Magical Girl Raising Project Arc 1.5 : Snow White Raising Project ตอนที่ 5 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Magical Girl Raising Project Arc 1.5 : Snow White Raising Project

Ch.5 - Arc 1.5 - ตอนที่ 5


ฉันสงสัยว่าสองคนนั่นคุยเรื่องอะไรกันนะ พลาดไปซะแล้วด้วยสิ

 

แต่ก็ไม่ได้อยากรู้อะไรมากมาย

ตอนนี้ ฉันสนใจเรื่องฝึกซ้อมต่อสู้มากกว่า

 

แม้จะเรียกว่าซ้อม

แต่ก็ไม่ได้มีอะไรแบบที่วิ่งๆ หรือกระโดดไปมา

ตอนนี้ริปเปิลสอนสโนไวท์เรื่องการเตะ ต่อย และขว้างแบบถูกวิธี

 

สโนไวท์นั้นมีความว่องไวไม่มากเท่าริปเปิล

 

ริปเปิลนั้นดูโล่งใจ

 

สโนไวท์ยังคงอ่อนแอกว่าริปเปิล

การเคลื่อนไหวของเธอนั้นช้ากว่าริปเปิล

เธอไม่มีทักษะการต่อสู้แบบริปเปิลเลย

 

ในอีกแง่ คือเธอเอาชนะริปเปิลไม่ได้นั่นเอง

 

ถ้าเป็นแบบนี้

สโนไวท์คงไม่ควรจะเข้าสู่สนามรบ

ไม่ควรที่จะต่อสู้

 

แต่สโนไวท์ก็ไม่ใช่พวกที่จะยอมแพ้ง่ายๆ

ฉันคิดว่าพอเวลาผ่านไปเมื่อสโนไวท์พัฒนาขึ้น

ริปเปิลคงจะระมัดระวังเรื่องความปลอยภัยน้อยลงแน่

 

ฉันรู้สึกโล่งใจ

เพราะเรื่องความตั้งใจของสโนไวท์

บางครั้งที่ต่อสู้กันเธอถูกเล่นงานจนไปกลิ้งอยู่บนพื้น

แม้ชุดสีขาวบริสุทธิ์ของเธอจะเปื้อน

ใบหน้าเธอก็ไม่ได้สูญเสียความมั่นใจแต่อย่างใด

ตัวเธอนั้นลุกขึ้นสู้ทุกครั้ง

 

อ่า น่ารักจัง

 

ความสามารถที่แตกต่างกันนั้นเห็นได้ชัดเจน

ริปเปิลนั้นรอดมาจากการทดสอบอันโหดร้ายของแครนเบอร์รี่มาได้

รอยแผลของเธอนั้นมาจากการต่อสู้ ไม่เหมือนกับสโนไวท์

 

เหมือนความสามารถของเธอนั้นไม่ใช่ของจริง

แต่สโนไวท์นั้นมีความตั้งใจที่จะล้มริปเปิล

ถึงจะมีช่องว่างระหว่างทักษะการต่อสู้

สโนไวท์เองก็มีความเฉลียวฉลาดอยู่แล้ว

ฉันเองก็ดูตัวเธออยู่ตลอด

การเคลื่อนไหวของเธอนั้นมันเร็วขึ้นเรื่อยๆ

แต่ก็ยังถมช่องว่างนั้นไม่ได้อยู่ดี

 

ฉันตั้งใจมองดูท่าทางของเธอ

 

ฉันเห็นอารมณ์ที่อยู่ภายใต้ท่าทางนั้น

ไม่ใช่แค่นั้น ฉันยังเห็นความใจร้อนอีกด้วย

 

แต่ความใจร้อนนั้นถูกต้องแล้ว

เธอต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น

เธอต้องพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว

เธอต้องก้าวข้ามความอ่อนแอให้ได้

 

แม้จะสู้ริปเปิลไม่ได้ แต่สโนไวท์ก็ไม่ยอมแพ้

 

ถึงริปเปิลจะฝึกซ้อมกับสโนไวท์ทุกครั้ง

แต่ใจจริง เธอเองไม่ได้ต้องการให้สโนไวท์แข็งแกร่งขึ้น

 

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงติดต่อเธอหลังจากที่ฝึกเสร็จแล้ว

 

“ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะร่วมมือกับเธอนะ”

 

ฉันก็ได้ยินเสียงหอบจากอีกฝั่งของโทรศัพท์

 

“ขอบคุณค่ะ! ขอบคุณมากๆเลยค่ะ!”

 

และได้ยินคำพูดขอบคุณตอบกลับมา

 

“อ่า ไม่เป็นไรหรอก จำสิ่งที่ฉันพูดไว้นะ

ในฐานะพี่เลี้ยง ฉันต้องการให้เธอใช้ตัวฉันเป็นเครื่องมือเพื่อพัฒนาตัวของเธอเอง

ฉันหวังแบบนั้นนะ”

 

ฉันมองดูสโนไวท์ผ่านทางลูกแก้วของฉัน

หน้าของสโนไวท์นั้นเต็มไปด้วยความสุข

 

เหมือนว่าเธอจะอยู่ที่ตึกระฟ้า ใกล้ๆกับชายหาดสินะ

 

“ฉันจะสอนเคล็ดลับเรื่องความแข็งแกร่งให้เอง

ขอให้จำไว้ด้วยนะว่า

ขั้นแรกเธอต้องเพิ่มเวลาในการอยู่ในร่างเมจิคัลเกิร์ลให้มากขึ้น

ลดเวลาที่อยู่ในร่างมนุษย์ให้น้อยลง

แม้ว่าจะอยู่คนเดียวเธอก็ควรจะอยู่ในร่างเมจิคัลเกิร์ล”

 

ความสามารถของมนุษย์และเมจิคัลเกิร์ลนั้นต่างกัน

เมื่อเราพยายามที่จะเรียนรู้อะไรบางอย่าง

ถ้าอยู่ในร่างของเมจิคัลเกิร์ลนั้นจะเรียนรู้ได้เร็วกว่า

 

ชีวิตของฉันในร่างมนุษย์มีเหตุให้ทำแบบนั้นไม่ได้

ถ้าไม่มีล่ะก็ การเป็นเมจิคัลเกิร์ลมันดีกว่าอยู่แล้ว

 

พอมองจากลูกแก้ว
ฉันเห็นสโนไวท์กำลังเริ่มจดโน๊ตอยู่

ความไร้เดียงสาของเธอนี่มันช่างน่าเอ็นดูจริงๆ

เด็กที่เชื่อฟังกันแบบนี้ และเรื่องที่ต้องการความแข็งแกร่งอีก

มันทำให้เธอช่างน่ารักจริงๆ

 

“ชีวิตร่างมนุษย์น่ะเป็นแค่ข้ออ้าง

เธอต้องเชื่อในการเป็นเมจิคัลเกิร์ล

ไม่ใช่แค่คิด แต่เธอนั้น ต้องเชื่อ

นอกจากนี้ไม่ว่าตอนที่เป็นเมจิคัลเกิร์ลหรือมนุษย์ก็ตาม

เธอต้องจำลองการต่อสู้ซ้ำๆในหัวของตัวเองด้วย

และต้องทำให้จริงจรัง ไม่ใช่แค่คิด แต่ต้องเชื่อว่านั้นเป็นการต่อสู้จริงๆ

เชื่อว่านั้นเป็นการต่อสู้ที่ตัดสินความเป็นความตาย

จำเอาไว้ด้วยว่า ศัตรูของเธอน่ะ ฆ่า เธอแน่ๆ”

 

ฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้สำหรับริปเปิล ที่จะทำเรื่องโหดร้ายกับสโนไวท์

แต่นั่นไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้

 

ความแข็งแกร่งขั้นสุดของเมจิคัลเกิร์ลนั้นคือจินตนาการ

 

ในข้อมูลของแครนเบอร์รี่ สโนไวท์นั้นถูกเขียนไว้ว่า ‘เป็นพวกชอบฝันกลางวัน’

 

แครนเบอร์รี่เป็นเมจิคัลเกิร์ลพวกที่กระหายการต่อสู้

เป็นคนที่ต้องการแค่การต่อสู้เพื่อให้ตัวเองพอใจเท่านั้น

แถมฟาฟเองก็เป็นมาสคอตที่เถรตรง มองไม่เห็นคนที่มีความสามารถแฝงอยู่

 

ฉันจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีก

จินตนาการของสโนไวท์นั้นไม่ได้อ่อนแอ

คงเพราะเธอคงเชื่อมั่นในบางสิ่ง

 

ด้วยเหตุนั้น

ฉันจะทำให้เธอกลายเป็นคนในอุดมคติ

เมจิคัลเกิร์ลผู้มิอาจถูกทำลายได้

 

เป็นวิธีคิดดั้งเดิม แต่ไม่เป็นไรหรอก

วิธีการของฉันได้ผลกับการฝึกของสโนไวท์แน่ๆ

 

“เธออาจสงสัยก็จริง แต่ไม่ต้องหรอก

เธอควรจะจริงจังกับเรื่องนี้นะ

จำไว้ว่า พวกเราคือเมจิคัลเกิร์ล พวกข้อจำกัดของมนุษย์นั้นมันไร้สาระสิ้นดี

และนั่นคือทำไมเธอถึงต้องจริงจังกับมัน”

 

เมจิคัลเกิร์ลจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยการทำอะไรที่ไม่เข้าท่า

อย่างเช่นแครนเบอร์รี่

 

“ด้านฝั่งมนุษย์เองก็เหมือนกัน

เธอยังเป็นนักเรียนอยู่ใช่ไหม?

เธอต้องเรียนรู้ก่อนจะสอบใช่ไหมล่ะ?

เธอคงไม่คิดใช่ไหมว่าจะเก่งได้โดยไม่ต้องเรียนรู้อะไรน่ะ?

ถ้าอยากจะเรียนจบด้วยคะแนนสูงๆล่ะก็

เธอต้องเลือกระหว่างสิ่งที่สำคัญกับไม่สำคัญ

นี่เองก็เหมือนกันนะ”

 

น่าแปลกใจจัง ดูเหมือนพวกนี้จะเข้ากับสโนไวท์นะเนี่ย

 

สโนไวท์นั้นเขียนทุกอย่างที่ฉันพูดให้เธอฟังลงไป

ทุกอย่างที่ฉันพูดเรื่องทำยังไงถึงจะแข็งแกร่งขึ้น

เธอไม่ได้ถามอะไรฉันเลย

 

ตอนที่ฉันขอโทษเรื่องที่ไม่ได้มาดูเธอตอนฝึกซ้อมนั้น

เธอก็บอกฉันว่าคู่ต่อสู้คือริปเปิลนั่นเอง

 

ใช่ ฉันรู้อยู่แล้วล่ะ

 

“ขอบคุณมากค่ะ!”

 

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยากทำอยู่แล้วน่ะ”

 

“ขอให้ฉันได้ขอบคุณเถอะค่ะ

...ขอบคุณ

...ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

...คุณ

...คุณช่วยชีวิตฉันไว้เลยนะคะ”

 

ฉันกุมมือขวาตัวเองอยู่ที่อก

เมื่อฉันเห็นท่าทางของสโนไวท์

หัวใจฉันก็เต้นระรัวขึ้นมา

 

ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้น่ารักเหลือเกิน?

เพราะแบบนี้งั้นเหรอ

เธอถึงได้ถูกคนอื่นปกป้องในตอนการทดสอบของแครนเบอร์รี่น่ะ?

อ่า นี่เธอเป็นเมจิคัลเกิร์ล หรือคนที่ชอบยั่วยวนคนอื่นกันแน่นะ?

 



NEKOPOST.NET