก่อนที่การทดสอบจะจบลง

ริปเปิลนั้นฆ่าคน ที่ฆ่าเพื่อนของตัวเอง

เธอรู้สึกผิดในความตายของเพื่อนตัวเอง

ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องการให้เพื่อนของตัวเองตกอยู่ในอันตรายอีก

 

เธอแบบรับบาปนั้นด้วยตัวเอง

แม่แต่ตอนนี้มันก็คงตามหลอกหลอนเธออยู่

ริปเปิลคงไม่ทนถ้าเพื่อนตัวเองตกอยู่ในอันตราย

 

“สิ่งที่ฉันค้านก็คืออะไรที่สโนไวท์ทำตามใจตัวเอง

ถ้ามีสิ่งที่เธออยากทำแล้วฉันเห็นด้วย ฉันก็จะช่วยเอง”

 

“คุณก็รู้ใช่ไหมว่า ตัวสโนไวท์เองก็เจออันตรายได้นี่?”

 

“อันตรายส่วนใหญ่ที่จะเจอน่ะ พลังของเธอก็หาเจอได้หมดแหละ”

หลังจากนั้น เสียงของเธอก็แผดออกมา

 

“เธอ ไม่ใช่ ทหารซักหน่อย!”

 

“นั่นเป็นสิ่งที่สโนไวท์ตัดสินใจ ไม่ใช่เธอนะ”

 

หลังจากนั้น ริปเปิลก็วางหูโทรศัพท์ไป

นี่ไม่คิดที่จะปิดอารมณ์ตัวเองเลยสินะ

 

บางทีเพราะความผิดของเธอ จึงทำให้ตัวเองยอมฝึกกับสโนไวท์

 

ริปเปิลเองนั้นแพ้ทางกับท่าทีอ้อนวอนของสโนไวท์…

จนกระทั่งเธอเติมเต็มความปรารถนาของสโนไวท์

 

ใช่ ฉันพูดกับเธอไปก่อนหน้านี้แล้ว

มันจะดีกว่าท่าริปเปิลนำทางสโนไวท์ไปเอง

แบบนั้นสโนไวท์ก็จะไม่อ่อนแอ

 

แต่สิ่งที่ทำให้ริปเปิลฝึกสโนไวท์นั้นคือน้ำตาของเธอ

ความสิ้นหวังของสโนไวท์ที่ทำอะไรเพื่อช่วยเพื่อนของตัวเองไม่ได้เลย

 

ริปเปิล คนที่หวงแหนเพื่อนของตน

เธอคงไม่อยากเห็นสโนไวท์เป็นแบบนั้น

 

นั่นคือริปเปิลในตอนนี้

 

ฉันหยิมแฟ้มขึ้นมา และเปิดหน้าไปด้วยหัวใจที่เต้นรัว

และฉันก็จินตนาการถึงสโนไวท์ใน ‘ร่างสมบูรณ์’

 

ความแข็งแกร่งของแครนเบอร์รี่

ความสามารถทางกายภาพ และเวทย์อันทรงพลัง

นั้นถูกหนุนความรู้และประสบการ์ณในการต่อสู้

 

ในการต่อสู้ระหว่างเมจิคัลเกิร์ล

เราต้องรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง

นั่นคือกุญแจที่นำไปสู่ชัยชนะ

 

สโนไวท์นั้นขาดประสบการณ์ไม่ก็ความรู้ซึ่งต่างกับแครนเบอร์รี่

ด้วยพลังของเธอ ‘ได้ยินเสียงของคนที่ตกอยู่ในปัญหา’

 

ในการทดสอบ

เธอสามารถเจอศัตรูที่ซ่อนอยู่ ด้วยการฟังเสียงหัวใจพวกนั้น ถ้ามันมีความเครียดเกิดขึ้น

 

เธอเองก็น่าจะบอกริปเปิลเรื่องที่ว่าฟาฟนั้นถูกฆ่าโดยอาวุธของดินแดนเวทมนตร์ได้

เพราะเธอได้ยินความเครียดของฟาฟเมื่อมันเห็นอาวุธ

 

ใช่แล้ว ถ้าไม่รู้ความสามารถของพลังตัวเอง

เธอคงไม่ได้อยู่จนเห็นศัตรูคนสุดท้าย

แต่ถ้าเธอรู้ล่ะก็ บางทีเธออาจจะเข้าใกล้แครนเบอร์รี่ก็ได้

 

มากกว่านั้นคือเลือกใช้ไอเทมทั้ง 4 ไปตามสถานการณ์

 

จนถึงตอนนี้พอฉันอ่านจบ

สโนไวท์ก็กลายเป็นเมจิคัลเกิร์ลที่ไร้เทียมทานที่สุดในประวัติศาสตร์ภายในหัวฉันแล้ว

 

ฉันรู้สึกพอใจแล้วจึงวางแฟ้มลงและลุกขึ้นยืนเพื่อนยืดหลัง

 

___________________________________________________________________

 

อย่างที่คิด ริปเปิลไม่หยุดเรื่องของสโนไวท์จริงๆด้วย

 

เธอจัดความสำคัญให้กับสโนไวท์ซึ่งมันตรงข้ามกับความต้องการของตัวเอง

เหมือนกับมนุษย์ที่จับดาบขึ้นสู้

 

นั่นก็เหมือนกับตัวริปเปิล

 

เท่าที่รู้ ริปเปิลนั้นยังคงไม่ชอบใจตัวฉัน

 

เมื่อสโนไวท์ต่อยและเตะไปที่ตัวริปเปิล

ขาของสโนไวท์โดนริปเปิลจับได้

แล้วก็โดนเหวี่ยงลงไปที่พื้น

 

บิดแขนขวาสโนไวท์ แล้วเหวี่ยงไปที่พื้นแบบไม่แรงมาก

 

ทั้งสองคนก็แยกแล้วก็มาทำกันอีกครั้ง

 

ตอนนี้ สโนไวท์นั้นกระโดดก่อน

แล้วต่อยอย่างเต็มแรงจากจุดนั้น

 

ริปเปิลกันจุดนั้นได้

สโนไวท์เองก็สังเกตการเคลื่อนไหวของริปเปิลว่าเคลื่อนไหวยังไง

เพื่อให้ตัวเองได้รับความเสียหายน้อยที่สุด

 

สโนไวท์จำทุกอย่างที่ริปเปิลสอนได้

และเรียนรู้ไปไกลกว่านั้น

 

หลังจากที่ต่อยไปแล้ว สโนไวท์ก็เตะสูง

แล้วก็เหวี่ยงหมัดไปทางซ้ายของริปเปิล

เธอสร้างจุดบอดขึ้นมาเพื่อล้มริปเปิล

ใช้ประโยชน์จากตาของริปเปิลที่มองไม่เห็น

ไม่ใช่แค่ใช่สิ่งที่ตัวเองเรียนรู้มา

แต่ยังใช่สิ่งต่างๆให้เป็นประโยชน์ด้วย

 

ด้วยการรับรู้และความรู้ของนั้น

เธอเองก็โตขึ้นมากในเวลาเพียงเดือนเดียว

อีกหนึ่งเดือนให้หลังจะเป็นยังไงกันนะ?

 

แต่ยังไงหลังจากที่เธอกระโดดต่อยครั้งแรกไปแล้วก็ไม่ได้ผลอีก

นั่นไม่เป็นไร

ริปเปิลจะสอนการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องให้เธอเอง

 

ฉันปิดลูกแก้วไป

 

สโนไวท์เติบโตขึ้นอย่างดงาม

แม้ฉันจะไม่ได้เอาใจใส่เธอเพราะมีหลายสิ่งที่ฉันต้องทำก็ตาม

 

ฉันก็ยังใช้เวลาของฉันไปกับเธอ

 

เหมือนกับมนุษย์

เมจิคัลเกิร์ลเองก็มีงานที่ต้องทำ

และงานของฉันก็เป็นหนึ่งในสื่งที่มีความสำคัญสูงสุด

 

สืบหาผู้เข้าร่วมในการทดสอบครั้งต่อไป

 

ในฐานะผู้สอดแนม

และในฐานะพี่เลี้ยง

ฉันค้นหาเมจิคัลเกิร์ลในอุดมคติของตัวเองมาตลอด

 

ฉันควรจะเอาเมจิคัลเกิร์ลเหล่านั้นมาแข่งกัน และเลือกหาคนที่ผ่าน

 

ด้วยไอเดียที่ว่า

ฉันจะเลือกคนที่สามารถกำจัดปีศาจได้

ตัวเอกที่ยืนหยัดอยู่ด้วยความยุติธรรม

 

ฉันเตรียมไว้แล้ว

การทดสอบครั้งต่อไปนั้นจะถูกกำหนดขึ้น

พอฉันเช็คเมจิคัลโฟนจะบอกว่า

เร็วๆนี้...

 

ฉันมองดูคนที่เข้าร่วมผ่านเมจิคัลโฟนของฉัน

พวกนั้นทำอะไรก็ติดๆขัดๆไปหมด //จนทำให้ฉันพูดว่า “อ้า! ยัยพวกนี้!”

 

ไม่มีเมจิคัลเกิร์ลคนไหนเลยที่ฉันเก็บผมพวกเธอเอามาเข้าคอลเลคชั่น

 

แต่อย่างน้อยก็คิดอะไรดีๆไว้ใช้ในการทดสอบครั้งต่อไปได้แล้ว

 

แต่ก็มีความคิดหนึ่งแว่บขึ้นมา

 

ถ้าทดสอบกันในสวนสนุกจะเป็นยังไงนะ?

 

ฉันจำดาดฟ้าที่เจอกับริปเปิลได้

ท่ามกลางบรรยากาศในตอนกลางคืน ล้อมรอบไปด้วยของเด็กเล่นหลายๆอย่าง

 

เพื่อที่จะร่างไอเดียนั้น

ฉันหยิมแฟ้มขึ้นมาแล้วก็เริ่มอ่าน

___________________________________________________________________

 

หนึ่งเดือนหลังจากนั้น คงพูดได้ว่าเตรียมการไปอย่างราบรื่น

 

การฝึกซ้อมระหว่างริปเปิลกับสโนไวท์นั้นเข้มข้นขึ้น

พวกเธอย้ายจากฝึกซ้อมในสวนสาธารณะไปฝึกที่ภูเขาแทน

 

เพราะเป็นสวนสาธารณะ

ทางเดินเองก็พังได้ และยังมีเครื่องเล่นต่างๆอีก

พวกเด็กๆคงร้องไห้ถ้าพวกเธอยังคงฝึกกันที่นี่อยู่

ในฐานะเมจิคัลเกิร์ลพวกเธอก็ไม่ควรทำแบบนั้น

คอมมอนเซ็นส์ของพวกเธอนี่ทำฉันยิ้มทีเดียว

 

บนภูเขานั่น พวกเธอเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

พวกเธอเตะกำแพงหิน

กระโดดขึ้นไปบนอากาศ

ใช้โมเมนตัมโจมตี คว้าแขนของอีกคนแล้วก็โยน

ทำอยู่แบบนั้นประมาณ 3 ครั้งก่อนถึงพื้น

แล้วก็กลับไปสู้กันเหมือนการต่อสู้กันจริงๆ

 

สโนไวท์นั้นได้กลายเป็นสิ่งในจินตนาการอย่างเต็มตัว

เธอนั้นใกล้เคียงกับตัวเองในอุดมคติมากขึ้นแล้ว

 

จากที่เธอสู้กับริปเปิลแทบไม่ได้

จนตอนนี้เธอสามารถสู้ได้แบบเท่าเทียมกันแล้ว

 

ในเวลาแค่ 2 เดือน

มันสุดยอดจริงๆที่เห็นเธอแบบนี้

 

จินตนาการของเธอมันเกินกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก

แต่ก็น่าแปลกใจว่าริปเปิลนั้นก็เก่งขึ้นด้วย

 

เหมือนเธอจะเติบโตไปพร้อมๆกับสโนไวท์

ถูกสโนไวท์ดลใจเข้ารึไงนะ?

 

ตอนนี้ สโนไวท์กับริปเปิลนั้นสุกงอมด้วยกันทั้งคู่แล้ว

 

แม้แต่ในตอนที่เช็ดเหงื่อ พวกเธอก็ยังคงเรียนรู้

 

“แบบนี้เหรอคะ?”

“ไม่ ไม่ ดูนี่นะ โจมตีแบบนี้!”

 

น่ารักจนไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้วนะสองคนนี้เนี่ย

พูดไป สู้ไป และยิ้มไปด้วย

 

เมื่อฉันเห็นพวกเธอ

ฉันรู้สึกเหมือนเป็นแม่กำลังมองดูลูกๆตัวเอง

ฉันมองดูสองคนที่โอบอุ้มความรู้สึกที่อยากแข็งแกร่ง

จนบางครั้งน้ำตาก็ไหลออกมา

 

ฉันหวังว่าริปเปิลจะให้ยืมไอเทมพวกนั้น

 

แต่โทรไปหากี่ครั้ง ก็โดนวางสายหมด เป็นเด็กยังไงเนี่ย

 

คงต้องไปคุยต่อหน้าซะแล้วสิ

 

ริปเปิลนั้นก็จำเป็นต้องพัฒนาตัวของสโนไวท์

ซึ่งความสำพันธ์กับริปเปิลก็คือสิ่งที่จำเป็น

 

ในขณะเดียวกัน

ฉันก็โทรหาสโนไวท์ติดแบบไม่มีอะไรมาขัด

และฉันก็ให้คำแนะนำเธอไป ซึ่งก็อ้างอิงมาจากที่ฉันดูเธอฝึกผ่านลูกแก้ว

ใช่แล้ว ฉันต้องเป็นพี่เลี้ยงของเธอไง

 

“งั้นเหรอ แบบนั้นเธอก็อ่านการเคลื่อนไหวริปเปิลได้สินะ?”

 

“ใช่ค่ะ! มันรู้สึกเหมือนว่ารู้ก่อนที่จะเกิดขึ้นเลย!

รู้สึกสุดยอดมากเลย...เอ่อ...ถ้าไม่ว่าอะไรล่ะก็…

คุณ...คุณจะมาดูฉันฝึกไหมคะ?”

 

“ขอโทษนะ ฉันเองก็อยากไป

แต่ตอนนี้มันไม่ว่าง ยังหาเวลาไม่ได้เลย”

 

“อ่า งั้นเหรอคะ...”

 

ฉันอยากจะไปเจอเธอใจจะขาด

ก่อนหน้านี้ คำพูดของเธอเหมือนจะประทับใจกับคำแนะนำของฉัน

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอบอกว่าอยากให้ฉันมาหาด้วย

 

รู้สึกดีจังว่าเธอนับถือฉันด้วย

 

แต่ฉันอยากหลีกเลี่ยงการเจอกันกับเธอ

 

“ว่าแต่ เธอมีอะไรอยากจะบอกรึเปล่า?”

 

“...บอกเหรอคะ?”

 

“เรื่องก่อนที่เธอจะทำอะไรซักอย่างน่ะ

ตัวอย่างก็ ก่อนที่จะเคลื่อนไหวเธอจะลากเท้ากลับมาก่อนเสมอ

อะไรแบบนี้”

 

สโนไวท์ทำสิ่งที่ฉันบอกไปอยู่

 

“ตอนนี้ เธอยังไม่ต้องทำตามที่บอก

ความจริงเธอจะเอาไปทำเป็นข้อได้เปรียบก็ได้

แบบตัวอย่างที่บอกไป ถ้าเธอเคลื่อนไหวโดยไม่ลากเท้ากลับมาล่ะก็

เธอจะหลอกคู่ต่อสู้และล้มมันได้ ”

 

สโนไวท์ฟังอย่างตั้งใจ

 

ครั้งต่อไปที่เธอฝึก เธอคงลองทำแบบนั้นกับริปเปิลแน่

 

ริปเปิลนั้นเคยอ่านการเคลื่อนไหวของสโนไวท์มาแล้ว

เมื่อสโนไวท์ทำอะไรที่คาดไม่ถึง เธอจะเตะไปที่ขาของริปเปิล

เพื่อให้ตัวเองออกห่างไปแบบกระทันหัน

 

ริปเปิลประหลาดใจ สโนไวท์เองก็ประหลาดใจ

หลังจากที่ฝึกซ้อมเสร็จแล้ว สโนไวท์ก็โทรหาฉัน

บอกความตื่นเต้นที่เธอล้มริปเปิลวันนี้ได้

ฉันจินตนาการออกแบบไม่ต้องดูลูกแก้วเลย

 

“เยี่ยมไปเลย สโน!” ฉันชมเธอ

 

นี่เป็นความดีใจที่ทำให้เมจิคัลเกิร์ลแข็งแกร่งขึ้นได้สินะ

ฉันเองก็ดีใจกับสโนไวท์ด้วย

 

แสดงว่าการฝึกของสโนไวท์ไปในทางที่ถูกแล้ว

 

แต่งานหลักของฉันก็ไม่ได้ราบรื่น

คงเพราะโฟกัสไปที่การฝึกของสโนไวท์มากไปหน่อย

 

การทดสอบที่สวนสาธารณะนั้นได้ผลที่ไม่ค่อยดีออกมา

สวนทั้งหมดนั้นเกือบพัง แถมยังทำลายอะไรหลายๆอย่างโดยไม่จำเป็นอีก

 

สโนไวท์กับริปเปิลนั้นคิดถูกที่ย้ายจากสนามเด็กเล่นไปฝึกกันในภูเขา

 

และอีกเรื่อง

จากผู้เข้าร่วม 10 คนไม่มีใครผ่านการทดสอบเลย

 

เสียเปล่าหมดเลย เหนื่อยจริงๆ

 

ฉันเปิดแฟ้มข้อมูลของคนที่เข้าร่วม

เพื่อให้ตัวเองสบายใจ แต่มันก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป

 

ในการที่จะใส่รายละเอียดของแต่ละรูปนั้น

ฉันก็วางเส้นผมไว้ข้างๆ

รู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของงานตัวเองไปแล้วสิ

แล้วฉันก็ถอนหายใจ

 

เอาเถอะ ตอนนี้ไม่ได้สำคัญอะไรอีก

เพราะฉันมีสโนไวท์แล้ว

ซึ่งเธอนั้นปลอบหัวใจอันอ่อนล้าของฉันได้

 

สโนไวท์นี่เป็นเมจิคัลเกิร์ลที่น่าสนใจจริงๆนะเนี่ย

 

คงเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สุดในฐานะเมจิคัลเกิร์ล

ที่ทำให้สโนไวท์กลายเป็นเมจิคัลเกิร์ลในอุดมคติได้

 

แบบนี้ถึงการทดสอบที่ฉันคุมอยู่เกิดล้มเหลวขึ้นมาก็คงไม่สำคัญอะไรอีกแล้ว

ฉันเปิดทีวี

มีข่าวรายงานว่าเกิดอุบัติเหตุรถบัสคร่าชีวิตเด็กผู้หญิงไป 10 คน

ฉันไม่ชอบดูผู้ประกาศข่าวรายงานอะไรที่เจ็บปวดแบบนี้ เลยปิดทีวีไป

 

ฉันหยิบเอกสารที่จะเอาไปทำเป็นรายงานขึ้นมา

 

สโนไวท์เป็นเมจิคัลเกิร์ลที่ดีมาก และมีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายน้อย

ทุกๆวันนั้น เธอตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้คนด้วยพลังของตัวเอง

 

ฉันส่งรายงานไปตามปกติ

___________________________________________________________________

 

ในตอนนี้ความจริงปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวสโนไวท์

แต่เป็นริปเปิล

 

ความสัมพันธ์ของฉันกับสโนไวท์เป็นไปได้ด้วยดี

แต่กับริปเปิลนั้นมันค่อนข้างจะมีปัญหา

 

เสียงของเธอทางโทรศัพท์นี่มันแหลม

ฟังทีแทบจะอยากวางหูใส่

 

จากประวัติแล้ว

เธอนั้นเป็นคนที่รักเพื่อนมาก

แต่สโนไวท์นั้นจะเป็นข้ออ้างของฉัน

 

ฉันต้องโน้มน้าวเด็กคนนี้

 

หลังจากที่สโนไวท์กับริปเปิลนั้นแยกกัน

พอแน่ใจว่าสโนไวท์นั้นออกไปจากบริเวณนี้และลงจากภูเขาไปแล้ว

 

ฉันก็ไปหาริปเปิล

 

ที่ภูเขานี่คนเองไม่ได้พลุกพล่าน คงเพราะมันเป็นที่เปลี่ยวด้วย

ท่ามกลางแสงจันทร์แบบนี้ มันช่างน่าหลงไหลจริงๆ

 

อารมณ์ต่างๆถูกปลุกขึ้นด้วยแมลงที่ไต่ที่หินและท่อนไม้

 

เต็มไปด้วยแนวของต้นไม้

ลำธารไหลรวมกันเป็นแม่น้ำ

จุดหมายของฉันคือต้นน้ำ

ถัดไปจากแนวก้อนหินที่เรียงรายอยู่นี่

 

ฉันกระโดดจากหินก้อนหนึ่งไปยังหินอีกก้อนหนึ่ง

 

เมจิคัลเกิร์ลน่ะไม่มีคำว่าลื่นหรอกนะ

 

ริปเปิลนั้นยังอยู่ที่เดิมหลังจากแยกกับสโนไวท์ไปแล้ว

 

นั่นเธอกำลังนั่งสมาธิหรือแค่ฟังเสียงแม่น้ำเฉยๆกันนะ?

แต่ตอนนี้ไปคุยกับเธอก่อนดีกว่า

 

ฉันกระโดดไปหาหินก้อนใหญ่ที่เธอนั่งก้มหน้าอยู่

 

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ริปเปิล”

 

หลังจากที่ส่งเสียงทักออกไป

เธอก็หันมาด้วยใบหน้าที่เบื่อหน่าย

ฉันล่ะเกลียดจริงๆ

 

“ที่บอกไปคราวก่อนน่ะ ได้คิดมั่งรึยัง?”

 

หน้าของเธอนี่หยั่งกะคนที่ถูกหักหลังยังไงหยั่งงั้น

แล้วก็ตอบฉันกลับมาช้าอีกต่างหาก

 

“ชั้นยกย่องนะ ที่คุณมาคุยเรื่องฝึกสโนไวท์ให้แข็งแกร่งขึ้น”

 

ริปเปิลจ้องมาที่ฉัน ตาขวาของเธอนั้นส่องประกายใต้แสงจันทร์แบบนี้

เธอดูไม่เหมือนมนุษย์หรือเมจิคัลเกิร์ลเลย

เหมือนพวกปีศาจซะมากกว่า

 

ส่วนตัวฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

 

คงเป็นพลังของเธองั้นสินะ

 

“ว่าแล้ว คุณสอดแนมพวกเราอยู่งั้นสิ”

 

“หือ?”

 

“แล้วรู้ได้ยังไงล่ะว่าชั้นฝึกสโนไวท์อยู่น่ะ?”

 

อ๊ะ แย่แหะ พูดมากเกินไปหน่อย

 

“สอดแนมคงไม่ถูกเท่าไหร่ เอาเป็นว่าชั้นมองดูอยู่ดีกว่า

ฉันแค่หวังว่าสโนไวท์จะก้าวไปในทางที่ถูกเท่านั้น

รู้สึกเป็นงานที่ต้องแนะนำและมองดูเธอน่ะนะ ”

 

ริปเปิลเดาะลิ้น

เธอโกรธ แต่บางทียังคุยกันได้

 

ยังมีทางให้เธอแสดงความจริงใจออกมาอยู่

 

ถ้าเปลี่ยนเรื่องคุยจากเรื่องงาน เป็นเมจิคัลเกิร์ลล่ะก็บางที

 

ฉันอาจจะขอเป็นพี่เลี้ยงของเธอได้

 

ฉันเช็ดน้ำตาออกจากหน้า มองไปที่ริปเปิล

ปากของฉันนั้นบี้เล็กน้อย

 

เธอนั้นน่ารัก แต่ตอนนี้ยังมีโกรธอยู่

 

พูดกันต่อดีกว่า

 

ฉันพูดเรื่องความสุขของการได้เจอสโนไวท์

ฉันชื่นชมความปรารถนาของเธอ

ซึ่งความสามารถของเธอมันไร้ขอบเขต

ฉันบอกเธอว่าสโนไวท์นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงดินแดนเวทย์มนตร์ได้

 

ฉันหวังว่าทางที่เธอมุ่งไปนั้นจะทำให้เธอมีความสุข

และจะทำให้สโนไวท์นั้นมีความสุขด้วยเหมือนกัน

 

ฉันพยายามพูดแบบใจเย็นที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และซ่อนความดีใจในสิ่งที่พูดออกไป

 

แต่เธอตอบโต้มายังไงน่ะเหรอ? ดูจากท่าทางของริปเปิลแล้ว

 

เธอมองไปที่แม่น้ำ

 

“เอาล่ะ ตอนนี้...”

 

ฉันมองตามไปยังที่ๆริปเปิลมองอยู่

ตรงนั้นเอง ฉันได้รู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำลายลงแล้ว

สิ่งนั้นยืนอยู่ที่ริมแม่น้ำ

สโนไวท์นั่นเอง

 

ที่มือขวาของเธอนั้นมีอะไรปุยๆสีขาวอยู่

 

มันคือ ‘อุ้งเท้ากระต่าย’

สโนไวท์ไม่ได้กลับบ้าน

เธอวางแผนไปเอาอุ้งเท้ากระต่ายแล้วก็กลับมา

 

บางทีริปเปิลคงอยากจะแชร์ไอเทมและสอนเธอเรื่องการใช้อาวุธ

นี่เธอฟังความเห็นของฉันตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย?

 

และตอนนี้ อุ้งเท้ากระต่าย ไอเทมเวทมนตร์ที่จะทำให้ผู้ใช้นั้นโชคดี

ตอนนี้ทำให้สโนไวท์นั้นโชคดี เธอโชคดีจริงๆ

เพราะทำให้เธอได้เจอกับพี่เลี้ยงมาดูการฝึกอย่างที่หวังไว้

 

แต่สำหรับฉัน มันโคตรโชคร้ายเลย

 

ฉันเห็นท่าทางของสโนไวท์จากแปลกใจค่อยๆกลายเป็นรังเกียจ

เพราะเห็นฉันยกเท้าขวา ตอนนั้นกระโปรงของฉันเผยอนิดๆ

แล้วก็เตะไปที่ริปเปิล

 

แต่ริปเปิลก็เอาแขนมากันได้ทันที

ด้วยแรงกระแทกนั้นเธอคงแปลกใจน่าดู

ฉันเองก็ชมนะที่ตอบโต้เร็งขนาดนี้

 

รู้สึกเหมือนกระดูกเธอจะหักซะด้วยสิ

แถมตอนนี้ก็กระเด็นไปอยู่ในแม่น้ำแล้ว

 

ฉันเห็นสโนไวท์อยู่ใกล้ๆกับแม่น้ำ

เธอวิ่งเข้ามาหาฉันด้วยท่าทางผิดแผลก

ร้องตะโกนอะไรไม่ได้ศัพท์ ฉันเองก็ฟังไม่เข้าใจ

 

มันยากสำหรับฉันที่จะเจอสโนไวท์แบบตัวต่อตัว

 

เหตุผลก็คือพลังเวทย์ของเธอ ‘ได้ยินเสียงของคนที่ตกอยู่ในปัญหา’ นั่นแหละ

 

ถ้าสโนไวท์รู้สิ่งที่ฉันวางแผนไว้ล่ะก็

ตัวฉันคงตกอยู่ในอันตรายแน่

ถ้าฉันไปพบกับเธอมันก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น

 

และตอนนี้

ฉันเห็นการตอบสนองของเธอแค่นั้นก็พอแล้ว

ในตอนที่ฉันอธิบายทุกอย่างให้ริปเปิลฟัง

 

ด้วยความรู้ของพลังเวทย์ของเธอ

ไม่มีอะไรในโลกใบนี้ที่จะซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงได้

 

นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่กรณีที่รู้ความสามารถของอีกฝ่าย

ทำให้ฉันได้เปรียบ

 

สโนไวท์นี่เป็นเด็กที่พิเศษอย่างที่คิดจริงๆ

 

อยากจะให้เธอกลายเป็นเมจิคัลเกิร์ลในอุดมคติของฉันจัง

 

แข็งแกร่ง อ่อนโยน งดงาม ยืนหยัดด้วยความยุติธรรม หลังน้ำตาเพื่อคนอื่น

ซึ่งเมจิคัลเกิร์ลนั้น ถ้ารู้สภาพของดินแดนเวทมนตร์ คงไม่มีใครจะอยู่หรอก

 

แน่นอนว่าเธอเปลี่ยนแปลงมันได้

และถ้ามันเกิดขึ้น ฉันจะช่วยเธอจนกระทั่งถึงจุดจบ

 

ถ้าเธอให้อภัยฉัน…

ฉันก็อยากอยู่เคียงข้างเธอ

 

ฉันอยากให้เธอโน้มตัวลงมานอนบนต้นขา

ฉันอยากสัมผัสเส้นผมของเธอ

เพราะฉันรักเมจิคัลเกิร์ลที่เป็นแบบนี้

 

ใช่แล้ว ตอนนี้ฉัน รัก สโนไวท์

 

ก่อนหน้านี้ ฉันเองก็มีคนที่รักอยู่แล้ว

คนๆนั้นก็คือ แครนเบอร์รี่

 

ฉันดูแลผมเธอด้วยความรัก ใช้มันเพื่อดูชีวิตเธอ

และก็ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งที่เธอทำมา

 

ฉันพยายามหลายต่อหลายครั้งที่จะเลียนแบบการทดสอบของเธอ

คิดว่าการทำแบบนั้นมันมีความหมายขนาดไหน

แต่สุดท้าย ผลส่วนใหญ่คือความล้มเหลว

 

ตัวอย่างคือการทดสอบวันนั้นที่สวนสาธารณะ

โชคดีที่ฉันทำให้ดูเหมือนอุบัติเหตุ

 

ฉันไม่คิดว่าสโวไวท์จะปล่อยฉันไป

ฉันไม่คิดว่าเธอจะยกโทษให้

ฉันไม่คิดว่าอยากจะให้เธอยกโทษให้

 

แต่มันช่างน่าละอาย

พวกเธอคือสโนไวท์และริปเปิล

ทั้งคู่อยู่ด้วยกันและฉัน

ใช่ ฉันรู้สึกละอายจากก้นบึ้งของหัวใจเลยเมื่อนึกถึงวันเก่าๆ

วันเก่าๆที่ฉันค้นหาเมจิคัลเกิร์ลในอุดมคติ

 

ฉันอยากที่จะเข้าใจความฝันตัวเอง

แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่สโนไวท์ก็ควรที่จะแข็งแกร่งขึ้น

ตอนนี้ไม่มีทางที่ฉันจะช่วยเธอได้แล้ว

 

เธอเป็นเพียงคนเดียวที่ฉันสนใจตั้งแต่แครนเบอร์รี่ตาย

 

ฉันให้ความสำคัญเธอมากจนกระทั่งไม่สนชีวิตตัวเอง

ฉันเก็บผมเธอไว้เพื่อให้ตัวเองสบายใจ

 

ฉันรู้ว่ามันแค่อารมณ์

แต่มันก็เป็นอะไรที่ช่างน่าเศร้าและเจ็บปวด

ฉันควรจะรักษามันให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เสื่อมสลาย

เก็บให้ปลอดภัยเป็นพิเศษ ไม่ใช่เอามาใส่ในแฟ้มแบบนี้

 

เมื่อฉันเห็น มันก็จะนึกถึงสโนไวท์เสมอ

 

เมื่อกำลังบดกาแฟ ฉันก็นึกถึงสโนไวท์

ฉันภาวนาว่าขอให้ได้พบอีกครั้ง

อีกครั้งและอีกครั้งอย่างเชื่องช้า

ฉันจำได้เสมอ

 

สโนไวท์นั้นกระโดดพุ่งตัวแรงจนก้อนหินแตกเพื่อเข้ามาหาฉัน

เตะฉันแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

การเคลื่อนไหวของเธอนั้นเร็ว ฉันไม่มีเวลาตอบสนองมากนัก

ฉันสอนเธอเท่าที่จะทำได้ เธอนั้นตั้งใจไปที่การโจมตีแบบเต็มกำลัง

ฉันเองก็วอกแวกไปหน่อย

 

ถ้าฉันหักขาเธอ ไม่รู้ว่าเธอจะโกรธขนาดไหน แต่ที่แน่ๆคงขยับไม่ได้

 

ฉันพยายามหลบการโจมตีของสโนไวท์ ขาเธอนั้นเล็งมาที่คอตลอด

 

แบบนี้แย่ล่ะ

 

จากทางใต้ของแม่น้ำ

มีเหล็กโผล่ออกมาจากน้ำและพุ่งมาหาฉันโดยไม่สนกฎอะไรทั้งนั้น

 

คุไนนี่นา แต่ฉันก็หักแขนเธอไปแล้ว มาได้ยังไงเนี่ย?

 

ริปเปิลกระโดดขึ้นมาจากน้ำ ปากของเธอคาบคาตานะอยู่

เธอกระโดดหมุนตัวในอากาศ ยกเท้าขึ้น

ระหว่างนิ้วเท้าของเธอคือคุไนนั่นเอง

 

เธอใช้แรงเหวี่ยงขว้างมันมาหาฉัน

แถมการเคลื่อนไหวก็อ่านยากอีก

ใช้เท้าขว้างคุไนมามันทำให้ช้าลง

ริปเปิลเลยถอดเกี๊ยะไม้ งอเข่าและหมุนข้อเท้าเพื่อขว้างคุไน

 

คาตานะที่ปาก

และคุไนที่นิ้วเท้า

 

นี่ถ้าไม่ได้อยู่ในอันตรายแบบนี้ล่ะก็ เธอคงดูตลกน่าดู

 

แต่ตาของพวกเธอทั้งคู่นั้นดูต่างกัน

 

สำหรับสโนไวท์คือดวงตาที่คุกคามด้วยการจะล้มฉันลง

แต่ริปเปิลนั้นเป็นดวงตาที่คุกคามด้วยการฆ่า

 

ฉันไม่รู้ว่าอะไรทำให้ริปเปิลโจมตีมา

อาจจะคือความโกรธก็ได้

คาตานะที่เปียกน้ำของเธอนั้นสะท้อนแสงจันทร์อย่างชัดเจน

 

สโนไวท์นั้นโจมตีในระยะประชิด

ขณะเดียวกันริปเปิลยังคงขว้างคุไนอยู่

ฉันพยายามจะสวนกลับทั้งคู่ในครั้งเดียวอยู่

 

ฉันต้องป้องกันตัวเองจากคุไน ก่อนที่จะกันหมัดของสโนไวท์

 

คอมโบของพวกที่นี่สุดยอดจริงๆ ขนาดแค่ฝึกแค่ 2 เดือนเอง

ในตอนที่กำลังสู้ สโนไวท์จับขาฉันได้ ริปเปิลเลยได้โอกาส

 

แขนขวาฉันโดนคุไนที่ริปเปิลขว้างมา

เลือดไหลออกมามากเลย

ฉันกระโดดหนีออกมา แต่สองคนนั่นก็ยังตามฉันมาอยู่

 

ที่นี่คือสนามฝึกของพวกเธอ มีแต่ดินแข็งๆ

แบบนี้พวกเธอก็คงได้เปรียบ

พวกเธอไม่ได้อ่อนแออีกแล้ว

 

ตอนนี้ ริปเปิลขว้างมีดมาแทนคุไน

เกือบจะโดนหัวเลย ฉันก็หลบได้แบบเฉียดฉิว แต่ก็ยังได้แผล

เจ็บเหมือนกันนะ

 

ริปเปิลเข้ามาหาฉัน ใช้คาตานะเท่าที่จะทำได้

ในตอนนี้ ฉันป้องกันสโนไวท์ไม่ได้ซะแล้ว

 

ฉันรู้ความแข็งแกร่งของเธอดี

ถึงเธอจะมีฝีมือ แต่ฉันก็รู้ระยะพลังของเธอ

ต้องขอบคุณเธอจริงๆ

ฉันเลยพลักตัวริปเปิลออกได้ เพราะใช้ประโยชน์จากจุดบอดของเธอ

 

ฉันว่าจะโจมตีไปที่คอของริปเปิล

 

เมื่อสโนไวท์โจมตีมา ฉันก็กันเท่าที่จะทำได้

แต่การโจมตีแต่ละครั้งนั้นมันเจ็บปวดเอาซะจริง

 

ฉันกระโดดขึ้นหน้าผาและไปยังต้นน้ำ

 

สโนไวท์ไม่ได้ใช้มือเปล่างั้นเหรอเนี่ย

ที่มือของเธอมีมีดของริปเปิลที่ขว้างมาก่อนหน้านี้อยู่

 

อ่า...

 

...อย่างนี้นี่เอง

 

ริปเปิลไม่ได้เล็งมีดมาที่หัวฉัน

แต่เธอส่งมีดใฟ้กับสโนไวท์ต่างหาก

เพราะแบบนั้นฉันถึงหลบได้

 

ฉันหลบการฟันของสโนไวท์

ในขณะที่ต้องหลบคุไนของริปเปิลไปด้วย

จังหวะการโจมตีของทั้งคู่ยิ่งใกล้เคียงกันขึ้นเรื่อยๆ

 

พวกเธอนั้นเข้าขากันดี

แต่สโนไวท์จะได้ยินเสียงของริปเปิลรึเปล่านะ?

ยื่งร่วมมือกันทำอะไรเร็วๆแบบนี้

รู้สึกเหมือนโดนคนๆเดียวแต่มีสองร่างจัดการเลย

 

มันทั้งแปลกและมนัศจรรย์ไปพร้อมกัน

 

เพราะฉันรู้ถึงความสามารถของพวกเธอดี

 

พวกเธอนั้นเคลื่อนไหวดีขึ้นเรื่อยๆ

ฉันเองชักจะหายใจลำบาก ไม่ใช่เพราะแผลที่ไหล่

 

ทักษะกับความเร็วแบบนี้ไม่ใช่ได้มาเพราะการฝึกแบบง่ายๆ

นี่รู้สึกเหมือนกับเป็นการต่อสู้จริงๆเลย

 

“เชื่อว่าตัวเองอยู่ในการต่อสู้จริงๆ”

 

นั่นคือวิธีการฝึกของฉันที่เคยพูดไว้

และตอนนี้พวกเธอก็อยู่ในสถานะการณ์ที่ต้องฆ่าไม่ก็ถูกฆ่าแล้ว

 

แบบนี้เยี่ยมไปเลยใช่ไหมล่ะ?

 

พอมือซ้ายฉันโดนคุไน

ความรู้สึกของก็กลับมา

 

สโนไวท์กับริปเปิลนั้นจับคู่ได้เยี่ยมยอด

ในการต่อสู้ ความคิดของเธอนั้นเหมือนกัน

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นแข็งแกร่ง

เหมือนพวกสัตว์ที่โจมตีด้วยกันเป็นฝูง

 

ริปเปิลเตะกำแพงหิน และอีกด้านสโนไวท์นั้นก็ทำเหมือนกัน

 

สโนไวท์เตะฉันด้วยหน้าแข้ง ด้วยแรงนั้นทำให้ริปเปิลฟันด้วยคุไนจนเสื้อฉันฉีก

 

สโนไวท์กับริปเปิลยืนอยู่กำแพงตรงข้ามกัน

กระโดตัดกันอีกครั้งหนึ่ง

 

แก้มฉันโดนคุไนของริปเปิลจนเป็นแผล

สโนไวท์นั้นกระโดดอยู่เหนือริปเปิลแล้วต่อยฉันเข้าที่หลัง

 

ก้อนหินตรงที่พวกเธอกระโดดนั้นพังไปครึ่งหนึ่ง

เมจิคัลเกิร์ลสองคนนี้มันเก่งอะไรขนาดนี้นะ

ช่างน่าเสียดาย ฉันเองคงต้องฆ่าพวกเธอแล้ว

 

ฉันรู้ ว่าควรจะตกแต่งผมของพวกเธอซักหน่อย

แม้พวกเธอจะตายฉันก็ยังคงดูแลอยู่นะ

ตอนที่ฉันเริ่มการทดสอบครั้งต่อไป ฉันจะมองดูเส้นผมของเธอเสมอ

อนาคตอันสวยงามจะเป็นยังไงกันนะ

 

ฉันเอาลูกแก้วออกมา

แล้วเอาเส้นผมมาพันที่นิ้วของฉัน

เจ้าของเส้นผมก็ปรากฎตัวออกมาในลูกแก้ว

เด็กผู้หญิงตัวน้อย

 

เธอไม่ใช่เมจิคัลเกิร์ล

เป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดา

ไม่ได้มีพลังพิเศษอะไร

เป็นแค่คนธรรมดา

 

เด็กผู้หญิงชั้นประถม ที่นอนหลับอยู่บนเตียง

 

พลังเวทย์ของฉันไม่ใช่จำกัดอยู่แค่มองดูคนอื่นผ่านทางลูกแก้วเท่านั้น

มันยังสามารถถึงคนจากอีกฝั่งมาได้ด้วย

ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นใคร

ไม่ว่าเป้าหมายจะอยู่ที่ไหน แม้ในอวกาศก็ตาม

 

ครั้งหนึ่ง

ฉันเคยเอาคู่ต่อสู้ที่หลบหนีมาใส่ในกระเป๋ามิติ

มันไม่สำคัญหรอกว่าอยู่ที่ไหน

 

ฉันเห็นเมจิคัลเกิร์ลสองคนวิ่งสลับกันตรงหน้าผา

ในตอนนั้น ฉันก็ดึงเด็กผู้หญิงออกมาจากลูกแก้วโดยจับตรงต้นคอ

 

เธอที่หลับอยู่นั้นก็เริ่มเปิดตา

 

ส่วนท่าทางของสโนไวท์กับริปเปิลนั้น...

 

...อ๊า อยากเห็นจังเลย!

 

พวกเธอเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นเด็กผู้หญิงที่อยู่ในมือฉัน

พวกเธอคงใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่คิดว่าจะสวะแบบฉันอยู่สินะ

 

คงไม่คิด จนกระทั่งฉันลากคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาด้วยแบบนี้

 

ขอโทษด้วยแล้วกัน แต่มันจำเป็น

 

ฉันกอดเด็กผู้หญิงคนนั้นอย่างนุ่มนวล

แล้วห้อยเธอไว้ตรงหน้าผา

ริปเปิลกับสโนไวท์ที่จดจ้องมาที่ฉันตลอดเวลานั้น

วิ่งเข้ามาใต้หน้าผาเพื่อช่วยเด็กผู้หญิง

 

โอเค ฉันรู้ว่าพวกเธอทำได้ทันแน่ เพราะฉันแน่ใจ

สองคนนั่นต้องช่วยเด็กผู้หญิงได้ ก่อนที่เธอจะตกลงมาตาย

 

แต่ตอนนั้น ฉันก็เริ่มใช้ช่องว่าง

 

ถ้าช่วยเด็กคนนั้น พวกเธอจะมีช่องว่างให้ฉันทำอะไรๆได้

ถ้าไม่ช่วย พวกเธอต้องทิ้งเด็กคนนั้นเพื่อจัดการฉัน

 

ด้วยทริคสกปรกแบบนี้ ฉันชนะแน่

 

เหยียบย่ำผู้อ่อนแอ ฉันตั้งใจทำแบบนี้

เช่นเดียวกับเมจิคัลเกิร์ลในอุดมคติของฉัน

ถ้าเธออยู่ข้างความยุติธรรม ฉันก็ต้องเป็นตัวร้าย

ฉันยินดีที่จะรับบทนั้นเอง

 

ฉันโยนเด็กคนนั้นลงมา แล้วจึงเปลี่ยนภาพที่ลูกแก้ว

สโนไวท์นั้นรับเด็กไว้ได้ แต่ริปเปิลล่ะ?

 

เมื่อฉันเปลี่ยนภาพอีกครั้ง เหมือนว่าเธอกำลังวิ่งขึ้นมาบนหน้าผา

 

อ่า เมจิคัลเกิร์ลผู้รักความยุติธรรมทั้งสอง

ความรู้สึกของฉันมันพุ่งถึงขีดสุดแล้วนะ

 

ลาก่อน เมจิคัลเกิร์ลที่รักของฉัน

 

ฉันตัดภาพกลับมาที่สโนไวท์

พลังเวทย์ของฉันนั้นสามารถลากคนในลูกแก้วมายังตำแหน่งที่ตัวเองอยู่ได้

บางครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับการออกแรง

 

ฉันเองก็มีพลังพอที่จะหักกระดูก ถ้าจับที่คอของอีกฝ่ายได้

 

ฉันเตรียมเล็งไปที่คอของสโนไวท์อย่างนุ่มนวล แล้วก็ยื่นมือออกไป

 

แต่ตอนที่ฉันจับคอสโนไวท์ได้

เธอยื่นแขนออกมาหาฉัน

 

ใช่ ฉันลืมไปซะแล้ว

 

ว่าสโนไวท์คงไม่ได้ยื่นมือมาเปล่าๆ

คงจะยื่นมาพร้อมมีดแล้วก็แทงมือฉัน

และบิดคว้านมีดนั่น

 

ในเวลาเดียวกัน ขาขวาของฉันก็ถูกแทง

ฉันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

มันมีอะไรที่แปลกๆมาแทงที่ขา

มันชูริเค็นยักษ์แทงเข้ามาจนถึงกระดูก

นั่นมันที่หนีบผมของริปเปิลนี่นา

มือของฉันนั้นถือลูกแก้วต่อไปไม่ไหวแล้ว  

และฉันก็ล้มลง

 

ความเย็นยะเยือกคืบคลานเข้ามาในตัวฉัน

แผลที่ขาขวานั้นทำกระดูกหักไปหมด จะคลานก็ไม่ได้

 

ลมหายใจฉันเริ่มติดขัด

อากาศหนาวบนภูเขานี่ทำเอาเจ็บปอดดีจัง

 

สโนไวท์อ่านการโจมตีฉันได้ยังไงกันนะ?

ไม่เข้าใจเลย เธอไม่ได้อ่านการเคลื่อนไหวมือฉันด้วยซ้ำ

เพราะมือไม่ได้มีความคิดนี่นา

 

อ่า...แบบนี้เองเหรอ

 

ฉันคิดว่าโจมตีเข้าจุดบอดของเธอได้แล้ว

แต่ฉันก้ลืมคนๆนึงไป

 

เด็กผู้หญิงคนนั้น

 

ตั้งแต่ถูกสโนไวท์ช่วย เธอคงเห็นมือของฉันโผล่ออกมาจากที่ไหนก็ได้

เธอคงกลัวอะไรแบบนี้มาก

 

สโนไวท์อ่านใจเธอ และตอบโต้ด้วยการแทงมือทันที

และตอนนั้นริปเปิลก็เอาที่หนีบผมของตัวเองออกมาขว้างหาฉันอย่างรวดเร็ว

 

ตอนนี้คิดว่าคงยืนไม่ไหวแล้ว

 

สโนไวท์กับริปเปิล

พวกเธอน่าจะใช้สวะอย่างฉันเพื่อให้ตัวเองเติบโตขึ้นนะ

 

มันน่าสนุกแค่ไหนกันนะถ้าคิดถึงอนาคตของพวกเธอ?

 

และมันน่าเศร้าแค่ไหน ที่ฉันไม่ได้อยู่เห็นอนาคตของพวกเธอ?

 

ถ้าชีวิตฉันจบลงที่นี่

ฉันก็จะยอมรับมัน

 

น่าเศร้าจริงๆ

 

ตัวฉันเองนั้นเป็นเมจิคัลเกิร์ลในอุดมคติของตัวเองยังไม่ได้ด้วยซ้ำ

จิตใจของฉันมันเน่าเฟะ ฉันไม่รู้สึกใจกับอะไรด้วยซ้ำ

 

แต่อย่างไร ฉันยังคงค้นหาเมจิคัลเกิร์ลคนหนึ่ง

คนที่จะกลายเป็นคนในอุดมคติฉันได้

 

สุดยอดเมจิคัลเกิร์ลที่จะล้มล้างดินแดนเวทย์มนตร์

และสร้างมันขึ้นมาใหม่

เมจิคัลเกิร์ลที่ทำสิ่งที่ฉันเป็นไม่ได้

 

ด้วยเหตุผลนั้น ฉันต้องสอนเธอ

และพยายามสร้างเมจิคัลเกิร์ลในอุดมคติขึ้นมาให้ได้

 

ฉันอยากให้เธออยู่เคียงข้าง และเผชิญหน้ากับดินแดนเวทย์มนตร์ด้วยกัน

 

ถ้าฉันมีโอกาสอีกครั้ง...

 

ริปเปิลนั้นดูเหมือนสัตว์ร้าย

ส่วนสโนไวท์นั้นดูเยือกเย็น

พวกเธอไม่ได้รักษาบาดแผลเลย ทั้งๆที่มีเลือดไหลอยู่

 

ความโกรธของสโนไวท์นั้นทิ่มแทงมายังตัวฉัน

เหมือนกับดวงตาของนักล่า

 

ผมของเธอยุ่งไปหมด

บางครั้งมันก็ดูสวยกว่าผมเรียบๆธรรมดา

 

เธอนั้นดูเหมือนนักล่า

ซึ่งเหยื่อนั้นก็คือฉัน

เมจิคัลเกิร์ลที่ชื่อว่าไพตี้ เฟรเดริก้า

 

อ่า...

 

ความคิดที่แล่นเข้ามาภายในหัว

ความงดงามนั้นได้กระตุ้นตัวตนของฉัน

สิ่งที่เหมาะสมกับพวกเธอ

ชื่อที่เหมาะสมกับสโนไวท์มากที่สุด

 

นักล่าเมจิคัลเกิร์ล

 

ช่างเป็นชื่อที่งดงามเสียจริง

 

แต่มันก็แย่ที่เธอไม่ได้ยิน

 

ความเจ็บปวดที่เธอโจมตีใส่ตัวฉัน

ทำให้สติของฉันมันเลือนรางลง

แต่ชื่อฉายานั้น

จะเป็นที่รู้จักกันทุกหนแห่งในภายหลังเป็นแน่

 

--------- Magical Girl Raising Project Arc 1.5 : Snow White Raising Project [จบภาค] ---------

 



NEKOPOST.NET