[นิยายแปล]Nine Stars Tyrant Body Arts ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]Nine Stars Tyrant Body Arts

Ch.7 - ฝึกปรือวิชายุทธ์


ตอนที่ 7                  ฝึกปรือวิชายุทธ์


 

“  ผัวะ  ”

 

เสียงดังเป็นประกายกึงก้องไปทั่วทั้งใบหู ความรุนแรงได้ล่ามไปทั่วทั้งใบหน้าดำคล้ำ ตัดรอนคำพูดของเขา ใช้ออกด้วยเรี่ยวแรงที่มากมาย จนเขาลอยกระเด็นไปในทันที ฟันนับสิบซีกหลุดมาจากปาก กลิ้งตกลงไปยังพื้น

 

“ ต้องขออภัยด้วย คุณชายเช่นข้ามือคันไปหน่อย ”

 

หลงเฉินมองไปอย่างขออภัย  ชายหนุ่มหน้าดำคล้ำได้ถูกฝ่ามือตบเข้าไปอย่างจัง จนเกิดเป็นล่องรอยเหลือทิ้งเอาไว้

 

ฝ่ามือนี้ตบเข้าไปจนเกิดเสียงดังขึ้นอย่างมาก กระจายออกไปทั่วทั้งหัวมุมของหอตำรายุทธ์แห่งนี้ ผู้คนมากมายที่ความจริงกำลังพลิกตำราวิชายุทธ์กันอย่างเร่งร้อน ต่างก็ได้วางตำราวิชายุทธ์ในมือลง มองเข้ามาทางด้านนี้ด้วยความตื่นตกใจ

 

“ ผู้ใด  บังอาจมาทะเลาะกันภายในหอตำรายุทธ์ ”

 

ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงเย็นชาดังขึ้นมา ชายหนุ่มที่สวมไว้ด้วยชุมสีดำก็ได้ปรากฏขึ้นมายังภายในหอตำรายุทธ์  ทอใบหน้าเย็นเยียบมองไปที่หลงเฉินและชายหนุ่มหน้าดำคล้ำผู้นั้น

 

การปรากฏตัวขึ้นของชายหนุ่มผู้นั้น พลังโลหิตรอบกายก็ได้เดือดพร่าน ดุจดั่งขุนเขาสูงใหญ่ที่กดทับเข้ามา จนเป็นที่ดึงดูดอย่างมาก หลงเฉินดวงตาเบิ่งกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้

 

“  ยอดฝีมือขอบเขตก่อโลหิต  ”

 

คิดไม่ถึงว่าที่แห่งนี้ยังถึงกับซ่อนเร้นยอดฝีมือขอบเขตก่อโลหิต(凝血) แต่ว่าเมื่อคิดคิดดูแล้วที่แห่งนี้เป็นหอตำรายุทธ์ มียอดฝีมือคอยคุ้มครองอยู่คนหนึ่งถือได้ว่าปกติอย่างยิ่งหอตำรายุทธ์

 

หอตำรายุทธ์เป็นเขตหวงห้ามในการใช้วิทยายุทธ์ หากลงมือในที่แห่งนี้ จะต้องถูกนำตัวไปกุมขัง กฎข้อนี้ไม่มีผู้ใดที่ไม่ทราบ

“ บอกมา ที่แท้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน ?  ” ยอดฝีมือขอบเขตก่อโลหิตผู้นั้นก็ตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ

 

“  เรื่องนี้ท่านต้องไปถามเขาเอาแล้ว  ” หลงเฉินมิได้เกิดความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ปัดมือไปมาอย่างช้าๆ ตอบไปเหมือนดังไม่มีความผิด。

 

ชายหนุ่มใบหน้าดำผู้นี้โกรธเคืองขึ้นมาอย่างยิ่ง เห็นเห็นอยู่ว่าเขาถูกตบไปหนึ่งฝ่ามือ ทำไมยังมาถามข้ากัน ? “ ใต้เท้า…… ”

 

“ ใต้เท้า ”

 

ในเวลานี้เอง  โจวเย้าหยางความจริงหลบอยู่ในบริเวณห่างไกล ก็ได้วิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน มุ่งหน้าไปทางด้านของยอดฝีมือขอบเขตก่อโลหิตผู้นี้กล่าว “ เรื่องเป็นเช่นนี้ หวังหมางเขาเกิดอาการคันที่ใบหน้าอย่างกะทันหัน ตนเองจึงได้ตบตนเองไปหนึ่งฝ่ามือ ทั้งยังไม่ได้ใช้ออกด้วยวิทยายุทธ์ ขอโปรดใต้เท้าตรวจสอบให้แน่ชัด ”

 

ชายหนุ่มหน้าดำคล้ำผู้นั้นเรียกว่าหวังหมาง เกิดอาการตกใจอยู่เต็มใบหน้า คิดที่จะกล่าวอันใดออกมา แต่ว่าก็พบเห็นหลี่เฮ่าอยู่ในบริเวณที่ห่างไกล พยายามส่งสัญญาณให้กับเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย จึงได้กล้ำกลืนคำพูดกลับเข้าไป

 

“ เจ้าก็คือบุตรชายของขุนนางเขตชายแดนสินะ ?  ”คนผู้นั้นมองไปที่โจวเย้าหยางคราแล้วแล้วถาม

 

“ ขอรับ ”โจวเย้าหยางตอบกลับอย่างร้อนรน

 

คนผู้นั้นพยักหน้าไปมา  มองไปทางด้านหวังหมางคราหนึ่งแล้วกล่าว “ คันที่หน้า แค่เกาก็พอแล้ว เจ้าทำเช่นนี้ทำให้ผู้คนนึกว่า เจ้าคันไปไรฟันเสียอีก เรื่องราวเช่นนี้ ข้าไม่ต้องการที่จะเห็นอีกเป็นครั้งที่สอง เจ้าก็เอาขยะที่เหลือไว้ จัดการให้สะอาดสะอ้านละ ”

 

คนผู้นั้นกล่าวจบก็ได้หันกายเดินจากไป หลงเหลือไว้แต่เพียงใบหน้าผิดหวังของผู้คนมากมาย  พวกเขาคิดไม่ถึงว่าโจวเย้าหยางถึงกับช่วยเหลือหลงเฉิน

 

“ หึหึ ได้ยินหรือยัง เติบใหญ่มาจนขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงปล่อยเรี่ยราดเช่นนี้ เอาสิ่งโสโครกของเจ้าที่เหลือทิ้งไว้ชำระให้สะอาดละ ”

 

หลงเฉินหัวเราะหึหึขึ้นมา ราวกับคาดเดากับฉากที่จะเกิดขึ้นมาได้ หันกายมุ่งหน้าเดินจากไปไกล เข้าไปเลือกเฟ้นวิชายุทธ์ต่อไป

 

“  น่ารังเกลียดจริง  ”

 

เมื่อได้มองไปยังเงาร่างอันหยิ่งผยองของหลงเฉิน หวังหมางแค้นจนดวงตาทั้งคู่ราวกับมีไฟลุกโชนขึ้นมาก็มิปาน ฝ่ามือนี้ถือได้ว่าคับข้องใจเป็นอย่างมาก

 

“ หวังหมาง อดทนไว้ก่อน  ถ้าหากเจ้ากล่าวว่าหลงเฉินทุบตีเจ้า หลงเฉินก็จะถูกกักบริเวณถึงหนึ่งเดือน หนึ่งเดือนต่อจากนี้เขาก็จะปลอดภัยผ่านไปอย่างไร้เรื่องราว

 

แต่ถ้าเจ้ากล้ำกลืนความแค้นนี้ลงไป พรุ่งนี้หลี่เฮ่าจะช่วยเจ้าเกียรติยศกลับมาเอาอย่างคุ้มค่าเอง ดังนั้นถึงได้บอกว่า เจ้าจำเป็นต้องอดทนไว้ ”โจวเย้าหยางกล่าว

 

หวังหมางพยักหน้าไปมา เขาทราบเรื่องการท้าประลองของหลี่เฮ่าและหลงเฉิน  แต่ว่าตามปกติมักจะรังแกหลงเฉินจนเคยชิน ไม่เคยคิดอันใดมากเช่นนี้มาก่อน ก็คือพอใจจะเล่นยังไงก็จัดการตามนั้น

 

ผลลัพธ์วันนี้เสียเปรียบไปมากเกินไปแล้ว ทั้งยังถูกตบเข้าไปจนใบหูส่องสว่างกึงก้อง ยังไม่อาจที่จะบอกถึงความขมขื่นได้อีก ยังจะต้องถูกทุบตีจนฟันหลุดร่วงออกมาอีก

 

มีอยู่หลายคนที่ช่วยกันเก็บฟันที่หลุดร่วงอยู่บนพื้นอย่างเร่งรีบ แล้วก็ได้เช็ดโลหิตที่กระเซ็นลงพื้นอย่างสะอาดเอี่ยม โจวเย้าหยางถามขึ้นในทันที “ หน้าเจ้าบวมยังไม่ถือว่ารุนแรงนัก  ดูจากเรี่ยวแรงของหลงเฉินก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ว่าทำไมถึงได้ทำให้ฟันหลุดออกมาได้ขนาดนี้กัน ? ”

 

คนอื่นๆต่างก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่ง กล่าวกันตามเหตุผลมีแต่เพียงใช้ออกมาด้วยเรี่ยวแรงอันมหาศาลเท่านั้น จึงจะทำให้เกิดผลลัพธ์ฟันร่วงออกมาเช่นนี้ได้

 

“ ผู้ใดทราบกัน คงจะเจอผีแล้วละ ” หวังหมางทอใบหน้ากลัดกลุ้ม ที่เขาไม่ทราบก็คือ หลงเฉินได้ผ่านการหลอมใช้ยา ที่ยิ่งทวีความเข้าใจกระจ่างแจ้งในโครงสร้างของร่างกายคนขึ้นมา

 

ฝ่ามือเมื่อครู่นั้น ใช้ออกมาได้อย่างเหมาะเจาะอย่างยิ่ง  ทำให้เหงือกฟันของเขาคลายตัว จนทำให้ต้องทิ้งฟันครึ่งหนึ่งอีกทางด้านลง

 

กระบวนท่านี้ของหลงเฉินโหดเหี้ยมมาก ฟันถือได้ว่าเป็นชิ้นส่วนที่ยากจะงอกขึ้นใหม่ได้อีก ไม่เหมือนกับอาการบาดเจ็บอื่นที่สามารถใช้ยาเพื่อรักษาได้  หวังหมางหลังจากนี้ คงจะมีแต่ฟันเพียงด้านเดียวใช้ไว้กินข้าวแล้ว

 

เมื่อหวังหมางถูกกระทำเฉกเช่นนี้ ผู้คนทั้งหมดต่างก็สงบลงกว่าเดิมมาก  ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะไปหาเรื่องกับหลงเฉินอีก

 

หลงเฉินยิ่งทวีความสุขเพิ่มขึ้นมาเรื่อย จ้องมองไปยังตำราอย่างละเอียด วิชายุทธ์ทักษะยุทธ์ในที่แห่งนี้ เพียงแต่สามารถอ่านได้แต่เพียงข้างในนี้ ไม่อาจที่จะนำออกไปได้

 

“ พลังวัวคลั่ง ”

 

นั้นเป็นวิชายุทธ์เล่มหนึ่ง ในโลกใบนี้ วิชายุทธ์ทั้งหมดมีแบ่งเป็นสามขั้น สวรรค์ โลกา มนุษย์ และที่ถูกจัดวางอยู่ในสถานที่แห่งนี้ทั้งหมดทั้งทักษะยุทธ์ วิชายุทธ์ ทั้งหมดต่างก็จัดอยู่ในวิชายุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับล่าง หรือก็ถือได้ว่าเป็นวิชายุทธ์ในระดับล่างสุดนั้นเอง

 

ทว่าไม่ว่าจะเป็นวิชายุทธ์ในระดับล่างสุด แต่ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างมาก อีกทั้งด้วยสถานะอย่างบุตรขุนนางที่สูงส่ง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะตั้งเป้าหมายของการเป็นยอดฝีมือในระดับพลังก่อโลหิตเอาไว้ ก็สามารถมองออกมาได้ว่า จักรวรรดิเฟิงหมิง ให้ความสำคัญกับวิชายุทธ์มากน้อยถึงเพียงใด

 

“ ถึงแม้ว่าจะเป็นวิชายุทธ์ในระดับล่าง แต่ว่าหลักการไหลเวียนของพลังจิต ถือได้ว่าง่ายดายแต่ชัดเจน แสดงผลออกทันที นับว่าไม่เลวเลย “   

 

หลงเฉินดูวิชายุทธ์ในมือเล่มนี้จะหมด ก็ได้พยักหน้าไปมา วิชายุทธ์เล่มนี้เหมาะสมกับเขาเป็นอย่างมาก รวมไปถึงยังหลักการใช้พลังทั้งหมดจากเส้นลมปราณทั้งหมดในร่างกายประดุจอยู่ในฝ่ามือของเขา ทั้งหมดจึงสำเร็จได้โดยง่าย

 

แล้วก็ได้ดูอย่างละเอียดอีกรอบ รวมไปถึงคุณลักษณะอันแข็งแกร่งของพลังจิตวิญญาณของทุกวันนี้ ทั้งยังเสริมด้วยความทรงจำที่มีส่วนช่วยเหลืออย่างถึงที่สุด เพียงแค่มองผ่านสายตาก็ยากที่จะลืมเลือนได้

 

หลังจากที่จดจำพื้นฐานของพลังวัวคลั่งเอาไว้ได้แล้ว ก็ได้วางกลับไปยังที่เดิม หลงเฉินก็ได้มองเห็นวิชายุทธ์เสริมอีกเล่มหนึ่ง —— ท่าเท้าไล่ตาม(追风步)

 

ท่าเท้าไล่ตามลมเป็นทักษะการใช้ท่าร่างชนิดหนึ่ง เป็นการเดินพลังจิตจากเส้นลมปราณที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เพียงแค่ใช้ออกพลังที่เกี่ยวข้องกับเท้า ก็จะสามารถเพิ่มระดับพลังของตนเองให้ปะทุขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการร่นระยะทางหรือการหลบหลีกในระยะสั้น ต่างก็ถือได้ว่าสามารถแสดงผลลัพธ์ออกมาได้อย่างถึงที่สุด

 

“ เยี่ยมเลย เป็นอีกเล่มที่ใช้ได้เลย ”

 

หลงเฉินหัวเราะขึ้นมาอย่างช้าๆ รีบตั้งสมาธิขึ้นเพื่อจดจำหลักการไหลเวียนของพลังจิตที่กล่าวถึงภายใน รวมไปจนถึงวิธีการควบคุมเพื่อใช้งาน

 

“ เวลาได้มาถึงแล้ว คุณชายทุกท่าน วางตำราลงได้ ถ้าหากมีคนที่คิดจะเก็บซ่อนเอาไว้ มีแต่ตายสถานเดียว! ”

 

ในเวลานี้ยอดฝีมือขอบเขตก่อโลหิตก็ได้ปรากฏตัวขึ้น ส่งเสียงออกมาอย่างเย็นเยียบ ดังเข้าไปยังภายในหูของผู้คนมากมาย ผู้คนทั้งหมดต่างก็รีบเร่งวางตำรากลับไปยังชั้น

 

มีคนส่วนหนึ่งที่ได้ส่ายหัวไปมาอย่างจนใจ จักวรรดิเฟิงหมิงมีการควบคุมเกี่ยวกับการศึกษาวิชายุทธ์เอาไว้ ในทุกๆเดือนพวกเขาจะมีเวลาเพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้น ที่จะเข้ามาศึกษาในที่แห่งนี้ได้

 

มีคนมากมายคิดว่าการทำความเข้าใจทักษะยุทธ์เพียงเล่มเดียว จำเป็นที่จะต้องเสียเวลาไปนานหลายเดือน ทว่าถึงแม้ภายในใจจะเกิดการไม่ยอมรับ แต่ว่าก็มิอาจที่จะโทษผู้ใดได้ 

 

หลงเฉินงงงันขึ้นมาอย่างช้าๆ คิดไม่ถึงว่าเวลาได้ล่วงเลยไปได้เร็วถึงเพียงนี้ ทว่าก็ถ้าให้คนอื่นทราบได้ว่า เขาได้ใช้ช่วงเวลาเพียงสั่นๆนี้ผ่านเลยไปสองชั่วยามกว่านี้ จดจำวิชายุทธ์ทั้งสองเล่มได้จนขึ้นใจ เกรงว่าคงจะต้องตกใจจะอ้าปากค้างลงไปจนถึงพื้น

 

ท่ามกลางการบันทึกอันมากมายของวิชายุทธ์ ต่างก็เข้าใจได้ยาก อีกครั้งยังมีอยู่ส่วนหนึ่งที่จำเป็นต้องทำการไหลเวียนพลังจิต มักจะมีการเดินพลังเฉพาะ ทำให้ผู้คนรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าได้อย่างง่ายดายในข้อนี้ได้ จำเป็นที่จะต้องทางหนึ่งศึกษา ทางหนึ่งไหลเวียนพลังจิตเพื่อทดลอง

 

ออกจากไท่เสวี่ยกู่ หลงเฉินเอ่ยทักทายกับเจ้าอ้วนและพวก จากนั้นก็ได้กล่าวพูดคุยกับซือเฟิงอยู่หลายคำ

 

บนใบหน้าซือเฟิงเกิดอาการประหลาดใจขึ้นมา แต่ว่าไม่นานนักก็ได้กลับเก็บซ่อนกลับไป ภายในสายตาของเขากลับไม่อาจที่จะเก็บซ่อนความตกใจเอาไว้ได้

 

หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลงเฉินก็พบเห็นห้องที่ถูกทำลายไปก่อนหน้า ได้ถูกเก็บกวาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าในเวลานี้กลับไม่อาจที่จะพักอาศัยได้ ยังดีที่บ้านมีห้องหับอยู่มากมาย จึงได้จัดการให้เขาไปพักที่ห้องอีกทางด้านหนึ่ง

 

ก่อนที่จะไปหามารดาที่ห้อง แล้วก็ได้บอกกล่าวเหตุผลบางอย่างออกไป ว่าหลายวันนี้ได้กระทำเรื่องราวอันใดไปบ้าง ทำให้ฮูหยินหลงนั่งจนก้นไม่ติดกับพื้นได้

 

หลังจากที่หลงเฉินได้สติกลับมา ก็เหมือนกับได้เปลี่ยนแปลงไปทั้งคนก็มิปาน ทำให้นางรู้สึกราวกับเป็นคนแปลกหน้าขึ้นมาทีละนิด

 

ทว่ายังดีที่หลงเฉินในตอนนี้ปรับความเข้าใจกลับมา พูดคุยเป็นเพื่อนมารดาอยู่พักหนึ่ง ก็ได้ทำให้มารดาวางใจได้ไม่น้อย แต่ว่าเกี่ยวกับเรื่องการประลองเป็นตายกับหลี่เฮ่า กลับไม่หลุดออกแม้แค่คำเดียว

 

หลังจากกลับมาจากทางด้านมารดาแล้ว หลงเฉินก็ได้กลับไปยังห้อง ล็อคกลอนประตูเอาไว้อย่างดี แล้วก็ได้ใช้ด้วยโอสถกักวายุเม็ดที่สองในทันที

 

เมื่อได้หล่อหลอมโอสถกักวายุเม็ดที่สองแล้ว ดารากักวายุเม็ดนั้นที่อยู่ใต้เท้าของหลงเฉิน ก็ได้ใหญ่ขึ้นมาอีกเล็กน้อย

 

ขนาดตามเม็ดดารากักวายุ การสะสมของพลังจิตภายในดารากักวายุก็มากยิ่งขึ้น ดุจดั่งเม็ดโอสถเม็ดหนึ่งก็มิปาน

 

ทว่าดารากักวายุนี้ก่อนหน้าเป็นเพียงเม็ดเล็กๆ คิดที่จำทำให้มันสมบูรณ์ได้  ยังจำเป็นที่จะต้องใช้โอสถกักวายุอีกนับไม่ถ้วน เพื่อบำรุงมันเข้าไปถึงจะได้

 

นี้ก็เป็นเพียงเหตุบางอย่าง ตามพื้นฐานที่หลงเฉินรู้ วิธีการฝึกปรือเคล็ดกายานวดาราถือได้ว่าเป็นที่น่าตกใจยิ่ง

 

ตอนนี้โอสถกักวายุสองเม็ดที่มีราคาหลายแสนตำลึงทองก็ได้ถูกใช้ไปแล้ว ดารากักวายุอยู่ในรูปลักษณ์ของตัวอ่อน ยังต้องใช้เวลาในก่อนเติบโต ก่อรวม กลายเป็นระดับที่แท้จริงของดวงดาราสามดวง ยังไม่รู้ว่ายังอีกยาวไกลแค่ไหน ยังมีดวงดาราดวงที่เก้าในตำนานก็ยังไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ดารากักวายุเม็ดนี้ กล่าวอย่างง่ายดายก็เหมือนดั่งหลุมที่ไร้ที่สิ้นสุด

 

แต่ว่าหลงเฉินก็ทราบดี เคล็ดกายานวดารานี้ เป็นทางออกเดียวของเขา ไม่เช่นนั้นก็คงจะสามารถเป็นแค่เพียงคนธรรมดาทั้งชีวิต  แม้แต่การใช้ชีวิตธรรมดาก็ยังทำไม่ได้ ก็คงจะกลายเป็นเนื้อคนบนเขียงให้ผู้คนคอยฆ่าแกงแล้ว

 

แล้วก็ได้ใช้เวลากว่าสองชั่วยามในการกลั่นโอสถกักวายุ ตัวอ่อนดารากักวายุก็ได้มีขนาดใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย พลังจิตที่ตนเองสามารถไหลเวียนออกมาได้ ก็ได้มากขึ้นอีกส่วนหนึ่ง

 

ในเวลานี้ก็ถึงในช่วงเวลากลางคืนแล้ว หลงเฉินค่อยๆเดินออกมาจากประตูห้อง มาจนถึงท่ามกลางห้องเก็บฟืน สูดลมหายใจเข้าคำหนึ่ง ไหลเวียนพลังตามพลังวัวคลั่งอย่างช้าๆ หลงเฉินที่รู้ถึงการเดินของเส้นลมปราณดุจดั่งนิ้วบนฝ่ามือ วิชายุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับล่าง  สามารถกล่าวได้ว่าแค่ศึกษารอบเดียวก็เป็นแล้ว ไม่ได้มีแรงกดดันอันได้แม้แต่น้อย

 

แล้วก็ได้เดินมาจนถึงด้านหน้าของหน้าหินลอกหนัง(石碾)ชิ้นหนึ่ง หินลอกหนังนี้ตามปกติจะเป็นวัตถุสิ่งที่มีความคงทนเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีน้ำหนักด้วยส่วนมากที่หนึ่งพันชั่ง (斤ครึ่งกิโลกรัม)

 

ทั้งสองมือก็ได้โอบเข้าไปยังหินลอกหนัง รวมพลังเอาไว้ที่ทั้งสองแขน

 

“  อึบ  ”

 

หินลอกหนังขนาดใหญ่ก็ได้ถูกยกเกิดเสียงดังขึ้น หลงเฉินสัมผัสอย่างระมัดระวังครู่หนึ่ง ก็สัมผัสได้ว่าตนเองสมควรที่จะพลังอยู่ในระดับใดกัน ถึงกับสามารถยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากถึงหนึ่งพันห้าร้อยชั่งเช่นนี้ได้

(จิน 斤 = ชั่ง,ครึ่งกิโล)

 

ควรทราบว่าตอนที่เขาถูกโจวเย้าหยางเล่นงานก่อนหน้านี้ พลังของเขามีหนึ่งร้อยห้าสิบชั่งเท่านั้น ในวันนี้กลับปะทุขึ้นไปถึงสิบเท่า

 

“ ยอดเยี่ยม ไม่ต้องกล่าวถึงอย่างอื่น เป็นที่ประจักษ์ถึงพลังอันมหาศาลของข้าในตอนนี้แล้ว น่าจะทัดเทียมพอๆกันกับเจ้าเด็กน้อยที่มีพลังในขั้นก่อรวมระดับที่ห้าได้แล้วละ ”

 

หลงเฉินเก็บความยินดีที่อยู่ภายในจิตใจเอาไว้มาได้ ในเวลาเดียวกันเคล็ดกายานวดารา ก็ยิ่งดูเป็นที่ปรารถนามากขึ้น เพียงแต่แค่ด้วยพลังที่ก่อรวมขึ้นมาจากจุดอ่อนๆเม็ดเล็กๆเพียงเม็ดเดียว ถึงกลับสามารถเพิ่มพลังมากขึ้นมาได้ถึงเพียงนี้ ไม่ทราบบว่าแท้จริงแล้วหลังจากที่รวมพลังดารากักวายุได้อย่างแท้จริงแล้ว ตนเองจะสามารถเข้าสู่ในระดับใดกันแน่

 

ในขณะที่เกิดอาการลังเลอยู่นาน ก็ยังมิอาจที่จะเก็บความคิดเหล่านี้ที่ผุดขึ้นมาในจิตใจลงได้ จึงได้ลุกขึ้นยืนในทันที ไหลเวียนพลังออกมาอย่างช้าๆ กลุ่มก้อนพลังความร้อน ก็ได้ไหลเวียรปกคลุมอยู่ท่ามกลางภายในหมัดขึ้น

 

“ หมัดวัวคลั่ง ”

 

“ ปึง ”

 

พลังหมัดของหลงเฉินก็ได้เข้าชนกับหินลอกหนังทางด้านหน้า เสียงระเบิดก็ได้ดังขึ้นมา หินลอกหนังขนาดใหญ่ ก็ได้ถูกหมัดซัดจนลอยกระเด็นลอยไป พุ่งเข้าชนกับกำแพงทางด้านหน้าอย่างรุนแรง จนเกิดรอยแตกร้าวขึ้นบนฝาผนัง

 

หลงเฉินเก็บอาการทึ่งเอาไว้ไม่ได้ พลังที่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ความจริงเขาเพียงที่จะทดสอบพลังทำลายเท่านั้น ไม่คิดว่าจะสามารถเกิดพลังได้มากมายถึงเพียงนี้

 

แล้วก็ได้มองไปทางด้านนอก ภายในตำหนักนี้ ยังมีอยู่หลายห้องหับที่ยังคงจุดไฟอยู่ไม่น้อย ทันใดนั้นก็ทราบได้ว่าตนเองได้ทำให้ทุกคนเกิดอาการตกใจขึ้นมาแล้ว จึงได้รีบร้อนหันกายกลับไปยังห้องพัก ล้มตัวลงนอนไปในทันที

 

แต่ว่าภายในจิตใจยังเกิดความลิงโลดขึ้นมาจนอยากที่จะกระโดดโลดเต้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เคล็ดกายานวดารา เจ้าที่แท้เป็นวิชาในระดับใดกันแน่ ถ้าเกิดรวมพลังดาราทั้งเก้าได้ เช่นนั้นแล้วจะมีพลังทำลายได้จนถึงระดับใดกันแน่  ?

 

ในคืนนี้ ภายใต้อาการลิงโลดอันนับไม่ถ้วนของหลงเฉิน จึงทำให้ยากที่จะหลับได้ลง เมื่อมาถึงวันที่สอง ในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ก็ได้สาดส่องแสงแดดเข้ามายังภายในห้องหับ หลงเฉินจึงได้ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา

 

“ หึหึ คิดที่จะเอาชิ้นส่วนร่างกายของข้า ? ความหวังนี้ถือได้ว่ามักใหญ่ใฝ่สูงไปแล้ว แต่ว่า มันก็คงจะไม่สมฤทธิ์ผลให้พวกเจ้าได้หรอกนะ ”

 

หลังจากที่ได้ลุกขึ้น ชำรำล้างร่างกายเสร็จสิ้น ภายในหูก็ได้ยินเสียงของผู้คนพูดคุยกัน กำลังถกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างประหลาดที่ห้องเก็บฟืนเมื่อคืนนี้  เมื่อยามที่ดวงอาทิตย์ได้ขึ้นสูงขึ้น ภายในใจหลงเฉินก็ยังคงเก็บคำพูดเหล่านี้มาคิดขึ้นมาไม่ได้

 

“ วันนี้เป็นวันดีวันหนึ่ง ใจคิดที่ทำอะไรก็กระทำได้อย่างสัมฤทธิ์ผล ”

.

//ชินหลง – ตอนหน้ามีตีกันแล้วว เอามันให้ตายยย!!!!!//

.

.

 




NEKOPOST.NET