[นิยายแปล]Nine Stars Tyrant Body Arts ตอนที่ 6 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]Nine Stars Tyrant Body Arts

Ch.6 - จ่ายคืนดอกเบี้ย


ตอนที่ 6 จ่ายคืนดอกเบี้ย

 

 

แปลไทย : ZyvX | แก้ไข : แพนด้าคุง

หลงเฉินมุ่งหน้าเดินไปยังด้านที่มีคนมองเข้ามา ดวงตาทั้งคู่ของเขา อดไม่ได้ที่จะทอความเย็นเยียบ คนกลุ่มนี้ดุจดั่งดวงดารามากมายที่รายล้อมจันทราอยู่ก็มิปาน ไม่นานก็มีชายหนุ่มคนนึงเดินเข้ามาหาเขา

 

ชายหนุ่มผู้นั้นมีใบหน้าดุจดั่งหยกที่ประณีตแล้ว ร่างกายสูงใหญ่ผิวพรรณเรียบเนียน ถือได้ว่าเป็นคุณลักษณะของวีรบุรุษได้อย่างเต็มปาก คนที่มานั้นมิใช่ใครอื่น มันคือคนที่ได้สร้างความเจ็บปวดให้แก่หลงเฉินที่เวทีประลองนั้นเอง และมันก็เคยทุบตีหลงเฉินจนเกือบตาย มันผู้นั้นคือคุณชายโจวเย้าหยางนั้นเอง

 

โจวเย้าหยางคือบุตรชายคนโตที่เกิดกับภรรยาหลวงของขุนนางในนอกเขตแดน ยิ่งไปกว่านั้นในบรรดาบุตรขุนนางมากมาย ถือได้ว่าอยู่ตำแหน่งที่สูง ท่ามกลางหมู่บุตรคุณนาง ถือได้ว่าเป็นที่ชื่นชอบมากมาย

 

โจวเย้าหยางพึ่งจะได้เข้ามา ก็พบเห็นหลงเฉินและคนมากมาย ก็ได้หัวเราะขึ้นมาอย่างช้าๆ ก้าวเดินเข้าไปหา มองไปที่หลงเฉินแล้วกล่าว “เรื่องเมื่อครั้งที่แล้ว ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุบตีเจ้าจนแม้แต่มารดาก็ยังจดจำไม่ได้แล้ว”

 

ในปากยังกล่าวคำขออภัย แต่บนใบหน้ากลับมิได้ส่อแววเช่นนั้นแม้แต่น้อย อีกทั้งภายในคำพูดยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่ยอมรับ คล้ายดั่งเหล่าราชาที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงส่ง หลงเฉิน

 

“ไม่เป็นไร อีกไม่นานข้าก็จะทุบตีเจ้าจนจำไม่ได้แม้แต่ย่าของตัวเองเหมือนกัน” หลงเฉินกล่าวพร้อมหัวเราะเสียงเย็นชาในเวลาเดียวกันก็ได้เกิดความแค้นขึ้นมาภายในใจ

 

หลังจากวันนั้นที่ตนเองได้สติกลับมา ก็มีเพียงแค่มารดาและชายชราเย่าซือผู้นั้นอยู่เท่านั้น คำพูดนี้น่าจะเป็นเจ้าเฒ่าชรานั้นเป็นคนเปิดเผยออกไปเป็นแน่

 

คำพูดนี้ของโจวเย้าหยาง เป็นเหมือนกับกำลังบอกต่อหลงเฉินว่า เฒ่าชรานั้นก็เป็นคนของพวกเขานั้นเอง และหลงเฉินถึงแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บจนน่าตกใจ แต่ว่าก็ยังถือได้ว่าไม่มีอันตรายถึงชีวิตเอา แม้แต่อาการบาดเจ็บที่ท้ายศีรษะ ถึงแม้จะมีโลหิตไหลออกมามาก แต่ก็ยังไม่ถือว่าหนักหนาสาหัสอันใด

 

แทบจะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ยาโอสถในระดับที่สูงเพื่อที่ทำการรักษาตนเอง แต่ก็ยังทำการรีดไถ่ทรัพย์สินมีค่าของมารดาไปหมด

 

แม้ว่าจะไม่ได้สังหารตนเอง แต่ก็ทำให้ทรัพย์สินของตระกูลเขาหดหายไปมาก ทำให้การมีชีวิตอยู่ของพวกเขาย่ำแย่ติดดินมากขึ้น นี้ถึงเป็นเบื้องหลังความโหดร้ายที่หลบซ่อนเอาไว้อยู่

 

“หลงเฉิน เจ้าหาที่ตายแล้ว ข้าว่าอาการความจำเสื่อมยังคงไม่หายดีกระมั่ง ที่แท้ยังคิดที่จะถูกพี่เย้าหยาง ทุบตีจนเกือบตายอีกครั้งงั้นหรือ?”

 

“นั้นสิ ก็แค่เจ้าขยะไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้ ยังจะกล้ามาพูดจาสามหาวอีก ช่างหาที่ตายโดยแท้”

 

“โง่เขลานัก! ถึงกับมีบุตรขุนนางที่โง่เขลาเช่นเดียวกันพวกเราได้ถึงเพียงนี้ ช่างเป็นที่น่าอดสูของพวกเราเสียนี้กระไร!”

 

โจวเย้าหยางยังคงไม่พูดไม่จา คนข้างกายของเขา ก็ได้เริ่มที่จะชี้หน้าด่าทอหลงเฉินออกมาอย่างเสียงดัง จนพ่นน้ำลายออกมาเต็มปาก

 

“หลงเฉิน เจ้าถึงแม้จะมีบรรดาศักดิ์เทียบเท่ากับข้า แต่ว่าก็เหมือนกับหนึ่งฟ้า อีกหนึ่งเป็นเพียงเถ้าธุรี เจ้าเป็นได้เพียงแค่แมลงตัวกระจ้อยร่อยตัวหนึ่ง ไม่แม้แต่จะอยู่ความคิดข้าแม้แต่น้อย”

 

“ดังนั้น ต่อให้ข้ารังแกเจ้ายังไง เจ้าก็มีเพียงแต่ต้องอดทนเอาไว้ มิเช่นนั้นผลลัพธ์คงจะออกมาดุจดั่งครั้งที่แล้วแน่นอน ถึงซ้อมจนกลายเป็นสุนัขตายด้านตัวหนึ่ง!” โจวเย้าหยางใช้นิ้วชี้ไปทางด้านปลายจมูกของหลงเฉิน

 

“ผัวะ”

 

หลงเฉินยิ้มขึ้นมาอย่างช้าๆ มือขนาดใหญ่ได้ยื่นออกมาในทันที จนผู้คนทั้งหมดไม่อาจที่จะมีปฏิกิริยากลับมาได้ทัน คว้าจับไปที่นิ้วมือข้างนั้นของโจวเย้าหยาง ออกแรงขึ้นมาเล็กน้อย จนเกิดเสียงดังขึ้นมา

 

โจวเย้าหยางร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บปวดได้แผ่กระจายขึ้นมาอย่างชัดเจน จนรุกลามไปทั่วทั้งร่างกาย กระจายไปยังทั้งนิ้วทั้งสิบ ที่เพียงถูกหลงเฉินบีบเข้าไปคราหนึ่ง ร่างกายก็แทบจะล้มลงบนพื้น

 

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นยอดฝีมือขั้นก่อรวมระดับที่เจ็ด แต่ว่าก็ยังไม่ถึงกับเข้าสู่ขอบเขตก่อโลหิต ระดับความแข็งแกร่งของร่างกาย ก็เพียงแค่แข็งแกร่งกว่าบุคคลปกติทั่วไปส่วนเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

 

ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้ยังเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เขาจึงไม่ได้มีเวลาที่จะไหลเวียนพลังเพื่อยับยั้ง เพื่อข่มความเจ็บปวดเอาไว้ แทบจะไม่แตกต่างจากบุคคลธรรมดาแต่อย่างไร

 

หลงเฉินจ้องมองไปยังใบหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างเจ็บปวดของโจวเย้าหยาง กล่าวขึ้นมาด้วยความสงสัย  “สูงส่งมากนักเรอะ?  ดูไว้นะ? เจ้ากำลังพูดถึงตัวเจ้าเองอย่างงั้นหรือ?”

 

สถานการณ์ก็ได้เปลี่ยนแปลงไป จนทำให้ผู้คนทั้งหมดตกอยู่ในอาการตื่นตกใจ ในเวลานี้โจวเย้าหยางเจ็บปวดจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว คนอื่นๆจึงค่อยได้มีปฏิกิริยากลับมา มุ่งหน้าไปหาหลงเฉิน

 

“ไสหัวไปซะ แล้วก็รีบปล่อยพี่เย้าหยางได้แล้ว!”

 

“ผู้ใดกล้าเข้ามา ข้ากลัวจะตายอยู่แล้ว”

 

คนที่อยู่ข้างกายของโจวเย้าหยาง พบว่าเขาถูกหลงเฉินจู่โจมก็ได้พุ่งตัวขึ้นมา หลงเฉินหมายจะขยับเคลื่อนไหว ทันใดนั้นข้างกายหลงเฉินก็ได้มีเงาร่างสูงใหญ่เพิ่มมาอีกหนึ่งคน จ้องมองคำรามไปยังกลุ่มคนอีกฝ่ายด้วยความโกรธเคือง ดุจดั่งสายฟ้าอัสนีบาตรก็มิปาน ทิ่มแทงเข้าไปยังใบหูของผู้คนมากมายจนดังอึงอล 

 

เมื่อพบเห็นผู้ที่มาได้อย่างชัดเจน มุมปากของหลงเฉินก็ได้ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา ผู้คนมามิใช่ใครอื่น ที่แท้ก็คือซือฟง

 

ความจริงมีลูกขุนนางหลายคนคิดที่จะออกหน้าขึ้นมา เพราะว่าการปรากฏตัวของซือฟง จึงได้หยุดเท้าลงในทันที

 

ซือฟงเป็นคนที่ทั้งโอหังและถือดี ไม่ชมชอบการลุมผู้อื่น แต่ว่าการที่มีตำแหน่งลูกขุนนางที่สูงส่ง รวมไปทั้งร่างกายที่มีบารมีอันแข็งกล้า เพียงครู่เดียวก็ได้กดพวกเขาเอาไว้

 

ช่วงเวลาหนึ่ง ผู้คนทั้งหมดก็ตกอยู่ในความเงียบสงบ ทั่วทั้งภายในตึกศึกษาอักษรได้ยินแต่เพียงเสียงร้องอันเจ็บปวดของโจวเย้าหยาง

 

“พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันอยู่?”

 

ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา แล้วก็ได้มีชายชราผู้หนึ่งกำลังเดินเข้ามา ผู้คนทั้งหมดต่างก็เกิดสีหน้าตื่นตะลึงขึ้น พวกเขาต่างก็มองไปยังทางด้านชายชราผู้นั้นไปตามๆกัน

 

ชายชราผู้นั้นก็คืออาจารย์ผู้สอนของตึกศึกษาอักษร เป็นนักปราชญ์ผู้หนึ่ง กล่าวกันว่าเป็นคนมีน้ำใจแข็งแกร่งซื่อตรง สำรวม และมีความเที่ยงธรรม

 

“ทะเลาะวิวาทกันภายในของตึกศึกษาอักษร  ตามกฎจะต้องถูกกุมขังหนึ่งเดือน พวกเจ้าอยากที่จะลองดูกันไหม?” ชายชราผู้นั้นกล่าวพร้อมส่งเสียงดังชิออกมาอย่างเย็นเยียบ

 

หลงเฉินกรอกลูกตาอยู่รอบหนึ่ง แล้วก็ได้ปล่อยโจวเย้าหยางออก เส้นเอ็นของนิ้วมือข้างนั้นก็ได้มีการบิดเบี้ยวเปลี่ยนรูปไป เอ่ยปากขึ้นกับชายชราอย่างเร่งรีบ “ ท่านเข้าใจผิดแล้ว เมื่อครู่พวกเราไม่ได้ทะเลาะกันเลย เพียงแต่กำลังทำการทดสอบเท่านั้นเอง “

 

“โฮ้? ทดสอบรึ? ทดสอบอะไรล่ะ?” เห็นได้ชัดว่าชายชราผู้นี้มิได้จัดการได้โดยง่าย มองไปทางด้านหลงเฉินอย่างเย็นชาแล้วถามออกมา

 

“พวกเรากำลังทำการทดสอบอยู่ ของระดับความแข็งแกร่งของนิ้วมือข้างหนึ่ง จะสามารถล้มนิ้วมือทั้งห้า ได้นานแค่ไหนกัน”

 

“เมื่อผ่านการทดสอบนี้ พวกเราก็ได้รับผลลัพธ์อย่างหนึ่ง ว่าไม่อาจที่จะต้านทานพลังของหมู่มากได้ “

 

“ต่อให้นิ้วเพียงนิ้วเดียวมีความแข็งแกร่งกว่านี้ ก็ยังคงโดดเดี่ยวอยู่ ย่อมต้องมีพลังอย่างจำกัด มีแต่เพียงใช้ต้องรวมตัวกันกับพรรคพวก จึงจะมีพลังความสามารถอันไม่หยุดยั้งได้ ทั้งยังทวีความแข็งแกร่ง ทั้งยังทวีความอึดอีกด้วย”

 

“ในการทดสอบครั้งนี้ ข้าและโจวเย้าหยางต่างก็ได้รับทราบและเข้าใจพลังของอีกฝ่าย มีส่วนช่วยเหลือในการฝึกปรือของพวกเราในวันข้างหน้าได้อย่างมาก จึงจะก่อประโยชน์ให้อย่างมาก พี่โจว ท่านว่าใช่หรือไม่” หลงเฉินกล่าวออกมาอย่างลึกซึงแล้วมองไปทางโจวเย้าหยาง

 

โจวเย้าหยางแค้นจนเกือบจะเป็นลมไป แต่ก็เห็นได้ชัดว่าการพลาดท่าให้เช่นนี้ ไม่อาจที่จะไม่ยอมรับได้ว่า เขาและหลงเฉินต่างก็กำลังฝ่าฝืนกฏกันอยู่ ต่อให้เป็นลูกขุนนาง ก็ไม่อาจที่จะฝ่าฝืนกฎของตึกศึกษาอักษรได้

 

“ใช่แล้ว”

 

โจวเย้าหยางใช้พลังอันมากมายเพื่อที่จะเสียงของตนเองกล่าวออกมาอย่างสงบได้ แต่ว่าหลังจากที่ได้ผ่านความเจ็บปวด แม้แต่เสียงก็ยังแหบพร่าลง ทำให้รู้สึกเหมือนกับกลืนบอระเพชรเข้าไป

 

ชายชราผู้นั้นมองไปทางด้านของหลงเฉิน ดวงตาทั้งคู่ก็ได้สาดเป็นประกายหยอกล้อขึ้นเล็กน้อย พยักหน้าแล้วกล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหล่าฟู่(ข้าผู้ชรา老夫)ก็ไม่อาจโทษพวกเจ้าได้แล้ว จำไว้ จากนี้ไปห้ามก่อความวุ่นวายในที่แห่งนี้อีก”

 

ผู้คนมากมายเมื่อได้ยิน ไม่อาจที่จะส่งสายตามองไปยังหลงเฉินว่าดวงดีได้ ชายชราเห็นๆอยู่ว่ามองออกว่า หลงเฉินได้กล่าวออกมาวุ่นวายไม่หยุด แต่ก็ยังคงปล่อยพวกเขาไปสักครา

 

“ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ!!”

 

โจวเย้าหยางกัดฟันไปมา ใช้เพียงน้ำเสียงที่มีเพียงทั้งสองคนเท่านั้นที่ได้ยินกล่าวออกมา

 

หลงเฉินลงมือได้อย่างดุร้ายมาก ยังคงมองไปยังนิ้วมือของเขาไม่ขาดสาย ไม่ทราบว่าเขาได้ใช้ออกมาด้วยวิชาฝ่ามืออันใด จนถึงกับทำให้เส้นเอ็นภายในมือข้างนั้นของเขา เกิดการชาจนบวมได้ถึงเพียงนี้ ไม่เช่นนั้นโจวเย้าหยางก็คงจะไม่เจ็บปวดถึงเพียงนี้ จนมิอาจที่จะใช้เรี่ยวแรงเพื่อขัดขืนได้เลย

 

“ยินดีน้อมเชิญพี่โจวมาทดสอบกับข้าอีกได้ทุกเมื่อ”

 

หลงเฉินหัวเราะขึ้นมาพร้อมส่งอย่างมีมารยาทและชั่วร้าย วันนี้ยังเป็นเพียงแค่การจ่ายดอกเบี๊ยเท่านั้น ยังมีเรื่องที่สนุกตามหลังมาอีกแน่

 

ลูกขุนนางสองร้อยกว่าคน ก็ได้นั่งลงอย่างสงบเรียบร้อย ชายชราผู้นั้นก็ได้พยักหน้าขึ้นลงอย่างยินดี เริ่มต้นร่ายบทมารยาทของผู้ดีขึ้นมาชุดหนึ่ง จนแทบจะขาดใจ ผู้คนที่ได้ยินก็เกิดอาการง่วงเหงาฮาวนอน แต่ว่าก็ไม่กล้าที่จะหลับ

 

ชายชราผู้นี้ถึงแม้จะไม่มีการฝึกยุทธ์แม้แต่น้อย แต่ว่าทั่วทั้งไท่เสวียกู่ ก็ถือคำพูดเขาเป็นดั่งประกาศิต ถ้าหากไม่ระวังทำให้เขาโกรธขึ้นมา ถูกเขาขับไล้ออกไป เช่นนั้นหอตำรายุทธ์ช่วงกลางวัน ก็ไม่ต้องไปคิดถึงแล้ว

 

นี้ก็เปรียบเหมือนกับไข่ไก่สองฟอง ฟองหนึ่งเหม็นเน่า ฟองหนึ่งเป็นไข่ที่ดี แต่ว่าคิดที่จะกินไข่ที่ดี จำเป็นต้องผ่านการกินไข่เน่าก่อน

 

ชายชราผู้นั้นได้พูดถึงประวัติความเป็นมาของประวัติศาสตร์ การทะนุบำรุงประเทศชาติ ความรู้ความเข้าใจในด้านการเพาะปลูกและเพาะเลี้ยง แม้แต่หลงเฉิน ก็เกือบจะหลับจนลงไป

 

ทว่าพวกเจ้าอ้วนหลายคน กลับมีความตั้งใจในการฟังอย่างเต็มเปี่ยม เพราะว่าพวกเขาไม่อาจที่จะฝึกปรือ ที่มาก็เพื่อที่จะหยิบยืมการชี้แนะทีละเล็กทีละน้อย ศึกษาได้แม้เพียงครึ่งหนึ่งก็ยังดี

 

ท่ามกลางความเบื่อหน่ายที่อัดอั้น ในที่สุดก็ล่วงเลยมาจนถึงช่วงกลางวัน หลังจากที่ทานอาหารกลางวันแล้ว ผู้คนทั้งหมดต่างก็โห่ร้องอย่างดีใจเดินเข้าไปทางด้านของหอตำรายุทธ์

 

ต่อให้เป็นอย่างเจ้าอ้วนและพวกที่ไม่อาจฝึกฝนวิทยายุทธ์ได้ ต่างก็ยังคงวิ่งเข้าไป ภายในหอตำรายุทธ์มีวิชายุทธ์อยู่นับไม่ถ้วน เข้าไปแสวงโชคก็ยังถือเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเช่นเดียวกัน

 

หอตำรายุทธ์แบ่งเป็นทั้งหมดสามชั้น ทว่ามีเพียงแค่ชั้นแรกสุดเท่านั้น ที่ได้เปิดขึ้นมาให้บุตรขุนนางเข้าไป

 

ถึงแม้จะมีเพียงแค่ชั้นเดียวแต่ว่าก็ยังถูกตั้งไว้ด้วยชั้นหนังสือทั้งหมดสิบเจ็ดตู้เต็มๆ ถูกจัดวางไว้ด้วยวิชายุทธ์แต่ละชนิด ทักษะต่างๆ มองดูจนทำให้ผู้คนเกิดอาการละลานตาขึ้น

 

“พี่ใหญ่เย้าหยาง ข้าได้นัดท้าประลองเป็นตายกับหลงเฉินแล้ว ครั้งนี้ข้าจะต้องจัดการเขาให้ตายอย่างแน่นอน จะช่วยชำระความโกรธนี้ให้แก่พี่ใหญ่เย้าหยางไปด้วย!”

 

หลี่เฮ่าไม่ทราบว่าตั้งแต่เวลาใด ก็ได้แอบวิ่งมาจนถึงด้านข้างของโจวเย้าหยาง ทำการคารวะแล้วกล่าว

 

ในเวลานี้โจวเย้าหยางก็ได้เดินพลังยับยั้งอาการเจ็บปวดที่นิ้วมือไว้แล้ว แต่ว่าก็ยังพลาดจากจุดสำคัญ จนทำให้เส้นลมปราณเกิดอาการชาด้านขึ้นมา เขาจำเป็นที่จะต้องไปเชิญเย่าซือมาเพื่อช่วยเขาทำการรักษาจึงจะได้

 

“ตอนนี้ยังมิใช่ช่วงเวลาที่จะมาฆ่าเขา ไม่เช่นนั้นข้าคงจะจัดการจนเขาตายตั้งแต่ครั้งที่แล้ว” โจวเย้าหยางส่ายหน้า ตอบออกไปในทันที “ใช่แล้ว ครั้งที่แล้วเจ้าทำไมถึงถูกเขาจัดการจนแพ้ได้กันละ?”

 

“เรื่องนี้ เพ้ย ! ความจริงแล้วเป็นข้าได้ใจจนเกินไป ผลสุดท้ายจึงได้ถูกหลงเฉินฉวยโอกาสจับเอาไว้ มารดาเถอะ ช่างทำให้ข้าแค้นโดยแท้ ข้าถึงกับถูกเจ้าขยะไร้ประโยชน์จัดการจนพ่ายแพ้ถึงครั้งหนึ่ง” หลี่เฮ่าตอบกลับไปด้วยความชิงชัง

 

ครั้งที่แล้วพ่ายแพ้ ทำให้เขาได้รับความอัปยศมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความกล่าวนินทาลับหลังเขาอีก ทำให้เขาโกรธจนแทบคลั่ง เขาคิดมาโดยตลอด ครั้งที่แล้วเป็นเพียงความประมาทเล็กน้อยเท่านั้น  ดังนั้นในครั้งนี้จึงหมายมั่นคิดสังหารหลงเฉินขึ้นมา

 

“หลงเฉินไม่อาจที่จะตายได้ อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังมิอาจที่จะตายได้ เจ้าอย่าได้ทำให้เสียเรื่องใหญ่”โจวเย้าหยางกลัวว่าหลี่เฮ่าจะไม่เข้าใจในความหมายของเขา จึงได้จงใจพูดทวนซ้ำอีกรอบหนึ่ง

 

“ถ้างั้นทำอย่างไรดี? จะปล่อยเขาไปเช่นนี้อย่างงั้นหรือ?” หลี่เฮ่าตอบกลับมาอย่างไม่ยินยอมส่วนหนึ่ง

 

โจวเย้าหยางมองไปยังนิ้วมือที่เปลี่ยนรูปไปของตนเอง จึงได้กัดฟันแล้วกล่าวออกมา “ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถฆ่าเขาได้ แต่ว่าถ้านำสิ่งที่อยู่บนร่างกายเขาไปซักชิ้นสองชิ้นก็ยังพอทำได้อยู่”

 

หลี่เฮ่าทอประกายดวงตาอย่างเงียบงัน ตอบกลับไปอย่างยินดี “ใช่ ในครั้งนี้จ้ายังต้องจะการระเบิดไข่หงส์ของเขา ใช่แล้ว ข้ายังต้องการดวงตาอีกข้างหนึ่งของเขา มารดามันเถอะ นัยน์ตาของเขาทำให้ข้ารู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก”

 

โจวเย้าหยางและหลี่เฮ่าสบตาหัวเราะขึ้นมา แต่ว่าพวกเขากลับมิได้ตรงจสอบพบ  หลงเฉินที่กำลังแกล้งจัดหนังสืออยู่นั้น ก็ได้ยิ้มขึ้นมา ทว่ารอยยิ้มนั้นเอง เทียบกับพวกเขายังถือว่าเยือกเย็นยิ่งกว่า คล้ายดั่งเสือดาวตัวหนึ่ง กำลังจ้องมองไปยังแพะสองตัวกับกระซิบกระซาบกันอยู่

 

ในตำแหน่งของหลงเฉิน ประจวบเหมาะที่พลังวิญญาณของเขาตรวจสอบพบความเคลื่อนไหวของทั้งสองคนได้พอดี ถึงแม้จะไม่ได้ยินที่พวกเขาพูดอย่างชัดเจน แต่ว่าเมื่อดูจากการขยับของปากพวกเขา ก็พอที่จะคาดเดาได้ไม่แตกต่างนัก

 

เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนคล้ายดั่งกลับไปพลิกหาตำราที่ชั้นหนังสือแล้ว หลงเฉินก็คร้านที่จะสนใจพวกเขา ก็ได้เริ่มต้นค้นหาเป้าหมายที่แท้จริงของตนเอง

 

ภายในความทรงจำของเขา นอกจากเคล็ดกายานวดาราแล้ว ราวกับว่าทั้งหมดต่างก็มีความเกี่ยวข้องกับการหลอมโอสถแทบทั้งสิ้น เขาในตอนนี้จึงจำเป็นที่จะต้องหาวิชายุทธ์สักแขนงหนึ่ง

 

หลงเฉินสนใจวิชายุทธ์อยู่แขนงหนึ่ง ในขณะที่กำลังจะยื่นมือเข้าไปหยิบ ชายหนุ่มใบหน้าดำคล้ำก็ได้ยื่นมือเข้ามาอย่างกะทันหัน จนแย่งชิงทักษะยุทธ์เล่มนั้นไปต่อหน้าต่อตา

 

“ ต้องขออภัยด้วย คุณชายเช่นข้าต้องตาแล้ว ”

 

คนผู้นั้นมองก็ไม่มองไปที่หลงเฉินแม้สักครา แล้วก็เข้าไปพลิกดูอยู่ทางด้านข้างที่ไม่มีผู้คน

 

หลงเฉินขมวดคิ้วขึ้นช้าๆ นี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการจงใจ แต่ว่าหลงเฉินก็ยังไม่ได้ทำอันใด เปลี่ยนไปยังชั้นหนังสืออีกด้านหนึ่ง

 

เมื่อพบเห็นวิชายุทธ์ฝ่ามืออีกเล่มพอดี ในขณะที่กำลังจะลงมือ ชายหนุ่มใบหน้าดำคล้ำผู้นั้น ก็ได้รอคอยอยู่อีกด้านตั้งแต่แรก แล้วก็ได้เข้ามาเพื่อแย่งชิง

 

“ ต้องขออภัยด้วย คุณ …… ”

 

“ ผัวะ”

 

เสียงดังกึงก้องดังอึงอวนอย่างรุนแรงจากใบหูสะเทือนไปทั่วทั้งใบหน้าดำคล้ำ ตัดบทพูดของเขาลง ทั้งยังมีพลังอย่างเข้มแข็ง จนทำให้เขาลอยกระเด็นออกไป

.

.

.

.




NEKOPOST.NET