Magical Girl Raising Project Arc 1.5 : Snow White Raising Project ตอนที่ 1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

Magical Girl Raising Project Arc 1.5 : Snow White Raising Project

Ch.1 - Arc 1.5 - ตอนที่ 1


snowwhitepythie

 

เมจิคัลเกิร์ลที่รู้จักกันในชื่อ สโนไวท์

 

ด้วยการกระทำของเธอนั้นทำให้ตัวเองอยู่ในความโดดเดี่ยว

 

เธอคือผู้รอดชีวิตจากการทดสอบของ นักดนตรีแห่งพงไพรแครนเบอร์รี่  อันโหดร้าย

ผู้ที่ซึ่งถูกกล่าวหาว่าสร้างอาชญากรรมด้วยเกมแห่งความตาย

 

เธอเองก็เป็นแค่เหยื่อ

 

ผ่านมาได้ไม่นานนับจากเหตุการณ์ครั้งนั้น  ผู้ที่รอดชีวิตได้ถูกยกย่องเป็นดั่งฮีโร่

 

เหตุการณ์ครั้งนั้นได้สร้างความสะเทือนใจให้เธออย่างมาก ในฐานะที่ตนเป็นเหยื่อ

แต่ยังไงก็ตามเธอนั้นก็หัวรั้น ปฎิเสธทุกความเห็นใจ, การเคารพตัวตน หรือแม้แต่กระทั่งการให้คนมาดูแลตัวเธอเอง

 

จนในที่สุดผู้คนที่อยากจะช่วยเหลือ ได้ล้มเลิกที่จะให้ความห่วงใยในตัวเธอ

 

แม้ว่าเธอนั้นไม่อยากจะให้คนอื่นมาเป็นห่วง

ซึ่งดินแดนเวทมนต์เองก็ช่วยอะไรไม่ได้

แต่นั่นจำเป็นสำหรับพวกเขาที่จะรักษาสโนไวท์

 

หลังจากน้้น

พวกเขาได้แสดงความจริงใจต่อเหยื่อในเหตุการณ์ครั้งนั้น

เมจิคัลเกิร์ลคนอื่นเองคงจะรู้สึกไม่พอใจ

มันคงไม่ง่ายเลย แถมยังจะกระจายความคิดในแง่ลบออกไปอีก

 

อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ฉันคิด

 

พวกดินแดนเวทย์มนต์ชอบทำอะไรแบบนั้น

 

แต่เมื่อดินแดนเวทย์มนต์มอบเกียรติแก่สโนไวท์

ให้สิทธิเป็นพลเมืองของดินแดนเวทย์มนตฺ์

ฉันก็คิดว่า

 

เธอต้องการเป็นเมจิคัลเกิร์ลต่อไปรึเปล่า?

หรืออยากที่จะลบความทรงจำแล้วกลับไปใช้ชีวิตปกติ?

เลือกที่จะกลับไปยังโลกเดิมในฐานะคนปกติงั้นหรือ

 

แต่กลับกลายเป็นตอนที่ฉันถาม

สโนไวท์ตอบกลับมาว่าเธอต้องการที่จะเป็นเมจิคัลเกิร์ลต่อไป

 

ดินแดนเวทมนต์เองก็คงจะพอใจถ้าเธอกลับไปเป็นคนธรรมดา

เพราะเธอนั้นยังมีอนาคตที่รออยู่

 

ซึ่งดูจากนิสัยและสิ่งที่เธอทำในการทดสอบแล้ว

แน่นอนว่าเธอควรจะกลับไปเป็นคนธรรมดา

 

แต่ว่า...

 

...เธอกลับเลือกที่จะเป็นเมจิคัลเกิร์ลต่อไป

 

ฉันได้ยินข่าวนั่น และในวันนั้นเอง ฉันจึงอยากที่จะเป็นพี่เลี้ยงของสโนไวท์

 

สโนไวท์คือเมจิคัลเกิร์ลที่ควรจะได้รับจากฝึกฝนแบบถูกต้องอย่างเป็นทางการ

ถ้าเธอกลายเป็นสมาชิกของดินแดนเวทมนต์

ก็ควรที่จะมีคนที่ฝึกเธอว่าควรทำยังไง

เพื่อให้กลายเป็นเมจิคัลเกิร์ลในแบบที่ถูกต้อง

 

ฉันที่ไม่ได้รับการทดสอบจากแครนเบอร์รี่

ได้ถูกเลือกและผ่านการคัดเลือกเมจิคัลเกิร์ลในแบบที่ถูกต้อง

 

ที่พักของฉันนั้นอยู่ใกล้เคียงกับเขตของสโนไวท์

ซึ่งในตอนนี้เป็นแค่คนมีประสบการณ์ที่ทำอะไรไม่ได้มาก

 

ความทรงจำในดินแดนเวทย์มนต์

เรื่องของวิธีการฝึกนั้นยังคงจำได้อยู่

ฉันจึงเต็มใจที่จะเป็นพี่เลี้ยงของสโนไวท์

 

ดังนั้น ในตัวเลือกของผู้ที่ต้องการจะเป็นพี่เลี้ยงของเธอ

ฉันรู้สึกว่าตัวเองจะถูกเลือก

 

สุดท้าย ฉันเองก็ได้รับเลือก

คงเพราะว่าเป็นคนเดียวที่วิ่งวุ่นเพื่อตำแหน่งนี้

แต่ก็รู้สึกเป็นเกียรติเล็กน้อยล่ะนะ

 

ไม่มีใครสนใจเด็กคนนี้ยกเว้นฉัน

 

ฉันสนใจในตัวของสโนไวท์

เธอผิดหวังในตัวตนของเมจิคัลเกิร์ล

และควรจะสิ้นหวังในการจะมีอิสระจากชีวิตแบบนี้

แต่เธอกลับเลือกด้วยความต้องการของตัวเธอเอง

 

ถึงฉันจะรู้รายละเอียดการทดสอบครั้งสุดท้ายของแครนเบอร์รี่

แต่ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ดูลึกลับแบบนี้กันนะ?

 

ถ้าเธอเป็นแบบนี้ แล้วอีกคนนึงที่รอดมาด้วย ริปเปิล จะเหมือนกันรึเปล่า?

 

คนที่สังคมไม่ยอมรับ กับนักสู้

เลือกที่จะเป็นเมจิคัลเกิร์ลต่อไปด้วยสปิริตอันสูงส่งงั้นเหรอ

 

ความจริงริปเปิลเองก็ไม่ได้เลิกที่จะเป็นเมจิคัลเกิร์ล

แต่การตัดสินใจของสโนไวท์นั้น มันไม่เข้ากับบุคลิกของเธอเองเลย

 

ทำไมกันนะ?

 

หยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้เลย

 

และนั่นคือทำไมฉันถึงอยากจะได้ตำแหน่งนี้

 

หลังจากที่ถูกเลือก

ก็ได้ติดต่อสโนไวท์ทันที ทักทายแล้วบอกชื่อตัวเอง

อธิบายว่าทำไมถึงมาเป็นพี่เลี้ยงของเธอ

 

“อ่า ยากจังเลยนะที่จะได้พบกันเนี่ย

ถ้ามีปัญหาอะไรหนักใจล่ะก็โทรมาหาได้นะ ฉันยินดีรับฟังเสมอ”

ตัวฉันนั้นได้พูดออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ

 

แล้วก็ได้ยินคำตอบแบบไม่ค่อยแยแสของสโนไวท์

 

“ฉันไม่อยากอยู่ใกล้ๆคุณค่ะ”

 

เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น มันช่างเจ็บหัวใจเล็กน้อย

แต่ฉันเองก็อยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้ เลยจะพยายามอีก

 

“อะไรก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก ฉันแค่เสนอความช่วยเหลือให้น่ะ

ถ้าต้องการให้ช่วยอะไรล่ะก็ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ได้

ฉันรู้เวลาตอนที่เจอปัญหาเป็นยังไงนะ

เพราะตัวเองก็เคยเอาไปปรึกษาพี่เลี้ยงเหมือนกัน”

 

“‘งั้นเหรอคะ”

 

“อย่าลังเลที่จะปรึกษานะ ไม่ใช่แค่เรื่องเมจิคัลเกิร์ล จะปัญหาครอบครัว

หรือเรื่องที่โรงเรียน บางทีอาจจะไปได้สวยก็ได้นะ?”

 

แต่ปฎิกิริยาของเธอนั้น ไม่ได้เป็นแบบที่คิดไว้เลย

 

“มิสเฟรเดริก้า มีอย่างนึงที่อยากจะถามค่ะ ต้องทำยังไงถึงจะแข็งแกร่งขึ้นได้คะ?”

 

เธอเข้าประเด็นตรงๆเลย แต่ทำพูดของเธอก็ตีความได้หลายแบบ

 

ฉันเอียงหัวตัวเอง แล้วก็เอามือแตะที่เท้า อย่างที่คิดไว้เลย เด็กผู้หญิงคนนี้น่าสนใจจริงๆ

 

“นั่นหมายถึงแข็งแกร่งในด้านไหนกันล่ะ? ด้านจิตใจงั้นเหรอ?”

 

“ไม่ใช่ค่ะ แข็งแกร่งในการต่อสู้ต่างหาก”

 

“เมจิคัลเกิร์ลไม่จำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งแบบนั้นหรอกนะ

ที่ควรมีน่ะคือความอ่อนโยน, ความงดงาม, ความเมตตา, มิตรภาพ ต่างหาก

ฉันไม่คิดว่าอย่างอื่นมีความจำเป็นหรอกนะ”

 

“ฉันก็ไม่คิดว่า สิ่ง ที่คุณบอก มันจำเป็นสำหรับตัวฉันตอนนี้หรอกค่ะ”

 

หลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้ถามอะไรอีกเลย จนกระทั่ง...

 

“ฉันต้องไปแล้ว บายค่ะ”

 

เธอวางสายโทรศัพท์ไป

 

ใช่สินะ คงเพราะตัวฉันเป็นคนนอกจากการทดสอบของแครนเบอร์รี่

การที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือนั้น ไม่ได้หมายความว่าเธอที่อยู่ในนรกจู่ๆ

จะกลายเป็นยูโทเปียไปได้

 

ถึงเธอจะมีท่าทีไม่ค่อยดีมาก่อน แต่ฉันเองก็จะพยายามเอื้อมมือเข้าหาเธอ

 

ฉันเลยส่งข้อความไปหาอีก หวังว่าจะก้าวไปสู้ขั้นต่อไปกับเธอได้

 

“ทำไมเธอถึงอยากที่จะแข็งแกร่งขึ้นงั้นเหรอ?”

 

“ฉันต้องแข็งแกร่งขึ้นเพราะมันจำเป็นสำหรับสิ่งที่ต้องทำค่ะ”

 

“แล้วเธอจะทำอะไรกันล่ะ เช่น?”

 

เธอตอบกลับมาช้าจัง

 

เหมือนว่าเธอไม่อยากจะเปิดเผยกับพี่เลี้ยงตัวเองงั้นสินะ ดังนั้นฉันตัดสินใจที่จะไปสู่ขั้นต่อไป

 

“เธอเป็นผู้รอดชีวิตจากการทดสอบของแครนเบอร์รี่นะ

เพราะแบบนั้นแหละถึงมีหลายคนจับจ้องดูเธออยู่

ถ้าเธอประมาทล่ะก็  อันตรายจะอยู่รอบตัวเธอ

ถ้าเธอเริ่มใช้ความรุนแรง แม้ว่านั่นจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ทุกๆคนก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

‘อ่า นั่นสินะก็เธอมันผู้รอดชีวิตจากแครนเบอร์รี่นี่นา’ ”

 

หลังจากที่พิมพ์เสร็จแล้ว ฉันก็ลบมันทิ้งแล้วพิมพ์ใหม่อีกครั้ง

 

“เธอเป็นผู้รอดชีวิตจากการทดสอบของแครนเบอร์รี่นะ

ไม่มีใครเห็นว่าเธอเป็นอะไรธรรมดาอีกแล้ว

ถ้าฉันสอนเธอเรื่องต่อสู้อีก ทีนี้เธอเองก็จะเหมือนกับแครนเบอร์รี่

เธอจะถูกตัดสินว่าเป็นคนที่ชื่นชอบการต่อสู้และใฝ่หาคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเพียงเท่านั้น

ถ้ามันเกิดขึ้นล่ะก็ ทางดินแดนเวทย์มนต์เองจะมีมาตราการจัดการที่เหมาะสมแน่”

 

ดูดีแล้วสิ ฉันเลยส่งข้อความไปหาเธอ

 

หลังจากที่ส่งข้อความไปแล้ว

เกิดรู้สึกไม่ดีที่หน้าท้อง ก็เลยลุกขึ้นแล้วหยิบแฟ้มของตัวเองขึ้นมา

 

ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องครัวแล้วก็เปิดแฟ้มอย่างช้าๆ

 

ในแฟ้มของฉันเต็มไปด้วยรูปของเมจิคัลเกิร์ลที่เคยพบเจอมาในตลอดหลายปีนี้

แล้วในรูปเหล่านั้น

 

เงางาม, ความรู้สึกอันอ่อนโยน ,ทรงผมที่ถักไว้...

 

แค่มองดูผมของเมจิคัลเกิร์ลเหล่านี้มันก็มากพอที่จะลดความเครียดได้แล้ว

ผ่านไปซักพักฉันก็ใจเย็นขึ้น

 

เมื่อเมจิคัลโฟนดันขึ้น ฉันจึงโยนแฟ้มไปที่โต๊ะ

 

“แล้วเรื่องที่พวกนั้นทำล่ะ? มันเวิร์คงั้นเหรอ? จับทุกคนที่ทำผิดกฎได้รึไงคะ?”

 

ฉันอ่านประโยคนั้นสองรอบ แล้วจึงตอบกลับไป

 

“บางคนก็มีความสามารถที่จะหลบหนีได้-”

 

แบบนี้ไม่ดีแหะ พิมพ์ใหม่ดีกว่า

 

“มีข่าวลือว่าความสามารถของบางคนนั้นสามารถใช้หลบหนีได้

แต่ฉันคิดว่ามันเป็นแค่ข่าวลือล่ะนะ”

 

ดูดีแล้วสิ

“มันมีข้อเท็จจริงอะไรรึเปล่าคะ?”

 

ตั้งแต่สโนไวท์เริ่มหัวข้อนั่นขึ้นมา ฉันคิดว่าเธอคงมีแผนที่จะทำอยู่แล้วแน่ๆ

 

คนที่ผ่านการทดสอบของแครนเบอร์รี่มานั้นจะรู้จักกันในชื่อ

“เหล่าเด็กสาวแห่งแครนเบอร์รี่”

ไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือไม่ก็ตาม

 

ฉันรู้สึกถึงความน่าสนใจในตัวเธอได้ คิดไม่ผิดเลยจริงๆ

 

“มันก็ไม่มีหลักฐานอะไรหรอก แต่ส่วนตัวฉันเชื่อเรื่องที่เพื่อนร่วมงานพูดมาน่ะ”

 

หลังจากที่ส่งข้อความไป ฉันก็ปิดเมจิคัลโฟน แล้วหยิบนิตยสารขึ้นมา

 

นักดนตรีแห่งพงไพรแครนเบอร์รี่

 

ว่ากันว่าเธออยู่ในร่างของเมจิคัลเกิร์ลมาตลอด

ฉันคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก

ไหนจะต้องจ่ายค่าเช่า แล้วยังภาษีอีก

แม้ว่าจะตกงาน

ฉันก็จะใช้ชีวิตของมนุษย์ไปพร้อมๆกัน

 

ในฐานะเมจิคัลเกิร์ลนั้น

ฉันคิดว่าอย่างน้อยการที่จ้องมองโลกใบนี้ผ่านสายตาของมนุษย์

มันช่างรู้สึกสดชื่นเสียจริง

 

แม้ว่าจะไม่มีอะไรแบบนั้น ฉันก็ยังคงมีความคิดของตัวเองอยู่ดี

 



NEKOPOST.NET