[นิยายแปล]Nine Stars Tyrant Body Arts ตอนที่ 4 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]Nine Stars Tyrant Body Arts

Ch.4 - การก่อรวมพลังแห่งดารากักวายุ


ตอนที่     4                              การก่อรวมพลังแห่งดารากักวายุ

 

 

 

สมุนไพรเก้าหยิน(九阴草) ได้ฝึกฝนจนสำเร็จ

 

เส้นชีพจรมังกรพสุธา(地龙根) ได้ฝึกฝนจนสำเร็จ

 

สัมผัสแห่งเพลิง(炎味子) ได้ฝึกฝนจนสำเร็จ

 

……

 

ภายใต้สมุนไพรกว่าสามสิบชนิด  หลงเฉินได้ใช้เวลาไปหลายชั่วยามเต็มๆ จึงจะหล่อหลอมจนสำเร็จไปได้ทีละชิ้น จนทำให้เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยใจหลั่งเหงื่อออกมาโชมกาย

 

การหลอมโอสถกับการปรุงยานั้นไม่เหมือนกัน จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงตัวสมุนไพรจึงจะสามารถหลอมออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งยังต้องนำสิ่งเจือปนออก หลอมจนกลายเป็นผง

 

แต่ว่าเปลวไฟในมือของหลงเฉิน เรียกได้ว่าไร้ค่าอย่างถึงที่สุด การหลอมจนกลายเป็นผงนั้นจึงมีสิ่งเจือปนที่เข้ามาได้อย่างมากมาย แต่ว่าเรื่องเช่นนี้ก็มิอาจทำให้เขาวิตกได้

 

อย่างแรกนั้นก็คือ การฝึกฝนของหลงเฉินยังถือว่าไม่เพียงพอ มิได้มีระดับพลังของเพลิงโอสถที่เฉพาะ อีกทั้งพลังเพลิงไฟยังไม่แรงพออีกด้วย

 

อย่างที่สองก็คือ หลงเฉินในตอนนี้ไม่มีโอกาส และก็ไม่อาจที่จะสามารถหยิบยืมเพลิงไฟจากสิ่งอื่นได้ จึงสามารถทำได้เพียงเท่านี้

 

โอสถกักวายุ เป็นโอสถที่อยู่ในระดับแรก ปกติจะมีแต่เพียงผู้ฝึกโอสถในระดับโอสถสามัญ จึงจะสามารถหล่อหลอมโอสถขั้นแรกออกมาได้

 

แต่ก็คิดไม่ถึงว่าทักษะการหลอมโอสถที่ฝึกฝนมา นอกจากจะต้องมีเพลิงโอสถที่แข็งแกร่งแล้ว ยังจำเป็นที่จะต้องมีพลังจิตที่ทรงพลังและเหมาะสม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ จำเป็นที่จะต้องมีพลังวิญญาณที่เข็มแข็งเป็นอย่างมาก

 

ส่วนอื่นทั้งสองอย่างยังไม่ถือว่าได้มายากเย็นมากนัก เพลิงโอสถขอเพียงมีเงื่อนไขบางอย่าง นั้นก็คือการสามารถจับสัตว์มายาชนิดเพลิงไฟ มาเป็นสัตว์เลี้ยง หยิบยืมเพลิงของสัตว์มายา เพื่อบ่มเพาะพลังเพลิงของตนเอง เช่นนี้ก็ถือได้ว่าสามารถเพิ่มแข็งแกร่งอย่างมากแล้ว

 

ร้อยละเก้าสิบเก้าของผู้หลอมโอสถ ต่างก็ใช้สัตว์เพลิงโดยทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าถ้าหากว่าชนิดเก่าแก่ในระดับโบราณ ที่มีพลังในการฟื้นฟูพลังฝีมือของผู้หลอมโอสถ ยังถึงกับสามารถเป็นชนิดที่ถือได้ว่าควบคุมพลังระหว่างฟ้าดินได้ ทั้งยังเป็นเปลวไฟที่มีความลี้ลับในระดับมายา

 

หนึ่งในชนิดของเปลวเพลิงของจิตวิญญาณ ภายใต้ความทรงจำของหลงเฉิน คล้ายกับเคยผ่านมืออยู่ชนิดหนึ่งที่ร้ายกาจอย่างถึงที่สุดในหมู่ของเปลวไฟแห่งฟ้าดิน

 

ต่อให้ร้ายกาจยิ่งกว่านี้ ตอนนี้ก็ยังคงได้แต่เพียงใช้เพลิงขยะนี้ไปอย่างขมขื่น การหลอมรวมพลังติดต่อกัน ยังคงเป็นสิ่งที่อยู่แต่เพียงภายในความทรงจำเท่านั้น ยังไงเสียก็คงเอาออกมาใช้มิได้

 

เมื่อพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว หลงเฉินก็ได้สูดลมหายใจเข้า

 

 “ ฟูว “

 

บริเวณใจกลางฝ่ามือก็ได้มีเปลวเพลิงสีเหลืองอร่ามราวครึ่งเซ็นสั่นไหวไปมา ส่งผ่านความร้อนออกมากลุ่มหนึ่ง

 

 “ ยังได้อยู่ เมื่อครู่ได้ผ่านการหล่อหลอม พลังของเพลิงไฟ แม้จะใช้ได้นานขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ก็ช่างเถอะ กล่าวไปก็ไม่มีประโยชน์อันใดอยู่ดี  “

 

จากนั้นก็ได้นำสมุนไพรที่สมบูรณ์ทั้งเจ็ดชนิดออกมา เข้าสู่ภายในเตา เบิกพลังแห่งจิตวิญญาณขึ้น เปลวไฟที่ใจกลางฝ่ามือของหลงเฉินก็ได้สั่นไหวไปมา เมื่อเทียบกับครั้งที่แล้วยังถือได้ว่าแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า  

 

 “ ใช้จิตวิญญาณในการควบคุมเพลิงไฟ ถ้าหากให้ผู้ฝึกโอสถอื่นเห็นเข้า คงจะทำให้ตกใจจนตายไหมนะ ?  “ หลงเฉินหัวเราะขึ้นอย่างขมขื่น

 

สิ่งที่มีค่าที่สุดของผู้หลอมโอสถก็คือพลังแห่งจิตวิญญาณ  พลังแห่งจิตวิญญาณของมนุษย์ โดยส่วนมากแล้วมักจะมีมาแต่กำเนิด แล้วจะเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆตามการฝึกฝน อีกทั้งยังสามารถเติบโตขึ้นมาได้อีกหลายเท่าตัว

 

พลังแห่งจิตวิญญาณ เป็นรากฐานของการหลอมโอสถ ในช่วงของการหลอมโอสถ  จำเป็นที่จะต้องใช้พลังแห่งจิตวิญญาณอย่างมหาศาล เพื่อควบคุมแรงของไฟ ลดทอนความผิดพลาด ทั้งยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ จนหล่อหลอมผงโอสถออกมาได้  ถ้าเป็นโอสถที่มีฤทธิ์แข็งแกร่ง ยังสามารถระเบิดเตาได้เองอีกด้วย

 

ผู้หลอมโอสถธรรมดาสามัญ ในช่วงเวลาเริ่มแรกจะไม่สามารถ  บรรจุพลังแห่งจิตวิญญาณลงไปได้ โดยส่วนมากแล้วจะเริ่มกันในช่วงหลัง เมื่อโอสถใกล้ได้เวลาที่สุกงอม ก็จะใช้พลังแห่งจิตวิญญาณเพื่อที่จะควบคุมแรงของเพลิงไฟอย่างละเอียดละออและระมัดระวัง

 

เมื่อถึงช่วงเวลานั้นแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นช่วงสำคัญที่สุดของการหลอมโอสถ ระดับความร้อนของเปลวไฟนั้นไม่อาจที่จะหยุดลงหรือมีความเปลี่ยนแปลงได้ ระดับระยะเวลาสั่นยาว ทั้งระดับไฟที่มีทั้งแรงทั้งอุ่น ทำให้สิ้นเปลืองพลังแห่งจิตวิญญาณไปเป็นอย่างมาก

 

ถ้าเกิดช่วงเวลานั้นพลังวิญญาณเหือดแห่งลง เช่นนั้นเตาโอสถนี่ โดยส่วนมากก็จะกลายเป็นไร้ค่าได้ในทันที และหลงเฉินถึงแม้จะใช้พลังแห่งจิตวิญญาณมาตั้งแต่แรก

 

อีกทั้งพลังแห่งจิตวิญญาณยังถือได้ว่ามีค่าอย่างมาก เพียงแค่เพิ่มความแรงของไฟ ยังได้ใช้ฉายเหอ(柴禾)ในการกระตุ้นการเผาไหม้  ไม่ว่าจะเป็นผู้หลอมโอสถคนใด แน่นอนว่าคงจะต้องด่าทอออกมายกใหญ่อย่างแน่นอน ต่อให้เป็นพวกตระกูลที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ก็ยังไม่กล้าที่จะใช้ออกมาอย่างฟุ่มเฟือยเช่นนี้

*ฉายเหอ(柴禾) ไม้เปลือกที่ใช้ไว้เป็นเชื้อเพลิงในการต้มยาและยังมีราคาที่สูงมาก

 

แต่ว่าหลงเฉินกลับไม่เกรงกลัว หากทำตามภายในความทรงจำของเขา พลังแห่งจิตวิญญาณของเขาในวันนี้ มิได้ด้อยไปกว่าผู้หลอมโอสถด้วยทั่วไปอย่างแน่นอน

 

ระดับขั้นของการหลอมโอสถ แบ่งออกมาได้แก่ โอสถสามัญ  โอสถปัญญา เชี่ยวชาญโอสถ ราชาโอสถ ราชันโอสถ จ้าวโอสถ เซียนโอสถ ปราชญ์โอสถ จักรพรรดิโอสถ  

 

ภายในความทรงจำของหลงเฉิน  ภายในความทรงจำนั้นที่ไปจนถึงขั้นจักรพรรดิโอสถนั้นมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ทั้งยังมีผลต่อสภาวะความสามารถของร่างกายตนเองอีกด้วย จึงเป็นที่ชัดเจนอย่างยิ่ง

 

หลงเฉินก็ได้ตื่นขึ้นมาในครั้งนี้ พลังแห่งจิตวิญญาณของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างประหลาด ทั้งยังแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ดังนั้นหลงเฉินจึงมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสามารถทำได้

 

 “ กุกๆ “

 

หลงเฉินไปยังเตาโอสถด้านหน้า ขยับมันไปมาอย่างช้าๆครู่หนึ่ง ก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาเบาๆ

 

 “ หึหึ เชื้อเพลิงก็ได้เต็มเข้าไปในไฟแล้ว น่าจะช่วยทำให้เร็วขึ้นได้ไม่น้อย “

 

ต่อมาก็ได้นำสมุนไพรทั้งสามชนิดเข้าไปยังภายในเตาอย่างรวดเร็ว แต่ว่าในเวลานี้เพียงครู่เดียวหลงเฉินก็เริ่มที่จะมีเหงื่อไหลออกมาโชมกาย

 

จากนั้นก็ได้เด็ดหญ้าสมุนไพรที่มีความยาวประมาณสองนิ้วต้นหนึ่ง แล้วก็ได้ใส่เข้าไปภายในของไหยาใบหนึ่ง อีกทั้งภายในไหยังเต็มเปี่ยมไปด้วยของเหลวหมุนเวียนไปมา แล้วก็ได้นำไปวางเอาที่หัวมุมหนึ่ง สูดหายใจเข้าไปลึกๆอยู่คราหนึ่ง

 

จากนั้นของเหลวก็ได้ไหลเวียนเข้าไปสู่เส้นลมปราณ ผ่านทางรูขุมขนทั่วทั้งร่างกาย เริ่มต้นดูดซับพลังจิตแห่งฟ้าดินอย่างบ้าคลั่ง พลังจิตที่ที่ความจริงได้หลบซ่อนอยู่ในตอนแรก  ก็ได้ถูกฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

นี้เป็นสิ่งที่หลงเฉินได้เตรียมการเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการหลอมโอสถกักวายุ มิเช่นนั้นแล้วพลังจิตอันน้อยนิดของเขาในตอนนี้ คิดที่จะหลอมโอสถ คงจะกลายเป็นเพียงแค่เรื่องที่ขบขันแน่

 

มุมปากก็ได้คาบเอาไว้ด้วยเฉาเกิน(ก้านหญ้า草梗) เพื่อที่จะได้สูดพลังของของเหลวเข้าไป จนได้เริ่มทำการใช้ออกของพลังจิตภายในร่างกายกลุ่มนี้

 

เมื่อเทียบกับพลังจิตของหลงเฉิน พลังวิญญาณของเขายังถือว่าแข็งแกร่งกว่ามากอย่างถึงที่สุด เพียงแค่เวลาภายในสองวัน หลงเฉินก็ได้เริ่มอ่อนโทรมลงไปหลายหนึ่ง  พลังแห่งจิตวิญญาณนี้ได้ว่าถูกใช้ออกไปอย่างมหาศาล

 

แต่ว่าภายในเวลานี้เอง สมุนไพรภายในเตาโอสถทั้งหมดที่ได้ถูกทุ่มเทสร้างขึ้นจนเสร็จสิ้น เหลือแค่การเก็บกวาดงานเล็กๆน้อยๆเท่านั้น กลิ่นหอมของยาก็ได้เริ่มกระจายออกไปรอบด้านอย่างช้าๆ

 

ถึงแม้ว่าในความทรงจำของหลงเฉิน การสร้างโอสถระดับแรกขึ้นมา แม้แต่หลับตาก็ยังสามารถที่จะหลอมขึ้นมาได้ แต่ว่าในตอนนี้กลับไม่เหมือนกัน นี้ถือเป็นสิ่งของที่ใช้ไว้เปลี่ยนชะตาชีวิตของเขา จึงไม่อาจที่จะทำเป็นเล่นเช่นนั้นได้

 

 “ กุก “

 

ทันใดนั้นภายในเตาโอสถก็ได้เกิดความเคลื่อนไหวขึ้น จนเกิดเสียงดังกุกกักดังขึ้นเป็นสาย บรรยากาศของภายในเตาโอสถ ก็ได้เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง

 

หลงเฉินไม่มีอาการตกใจแม้แต่น้อย ในทางกลับกันกลับปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบริเวณมุมปาก นี้ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการหลอมโอสถได้สำเร็จ อีกทั้งยังถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของการหลอมโอสถ

 

พลังแห่งจิตวิญญาณทั้งมวลก็ได้ไหลเวียนขึ้นมา ไม่หลงเหลือแม้เพียงเศษเสี้ยว เปลวเพลิงก็ได้ปะทุขึ้นมาในทันทีท่ามกลางฝ่ามือ ก่อเกิดพลังอันมหาศาลไร้รูปร่างก้อนหนึ่ง เข้าปิดกั้นอยู่ทั่วเตาหลอมโอสถนี้เอาไว้

 

วิชาฝีมือนี้มีชื่อถูกเรียกว่า “ ผนึกฟ้าปิดกั้นพสุธา “ ( “ 封天锁地 “ )  ภายในความทรงจำของหลงเฉิน ถือเป็นหนึ่งในกระบวนท่าที่ตนเองใช้ออกมาอยู่เป็นประจำ ทั้งยังสามารถช่วยป้องกันมิให้เกิดการปะทุของโอสถ ใช้ไว้เพื่อปิดกั้นการแตกระเบิดของโอสถขึ้น

 

อีกทั้งภายในกระบวนท่ามากมายนี้เอง ที่ยังสามารถใช้ได้และมีประโยชน์อย่างสูง ทั้งยังสามารถใช้ออกมาได้ในช่วงเวลาเพียงสั่นๆ ทำการปิดกั้นฤทธิ์ยาที่อยู่ภายในทั้งหมดเอาไว้ เพื่อที่จะมิให้หลุดรอดออกมาอย่างสูญเปล่าได้

 

ตามปกติของผู้หลอมโอสถ  มักจะใช้ออกมาในช่วงกระบวนการสุดท้าย เพราะว่าการแตกระเบิดของโอสถนั้น ยังจำเป็นที่จะต้องใช้ออกด้วยพลังฝีมือที่นุ่มนวล เพื่อหยุดยั้งสภาวะนี้เอาไว้

 

ถึงแม้การทำเช่นนี้ จะทำให้ก่อเกิดอันตรายที่จะเกิดขึ้นถูกลดทอนเหลือน้อยลงขึ้นได้อย่างมาก แต่ว่าความบริสุทธิ์ของวัตถุยาก็จะยังคงสูญเสียไปอย่างมากมาย เมื่อกล่าวถึงผลลัพธ์ของโอสถ ก็ยังถือได้ว่าปกติโอสถที่สามัญอย่างยิ่งยวด

 

 “ ปึก “

 

หลงเฉินได้ควบคุมพลังแห่งจิตวิญญาณทั้งหมดเอาไว้ ตลอดทั่วทั้งเตาโอสถก็ได้เกิดเสียงดังขึ้นมาอย่างอุดอู้ จนเสียงเงียบหายไปจนหมดสิ้น

 

หลงเฉินมองไปยังเตาโอสถที่สงบลงอยู่ทางด้านหน้า  แทบจะมิอาจปิดกั้นความบ้าคลั่งที่อยู่ภายในจิตใจได้ ทั่วทั้งร่างกายก็ได้มีหยาดน้ำไหลออกมาไม่หยุด ตลอดทั้งคนตกอยู่ในสภาวะของหยุดนิ่งเพื่อสัมผัสกลุ่มพลังฟ้าและการไหลเวียนของดิน

 

เมื่อผ่านพ้นจนดีขึ้นมาได้เล็กน้อย หลงเฉินก็ได้ฟื้นฟูพลังขึ้นมาได้ส่วนหนึ่ง ทั้งยังพกพาจิตใจที่ตื่นเต้นขึ้นมาด้วย เปิดฝาเตาออกมา แล้วก็ใช้มือล้วงเข้าไปยังภายใน

 

ก้อนดำๆกลมๆทั้งห้าเม็ดก็ได้กลิ้งไปมา  ดึงดูดสายตาของหลงเฉินเอาไว้ อีกทั้งยังส่งกลิ่นหอมของยาลอยคลุ้งไปทั่ว ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งห้อง

 

 “ ระดับล่างสองเม็ด ไร้ค่าสูญเปล่าไปสามเม็ด อืม ถ้ากล่าวออกไป คงน่าขายหน้าตายแล้ว  “  บนใบหน้าของหลงเฉินก็ได้เกิดความตื่นเต้นไม่หยุด แต่ก็ยังเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมา  

 

หลงเฉินงงงันขึ้นมา เก็บอาการหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ ภายใต้ความทรงจำของตนเองที่ผสานรวมเข้ากับของจักรพรรดิโอสถอันดับหนึ่งเอาไว้ ดูเหมือนว่าจักรพรรดิโอสถผู้นี้ จะเป็นคนที่หยิ่งยโสอยู่พอตัวเลย

 

เขาจึงไม่สนใจหรอกว่าจะขายหน้าหรือไม่ก็ตาม แล้วก็ได้จัดเก็บโอสถที่อยู่ท่ามกลางสายตาทั้งห้าเม็ดเอาไว้อย่างรวดเร็ว

 

โอสถระดับล่างสองเม็ด ก็ได้หมุนวนอยู่รอบกาย โอสถยังคงส่งกลิ่นหอมออกมายังรอบด้าน สร้างความสดชื่นให้แก่จิตใจของผู้คน ที่เมื่อสูดดมเข้าไปแล้วจะยิ่งทำให้เกิดสมาธิได้ในระดับสูง

 

หลงเฉินไม่อาจปิดกั้นความลิงโลดที่อยู่ภายในใจเอาไว้ได้ นั้นก็เพราะว่า มีอยู่เม็ดหนึ่งที่มีสมบูรณ์อย่างมาก หากว่านำไปขายภายในจักรวรรดินี้อย่างน้อยก็คงจะได้หลายแสนตำลึงทองเป็นอย่างน้อยๆ

 

ส่วนโอสถที่ไร้ค่าทั้งสามเม็ดภายในมือ เมื่อเทียบกับก้อนยาที่มารดาไปขอร้องมายังถือได้ว่าดีกว่าอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยๆก็ยังมีฤทธิ์ยาที่บริสุทธิ์อยู่ ทั้งยังมีฤทธิ์ยาถึงสามส่วน ที่ถูกกักเก็บไว้อยู่ภายในโอสถ

 

ความบริสุทธิ์ของโอสถที่มีอยู่ถึงห้าส่วน  จะถูกเรียกว่าเป็นโอสถระดับล่าง ในโลกของโอสถร้อยละกว่าแปดสิบขึ้นไปต่างก็เป็นโอสถระดับล่างโดยทั้งสิ้น

 

ส่วนยาที่มีความบริสุทธิ์ถึงหกส่วนขึ้นไป จะถูกเรียกว่าเป็นโอสถระดับกลาง เจ็ดส่วนจะถูกเรียกว่าอยู่ในระดับสูง แปดส่วนจะถูกเรียกว่าระดับชั้นยอด และเก้าส่วนนั้นจะถูกเรียกว่าระดับสุดยอด รวมไปทั้งระดับสิบส่วนอีกด้วย ....... หึหึ

 

หลงเฉินในตอนนี้ก็คิดได้  ว่ามันยังอยู่ในระดับที่ห่างไกลจนเกินไป ทั้งยังมักจะมีผู้คนสงสัยว่า  ยาที่ส่งผลลัพธ์ห้าส่วนและหกส่วน มีอันใดที่แตกต่างกัน ?

 

ถ้าได้กินโอสถระดับล่างทั้งสองเม็ดเข้าไป ถือได้ยังสามารถส่งผลได้มากกว่าระดับกลางหนึ่งเม็ดอยู่มากอย่างงั้นหรือเปล่า ? ถ้าหากมีคนถามเช่นนี้ออกมา คงจะต้องกลืนน้ำลายลงจนติดคอตายอย่างแน่นอน

 

นอกจากความบริสุทธิ์ภายในโอสถแล้ว ก็คือสิ่งเจือปน สิ่งเจือปนทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็คือสิ่งที่ร่างกายไม่อาจที่จะซึมซับเข้าไปได้นั้นเอง ในจุดที่สำคัญที่สุดก็คือ  สิ่งเจือปนเหล่านี้ ยังสามารถดูดซับความบริสุทธิ์จนหายไปได้อีกด้วย

 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ถูกเรียกว่า “ ยาที่มีพิษสามส่วน(药三分毒) “  เปรียบได้ดังคำพังเพยอยู่ประโยคหนึ่ง และมักจะเป็นกล่าวอ้างของหลักเหตุผล ในช่วงเวลาที่สร้างโอสถ ยากที่สามารถสร้างยาที่เป็นพิษได้  แต่หากว่าในพิษชนิดนี้ หากใช้ในระยะยาวแม้จะไม่อาจสัมผัสได้มากมายนัก

 

แต่ว่าร่างกายของผู้บำเพ็ญ โอสถที่เป็นเหมือนดั่งสิ่งที่ชีวิตอย่างขาดมิได้ ไม่ทราบว่าทั้งชีวิตจะต้องกินเข้าไปมากน้อยถึงเพียงใด เมื่อร่างกายได้ก่อพลังจากโอสถพิษในระดับหนึ่ง ยาพิษนี้ก็จะกลายเป็นคร่าชีวิตแทน

 

โอสถพิษเป็นพิษชนิดหนึ่งที่ถือได้ว่ายากที่จะกำจัดไปได้ เมื่อได้เข้าสู่ภายในเลือดเนื้อ กระดูกหรืออาจจะเป็นจิตวิญญาณ และหากเป็นโอสถในระดับสูงแล้ว ประโยชน์ที่จะได้รับก็จะลดทอนน้อยลง

 

ดังนั้นโอสถระดับล่างและโอสถระดับกลาง ระหว่างทั้งสองสิ่งก็มีผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน มีระดับคุณค่าที่จะสูงกว่านับสิบเท่า ในส่วนของราคาเรียกได้ว่าอยู่สูงกว่านับร้อยเท่า

 

หลงเฉินได้เก็บโอสถทั้งห้าเม็ดเอาไว้ แล้วก็ได้จัดเก็บเตาโอสถรวมถึงของทั้งหมดเอาไว้เป็นอย่างดี แล้วก็ไม่คิดที่จะแตะต้องอีกครั้ง หัวหนุนหมอนแล้วหลับลงไป

 

ไม่ทราบว่าได้นอนหลับไปนานเท่าไหร่ ความรู้สึกของหลงเฉินก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากมือทั้งสองข้าง ที่ลูบเข้าไปยังใบหน้าของเขา ในระหว่างนั้นเองก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นมา ทว่าเขากลับมีความเหน็ดเหนื่อยจนเกินไป จึงไม่อาจที่จะฟื้นตื่นขึ้นมาได้

 

เมื่อหลงเฉินตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็ได้ผ่านพ้นไปแล้วสามวัน พยาธิในท้องของเขา ก็ได้เริ่มประท้วงหาอาหารอย่างตระกะตระกราม

 

หลังจากที่กินโอสถไร้ค่าไปหนึ่งชิ้น ก็ได้ใช้พลังแห่งจิตวิญญาณ ดูดซับฤทธิ์ของโอสถเข้าไปยังเส้นเชวียนซิว(泉穴)ที่ใต้ฝ่าเท้า ซึ่งที่ตรงนั้นเป็นจุดของดาราที่หนึ่งของเคล็ดกายานวดารา —— ดารากักวายุ  ซึ่งเป็นจุดก่อรวมของพลัง

 

 “ ปึก “

 

จากนั้นหลงเฉินก็ได้ขยับเท้าขวา เหยียบลงไปยังพื้น จนเกิดเสียงดังขึ้นมาสนั่น อีกทั้งบนพื้นยังเกิดรอยแตกร้าวขึ้นมา จนลามขึ้นไปทั่วทั้งห้อง

 

 “ ยอดเลย สามารถหาจุดเดินเส้นลมปราณแรกเจอได้อย่างแม่นยำแล้ว ต่อจากนี้ ก็ถึงเวลาที่จะได้ทะลวงขึ้นไปอีกขั้นอย่างแท้จริงแล้ว  “

 

หลงเฉินยิ้มน้อยๆขึ้นมา กลางฝ่ามือก็ได้มีโอสถระดับล่างเพิ่มขึ้นมาอีกสองเม็ด จากนั้นก็ได้กลืนเข้าไปในปาก จนปะทุพลังบริสุทธิ์อันมหาศาลขึ้นมา ภายใต้การชักนำของหลงเฉิน ก็ได้ชักนำพลังบริสุทธิ์เข้าไปยังจุดเชวียนซิวที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของตนเองในทันที

 

เมื่อขยับเคลื่อนไหวจุดเชวียนซิวที่ใต้เท้า ก็ก่อเกิดพลังดุจดั่งสายธารที่เอ่อล้นขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม ดูดซับฤทธิ์ยาเพื่อทะลวงจุดในแต่ละจุด คล้ายดั่งมังกรสมุทรเวียนว่ายไปมาอย่างบ้าคลั่ง

 

 “ ตูม “

 

เสียงๆหนึ่งก็ได้ปะทุดังขึ้นมา ความน่ากลัวอันมหาศาลก็ได้แผ่กระจายออกมา จนทำให้ร่างกายหลงเฉินไม่อาจที่จะขยับได้ บรรยากาศอันน่าหวาดกลัวสายหนึ่งก็ได้แตกกระจายออกมา กระจายอยู่ทั่วทั้งห้องจนสั่นสะเทือน เกิดควันลอยคลุ้งไปทั่ว อันไว้แน่นอย่างเต็มเปี่ยม

 

ในช่วงที่ควันได้ค่อยๆหายไป ก็ได้เผยให้เห็นถึงใบหน้าของหลงเฉิน ภายในดวงตาที่เป็นดั่งดวงดาวก็ได้เกิดความยินดีขึ้นมาอย่างเปี่ยมล้น สัมผัสได้ถึงแหล่งกำเนิดของพลัง ที่มีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วอยู่ในร่างกาย ทั้งยังมีพลังอันมหาศาลนับไม่ถ้วนที่ได้อัดแน่นเต็มเปี่ยมอยู่ภายในร่างกาย จนแทบจะทำให้หลงเฉินโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ก็มิปาน

 

ความเคลื่อนไหวของหลงเฉินนี้ เพียงครู่เดียวก็ได้ตกเป็นที่สนใจขึ้นมา จนมีผู้คนมากมายเข้ามามุงดู

 

เมื่อพบเห็นมารดาเดินเข้ามา หลงเฉินก็ได้กล่าวออกมาอย่างร้อนรน  “ มารดา วันนี้เป็นวันที่เหล่าลูกชายขุนนางจะไปร่ำเรียนที่ไท่เสวียนกู่(太学宫สถานศึกษาพระราชวังเหล่าขุนนาง) ข้าจะต้องรีบไปแล้ว  “

 

กล่าวจบก็ทิ้งผู้คนมากมายที่มุงดูอยู่ต้องอ้าปากตาค้างราวกับเป็นอัมพาต เมื่อเปลี่ยนชุดที่สะอาดสะอ้านแล้ว ก็ได้เดินทางไปยังไท่เสวียกู่

.

.

.

.




NEKOPOST.NET