[นิยายแปล]Nine Stars Tyrant Body Arts ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล]Nine Stars Tyrant Body Arts

Ch.3 - ความเด็ดเดี่ยวที่แสดงออกมา


ตอนที่     3                              ความเด็ดเดี่ยวที่แสดงออกมา

 

 

จักรวรรดิเมืองเฟิงหมิง,เจริญเฟื่องฟูในด้านวิทยายุทธ์,การถูกท้าประลองเป็นสิ่งที่ยากจะปฏิเสธได้ ดังนั้นภายในหัวเมืองนอกจักรวรรดิ ก็จะมีเวทีเป็นตายแห่งหนึ่ง ที่แห่งนั้นก็จะเป็นสถานที่ที่ไว้ชำระความแค้นเป็นการส่วนตัว

 

ที่แห่งนี้ ขอเพียงทั้งสองฝ่ายยินยอม ลงนามอยู่ภายใต้เวทีพลังประลองเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อการประลองบนเวทีได้เริ่มต้นขึ้น ต่อให้อีกฝ่ายได้ถูกสังหารลง ก็ไม่อาจที่จะใช้กฎบ้านเมืองของจักรวรรดิในการลงโทษได้

 

ที่แห่งนี้ตามปกติ จะมีผู้คนมากมายมารอดูความคึกครืน วันนี้ก็ได้มีอยู่อย่างมากมายเช่นเดียวกัน  ทว่าการต่อสู้ในสนามก็ได้จบสิ้นลงไปเรื่อยๆ ต่อมาหลังจากนั้นก็ได้มีเด็กหนุ่มสองคนขึ้นไปบนเวที แล้วก็ได้เกิดแรงดึงดูดจนทำให้ตกใจขึ้น

 

“คนๆนั้นไม่ใช่หลงเฉินหรอกหรือไง  ?  เขามาได้อย่างไรกัน  ?  “

 

“ใช่ๆ เมื่อวานถูกทุบตีจนเกือบตาย วันนี้ทำไมยังจะมาอีกกัน  ?  “

 

“ชิ คาดว่าคงจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว จึงคิดที่จะมาถูกคนทุบตีจนตายในที่แห่งนี้แล้วละ ”

 

หลงเทียนเซียวที่เป็นถึงขุนนาง อีกทั้งยังเป็นถึงแม่ทัพอันดับหนึ่ง แต่ว่าเขาแท้จริงแล้วที่เหล่าคนที่เรียกขานเขาว่าแม่ทัพเทพ ต่างก็แต่เพียงสามัญชนที่มีอายุมากพูดคุยเรื่องการรบในระหว่างน้ำชาเท่านั้น

 

และเหล่าบุคคลที่มั่งมีหรือมียศจากทางจักรวรรดิ ที่มีชีวิตอย่างสมถะที่สุด กลับไม่เห็นหลงเทียนเซียวที่เคยมีฐานะเป็นเพียงแค่สามัญชนอยู่ในสายตาอยู่แล้ว เกี่ยวกับหลงเฉิน ทั่วทั้งจักรวรรดิยิ่งไม่มีผู้ใดที่เห็นเขาอยู่ในสายตาเสียด้วยซ้ำ

 

“หลงเฉิน เจ้ามันก็แค่คนที่ไร้ค่า ยังจะมาทำไมอีก  นี้ไม่เสียเวลาเปล่าไปหรอกหรือ ? ใครมันจะไปยินยอมที่จะดูเจ้าประลองยุทธ์กัน รีบไสหัวกลับไปซะ ”

 

“ใช่แล้ว ถ้าหากคิดฆ่าตัวตาย ก็ไปหาสถานที่ที่ไม่มีคน ไม่มีใครอยากที่จะดูเจ้าไร้ประโยชน์หรอกนะ เสียเวลาจริงๆ ”

 

คนที่มองดูการต่อสู้นับร้อยทางด้านล่างของเวทีอย่างคึกครืนในช่วงเวลาหนึ่ง ก็อดที่จะด่าทอออกมาไม่เห็นได้ เห็นได้ชัดว่ามีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อหลงเฉินอย่างชัดเจน

 

ทว่าในบริเวณไม่ไกลมากนักที่หัวมุมหนึ่ง ก็ได้มีเด็กสาวสองคนสวมไว้ด้วยผ้าคลุมหน้า กำลังมองไปยังเงาร่างที่อยู่ด้านบนเวลทีอย่างจดจ่อ

 

“พี่สาว นั้นมิใช่คู่หมั่นของท่านงั้นหรอ ? ทำไมดูเหมือนอ่อนแอจัง ไม่มีความเคลื่อนไหวจากบนร่างกายแม้แต่น้อย “ เด็กสาวผู้หนึ่งก็ได้ละสายตากลับมาแล้วกล่าว

 

“เฮอะ นั้นก็เป็นเพราะท่านพ่อเป็นคนเสนอเอง ทำการหมั่นหมายเมื่อนาน ให้ข้าแต่งให้กับเขา ทำให้ข้าโกรธจนแทบตายแล้ว “ ทางด้านหญิงสาวอยู่นางหนึ่ง ก็ได้ตอบกลับมาอย่างโกรธเคือง

 

บนเวทีต่อสู้ หลงเฉินไม่ทราบแม้แต่น้อย ว่ากำลังมีหญิงสาวสองนางกำลังมองไปที่พวกเขาเอยู่ และเกี่ยวกับเสียงที่ด่าทอมาเหล่านั้น เขาก็ไม่ได้รู้สึกอันใดแม้แต่น้อย เพียงแต่มันไปทางด้านหลี่เฮ่าอย่างเย็นชา

 

หลี่เฮ่าชี้ไปยังกลุ่มคนที่กำลังก่อกวนอยู่ หัวเราะอย่างเย็นเยียบแล้วกล่าว “ เห็นหรือยังเล่า เจ้าก็เป็นแค่คนไร้ประโยชน์ที่ไม่มีคนยินดีต้อนรับ ยังคงยอมรับแล้วเอาหัวโขกกับกำแพงตายไปเสียเถอะ “

 

หลงเฉินเพียงแต่มองไปที่เขาอย่างเย็นชา ไม่ส่งเสียงใดๆ

 

“ ก้อง ”

 

เสียงระฆังได้ดังขึ้นมา เป็นเหมือนกับสัญญาณในการเริ่มการต่อสู้ เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น ก็ได้เข้าสู่เส้นทางแห่งความเป็นตายแล้ว

 

ความจริงกลุ่มคนที่กำลังก่อกวนอยู่ เป็นเพราะว่าเสียงของระฆังจริงได้ทำให้สงบเงียบลงมาได้ ถึงแม้จะเป็นการต่อสู้เป็นตาย แต่ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่ไม่ได้ถึงขั้นเอาชีวิตกันแล้ว

 

“พี่สาว  คนนั้นเป็นคู่หมั่นของท่าน ไม่เหมือนกับว่ามีท่าทีของการผู้ฝึกยุทธ์เลย ที่เขาเผชิญหน้าอยู่เป็นเจ้าเด็กน้อยที่อยู่ในขั้นก่อพลังในระดับที่สามเลยนะ  ท่านไม่เป็นห่วงบ้างเลยหรือไง ? ”เด็กสาวผู้นั้นถามออกมา。

 

“เฮอะ,มีอะไรน่าเป็นห่วงกัน  ตายไปซะได้ก็ดี  ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้า ”หญิงสาวอีกคนอีกทางด้านหนึ่งก็ได้ส่งเสียงดัง เฮอะขึ้นเบาๆ ทว่าปากกำลังกล่าวอยู่เช่นนั้น ใจกลางฝ่ามือกลับได้เพิ่มเติมไว้ด้วยสิ่งที่เป็นเหมือนดั่งร่างแหแปลกประหลาดอย่างมากชิ้นหนึ่งขึ้นมา

 

“อิอิ,ยังจะบอกว่าไม่สนใจอีก  แม้แต่อุปกรณ์ยุทธ์ก็ตระเตรียมเอาไว้แล้ว  ดูเหมือนว่าท่านจะยังเป็นห่วงเขาอยู่นะ ทว่าอย่าเอาแต่พูดเลยทว่า ถึงแม้ว่าเขาจะฝึกปรือไม่ได้ ทว่าทางด้านรูปร่างหน้าตายังถือได้ว่าไม่เลวเลยทว่า เอาอย่างนี้ ถ้าพี่สาวไม่ต้องการเขา ก็ยกให้ข้าเถอะ เด็กสาวผู้นั้นหัวเราะอิอิแล้วตอบกลับมา

 

“อย่าได้พูดเหลวไหล เรื่องเช่นนี้สามารถจัดการได้อย่างง่ายดายอย่างงั้นหรือ ?ถ้าเกิดเจ้าชื่นชอบเขา ก็รอจนหลังจากที่ข้าถอนหมั้นกับเขาแล้ว เจ้าจะทำอะไรก็เชิญเลย ” หญิงสาวอีกทางด้านหนึ่งก็ได้ตอบกลับมา

 

“อิอิ”

 

บนเวทีต่อสู้หลงเฉินเริ่มต้นอย่างเยือกเย็นดุจสายน้ำ กับเขาที่เมื่อวานนี้ เรียกได้ว่าเป็นเหมือนคนละคนเลย

 

“หลงเฉิน,เป็นเพราะความตายได้ย่างกรายเข้ามาอย่างจวนเจียน ถึงกลับสงบลงมาแล้วอย่างงั้นหรือ ? วางใจเถอะ เห็นแก่สิ่งเดิมพันของเจ้า วันนี้ข้าจะไม่ทุบตีเจ้าให้ตาย ”หลี่เฮ่ากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ยินดี

 

“คำพูดไร้สาระเยอะจริง รีบๆลงมือเถอะ อีกเดียวข้ายังมีเรื่องให้ไปทำต่อ ”หลงเฉินกล่าวออกไปอย่างทนรำคาญไม่ไหว

 

เพราะว่าทั่วทั้งสนามก็ได้อยู่ในความเงียบสงบ ดังนั้นคำพูดของหลงเฉิน คำพูดก็ได้กระทบเข้าไปในหูของผู้คนทั้งหมดไม่มีหลุดลอดแม้ตัวอักษรเดียว  พริบตานั้นทั่วทั้งด้านล่างเวทีต่อสู้ ก็ได้ปะทุเสียงหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมาเป็นสาย

 

“หลี่เฮ่า เจ้ายังจะรออะไรเล่า รีบไปจัดการทุบตีเจ้าลูกเต่านี้ให้ตายเร็ว ช่างทำให้พวกเรารังเกียจยิ่งนัก ”

 

มีคนที่รู้จักกับหลี่เฮ่าอยู่ ทั้งยังได้ตะโกนเสียงดังออกมา  

 

สีหน้าของหลี่เฮ่าก็ได้ปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบขึ้นมา ไม่เกิดความลังเลขึ้นมาอีก แล้วก็ได้ปะทุพลังฝีมือทั้งหมดของขั้นก่อพลังระดับที่สามขึ้นมา เท้าเหยียบลงด้านหน้าเวทีต่อสู้เล็กน้อย  คนก็ได้มุ่งหน้าไปทางด้านของหลงเฉิน พุ่งหมัดออกไปหนึ่งหมัด

 

หลี่เฮ่าพึ่งจะออกกระบวนท่า ล่างเวทีก็ได้เกิดเสียงปะทุขึ้นมาเป็นสาย พลังที่หลี่เฮ่าใช้ออกมามีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังให้ความรู้สึกหล่อเหล่า

 

“เป็นกระบวนท่าที่ดี หมัดต้นสนหยกต้านลม(临风玉树拳)”

 

มีคนที่จดจำกระบวนท่านี้ออก ทว่าเด็กสาวสองคนในบริเวณที่ห่างไกล กลับอุทานขึ้นมากับตนเองคำหนึ่ง มุมปากก็ได้ปรากฏความเย้ยหยันออกมา

 

หลงเฉินก็ได้ยิ้มขึ้นที่มุมปากปรากฏความเย้ยหยันขึ้นมา กระบวนท่าที่โง่เขลาที่เปิดช่องว่างนับร้อยเช่นนี้ ยังสามารถเอามาใช้ต่อสู้ได้อีกงั้นหรือ ?

 

เมื่อพบว่าหมัดได้เข้ามาใกล้ยังใบหน้าของตนเอง อารมณ์ก็ได้พุ่งพล่านขึ้น แต่ว่าหลงเฉินก็ทำเหมือนกับมองไม่เห็น ทั้งเหมือนขยับทั้งเหมือนไม่ขยับ

 

“ฮ่าฮ่า เจ้าไร้ประโยชน์ แม้แต่การหลบก็ยังหลบไม่เป็นเลย ” ที่ด้านล่างเวทีก็ได้มีคนส่งเสียงเย้ยหยันออกมา

 

ทว่าเขาที่พึ่งจะส่งเสียงเย้ยหยันจบ พลังหมัดของหลี่เฮ่าก็ได้หยุดลงบริเวณก่อนถึงใบหน้าของหลงเฉินจังสองคืบ ทั้งเหมือนขยับทั้งเหมือนไม่ขยับ

 

เหล่าผู้คนที่ความจริงได้อยู่ในอาการเย้ยหยัน ต่อมาก็มิได้ส่งเสียงขึ้นมาอีก พวกเขาพบว่าหลงเฉินได้ยื่นเท้าข้างหนึ่งออกมา ฝ่าเท้าก็ได้เหยียบลงกึ่งกลางน่องขาของหลี่เฮ้าอย่างรุนแรง

 

ใบหน้าที่ความจริงเป็นเหมือนดังฤดูใบไม้ผลิที่เบ่งบาน ก็ได้ลดทอนสีสันลงจากใบหน้าของหลี่เฮ่า,ในเวลานี้สีหน้าที่ไม่ต่างจากมะเขือม่วงก็มิปาน เห็นได้ชัดว่าเท้านี้ของหลงเฉิน ได้ทำให้เขารู้สึกไม่สบายเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเจ็บปวด จนทำให้เขาแสดงออกมาทางสีหน้า ไม่อาจที่จะขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย

 

เขาขยับไม่ได้ แต่หลงเฉินยังคงขยับได้ ในขณะที่เขาได้หยุดลง ทั้งสองมือของหลงเฉินก็ได้คว้าจับไปที่ศีรษะของหลี่เฮ่าเอาไว้ ใช้แรงกดลงไปอย่างแรง  ในเวลาเดียวกันตนเองก็ได้ใช้หัวเข่ากระแทกเข้าไป

 

“ปึกปึกปึก”

 

ความเคลื่อนไหวของหลงเฉินเป็นเหมือนดั่งการชมความงามของทิวทัศน์ ทั้งเปิดเผยและชัดเจน ทั้งความเคลื่อนไหวและสุ่มเสียง ก็ได้ให้ความรู้สึกของความแข็งแกร่งที่พุ่งออกมาอย่างชัดเจนชนิดหนึ่งจนทำให้ผู้คนรู้สึกสาแก่ใจอย่างเอิบอิ่ม

 

ทั้งยังมีเสียงของกระดูกกรามและฟันกระแทกเข้าหากัน โจมตีเข้าไปยังหลี่เฮ่าติดต่อกันสามครั้งสามคราอย่างหนักหน่วง จนลักษณะของจมูกได้มีการบิดเบี้ยวขึ้นมา โลหิตเต็มใบหน้า อีกทั้งคนยังได้สลบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ทั่วทั้งสนามในเวลานี้ ไม่มีแม้แต่เสียงใดส่งออกมา ไม่มีใครก็คงจะคิดไม่ถึงว่า ยอดฝีมือที่อยู่ในขั้นก่อพลังระดับที่สามคนหนึ่ง กลับถูกเจ้าไร้ประโยชน์ที่ไม่มีการฝึกปรือแม้แต่น้อยคนหนึ่ง จัดการจนพ่ายแพ้ได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้

 

อีกทั้งยังเรียกได้ว่าจัดการได้อย่างสะอาดหมดจด และที่สำคัญยังพ่ายแพ้โดยที่ไม่อาจที่จะทำอันใดต่ออีกฝ่ายได้ ผลลัพธ์เช่นนี้ ราวกับมีเสียงอื้อดังขึ้นในหูอย่างรุนแรง เหมือนกับได้ถูกตบไปที่ใบหน้าฉาดใหญ่ของผู้คนกลุ่มนั้น

 

ในบริเวณที่ห่างไกลที่มีสายตาของหญิงสาวที่มองไปยังการต่อสู้อย่างออกรสต่างก็มีสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมา หลี่เฮ่าผู้นั้น ถึงแม้จะเมื่ออยู่แต่หน้านางจะไม่อาจที่จะทำอะไรได้  คงจะมีแต่ถูกตบตีจนตายเท่านั้น

 

แต่ว่าหลงเฉินกลับไม่เหมือนกัน  เขานับตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ ไม่ได้ใช้ออกมาด้วยพลังจิตเลยแม้แต่น้อย กลับสามารถใช้ทักษะการต่อยตีของคนธรรมดาทั้งหมด จัดการจนหลี่เฮ่าพ่ายแพ้ไปได้

 

“หลงเฉินชนะ”

 

มีอยู่เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านล่างของเวที นั้นก็คือชายชราผู้หนึ่ง ที่เป็นดั่งกรรมการของเวทีต่อสู้นี้ ที่มีหน้าที่ในการบันทึกและควบคุม

 

หลงเฉินผ่อนคลายการเกรงของสมองลงหลายส่วน เขาได้ใช้จิตใจที่แน่วแน่ไปไม่น้อย ถึงได้สามารถจัดการข่มรังสีสังหารแรงกดดันเอาไว้ได้ ตอนนี้ยังมิใช่ช่วงเวลาที่ดีในการที่จะมาสังหารผู้คน

 

เพียงแต่ว่าเมื่อได้ข่มและเก็บกดเอาไว้อยู่นั้น อีกเดี๋ยวถ้าหากปะทุขึ้นมา คงยากที่จะเก็บกลับไป เมื่อมองไปภายนอก คงคิดว่าหลงเฉินกำลังเกิดความตื่นเต้นกับการลงมือในครั้งนี้ คล้ายกับกำลังจะบ้าคลั่งขึ้นมาก็มิปาน

 

หลงเฉินเดินลงจากเวที เดินมาจนถึงข้างกายของชายชรา เก็บเอาดาบยาวที่ตนเองใช้ไว้เดิมพันกลับมา แล้วก็ได้นำเอาบัตรใสใบหนึ่งที่มีมูลค่าถึงห้าพันตำลึงมา 

 

กฎของสถานที่แห่งนี้ก็คือ ก่อนหน้าการประลอง ต่างก็ต้องส่งมอบสิ่งของที่เดิมพันเอาไว้ให้ส่วนกลางก่อน เพื่อความยุติธรรม เช่นนี้ก็ไม่อาจที่จะกลับคำพูดได้

 

เมื่อเอาดาบล้ำค่ามาแล้ว หลงเฉินก็ได้นำมันส่งมอบคืนให้แก่ซือฟง แล้วก็นำบัตรใสใส่เข้าไปยังเสื้อของตนเอง ภายในใจอดไม่ได้ที่จะต้องตื่นเต้นขึ้นมา

 

ถึงแม้ว่าห้าพันตำลึงทองจะไม่ได้มากมายนัก แต่ว่าก็ยังสามารถจัดการกับเรื่องที่จวนตัวได้ ส่วนทางเบื้องบนก็มิได้ให้เงินเดือนแก่ตระกูลหลงมานานแล้ว เหมือนดั่งว่าตระกูลหลงในวันนี้จะไม่ต้องมาขาดสนอีกต่อไปแล้ว

 

ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่มองเข้ามา ทั้งสองคนก็ได้ค่อยๆเดินจากไป เด็กสาวทั้งสองคนนั้น พบว่าหลงเฉินได้จากไป ก็ได้ติดตามไปจนหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

ข่าวลือหลงเฉินจัดการหลี่เฮ่าจนพ่ายแพ้ ดุจดั่งมีขาเพิ่มขึ้นมาอีกข้างก็มิปาน พริบตาเดียวก็ได้เล่าลือกันไปทั่วทั้งจักรวรรดิ ทั้งยังต้องให้ผู้คนมากมายอธิบายเสียเวลาอธิบาย ว่าเจ้าไร้โยชน์ที่ไม่เคยร่ำเรียนวิทยายุทธ์ ทำไมถึงได้กลายเป็นร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้กัน ? 

 

แต่ว่ามีผู้คนไม่น้อยประจักษ์เห็นกับตา  ยิ่งมีข่าวลือที่ว่าได้มีการหอบหลี่เฮ่าส่งกลับจวนออกไป ในช่วงเวลาหนึ่งก็ได้มีผู้คนไม่น้อยที่ไม่อาจที่จะเชื่อได้ลง

 

หลังจากที่หลงเฉินและซือฟงจากไป หลงเฉินความจริงคิดที่แย่งกับซือฟง ทว่าซือฟงต่อให้ตีให้ตายยังไงก็ไม่ยอม ท้ายที่สุดจึงหาข้ออ้างว่าทางบ้านมีเรื่อง ต้องรีบกลับไปก่อน  แม้แต่จะถามว่าทำไมหลงเฉินถึงได้เปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้ก็ยังไม่ได้ถามออกไป

 

แต่ก็ยังถือว่าได้จดจำน้ำใจนี้อยู่เพียงภายในใจ  หลงเฉินก็ได้ไปยังตรอกร้อยสมุนไพรโดยตรง หลังจากที่ได้เข้าไปยังเรือนร้อยสมุนไพรแล้ว หลงเฉินจึงได้ขอสารบัญของยาสมุนไพรในที่แห่งนี้เอาไว้ชุดหนึ่ง

 

ทางด้านบนได้จดเขียนไว้อย่างชัดเจนทั้งรายชื่อยาสมุนไพรแต่ละชนิดพร้อมทั้งราคา หลงเฉินเมื่อได้มองไปยังสมุนไพรที่เรียกได้ว่าพอที่จะหลอมโอสถกักวายุขึ้น(风府丹)ที่มาได้ ยังดีที่สมุนไพรของการหลอมโอสถกักวายุ ยังมิใช่สิ่งที่หาได้ยากนัก

 

ทว่าเมื่อมองไปที่ราคาแล้ว แทบจะเกิดรูรั่วที่ขั่วหัวใจของหลงเฉิน ตำลึงทองของตนเองเหล่านั้น เพียงพอที่จะซื้อส่วนผสมได้เพียงแค่สามชุดเท่านั้น

 

แต่ว่าเขากลับไม่สามารถที่จะซื้อสมุนไพรไปได้ทั้งหมด ทั้งยังจำเป็นที่จะต้องซื้อเตาหลอมโอสถอีกมาอีกเตาหนึ่ง และยิ่งไปกว่านั้นยังจำเป็นที่จะต้องซื้อยาสมุนไพรตัวอื่นอีกส่วนหนึ่งอีกด้วย,ตำลึงทองที่มีอยู่น้อยนิดในมือของเขา,ทว่าก็เป็นเหมือนน้ำน้อยแพ้ไฟ

 

แต่ว่าถ้าไม่ซื้อก็ไม่ได้,หลงเฉินกัดฟันคราหนึ่ง ก็ได้จับจ่ายไปแล้วทั้งหมดหนึ่งพันสองร้อยตำลึงทอง เพื่อที่จะได้ซื้อเตาหลอมทองเหลืองมาเตาหนึ่ง

 

แล้วก็ได้ซื้อสมุนไพรที่ใช้ไว้หลอมโอสถกักวายุด้วยชุดหนึ่ง ในเวลาเดียวกันก็ได้ซื้อสมุนไพรไปด้วยจำนวนมหาศาล เมื่อหลงเฉินหลังจากที่ได้ออกมาจากตึกร้อยสมุนไพร บนบัตรใสของเขา ก็เหลือเพียงแค่ห้าร้อยตำลึงทองเท่านั้น

 

หลังจากที่ได้กลับมายังบ้าน,หลงเฉินก็ได้กลับมายังห้องของตนเองทันที,ปิดประตูใหญ่ลงกลอนเอาไว้,ทั้งยังให้เป่าเอ๋อไปแจ้งกับคนทั้งหมดว่าอย่าได้มารบกวนตนเอง

 

เขาทราบว่ามารดาจะต้องทราบข่าวที่ตนเองออกไปประลองยุทธ์อย่างแน่นอน จึงได้เกรงว่ามารดาจะเป็นห่วง จึงจงใจให้เป่าเอ๋อไปขัดขวางมารดาเอไว้ ในเมื่อตนเองก็มิได้เป็นอะไร มารดาคงจะไม่ต้องเป็นห่วงจนเกินไปแน่นอน

 

ในวันนี้เขาก็ได้จัดสรรเวลาเอาไว้เป็นอย่างดี,ทั้งยังจำเป็นที่จะต้องเพิ่มระดับพลังฝีมือให้เร็วที่สุด ตอนนี้ตระกูลหลงอยู่ในช่วงลำบากยากแค้น มิได้ดูง่ายดายสมถะอย่างที่เห็นกันภายนอก หลงเฉินเหมือนดั่งได้กลิ่นของสถานการณ์อันคับขันนี้

 

“ฮูม”

 

ภายในร่างของหลงเฉินก็ได้ไหลเวียนพลังจิตขึ้น ใจกลางฝ่ามือก็ได้ปรากฏเพลิงไฟขึ้นกลุ่มหนึ่ง นี้ก็คือเพลิงก่อรวมหลอมโอสถของผู้หลอมโอสถ ทว่าเมื่อมองไปยังกลุ่มเพลิงไฟนั้น ก็ได้ทำให้หลงเฉินแทบอดที่จะหัวเราะทั้งน้ำตามิได้ นั้นก็เพราะว่าเพลิงไฟกลุ่มนี้มีลักษณะที่อ่อนโทรมจนเกินไป

 

เพลิงโอสถก็คือการใช้พลังจิตมาจากร่างกายของผู้หลอมโอสถ,ผ่านการไหลเวียนที่เฉพาะเจาะจง การก่อรวมเพลิงด้วยพลังจิตทั้งมวล แต่ว่าหลงเฉินการก่อรวมเพลิงโอสถที่ออกมาในวันนี้ ในด้านพลังความร้อนยังถือได้ว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมาก แต่ก็ยังแข็งแกร่งกว่าผู้ใช้เพลิงโอสถขั้นสามัญไม่มากนัก

 

อีกทั้งหลงเฉินก็พบว่า เมื่อไม่ได้มีจุดตันเถียนคอยประคับประคอง เพลิงโอสถของตนเองก็ใช้ออกติดต่อกันได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น ทั้งยังเรียกได้ว่ายังไม่อาจที่จะทำการหลอมโอสถได้ในเวลานี้

 

หลงเฉินหัวเราะอย่างขมขื่นขึ้นเป็นสาย แต่ก็ยังดีที่ยังมีแผนสำรองอยู่ หลงเฉินไม่ได้ทำการหลอมโอสถเป็นการแรก แต่เพียงนำสมุนไพรยัดกลับเข้าไปยังภายในท่ามกลางเตาหลอม ค่อยๆหลอมไปทีละขั้น ทว่าเขานั้นมิได้ใช้ด้วยเพลิงโอสถ แต่เป็นใช้ด้วยวัตถุไม้ในการก่อไฟ

 

หลังจากที่ได้หลอมสมุนไพรไปทั้งหมดเสร็จแล้ว ทางด้านข้างหลงเฉิน ก็ได้มีไหใบหนึ่งที่อัดเต็มไว้ด้วยของเหลวที่เต็มไปด้วยพลังเอาไว้ จากนั้นก็ได้เตรียมที่จะพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง หลงเฉินสูดหายใจเข้าไปแรงๆคำหนึ่ง

 

นี้คงจะสมควรได้เวลาที่จะเริ่มต้นหลอมโอสถกักวายุแล้วละ

.

.

.

.




NEKOPOST.NET